เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

13 - ซากสวรรค์เทวาลัย

13 - ซากสวรรค์เทวาลัย

13 - เมล็ดโพธิ์


13 - เมล็ดโพธิ์

"มีอะไรผิดปกติเหรอ?" ผังป๋อเขย่าไหล่ของเย่ฟ่านอย่างแรง

เย่ฟ่านตื่นขึ้นมาจากภวังค์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าของเขายังเหมือนเดิม วัดโบราณนี้ยังคงถูกปกคลุมด้วยฝุ่นละออง

“วัดต้าเล่ยหยินจริงเหรอ?”

เขากระซิบกับตัวเอง แม้ว่าสิ่งที่ได้ยินและได้ยินจะสั้น แต่ทำไมมันถึงเป็นความจริง? สิ่งนี้ทำให้เขาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและคิดอย่างรอบคอบ

เย่ฟ่านจ้องมองที่ตะเกียงทองแดงในมือของเขา แต่ไม่มีความรู้สึกพิเศษอีกต่อไป มีลวดลายสลักอยู่บนนั้น เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ ธรรมดาและไม่มีอะไรผิดปกติ

“ดูนี่สิ!”

เพื่อนนักเรียนชายคนหนึ่งพบฟูกเก่าจากกองขี้เถ้า ซึ่งไม่ได้หายไปแม้ว่าจะผ่านมานานหลายปี

หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่งก็พบลูกประคำที่ทำจากไม้

มันไม่ได้รับความเสียหายไหมจะผ่านกาลเวลาอันยาวนาน เมื่อปัดฝุ่นละอองออกมันยังคงมีความเงางามเหมือนเดิม

ในเวลาเดียวกัน เคดก็พบไม้บักฮื้อครึ่งตัวจมอยู่ใต้ฝุ่นธุลีที่อยู่ด้านหน้าของพระพุทธรูป บนตัวของไม้บักฮื้อสลับด้วยรูปของพระพุทธองค์อย่างสวยงาม

ในตอนนี้เย่ฟ่านจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ถ้านี่คือวัดต้าเล่ยหยินในตำนานจริงๆ ดังนั้นสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของเทพเจ้าและของทุกอย่างย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา!

"เอ๊ะ"

เท้าของหวังจื่อเหวินดูเหมือนจะเตะอะไรบางอย่างมันเป็นโลหะทองแดงชิ้นหนึ่ง เมื่อพวกเขายกมันขึ้นมาแล้วปัดฝุ่นละอองออกไปให้หมดก็มองเห็นว่ามันเป็นระฆังใบเล็กๆ

"แค้ง ... "

เขาเขย่าระฆังทองแดงและทันใดนั้นก็มีเสียงระฆังไพเราะราวกับว่าเสียงของพระพุทธเจ้าดังขึ้นซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกสงบ

เย่ฟ่านถูกขัดจังหวะความคิดและอดไม่ได้ที่จะมองดูระฆังทองแดงซึ่งสลักด้วยลวดลายเมฆและเส้นสายที่ไหลริน เมื่อมองเห็นมันทำให้จิตใจของเขาเกิดความสงบเป็นอย่างมาก

ผังป๋อบ่นเบาๆ ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในวัดโบราณนี้เขายังไม่เคยไม่ได้ขุดพบอะไรเลยดังนั้นเขาจึงคิดว่าเขาค่อนข้างโชคร้าย

เกือบในเวลาเดียวกัน หลี่เสี่ยวม่านพบหยกครึ่งหนึ่งที่เชิงพระพุทธรูปหิน เมื่อปัดฝุ่นออกก็พบว่านี่เป็นหยกสีเขียวที่มีความงดงามอย่างมาก

เย่ฟ่านไม่สนใจเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้น เขาพอใจที่ถือตะเกียงทองแดงไว้ในมือ ต่อให้สิ่งประดิษฐ์ทุกอย่างรวมกันเขาก็คิดว่ามูลค่าของมันไม่สามารถเทียบกับตะเกียงทองแดงนี้

“ฉันไม่เชื่อว่าจะหาไม่เจอ...” ผังป๋อพึมพำ

“ถือตะเกียงนี้ไว้แล้วค้นหาอะไรบางอย่าง จำไว้ว่าของทุกอย่างที่นายค้นพบอาจจะเกี่ยวข้องกับชะตากรรมของเรานับจากนี้”

เย่ฟ่านส่งตะเกียงให้ผังป๋อ เขาเชื่อว่าสิ่งต่างๆที่อยู่ในวัดนี้ต้องเป็นของเทพเจ้าในอดีต ดังนั้นมันจะมีประโยชน์ในการดำรงชีวิตของพวกเขาที่นี่อย่างแน่นอน!

