- หน้าแรก
- หย่ารักประธานร้าย วันที่ผมเดินจากไป คือวันที่หัวใจเธอสลาย
- บทที่ 11 ความเสียใจที่ไร้ความหมายของฉู่รั่วเหยียน
บทที่ 11 ความเสียใจที่ไร้ความหมายของฉู่รั่วเหยียน
บทที่ 11 ความเสียใจที่ไร้ความหมายของฉู่รั่วเหยียน
การประกาศตัวแสดงความเป็นเจ้าของของซูชิงหลีทำให้ฉู่รั่วเหยียนยืนอึ้งตะลึงงัน แม้แต่ลู่หานเองก็ยังอดประหลาดใจไม่ได้ ทว่าเมื่อลองคิดดูอีกที คุณหนูตระกูลซูคนนี้คงเกรงว่าหากเขาและฉู่รั่วเหยียนคืนดีกัน จะส่งผลกระทบต่อ "ข้อตกลง" ที่ทำกันไว้
ลู่หานกระชับอ้อมกอดดึงหญิงสาวเข้ามาแนบชิดตามสัญชาตญาณ ในเมื่อโอกาสทองมาเสิร์ฟถึงที่ แถมเธอยังได้ชื่อว่าเป็นโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งเจียงเฉิง มีหรือที่เขาจะไม่หาเศษหาเลยเสียหน่อย เอวของเธอทั้งคอดกิ่วและนุ่มนวล เสียอย่างเดียวที่มีเสื้อผ้ากั้นขวางอยู่ หากได้สัมผัสผิวเนื้อโดยตรงคงจะรู้สึกดีไม่น้อย
"ที่แท้พวกคุณสองคนก็แอบคบกันมานานแล้วสินะ" ฉู่รั่วเหยียนที่เริ่มได้สติโอนเอนไปมาจนเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น หากผู้ช่วยสาวไม่รีบเข้าไปพยุงไว้ เธอคงยืนไม่ไหวจริงๆ
"อย่าคิดว่าคนอื่นจะสกปรกเหมือนคุณสิ ที่ชอบกินในชามแต่กลับมองในหม้อ" ซูชิงหลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ยหยันกึ่งสมเพช "จะบอกให้เอาบุญนะ เราเพิ่งตกลงเป็นแฟนกันเมื่อกี้นี้เอง ตอนนั่งทานมื้อค่ำด้วยกันน่ะ"
"แต่จะว่าไป ฉันก็ต้องขอบคุณคุณจริงๆ นะ ถ้าคุณไม่ทำให้ลู่หานอกหัก ฉันจะมีโอกาสได้คว้าผู้ชายดีๆ แบบนี้มาครองเหรอ?" คำพูดนี้กรีดลึกเข้าไปในใจของฉู่รั่วเหยียนราวกับถูกเกลือสาดลงบนแผลสด
ทว่าคุณหนูตระกูลซูผู้นี้มองข้ามไปจุดหนึ่ง ลู่หานไม่ได้ใส่ใจเลยว่าใครจะเข้าใจเขาผิด แม้แต่ตอนที่หลิงโม่ใส่ร้าย เขาก็ไม่คิดจะปริปากอธิบายสักคำ และคำพูดของซูชิงหลีที่ว่าเพิ่งตกลงคบกันเมื่อครู่นี้เองที่กลับกลายเป็นแสงแห่งความหวังให้ฉู่รั่วเหยียนอีกครั้ง
เธอจ้องมองลู่หานด้วยแววตาที่สั่นระริกและรื้นไปด้วยน้ำตา "ลู่หาน ฉันขอโทษ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ฉันมองข้ามความหวังดีของคุณและละเลยคุณมาตลอด... ลู่หาน ให้โอกาสฉันอีกสักครั้งได้ไหม? กลับบ้านกับฉันนะ"
ลู่หานมองท่าทีแตกสลายของฉู่รั่วเหยียนแล้วก็นึกขำ ตลอดสองปีที่อยู่ด้วยกันมา วันนี้เธอเอ่ยคำขอโทษบ่อยเสียยิ่งกว่าที่เคยพูดมาทั้งชีวิตเสียอีก เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้สำนึกผิดและเสียใจอย่างสุดซึ้งจริงๆ แต่น่าเสียดายที่หัวใจของเขาเย็นชาไปนานแล้ว คำอ้อนวอนใดๆ จึงไม่มีผลอีกต่อไป
"ลู่หาน เชื่อฉันนะ ระหว่างฉันกับหลิงโม่ไม่มีอะไรเกินเลยจริงๆ" ต่อหน้าซูชิงหลี เดิมทีฉู่รั่วเหยียนไม่อยากพูดเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ เธอควรจะอธิบายให้เขาฟังเป็นการส่วนตัวมากกว่า แต่ลู่หานไม่เปิดโอกาสให้เธอเลย แม้เธอจะอ้อนวอนอย่างหนักเขาก็ยังนิ่งเฉย เธอได้เจอเขาแล้ว หากครั้งนี้ปล่อยเขาไปอีก ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบกันอีก ฉู่รั่วเหยียนจึงตัดสินใจทิ้งศักดิ์ศรี ยอมอับอายดีกว่าต้องสูญเสียลู่หานไปตลอดกาล
