- หน้าแรก
- เกมสังหารสุดคลั่ง!
- บทที่ 1 - กฎที่ไม่ได้เอ่ยออกมา
บทที่ 1 - กฎที่ไม่ได้เอ่ยออกมา
บทที่ 1 - กฎที่ไม่ได้เอ่ยออกมา
บทที่ 1 - กฎที่ไม่ได้เอ่ยออกมา
คำเตือน: บทนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรงและเลือด คิดให้ดีก่อนอ่านนะ!
เซี่ยเทียนในชุดทักซิโด้เช่า ยืนอยู่บนระเบียงของโรงแรมในเขตเมืองชั้นบน ทอดสายตามองดวงดาวบนท้องฟ้า
ท้องฟ้ายามค่ำคืนส่องประกายระยิบระยับไปด้วยดวงดาวมากมาย และทางช้างเผือกที่พาดผ่านราวกับกล่องอัญมณีขนาดยักษ์
แม้ลมบนระเบียงจะแรงและอากาศจะเย็นไปสักหน่อย แต่เซี่ยเทียนก็ยังรู้สึกมีความสุขมาก ถึงแม้ว่าสถานการณ์โดยรวมจะยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ แต่ในที่สุดเขาก็ได้หลุดพ้นจากความมืดมิด รวมถึงกลิ่นอับชื้นของเขตเมืองชั้นล่าง ขึ้นมาสู่โลกเบื้องบนเพื่อชมดวงดาวและแสงอาทิตย์ที่แท้จริงเสียที
ในตอนนี้ เขาอยู่ที่งานเลี้ยงฉลองการแข่งขันทีมอาไซจินครั้งที่ 199 รอบที่สอง ซึ่งจัดขึ้นโดยสถานีโทรทัศน์โกลด์ลอยฟ้า
ในฐานะอาชญากรจากเขตเมืองชั้นล่าง เซี่ยเทียนได้รับคัดเลือกจากเขตเมืองชั้นบนเมื่อสามเดือนก่อนให้เข้าร่วมรายการ "Killing Show" ของสถานีโทรทัศน์โกลด์ลอยฟ้า รายการนี้เป็นรายการบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเขตเมืองชั้นบน มีประวัติยาวนานในการนำอาชญากรมาเป็นผู้เล่น และนี่เป็นโอกาสเดียวที่ชาวเมืองชั้นล่างจะได้เชยชมท้องฟ้าและมีชีวิตที่ดีขึ้น
นับตั้งแต่ที่เขามาถึงงานเลี้ยง เซี่ยเทียนก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับการกินอาหาร
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ในที่สุดเขาก็ได้กินเค้ก ครีม ช็อคโกแลต และลูกอมจนอิ่มหนำสำราญ ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
เขาแอบหยิบอาหารใส่กระเป๋าและขโมยกระเป๋าสตางค์ของผู้เข้าร่วมคนหนึ่งไปด้วย ไอ้หมอนั่นเดินวาง ของมีค่า โชว์อวดกระเป๋าสตางค์ซะขนาดนั้น ถ้าเขาไม่หยิบไปก็คงน่าเสียดายแย่
เขามองไปรอบ ๆ อีกครั้งเพื่อดูว่ามีอะไรที่พอจะหยิบติดไม้ติดมือไปได้อีกบ้าง ยังไงซะ กลุ่มบริษัทโกลด์ลอยฟ้าก็ไม่ได้ขาดแคลนของพวกนี้อยู่แล้ว รวยอู้ฟู่ขนาดนั้น
ในฐานะบริษัทขนาดยักษ์ เมืองลอยฟ้าของกลุ่มบริษัทโกลด์ลอยฟ้ากระจายอยู่ทั่วท้องฟ้า และในบรรดาคนรู้จักของเซี่ยเทียน แม้แต่คนที่อยู่ไกลที่สุดก็ยังไม่สามารถหนีรอดจากเงาของเมืองเหล่านี้ไปได้
ในวินาทีที่เขาก้าวเข้าสู่โลกเบื้องบน แสงแดดก็สาดส่องลงมา ราวกับของเหลวสีเหลืองสดใสที่ปกคลุมไปทั่วทั้งโลก เซี่ยเทียนผิวไหม้แดดอย่างรุนแรง จนถึงขั้นที่เขานั่งอยู่กับที่นาน ๆ ไม่ได้ แต่เขาก็ยังคงจ้องมองแสงแดดจ้าโดยไม่ละสายตา คิดว่าถ้าเขาจะตายอยู่ตรงนี้ก็คงไม่เลว
