- หน้าแรก
- ระบบสกัดโอสถเทพ ใครบอกว่าขยะกินไม่ได้
- บทที่ 100 - ผู้ดูแลตลาด
บทที่ 100 - ผู้ดูแลตลาด
บทที่ 100 - ผู้ดูแลตลาด
บทที่ 100 - ผู้ดูแลตลาด
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ศิษย์อยู่นี่ขอรับ!"
หยางว่านเผิงก้าวออกมาประสานมือรับคำสั่ง ก้มหน้าลงเล็กน้อย ในใจตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
เขารู้ดีว่าการแย่งชิงตำแหน่งผู้ดูแลมาได้ หมายความว่าเขาได้กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกผู้สืบทอดสำนักที่ผู้อาวุโสขั้นสร้างรากฐานทั้งสามท่านกำหนดไว้แล้วจริงๆ
เขาคือผู้บำเพ็ญเพียรขั้นรวบรวมลมปราณระดับสูงสุด มีบารมีแข็งแกร่ง บนร่างแผ่กลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าและคาวเลือดออกมาจางๆ
เพื่อเป็นการเบิกทางเปิดตลาด เขาและศิษย์ขั้นรวบรวมลมปราณระดับปลายอีกหลายคน ได้สังหารสัตว์อสูรในบริเวณใกล้เคียงจนหมดสิ้น เพื่อรับประกันว่าผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรที่มาทำการค้าตราบใดที่ไม่ใช้เส้นทางที่เปลี่ยวเกินไป ก็จะไม่พบเจอกับสัตว์อสูรเลย
เดิมทีระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาก็ไม่ด้อยอยู่แล้ว เมื่อผ่านการขัดเกลาจิตใจจากการเข่นฆ่า เพียงแค่เขาปรับสภาพร่างกายอีกเพียงเล็กน้อย หากมีโอสถสร้างรากฐาน ก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานได้ทันที
"ตอนอยู่แคว้นเหลียงเจ้าได้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทำความดีความชอบให้สำนัก อีกทั้งยังมีระดับการบำเพ็ญเพียรถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับสูงสุด สมควรได้รับตำแหน่งผู้ดูแล หลังจากตลาดเปิดทำการแล้ว เจ้าสามารถคัดเลือกศิษย์น้องได้ห้าคนเพื่อรับผิดชอบดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัยของตลาด เพื่อรับประกันว่าพ่อค้าและลูกค้าในตลาดจะสามารถทำการค้าได้อย่างยุติธรรมและเท่าเทียมกัน"
ตลาดหุบเขาเขียวอวิ๋นฝูเพิ่งเปิดทำการ สำนักอวิ๋นฝูย่อมไม่อยากเห็นการบังคับซื้อขายในตลาด หรือเกิดเหตุการณ์ลูกค้าถูกปล้นฆ่าภายนอกตลาด
ดังนั้นจึงต้องพยายามรับประกันความปลอดภัยของลูกค้าและพ่อค้าให้มากที่สุด การที่ฉางเหยียนจินเรียกชื่อเขาเป็นคนแรก ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความให้ความสำคัญ
ในนามแล้วผู้ดูแลทั้งสามคนไม่ขึ้นตรงต่อกัน แต่ในความเป็นจริงเขาคือหัวหน้าของผู้ดูแลทั้งสาม ในอนาคตหากสำนักได้รับโอสถสร้างรากฐานจากสำนักผานสือ ก็จะต้องมอบให้เขาเป็นคนแรกอย่างแน่นอน
การดูแลสำนักมีทั้งเรื่องในที่สว่างและในที่ลับมากมาย รายละเอียดต่างๆ ไม่อาจมองข้ามได้ การละเลยรายละเอียด หรือปล่อยปละละเลยรายละเอียดมากเกินไป มักหมายถึงการซ่อนเร้นปัญหาไว้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในหมู่ศิษย์ของสำนัก
"รับทราบขอรับ!" หยางว่านเผิงรับคำ ศิษย์หลายคนมองเขาด้วยสายตาอิจฉา
"เจิงหยินชิว!"
"ศิษย์อยู่นี่ขอรับ!"