"ชายโสดหญิงเปลี่ยวอยู่ด้วยกันทั้งคืน แถมคุณยังมีใจให้หลิงโม่คนนั้นอยู่ลึกๆ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสิถึงจะแปลก" ซูชิงหลีพูดขยี้ซ้ำอย่างไม่ไว้หน้า
"ฉู่รั่วเหยียน บางทีเธอกับหลิงโม่คนนั้นอาจจะบริสุทธิ์ใจกันจริงๆ ก็ได้" ในที่สุดลู่หานก็เอ่ยปาก แต่ประโยคถัดมากลับทำให้เธอตกเหวที่ลึกกว่าเดิม "แต่มันกลายเป็นหนามที่ปักคาใจฉันไปแล้ว ต่อไปไม่ว่าฉันจะอยู่กับเธอเมื่อไหร่ ฉันก็จะนึกถึงคืนนั้นขึ้นมาซ้ำๆ และตั้งคำถามตลอดเวลาว่าเธอทรยศฉันหรือเปล่า มันคือความทรมานและน่ารังเกียจสำหรับฉัน แล้วเธอคิดว่าการอยู่ด้วยกันไปแบบนี้มันยังมีความหมายอะไรอีกล่ะ? ในเมื่อมันไร้ความหมาย แล้วฉันจะวอนหาความทุกข์ใส่ตัวไปเพื่ออะไร?"
คำพูดนี้เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย ฉู่รั่วเหยียนรู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นจัดราดรดตัวจนหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ ท้ายที่สุดเธอก็ทำได้เพียงโทษตัวเองที่เลือกทำตัวสนิทสนมกับหลิงโม่จนเกินขอบเขต
ซูชิงหลีมองฉู่รั่วเหยียนที่ดูสิ้นหวัง พลางเหลือบมองลู่หานด้วยความสงสัย บนใบหน้าของชายผู้นี้ไม่มีร่องรอยของความโกรธแค้นหรือความสะใจจากการได้แก้แค้น มีเพียงความเฉยชาที่น่าขนลุก เขาเคยผ่านอะไรมากันแน่นะ?
"ชิงหลี่ ไปกันเถอะ" ลู่หานโอบเอวซูชิงหลีเดินจากไปโดยไม่ปรายตามาที่ฉู่รั่วเหยียนแม้แต่น้อย ราวกับเธอเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เดินสวนกัน
เมื่อมองแผ่นหลังที่แนบชิดของทั้งคู่ ฉู่รั่วเหยียนก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นพลางหันไปถามผู้ช่วยสาว "เธอดูกสิ... นี่ฉันรนหาที่เองใช่ไหม?" ผู้ช่วยสาวไม่กล้าตอบ ได้แต่ค่อยๆ พยุงเธอกลับไปที่รถ
เมื่อเดินพ้นออกมา ลู่หานก็คลายมือออกจากเอวของซูชิงหลีทันที "ขอบใจนะ"
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก ตอนนี้คุณเป็นคู่หมั้นของฉันแล้ว ถ้าคุณไปพัวพันกับหญิงอื่น ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?" ซูชิงหลีแอบประหลาดใจที่ลู่หานรู้จักกาลเทศะ นึกว่าเขาจะถือโอกาสแต๊ะอั๋งเธอนานกว่านี้เสียอีก "แล้วก็อย่าเข้าใจผิด คิดเสียว่าฉันกลัวคุณจะผิดคำสัญญา เลยยอมตามใจให้กำไรคุณนิดๆ หน่อยๆ แล้วกัน" เธออธิบายพลางหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงตอนที่เธอเป็นฝ่ายเริ่มเข้าหาเขาก่อน
"ไม่ต้องห่วง ผมเจียมตัวพอ" ลู่หานยิ้มแล้วโบกมือ ลุงเซินขับรถคัลลิแนนมาจอดตรงหน้าทันที "ให้ผมไปส่งไหม?"
"ไม่ล่ะ ฉันมีคนขับรถแล้ว" ซูชิงหลีส่ายหน้า ทันใดนั้นผู้จัดการสาวของร้านอาหารตะวันตกก็เดินออกมาพร้อมกุญแจรถลัมโบร์กินี "ลืมบอกไป ร้านอาหารตะวันตกแห่งนี้เป็นของฉันเอง" เธอยิ้มอย่างผู้ชนะ "มื้อละสามแสนกว่าบาท ขอบคุณคุณชายลู่ที่มาอุดหนุนนะคะ"
ลู่หานนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ผมกำลังคิดว่า แบบนี้เขาเรียกว่าเงินทองไม่รั่วไหลออกจากตระกูลหรือเปล่านะ?"
ซูชิงหลี: "
เธอน่าจะหุบปากไว้เสียดีกว่า!