แต่เขาก็ยังรอดชีวิตมาได้ จนถึงตอนนี้ เซี่ยเทียนอาศัยอยู่ในเขตเมืองชั้นบนมาเป็นเวลาสามเดือนแล้ว
ในฐานะมือใหม่ของรายการ Killing Show เขารอดชีวิตจากสองรอบแรกมาได้อย่างหวุดหวิด และผลงานที่ผ่านมาก็ถือว่าค่อนข้างดี
ไป๋จิงอันคิดว่าพวกเขาควรอยู่กับที่และไม่ควรเคลื่อนที่ไปไหน ซึ่งตรงกันข้ามกับที่หลายคนคิด กลยุทธ์การวางแผนแบบนี้ทำให้สถานการณ์มีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าคนขี้ขลาดน่าเบื่อคนหนึ่ง
เซี่ยเทียนไม่ได้เห็นไป๋จิงอันเลยตั้งแต่เริ่มงานเลี้ยง ชายคนนั้นมักที่จะหายตัวไปจากแสงไฟอยู่เสมอ ราวกับว่าแสงไฟสว่างจ้าในเขตเมืองชั้นบนเป็นยาพิษร้ายแรง
นี่มันยิ่งกว่าอินโทรเวิร์ดซะอีก555555
ขณะที่เซี่ยเทียนกำลังชื่นชมดวงดาวบนระเบียง ชายหนุ่มผมแดงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเขา ด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม ชายหนุ่มผู้นั้นยิ้มให้เซี่ยเทียนพลางเหลือบมองข้อมูลของเขาบนหน้าจอเสมือนจริง เขาไม่ได้เรียกชื่อเซี่ยเทียน แต่พูดขึ้นว่า
"สวัสดี ฉันเป็นผู้ช่วยของคุณจื่อเลิ่ง หัวหน้าผู้วางแผนรายการ Killing Show ในซีซั่นนี้—"
ได้ยินมาว่า คุณจื่อเลิ่ง ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการ มองเห็นศักยภาพของเซี่ยเทียนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นดารา Killing Show และต้องการพูดคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวเพื่อหารือและวางแผนการในอนาคต
ต้องรู้ไว้ว่าในโลกเบื้องบน ดารา Killing Show คือราชาที่แท้จริงของวงการบันเทิง พวกเขาสามารถสั่งการผู้คนได้มากมาย เมื่อพวกเขามีชื่อเสียง ไม่ใช่แค่เงินทองและคู่นอนเท่านั้นที่พวกเขาจะได้รับ แต่ทั้งเขตเมืองชั้นบนจะหมอบคลานแทบเท้าพวกเขา และพวกเขาจะเป็นเหมือนเทพเจ้าบนยอดเขาโอลิมปัส
หัวใจของเซี่ยเทียนเต้นระรัว เขาล้นปรี่ไปด้วยความสุขกับทุกสิ่งที่เขาเห็นในตอนนี้
เขาและผู้ช่วยเดินเข้าไปในล็อบบี้ มุ่งหน้าไปยังห้องสวีทของจื่อเลิ่ง ก่อนเข้าไป เขาหันกลับมามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอีกครั้ง ซึ่งส่องแสงระยิบระยับอย่างเย็นชาในระยะไกล มันคือราคาและสิทธิพิเศษที่ผู้คนในเขตเมืองชั้นล่างไม่อาจจินตนาการถึงได้
จื่อเลิ่งแต่งกายอย่างหรูหรา เขามีรูปร่างผอมเพรียวเนื่องจากอยู่ในคอร์สลดน้ำหนักระยะยาว
อพาร์ตเมนต์ของจื่อเลิ่งตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของโรงแรม โดดเด่นด้วยระเบียงดาดฟ้าขนาดใหญ่และห้องดูดาว ห้องนั่งเล่นกว้างขวางมาก พอที่จะจัดแฟชั่นโชว์หรืองานแข่งขันต่อสู้แบบกลุ่มที่ไม่ใช่ขนาดใหญ่ได้ตลอดเวลา มีข่าวลือว่าเขาชอบจัดงานบันเทิงแบบนี้เป็นครั้งคราว