เย่ฟ่านเดินออกจากวัดและไปที่ต้นโพธิ์ต้นนั้น ในเวลานี้เขาพยายามโน้มน้าวตัวเองให้เชื่อว่ามีเทพเจ้าในโลกนี้จริงๆ

ถ้านี่คือวัดโบราณในตำนานนั้น สิ่งสำคัญที่สุดย่อมต้องเป็นต้นโพธิ์ต้นนี้อย่างแน่นอน!

ต้นโพธิ์เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนา ตามบันทึกในสมัยราชวงศ์ถัง พระพุทธเจ้าเคยตรัสกับพระอานนท์ว่ามีวัตถุสามชนิดที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

นั่นก็คืออัฐิธาตุของพระองค์ พระพุทธรูป และต้นโพธิ์

เพราะพระพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ การมองเห็นต้นโพธิ์ก็เหมือนเห็นพระพุทธเจ้า

ตรงหน้าเย่ฟ่านต้เป็นต้นไม้โบราณที่แข็งแรงราวกับมังกร ลำต้นของมันเป็นโพรง ต้นไม้ต้นนี้ตายไปแล้วอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าใบของมันยังคงงดงามเหมือนกับหยกโบราณ

ไม่ว่าต้นไม้โบราณนี้จะเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าหรือไม่ แต่ใบไม้สีเขียวทั้งหกใบเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะแสดงความพิเศษของมัน

เย่ฟ่านเข้ามาใต้ต้นไม้และมองดูต้นโพธิ์โบราณอย่างระมัดระวัง กิ่งก้านขนาดใหญ่เกือบกดทับเหนือวิหารโบราณ

หากกิ่งก้านถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้ แม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็ไม่สามารถส่องทะลุมาได้

ในเวลานี้ หัวใจของเย่ฟ่านเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเขาพบว่าใบไม้สีเขียวคริสตัลทั้งหกใบนั้นมีแสงสีเขียวไหลออกมาและล่องลอยลงไปที่ด้านล่างของต้นโพธิ์

แสงที่ไหลออกมานั้นมีรูปร่างเหมือนผ้าไหม มันไหลล้นออกมาจากใบไม้สีเขียวทั้งหกใบ ให้ผู้คนรู้สึกถึงลมหายใจแห่งชีวิต มีพลังหมุนเวียนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เย่ฟ่านนั่งลงเพื่อเก็บบางอย่างที่โคนต้นไม้ขึ้นมา และต้องการดูว่ามีอะไรอยู่ข้างใต้ เพื่อที่เขาจะได้รวมหมอกสีเขียวที่ไหลออกมาจากใบโพธิ์

ใต้ดินเขาไม่เห็นสิ่งแปลกปลอม ไม่มีแสงวูบวาบมีเพียงเมล็ดจากต้นโพธิ์ที่ดูเหมือนกับก้อนหินสีเทา

สิ่งเดียวที่พิเศษก็คือขนาดของมัน เมล็ดโพธิ์ธรรมดามีขนาดเท่าเล็บมือเท่านั้น แต่เมล็ดโพธิ์เมล็ดนี้มีขนาดเท่ากับผลวอลนัท

เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจ เป็นไปได้ไหมที่หมอกสีเขียวที่ไหลออกมาจากใบโพธิ์จะถูกเมล็ดโพธิ์กลืนเข้าไป?

หลังจากสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็มองเห็นจริงๆว่าในเมล็ดโพธิ์นี้มีแสงสีเขียวปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราว

เย่ฟานวางเมล็ดโพธิ์นี้ไว้ในฝ่ามือของเขา และหลังจากการสังเกตอย่างใกล้ชิด เขาก็ประหลาดใจ ลวดลายธรรมชาติบนเมล็ดโพธิ์ธรรมดานี้เชื่อมต่อกันและกลายเป็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงเมตตา!

“นี่คือพระพุทธรูปตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อ 2500 ปีที่แล้วหรือเปล่า?”

