- หน้าแรก
- ระบบอัปเกรด 1 วัน 1 แต้ม เส้นทางสู่จุดสูงสุด
- บทที่ 60 - ลู่เทียนคลุ้มคลั่ง คำสั่งจากท่านประธาน
บทที่ 60 - ลู่เทียนคลุ้มคลั่ง คำสั่งจากท่านประธาน
บทที่ 60 - ลู่เทียนคลุ้มคลั่ง คำสั่งจากท่านประธาน
บทที่ 60 - ลู่เทียนคลุ้มคลั่ง คำสั่งจากท่านประธาน
สีหน้าของลู่เทียนยิ่งดูดุร้ายอำมหิตมากขึ้นไปอีก
"พวกแกใช้อำนาจบาตรใหญ่ คิดจะทำลายกลุ่มการค้าเทียนลู่ของฉัน คิดว่าฉันโง่จนดูไม่ออกเลยหรือไง?"
"ไอ้เด็กฉินมู่นั่น ก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่พวกแกเตรียมเอาไว้!"
"ส่วนเรื่องรังมังกรระดับเก้า ก็เป็นแค่ข้ออ้างเพื่อให้พวกแกหลอกล่อปรมาจารย์ของเมืองเจียงเฉิงออกไปให้พ้นทางได้ง่ายขึ้นต่างหาก!"
ลู่เทียนกัดฟันกรอด ดวงตาปูดโปน แววตาเริ่มแสดงความบ้าคลั่งออกมา
"พวกแก... ทำเกินไปแล้วนะ~!"
"แต่ถ้าพวกแกคิดว่ากลุ่มการค้าเทียนลู่ของฉันเป็นแค่หุ่นดินปั้น ที่จะปล่อยให้พวกแกมาสับโขกได้ตามอำเภอใจล่ะก็ พวกแกก็อ่อนหัดเกินไปแล้ว"
พูดจบ
ลู่เทียนก็แตะสมาร์ตโฟนบนแขนของเขา
ภาพโฮโลแกรมถูกฉายขึ้นมา
"รังมังกร?!"
ไป๋ชิงเหยียนไม่รู้ว่าลู่เทียนฉายภาพโครงสร้างของรังมังกรขึ้นมาทำไม แต่จุดสีแดงสามจุดที่ล้อมรอบรังมังกรอยู่นั้น ดูชัดเจนจนน่าตกใจ
"หึ มองไม่ชัดเหรอ?" ลู่เทียนทำหน้าตายียวน "เดี๋ยวฉันขยายให้ดูชัดๆ ก็แล้วกัน"
จากนั้น
จุดสีแดงทั้งสามจุดก็แสดงรายละเอียดขึ้นมา
CTNB-2.7-1
"ระเบิดนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีระดับซูเปอร์!"
"ระเบิดนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีรุ่นใหม่ล่าสุดของแผนกวิจัยแห่งสหพันธ์ ขนาด 270 ล้านตัน"
หลินจางจำรหัสนั้นได้ทันที
การที่ลู่เทียนเอาระเบิดแบบนี้ไปฝังไว้ใกล้รังมังกร เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?
ซี้ด~~
หลินจางใจเต้นระรัว เลือดในกายสูบฉีดอย่างรุนแรง
ตูม!
พลังระดับปรมาจารย์ขั้นสูงระเบิดออกเต็มพิกัด เศษซากปรักหักพังในรัศมีหลายสิบเมตรกระเด็นกระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง
"ไอ้ชาติหมา! แกบ้าไปแล้วเหรอ!?"
หลินจางตวาดลั่น เสียงดังก้องกังวานไปถึงสรวงสวรรค์
คิกคิกคิก~
ในลำคอของลู่เทียนเปล่งเสียงหัวเราะที่ชวนให้ขนลุกซู่
"ในเมื่อพวกแกไร้ความปรานี แล้วจะมาหวังให้ฉันยอมนั่งรอความตายอย่างนั้นเหรอ?"
"ระเบิดนิวเคลียร์สามลูก ไม่มีทางทำลายรังมังกรได้หรอก แต่ถ้าจะยั่วโมโหพวกมันล่ะก็ รับรองว่าได้ผลชะงัดนัก!!"
"ถ้าพวกแกมั่นใจ ก็เข้ามาฆ่าฉันตรงนี้เลยสิ"
"ไม่งั้น..."
สายตาอันบ้าคลั่งของลู่เทียนจ้องเขม็งไปที่ทั้งสองคน "ไม่งั้นก็เอาโกดังของฉันคืนมาให้หมด แล้วยืนดูฉันหนีออกจากเมืองไปซะ!!"