เจิงหยินชิวดีใจเป็นอย่างยิ่งก้าวออกมา เขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียรวัยสี่สิบกว่าปีที่เพิ่งบรรลุขั้นรวบรวมลมปราณระดับเก้า เขาฝึกฝนวิชาปรุงยาควบคู่ไปด้วย สามารถหลอมโอสถหลายชนิดสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นรวบรวมลมปราณระดับปลายได้ เพียงแต่อัตราความสำเร็จในการหลอมยายังไม่สูงนัก
"ศิษย์หลานเจิง เจ้าเชี่ยวชาญวิชาปรุงยา สมควรได้รับตำแหน่งผู้ดูแล และยังได้เป็นหลงจู๊ใหญ่และนักปรุงยาเอกของหอโอสถเซียนอวิ๋นฝูอีกด้วย"
เจิงหยินชิวพยายามข่มความดีใจไว้ไม่ให้แสดงอาการเสียกิริยา ประสานมือรับคำสั่ง
ตำแหน่งผู้ดูแลสามตำแหน่งถูกกำหนดไปแล้วถึงสองตำแหน่ง ศิษย์หลายคนเริ่มรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าในใจ
ชิวกวงจวิ้นคิดในใจ ข้าเข้าใจการหลอมยันต์ ในเมื่อเจิงหยินชิวสามารถเป็นผู้ดูแลได้ด้วยวิชาปรุงยา ข้าก็สามารถเป็นได้ด้วยวิชาหลอมยันต์เช่นกัน
เลี่ยวเหยี่ยนคิดในใจ พ่อค้าที่มาเปิดร้านทำการค้าในตลาด สิบร้านก็เป็นข้าที่เชิญมาเสียเจ็ดแปดร้านแล้ว ข้าเข้าใจการค้าขาย ตำแหน่งผู้ดูแลคนที่สามจะต้องเป็นของข้าอย่างแน่นอน
อึก!
หวังเย่าจง ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นรวบรวมลมปราณระดับเก้าที่ขาขาดไปข้างหนึ่งและต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันยืนอยู่ด้านหน้า ปลดน้ำเต้าลงมาดื่มสุราอึกใหญ่เพื่อปกปิดความตื่นเต้นในใจ
สมุนไพรวิเศษที่เจ้าสำนักแย่งชิงมาได้นั้น เป็นข้าที่บังเอิญไปพบเข้า ในศึกใหญ่ครั้งนั้น ข้ายังต้องเสียขาไปอีกข้าง เจ้าสำนักได้กำชับผู้อาวุโสทั้งสามท่านด้วยตัวเองว่า เมื่อกลับถึงสำนักแล้วจะต้องตบรางวัลให้ข้าอย่างงาม ดังนั้นตำแหน่งผู้ดูแลคนที่สามจะต้องเป็นของข้าอย่างแน่นอน
"หลี่จู๋จวิน!"
"ศิษย์อยู่นี่เจ้าค่ะ!"