ต้นโพธิ์มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ต้นไม้แห่งปัญญา ต้นไม้แห่งสติ และต้นไม้แห่งความคิด ตำนานเล่าว่ามันทำให้มนุษย์สามารถรู้แจ้งเข้าถึงแก่นแท้ของตัวเอง

เย่ฟ่านยกเมล็ดโพธิ์ขึ้นเหนือศีรษะของเขาและเผชิญหน้ากับใบไม้สีเขียวหกใบที่อยู่ด้านบน

ทำไรนั้นความเร็วของแสงสีเขียวที่หล่นลงมาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมากและพวกมันหลั่งไหลลงมาไม่หยุด

ปัง

เมื่อแสงสุดท้ายตกลงมาใบโพธิ์พวกนั้นก็แหลกละเอียด

เมื่อถึงจุดนี้เย่ฟ่านก็ตระหนักแล้วว่าต้นโพธิ์ต้นนี้มีความพิเศษจริงๆ

ในเวลานี้ เขาสังเกตเห็นว่ามีผงจำนวนมากบนพื้นดิน ซึ่งคล้ายกับเถ้าถ่านที่เกิดจากใบโพธิ์ เย่ฟ่านกำลังคิดว่าเขาจะรวบรวมพวกมันมาเก็บไว้หรือไม่

เย่ฟ่านไม่รู้ว่ามีประโยชน์หรือเปล่าแต่เขาก็เก็บฝุ่นผงที่เกิดจากใบโพธิ์พวกนั้นไว้ก่อน จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในวัดต้าเล่ยหยิน

ในขณะนี้มีผู้คนอีกมากมายที่ค้นพบของบางอย่างในวัด โดยเฉพาะหลิวหยุนจื่อที่ได้ไม้เท้าพระธรรมมาถือไว้ในมือ สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง

ไม้เท้าพระธรรมชนิดนี้มีชื่อที่ทรงอานุภาพมากในพระพุทธศาสนา มันคือไม้เท้าวัชระ มีความหมายทางอ้อมว่า "ทำลายศัตรู"

มันเป็นสัญลักษณ์ของภูมิปัญญาและความจริงที่อยู่ยงคงกระพันและทำลายไม่ได้ ว่ากันว่ามันคือสิ่งประดิษฐ์ระดับเทพเจ้าอย่างหนึ่ง

หากพระพุทธเจ้ามีจริง ไม้เท้าวัชระนี้ย่อมเป็นวัตถุมงคลอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่ามันเป็นวัตถุระดับเทพเจ้าหรือไม่แต่แค่ถือไว้ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกอุ่นใจแล้ว

“นายคิดว่าถ้าพวกเราได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับเทพเจ้าพวกนี้และรู้วิธีใช้งานมัน พวกเราจะกลับบ้านได้หรือเปล่า…”

เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวหยุนจื่อทุกคนก็มองไปที่ไม้เท้าวัชระของเขาด้วยความอิจฉา

นอกจากไม้เท้าวัชระแล้ว หลายคนยังพบกระถางธูปหัก ไม้บรรทัดหยก ระฆังทองเหลือง ไม้ตีกลอง ฯลฯ

ในหมู่พวกเขาเพื่อนนักเรียนหญิงที่น่าสงสารคนนั้นก็พบสิ่งประดิษฐ์พิเศษ นั่นคือลูกปัดลูกประคำที่สมบูรณ์

มันมีเพียงหกลูกเท่านั้นแต่ความสดใสของมันทำให้ทุกคนมั่นใจว่านี่คือของล้ำค่าชิ้นหนึ่ง

“มันคงไม่ถูกสร้างขึ้นมาจากพระธาตุหรอกนะ?” คนข้างๆพูดด้วยความแปลกใจ

ลูกปัดทั้ง 6 เม็ดเป็นคริสตัลสีทองอ่อนทั้งหมดคล้ายกับอัญมณีที่งดงาม ซึ่งชวนให้นึกถึงพระธาตุที่หลงเหลืออยู่หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระพุทธเจ้าโบราณ

ประคำสายนี้ผิดปกติมาก มันถูกค้นพบโดยนักเรียนหญิงโดยบังเอิญจากด้านบนพระพุทธรูป

ลูกปัดหกเม็ดถูกร้อยด้วยด้ายโปร่งใสบางๆและแต่ละเม็ดมีลวดลายคล้ายมนุษย์คลุมเครือและมีท่าทางต่างกัน (น่าจะเป็นสร้อยคอของเทพหลิว)

นี่เป็นสิ่งของชิ้นที่สามต่อจากตะเกียงทองแดงของเย่ฟ่านและบาตรของโจวยี่ที่ดูมีความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุด

แน่นอนว่าตะเกียงทองแดงนั้นสะดุดตาที่สุด เพราะเป็นตะเกียงโบราณเพียงดวงเดียวที่ไม่เปื้อนฝุ่น

ทุกคนสามารถเห็นความพิเศษนี้ได้

(ขอโทษที่ลงได้น้อยนะครับทำงานหลายเรื่องจริงๆวันหนึ่งแปลเป็น 10 ตอน)

จบบทที่ 13 - ซากสวรรค์เทวาลัย

คัดลอกลิงก์แล้ว