พอไป๋ชิงเหยียนได้ยินแบบนั้น เธอก็โกรธจัดจนแทบอยากจะพุ่งเข้าไปสับลู่เทียนให้ตายคามือ
แต่เมื่อเห็นหลินจางยังยืนนิ่ง เธอก็ไม่กล้าบุ่มบ่าม ได้แต่ปรายตามองหลินจางอย่างชั่งใจ
ไม่!
ในแววตาของหลินจางแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาไม่อยากเสี่ยง
"หึ!"
ลู่เทียนจ้องมองทั้งสองคนอย่างบ้าคลั่ง "ขิงยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ด พวกแกรู้สินะว่าฉันใช้ระบบเชื่อมโยงสัญญาณชีพ แถมยังมีเทคโนโลยีการสื่อสารควอนตัมชั้นยอดซ่อนอยู่ด้วย ต่อให้พวกแกจะตัดสัญญาณทั้งหมด แต่ถ้าฉันตาย ระเบิดนิวเคลียร์ทั้งสามลูกก็จะระเบิดตู้มขึ้นมาทันที!"
หลินจางหรี่ตาลง พลางกล่าวเสียงขรึม "แกมันไร้มนุษยธรรม! นอกจากระเบิดนิวเคลียร์สามลูกนี้แล้ว แกยังซ่อนแผนชั่วอะไรไว้อีก?"
"ฮ่าฮ่า ก็ลองเดาดูสิ ว่าฉันอุตส่าห์ลอบเอาระเบิดนิวเคลียร์ออกไปนอกเมืองได้ แล้วฉันจะมีปัญญาเอามาซุกซ่อนไว้ในเมืองเจียงเฉิงอีกสักสองสามลูกได้หรือเปล่าล่ะ?" ลู่เทียนไม่ได้สนใจปรมาจารย์ขั้นสูงที่อยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ใช้พลังจิตที่เก่งกาจที่สุดในระดับรองลงมาเลย
"แก...!?" ไป๋ชิงเหยียนโกรธจัด ดาบเหินทั้งสิบสองเล่มที่ลอยอยู่รอบตัวเธอ สั่นไหวจนเกิดเสียงสะท้อนดังก้อง
หลินจางหลับตาลงครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินโอกาสที่จะจัดการลู่เทียนได้อย่างปลอดภัย
ไม่มีเลย!
แกนกลางการสื่อสารควอนตัมไม่สามารถปิดกั้นสัญญาณได้ ถ้านี่คือการฆ่าตัวตายพร้อมกันล่ะก็
ตอนนี้รังมังกรก็แค่กำลังหยั่งเชิงกับพวกปรมาจารย์ ยังไม่ได้มีการปะทะกันอย่างเต็มรูปแบบ
แต่ถ้าเกิดระเบิดขึ้นมาตอนนี้ พวกมังกรดุร้ายระดับเก้า ไปจนถึงมังกรดุร้ายระดับเหนือกว่าขั้นเก้า คงได้คลุ้มคลั่งและพุ่งเข้าโจมตีอย่างไม่คิดชีวิตแน่ เมืองเจียงเฉิงคงต้องพังพินาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การจะเอาชีวิตคนนับสิบล้านในเมืองเจียงเฉิง ไปเสี่ยงกับไอ้เดนมนุษย์สวะคนนี้
มันไม่คุ้มกันเลยสักนิด
"แกไปได้ แต่แกต้องหนีออกไปให้ห่างจากเมืองเจียงเฉิงอย่างน้อยห้าร้อยกิโลเมตร โดยอยู่ในสายตาของพวกฉัน นี่คือข้อเสนอสุดท้าย!"
หลินจางเปิดปากพูด
"เป็นไปไม่ได้! แล้วโกดังของฉันล่ะ?" ลู่เทียนได้รับคำยืนยันแล้วก็ยังไม่พอใจ
"โกดังของแกอยู่ที่ไหน แกยังไม่รู้ แล้วใครจะไปรู้?" ไป๋ชิงเหยียนถลึงตาใส่
ดวงตาของหลินจางสาดประกายแสงวาวโรจน์ "ลู่เทียน ข้อเสนอที่ฉันให้แกเมื่อกี้คือคำขาด! ถ้าแกยังดึงดันจะต่อรอง ฉันยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อฆ่าแกทิ้งซะตรงนี้เลย!!"