เซี่ยเทียนนั่งบนโซฟาด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือข้างหนึ่งกุมแก้วไวน์ไว้แน่น พยายามทำตัวให้ดูเหมือนคนที่คุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้
เขามีรูปร่างสูงโปร่ง แขนขายาว ในฐานะพลเมืองของเขตเมืองชั้นล่างที่ต้องอยู่ในโลกอันโหดร้ายยิ่งกว่านรก
เขาคุ้นเคยกับชีวิตที่ต้องฆ่าฟันอย่างไร้ความปรานีมาช้านาน เขาเป็นบุคคลที่อันตรายมากตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ซึ่งทำให้เขาต้องติดคุก และในช่วงเวลาที่อยู่ในคุกนั่นเอง ทางทีมงานของรายการก็มองเห็นศักยภาพของเขาและชักชวนให้เขามาร่วมรายการ Killing Show
ได้ยินดังนั้นรอยยิ้มก็บนใบหน้า รอยยิ้มที่อ่อนโยนและสุภาพ เขาเก่งมากในการแสร้งทำตัวเป็นเด็กดี เช่นเดียวกับที่เขาเก่งในการแสร้งทำเป็นเชื่อฟัง แสร้งทำเป็นชอบ และแสร้งทำเป็นมีความรู้ นี่เป็นทักษะการเอาชีวิตรอดขั้นพื้นฐาน เขายังมีใบหน้าที่ดูเป็นเด็กดี และเขาสามารถแสร้งยิ้มได้อย่างแนบเนียนจนดูเหมือนจริง
อาชีพของเขาใน Killing Show คือ นักสู้ แต่พวกเขาไม่ได้เรียกเขาว่านักสู้แล้ว แต่เรียกเขาว่านักฆ่า รายการเรียลลิตี้ชอบใช้ชื่อที่เกินจริง
"ฉันเพิ่งเห็นคุณในจอมอนิเตอร์และคิดว่าภาพลักษณ์ของคุณดีมาก" จื่อเลิ่งกล่าว "การแข่งขันทีมอาไซจินปีนี้ต้องการฮีโร่ และคุณก็ดูเหมือนจะมีแววนะ"
ระหว่างเดินไปเดินมาขณะพูดคุย ในตอนนี้ เขาเดินไปด้านหลังเซี่ยเทียนและวางมือบนไหล่อีกฝ่าย
"นั่น... นั่นเยี่ยมมาก" เซี่ยเทียนกล่าว "ผมรู้สึกขอบคุณมาก..."
มือของจื่อเลิ่งลูบผมของเขา จากนั้นก็แกะยางรัดผมที่มัดผมของเขาออก
หลังจากที่ผมของเขาหลุดลุ่ย เขาก็ไม่ได้พูดประโยคครึ่งหลังต่อ
เซี่ยเทียนเคยอาศัยอยู่ในเขต N21 ของเขตเมืองชั้นล่าง ซึ่งผู้ชายมีนิสัยชอบไว้ผมยาว เขาอยากจะตัดผมเมื่อขึ้นมาข้างบน แต่ผู้วางแผนภาพลักษณ์ชั้นสามบอกเขาว่า ถ้าเขาอยากเป็นที่จับตามอง เขาต้องมีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งอาจจะเป็นถิ่นที่อยู่ ศาสนา เชื้อชาติ หรือบุคลิกภาพ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในธุรกิจนี้คือ — อย่าทำตัวเหมือนคนทั่วไป ดังนั้นเขาจึงไว้ผมยาวมาตลอด เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์
แต่มันก็เกะกะเวลาต่อสู้อยู่เรื่อย ดังนั้นเขาจึงมักจะมัดผมไว้ด้านหลังศีรษะอย่างแน่น
จื่อเลิ่งหยิบผมของเซี่ยเทียนขึ้นมาปอยหนึ่งแล้วลูบไล้ในมือ พลางพูดว่า "โอกาสจะเป็นของคนที่ ต่อสู้สุดกำลัง!!"