เสียงหวานหยดย้อยดังขึ้นตอบรับ ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงที่ก้าวออกมาสวมชุดกระโปรงเวทมนตร์อันงดงามหรูหรา
หลี่จู๋จวินผู้นี้ดูอายุราวๆ ยี่สิบห้ายี่สิบหกปี คิ้วเรียวดั่งใบหลิว นัยน์ตาหงส์ ใบหน้าอมชมพู แก้มเนียนนุ่มดั่งหยก นัยน์ตาที่เลื่อนลอยฉายแววเย้ายวนใจอย่างหาตัวจับยาก
พวกชิวกวงจวิ้นถึงกับสมองอื้ออึงไปหมด
"ผู้อาวุโสฉาง ศิษย์รู้สึกว่าข้าเข้าใจการบริหารการค้ามากกว่าศิษย์น้องหลี่นะขอรับ" เลี่ยวเหยี่ยนอดรนทนไม่ไหว ตะโกนออกไปเสียงดัง
ฉางเหยียนจินกล่าวว่า "ศิษย์หลานเลี่ยว เจ้ามีพรสวรรค์ทางการค้าอยู่บ้างจริงๆ และก็มีความดีความชอบในการสร้างตลาด แต่เจ้าอย่าได้เข้าใจผิดคิดว่าการที่ตลาดสร้างสำเร็จได้เป็นผลงานของเจ้าเพียงคนเดียว หากขาดป้ายชื่อของสำนักอวิ๋นฝูไป ผู้บำเพ็ญเพียรมากมายก็คงไม่ไว้หน้าเจ้าหรอก ข้า ผู้อาวุโสเฟิง และผู้อาวุโสหวัง ทั้งสามคนลงความเห็นตรงกันว่า ศิษย์หลานหลี่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้ดูแลมากกว่า"
เลี่ยวเหยี่ยนรู้สึกคอแห้งผาก ในใจผิดหวังอย่างรุนแรง ไฟแห่งความโกรธพุ่งพล่านในอก... บัดซบเอ๊ย พอหมดประโยชน์ก็ถีบหัวส่งกันเลยนะ
ผู้ชนะอย่างหลี่จู๋จวิน ใบหน้างดงามหมดจดเต็มไปด้วยความเบิกบานใจ เมื่อสวมชุดกระโปรงเวทมนตร์ดีไซน์เก๋ไก๋ ยิ่งขับเน้นให้นางดูราวกับดอกบัวขาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง
"ศิษย์น้องเลี่ยว ศิษย์พี่อย่างข้าต้องดูแลหอจิ้งจอกหอมและโรงประมูลของตลาดหุบเขาเขียวอวิ๋นฝู ภายหน้าคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องติดต่อกับศิษย์น้อง หวังว่าศิษย์น้องจะเห็นแก่ผลประโยชน์ของสำนักเป็นสำคัญ อย่าได้เอาความปรารถนาส่วนตัวมาอยู่เหนือสำนักเลยนะ"
หลี่จู๋จวินใช้ท่าทีของผู้ชนะข่มเหงเลี่ยวเหยี่ยนต่อหน้าธารกำนัล
หอจิ้งจอกหอมคือสถานที่เริงรมย์ มีจุดเด่นคือปีศาจจิ้งจอกสาว ในตลาดระดับสองต่างๆ ล้วนมีหอนางโลมและซ่องคณิกาให้หาความสำราญ
สำนักอวิ๋นฝูเปิดตลาดหุบเขาเขียวอวิ๋นฝู ย่อมไม่ทิ้งธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาลนี้อย่างแน่นอน
หอจิ้งจอกหอมเป็นสิ่งที่หลี่จู๋จวินเป็นผู้นำในการก่อสร้าง จิ้งจอกสาวนางก็เป็นคนใช้เส้นสายหามา ดังนั้นการที่ให้นางดูแลจึงสมเหตุสมผลแล้ว
แม้โรงประมูลจะไม่ได้มีเลี่ยวเหยี่ยนเป็นผู้นำ แต่เขาก็มีส่วนร่วมในนั้น ติดต่อและดึงดูดผู้บำเพ็ญเพียรมากมายมา ในวันแรกที่ตลาดหุบเขาเขียวอวิ๋นฝูเปิดทำการ จะมีการประมูลครั้งใหญ่เกิดขึ้น หลี่จู๋จวินไม่เพียงแต่ได้ตำแหน่งผู้ดูแลไปเท่านั้น แต่ยังแย่งโรงประมูลไปอีกด้วย
เลี่ยวเหยี่ยนไม่ได้รับอะไรเลย ฉู่เหอยืนอยู่หัวแถวของกลุ่มศิษย์ขั้นรวบรวมลมปราณระดับกลาง มองดูละครฉากการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์นี้ ได้เห็นทั้งคนที่สมหวังและคนที่ผิดหวัง