ลู่เทียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขากวาดสายตามองทั้งสองคนอยู่นาน
"ดี! ดีดีดี! พวกแกวางแผนกันมานานแล้วสินะ ฆ่าคนของตระกูลลู่ ทำลายบริษัทของตระกูลลู่ ปล้นสมบัติของตระกูลลู่..."
"พวกเรามารอดูกันต่อไปเถอะ"
"บัญชีแค้นนี้ ฉันจะต้องกลับมาสะสางกับพวกแกอย่างสาสมแน่~!! จำไว้!!"
...
สำนักยุทธ์วารีคราม
ฉินมู่เปลี่ยนชุดเสร็จสับ ก็เดินกลับมาที่ห้องฝึกซ้อมอย่างสบายใจ
ระหว่างทาง
เขาได้ยินเหล่านักสู้กำลังจับกลุ่มพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กลุ่มการค้าเทียนลู่กันอย่างออกรส
"ปรมาจารย์ผู้ควบคุมบุกเดี่ยวถล่มกลุ่มการค้าเทียนลู่ ฆ่าล้างโคตรเลยเหรอ?"
"กลุ่มการค้าเทียนลู่หลอกใช้เด็กฝึกหัดนักสู้ เอาชีวิตคนไปแลกเป็นทรัพยากรสัตว์อสูรมาตลอดเลยเหรอ?"
"เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?"
"ใครเป็นคนปล่อยข่าวออกมา~"
"เรื่องจริงเว้ย มีคลิปวิดีโอเพียบเลย ปรมาจารย์ผู้ควบคุมคนนั้นแม่งโคตรโหด ตัวคนเดียวก็ถล่มศูนย์ฝึกนักสู้จนราบเป็นหน้ากลองเลย"
"เชี่ย~"
"ปรมาจารย์ผู้ควบคุมคนนั้นเป็นใครวะ ไป๋ชิงเหยียนเหรอ? หรือว่าปรมาจารย์เล่ยเริ่นจากตำหนักกระบี่สวรรค์?"
"ไม่รู้ว่ะ ในคลิปดูไม่ออกเลย แต่น่าจะเป็นปรมาจารย์รุ่นเก๋าๆ แหละ น่าจะเป็นคนของตำหนักกระบี่สวรรค์นั่นแหละ"
"ชัวร์ป้าบ~!!"
"พวกกลุ่มการค้าเทียนลู่นี่มันไม่ใช่คนแล้ว ทำเรื่องบัดซบเห็นแก่เงินจนถึงขั้นเอาชีวิตคนไปทิ้ง!! งานนี้สมาพันธ์นักสู้คงทนดูไม่ได้ เลยต้องส่งคนมากวาดล้างพวกมันแน่ๆ"
...
ฉินมู่ฟังแล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
กลุ่มการค้าเทียนลู่ที่เป็นเหมือนเนื้อร้าย ตอนนี้ก็ถูกถอนรากถอนโคนไปได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง คงต้องปล่อยให้สมาพันธ์นักสู้ไปจัดการต่อ
นักสู้ของพวกมันที่อยู่ในพื้นที่รกร้าง
รวมถึงกำลังรบหลักอย่างลู่เทียน และปรมาจารย์อีกหลายคน ล้วนยังมีชีวิตอยู่
ตราบใดที่ยังกวาดล้างพวกมันไม่หมด สำหรับเมืองเจียงเฉิงก็ยังถือว่าเป็นภัยคุกคามอยู่ดี
ฉินมู่แช่น้ำอุ่นในห้องฝึกซ้อมอย่างสบายใจ จากนั้นก็ทิ้งตัวลงบนเตียง นอนหลับสนิทไปอย่างสบายอารมณ์
...
ตอนเที่ยง
กริ่งหน้าห้องฝึกซ้อมก็ดังขึ้นไม่หยุด
ฉินมู่ลุกขึ้นไปเปิดประตู "หลิงเชียนเสวี่ย? เธอมาทำอะไรที่นี่?"
หลิงเชียนเสวี่ยไม่ตอบคำถาม แต่กลับจ้องมองฉินมู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางสำรวจเขาไปหลายรอบ
ท่าทางของเธอ
ราวกับว่าเพิ่งเคยเจอฉินมู่เป็นครั้งแรก
"ฉินมู่!!" หลิงเชียนเสวี่ยพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "นายบอกความจริงฉันมานะ เมื่อวาน... เมื่อวาน..."
"เมื่อวานทำไมเหรอ?"
ฉินมู่ถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
นี่?
หลิงเชียนเสวี่ยทำหน้าเหมือนรู้ทัน พลางกอดอกไว้แน่น
"แกล้งทำ!"