เซี่ยเทียนใช้เวลาห้าวินาทีกว่าจะรู้ตัวว่าจื่อเลิ่งกำลังพยายามทำอะไร
เขานั่งนิ่ง ๆ ปล่อยให้ชายคนนั้นเล่นผมของตัวเอง คิดในใจว่าเขาเคยได้ยินเรื่องแบบนี้ในรายการเรียลลิตี้มาก่อน ในสถานที่ที่เลือกอะไรได้ไม่มากนัก
แถมสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เขาไม่รังเกียจที่จะขายตัวเอง แม่ของเขาก็ทำ น้องสาวของเขาก็ทำ ตัวเขาเองก็เป็นอาชญากร และทุกคนรอบตัวเขาก็เชื่อว่าอีกไม่นานเขาคงจะตายอยู่ข้างถนนและกลายเป็นอาหารสัตว์
มันก็แค่การนอนกับใครสักคน และเขาก็สามารถเสียสละได้
"ผมยินดีที่จะสู้เพื่ออยู่รอด!" เขากล่าว พลางหันไปหาจื่อเลิ่งและยิ้มอย่างเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้
จื่อเลิ่งยิ้มตอบ ดูเหมือนจะพอใจกับความเข้าใจของเขามาก เขาใส่ยางรัดผมลงในกระเป๋าเสื้อแล้วพูดว่า "ตามฉันมาที่ห้องนอน"
"ตกลง" เซี่ยเทียนกล่าว
เขาสูงกว่าจื่อเลิ่งหนึ่งหัวเมื่อยืนขึ้น และไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าชายคนนี้มองเห็นอะไรในตัวเขา แต่คนรวยก็มักจะมีรสนิยมแปลก ๆ
เขาเดินตามจื่อเลิ่งเข้าไปในห้องนอน รู้สึกประหม่าแปลก ๆ ที่ต้องปล่อยผมให้คนอื่นเห็น แต่เขาเตือนตัวเองว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม นี่เป็นโอกาสที่หายาก และเขาจะปล่อยให้มันหลุดลอยไปไม่ได้ เกือบพันคนเสียชีวิตในสองรอบแรกของการแข่งขัน ซึ่งส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อของแผนการแปลก ๆ ของคนที่วางแผน
โอกาสจะได้รับการคุ้มครองจากผู้มีอำนาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเขาต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
เมื่อเซี่ยเทียนก้าวเข้าไปในห้องนอน สายตาของเขาก็กวาดมองไปรอบๆ ในขณะเดียวกันกับที่เขามองเห็นความหรูหราอลังการ สัญชาตญาณของเขาก็ทำงานโดยไม่รู้ตัว เขาประเมินเส้นทางหลบหนี ที่ซ่อน และสิ่งของที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้อย่างรวดเร็ว มันเป็นโรคประจำอาชีพสำหรับคนที่ทำงานแบบเขา
จื่อเลิ่งยกคางขึ้นไปทางเตียงแล้วพูดว่า "ถอดกางเกงออก คุกเข่าลง แล้วนอนบนเตียง"
เซี่ยเทียนรู้สึกว่าตัวเองกำลังยิ้ม และต่อมารอยยิ้มของเขาก็กลายเป็น ‘รอยยิ้มแบบนักล่า’อาจกล่าวได้ว่า "สว่างไสวราวกับแสงแดด แต่เย็นชาเยือกแข็งราวกับน้ำแข็ง"
ตอนนี้รอยยิ้มของนักฆ่าตัวจริงเริ่มปรากฏแล้ว
เขาพูดว่า "ครับ"
จื่อเลิ่งเริ่มถอดกางเกงของตัวเอง
เซี่ยเทียนหันไปมองรูปปั้นเรือใบสีทองบนโต๊ะ มันคือรางวัลสำหรับการแข่งขันเรือใบ
เมืองลอยฟ้า หรือที่รู้จักกันในชื่อโลกเบื้องบน ในตอนแรกเป็นเพียงเขตต้านแรงโน้มถ่วงขนาดเล็ก ซึ่งมีคนร่ำรวยบางคนอาศัยอยู่ โดยอ้างว่าอยู่ใกล้กับแสงแดดและอากาศบริสุทธิ์มากกว่า จากนั้นมันก็เติบโตและขยายตัว กระจายไปทั่วท้องฟ้าเหมือนมะเร็ง คนร่ำรวยเริ่มสร้างบ้านที่นั่นจนกระทั่งปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า
พวกเขาทำให้ทั้งเขตเมืองชั้นล่างตกอยู่ในความมืดมิด ราวกับว่าดวงอาทิตย์ถูกสงวนไว้สำหรับผู้ที่อยู่เบื้องบนเท่านั้น ข้างล่าง พลเมืองธรรมดาจำนวนนับไม่ถ้วนทำงานหนักอยู่ในเงามืด ชีวิตของพวกเขาเหมือนกับปศุสัตว์ที่ถูกขังอยู่ในห้องใต้ดิน ปฏิเสธความอบอุ่นและอิสรภาพของท้องฟ้าตลอดไป
ทั้งพ่อแม่ พี่น้องของเซี่ยเทียน ไม่เคยมีใครได้เห็นท้องฟ้าที่แท้จริงเลยในชีวิต ในขณะที่คนพวกนี้สร้างทะเลสาบขนาดใหญ่ในเมืองต้านแรงโน้มถ่วงเพื่อแข่งเรือใบ ความฟุ่มเฟือยแบบนี้เป็นสิ่งที่ชาวเมืองชั้นล่างไม่อาจจินตนาการได้ เว้นแต่จะได้เห็นกับตา
"ฉันอยากให้คุณแสร้งทำเป็นกลัว" จื่อเลิ่งกล่าว "และเรียกฉันว่า 'นายท่าน' ระหว่างนั้น..."