"รายชื่อผู้ดูแลตลาดทั้งสามตำแหน่งได้ประกาศไปแล้ว อีกสามวันตลาดจะเปิดทำการ พวกเจ้าสามคนต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานเพื่อสำนัก นอกจากนี้ข้ายังต้องเอ่ยนามชื่นชมและให้รางวัลแก่ศิษย์อีกสามคน หวังเย่าจงสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ที่แคว้นเหลียง มอบรางวัลเป็นหินวิญญาณสามพันก้อน ชิวกวงจวิ้นและเลี่ยวเหยี่ยน มอบรางวัลเป็นหินวิญญาณคนละหนึ่งพันก้อน"
รางวัลที่มอบให้นั้น ล้วนตกเป็นของศิษย์ผู้ผิดหวังทั้งสามคน หวังเย่าจงที่กลายเป็นคนพิการขาขาดหัวเราะลั่นออกมาสองสามเสียง สีหน้าเย็นชา หลุดคำพูดสองคำออกมาจากปากอย่างหนักแน่น "ขอบใจ"
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจกับการจัดการของผู้อาวุโสทั้งสามท่านเป็นอย่างยิ่ง และไม่พอใจกับรางวัลหินวิญญาณสามพันก้อนนี้เลยสักนิด เขาเสียขาไปหนึ่งข้าง ร่างกายได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งเลือดลมยังสูญเสียไปอย่างหนัก โอกาสที่เขาจะทะลวงขั้นสร้างรากฐานนั้นยากลำบากมาก ดูจากสถานการณ์แล้ว ต่อให้ในอนาคตสำนักจะมีโอสถสร้างรากฐานอันล้ำค่า ก็คงไม่เก็บไว้ให้เขาเป็นแน่
อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตต่อสู้เพื่อสำนัก ท้ายที่สุดกลับต้องพบกับจุดจบเช่นนี้ หากรู้แต่แรกว่าจะเป็นเช่นนี้ สู้ปิดบังข่าวเรื่องสมุนไพรวิเศษไว้ไม่ให้สำนักรู้ แล้วเอาไปขายให้สำนักจื่อเซี่ยโดยตรงเสียยังจะดีกว่า!
ชิวกวงจวิ้นและเลี่ยวเหยี่ยนกล่าวขอบคุณและรับรางวัลไปตามลำดับ พวกเขาสองคนไม่กล้าแสดงความไม่พอใจออกทางสีหน้าเหมือนอย่างหวังเย่าจง
ฉางเหยียนจินจัดแจงมอบหมายภารกิจให้แก่ศิษย์เพิ่มเติม เหมืองแร่ภูเขาชุ่ยชิงได้เริ่มทำการขุดค้นอีกครั้งเมื่อเดือนก่อน ศิษย์รับใช้ของสำนักตายไปมากเกินไป ตอนนี้คนที่ไปขุดแร่จึงไม่ใช่ศิษย์รับใช้ของสำนักอีกต่อไป แต่เป็นนักโทษจากโลกฆราวาส และชายหนุ่มฉกรรจ์ที่จ้างมาด้วยเงินตรา
เมื่อก่อนศิษย์รับใช้เพียงไม่กี่ร้อยคนก็สามารถขุดแร่ได้ แต่ตอนนี้กลับต้องใช้คนธรรมดานับหมื่นคน โดยอาศัยจำนวนที่มหาศาลมาทดแทนความแตกต่างระหว่างคนธรรมดากับผู้บำเพ็ญเพียร
"ศิษย์หลานทุกท่าน พวกเจ้าต้องเหน็ดเหนื่อยทั้งกายใจเพื่อการฟื้นฟูสำนัก ความยากลำบากที่พวกเจ้าเผชิญ ผู้อาวุโสทั้งสามอย่างพวกเราล้วนประจักษ์แก่สายตา ทว่าก็ยังมีศิษย์บางคนที่ละทิ้งกิเลสทั้งปวง ไร้ความมักใหญ่ใฝ่สูง เกือบจะหนึ่งปีแล้ว ภารกิจสำนักง่ายๆ สักภารกิจก็ยังไม่ยอมรับทำเลย"
ทันใดนั้น ฉู่เหอก็รู้สึกได้ว่ามีสายตาหลายคู่พุ่งเป้ามาที่ตนเอง ฉางเหยียนจินถือโอกาสนี้ตักเตือนฉู่เหอที่ไม่ยอมทำงานทำการ ก่อนที่การรวมตัวครั้งนี้จะสิ้นสุดลง
[จบแล้ว]