"นายก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องต่อไปเถอะ!!"
ฮึ~
หลิงเชียนเสวี่ยสะบัดหน้าหนีอย่างหยิ่งยโส หางม้าของเธอแกว่งไปมากลางอากาศเป็นรูปโค้ง "นายคงลืมไปแล้วล่ะสิ ว่ายังมีเงินงวดสุดท้ายที่ยังไม่ได้จ่ายฉันอยู่นะ?"
"เงินงวดสุดท้ายอะไร?"
ฉินมู่ตอนนี้มีโกดังทั้งหลังอยู่ในมือ จะไปสนใจอะไรกับอีแค่เงินงวดสุดท้ายแค่นี้ เขาจึงไม่ได้คิดจะเปิดเผยความจริงให้เธอรู้
"เงินงวดสุดท้ายก็ไม่เอาแล้วเหรอ? นี่มันไม่ใช่สไตล์นายเลยนะ..." หลิงเชียนเสวี่ยหันขวับกลับมามองด้วยความประหลาดใจ "อ๋อ~~ ฉันรู้แล้ว!"
"โกดังของกลุ่มการค้าเทียนลู่ที่หายไป ก็คงเป็นฝีมือ..."
แปะ!
ฉินมู่รีบเอามือปิดปากแม่สาวช่างจ้อคนนี้ทันที "เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ?!"
อู้อี้~~!!
หลิงเชียนเสวี่ยไม่ได้ขัดขืน เธอทำแค่ส่งสายตาขยิบตาให้ฉินมู่อย่างรู้กัน
"เงียบๆ หน่อย"
ฉินมู่รู้ดีว่าคงปิดบังเรื่องนี้จากดาวโรงเรียนคนนี้ไม่ได้หรอก
เพราะอุปกรณ์ทั้งหมดเธอก็เป็นคนหามาให้
ต่อให้เธอจะไม่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา แต่การจะหลอกล่อให้เธอเชื่อ ก็คงเป็นไปไม่ได้
และที่สำคัญที่สุดก็คือ
ในโกดังมีโลหะผสมอยู่เป็นจำนวนมาก ฉินมู่คงเอามาเคี้ยวกลืนลงท้องไปไม่ได้หรอก ถึงยังไงก็ต้องพึ่งพาช่องทางของหลิงเชียนเสวี่ยในการระบายของพวกนี้อยู่ดี
เมื่อเห็นว่าเธอเข้าใจแล้ว
ฉินมู่จึงค่อยๆ คลายมือออก
หลิงเชียนเสวี่ยทำจมูกย่นอย่างน่ารักน่าชัง
"ฮึ ฉันรู้แล้วน่า~"
"นายต้องแอบไปสวามิภักดิ์กับตำหนักกระบี่สวรรค์มาแน่ๆ"
"แสร้งทำเป็นให้ปรมาจารย์ผู้ควบคุมออกหน้าปะทะ แล้วนายก็แอบเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อยู่ข้างหลัง แถมยังคิดจะฮุบไว้คนเดียวอีก!!"
"อืม นายก็ยังเป็นฉินมู่คนเดิมที่ฉันรู้จักนั่นแหละ"
เชี่ยเอ๊ย?
นี่สมองเธอคิดอะไรอยู่เนี่ย?
ฉินมู่ถึงกับยืนอึ้งไปเลย
แต่หลิงเชียนเสวี่ยก็ไม่ได้สนใจ เธอยังคงพูดต่อไปว่า "บอกไว้ก่อนเลยนะว่า ของล็อตนั้นมันอันตรายมาก ขืนเอาออกมาขายตอนนี้ก็ปล่อยยาก แถมราคาก็โดนกดเละเทะแน่ๆ"
อืม
พอเห็นว่าหลิงเชียนเสวี่ยยังคงเป็นยัยหน้าเลือดหน้าเงินเหมือนเดิม ฉินมู่ก็ค่อยเบาใจลงหน่อย
ในตอนนั้นเอง
ข้อความจากกัวโหย่วเหวยก็เด้งเข้ามา
"ประธานสมาพันธ์มีคำสั่ง"
"งานประลองยุทธ์จะเริ่มขึ้นในอีกสามวัน กติกาการแข่งขันมีการเปลี่ยนแปลง"
"โควตาบททดสอบผู้ควบคุมทั้ง 10 ที่ จะถูกนำมาใช้ตัดสินในงานประลองยุทธ์ทั้งหมด นายเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีนะ ถ้าไม่ไหว ปีนี้ก็ถอนตัวไปก่อนเถอะ"