ขณะที่จื่อเลิ่งกำลังพูด เซี่ยเทียนก็หยิบเรือใบขึ้นมา ชั่งน้ำหนัก แล้วฟาดเข้าที่ขมับของจื่อเลิ่งอย่างแรง
หัวหน้าผู้วางแผนรายการ Killing Show หมดสติทันทีและล้มลง เซี่ยเทียนโน้มตัวลงไปทุบหัวเขาด้วยเรือใบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แผนการฆ่าก่อตัวขึ้นในใจของเขาในทันที มันเกิดขึ้นเร็วมากจนรายละเอียดต่าง ๆ เลือนหายไป เหลือเพียงแรงกระตุ้นดั้งเดิมที่จะทำลายทุกสิ่ง
เขาเกือบจะทุบหัวชายคนนั้นจนแหลกละเอียด สมองกระจายไปทั่ว ดวงตาแตกละเอียด มันเป็นผลงานชิ้นเอกอย่างแท้จริง ในรายการ Killing Show มีคำเฉพาะสำหรับสิ่งนี้: Overkill
บางคนอ้างว่ามันเป็นผลมาจากอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน บางคนมองว่ามันเป็นเพียงการแสดงเพื่อเรียกกระแส แต่เซี่ยเทียนเชื่อว่ามันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ บางครั้ง ความโกรธก็จะพลุ่งพล่านไปทั่วร่างกายเหมือนน้ำมันเบนซิน พร้อมที่จะลุกไหม้ด้วยประกายไฟเพียงเล็กน้อย
เขาออกจากบ้านเกิดและมาร่วมรายการ Killing Show เพียงเพราะมีคนตบหน้าน้องสาวของเขา เรียกเธอว่าอีตัวและบอกให้เธอเลิกแสร้งทำเป็นใสซื่อ เขาเดินเข้าไปผลักชายคนนั้น แล้วเหตุการณ์ก็เลวร้ายลง... อันที่จริง สิ่งที่ไอ้สารเลวนั่นพูดก็ไม่ได้ผิด แต่มันทนไม่ได้จริง ๆ
เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงทนกับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ คนส่วนใหญ่ก็ทนได้ไม่ใช่เหรอ พวกเขาก็ใช้ชีวิตกันได้ดีไม่ใช่เหรอ
ด้วยสีหน้าเย็นชา เขาใช้มือที่เปื้อนเลือดล้วงหยิบยางรัดผมออกจากกระเป๋าของจื่อเลิ่ง รวบผมขึ้น แล้วมัดให้แน่น
จากนั้นเขาก็วางมือลงและพบว่าตัวเองกำลังสั่น
มือของเขาเปื้อนเลือด เลือดซึมผ่านแขนเสื้อจนเกือบถึงข้อศอก ที่เท้าของเขามีศพที่ไร้กางเกงนอนอยู่ หัวแตกกระจายบนพรมราคาแพง
เขาลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างเลือดออกจากมือ
ตลอดกระบวนการฆาตกรรม เขายังคงไร้สีหน้าและสงบนิ่ง แต่ตอนนี้อะดรีนาลีนลดลงแล้ว เขาจึงรู้ตัวว่ามือของเขากำลังสั่น
ร่างกายของเขาตอบสนองไปก่อนแล้ว บางสิ่งบางอย่าง — อาจจะเป็นความจริง — ซึมเข้าสู่ตัวเขาเหมือนน้ำแข็ง ทำให้ท้องของเขากระตุกจนอยากจะอาเจียน
มีความรู้สึกกลัวและรู้สึกว่าตัวเองจบสิ้นแล้ว
เขารู้สึกคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้
………………………………….