- หน้าแรก
- ข้านี่แหละ พี่ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า!
- บทที่ 130 - ช่างน่าเจ็บใจนัก!
บทที่ 130 - ช่างน่าเจ็บใจนัก!
บทที่ 130 - ช่างน่าเจ็บใจนัก!
บทที่ 130 - ช่างน่าเจ็บใจนัก!
เมื่อได้ยินคำพูดของถังอี้ หลงจ่านและเหล่ายอดฝีมือหออ้านจิงต่างก็โกรธจนแทบระเบิด
เมื่อครู่พวกมันไม่เชื่อว่าถังอี้จะสามารถตวัดดาบเดียวทำลายกองทัพหมื่นนาย ทว่าตอนนี้ภายใต้คมดาบของถังอี้ ยอดฝีมือหออ้านจิงนับร้อยกลับต้องล้มตายจนแทบหมดสิ้น
รู้อย่างนี้ไม่ควรประมาทศัตรูเลย น่าเสียดายที่สายไปเสียแล้ว ความจองหองโอหังที่สะสมมานานหลายปีของหออ้านจิง ได้ผลักดันพวกมันลงสู่ห้วงเหวลึก
"หึ ฮ่าฮ่า..."
หลงจ่านถ่มฟองเลือดในปากทิ้ง มองไปยังถังอี้และฮ่องเต้เหยียนเหวิน "ข้ายอมรับ ว่าครั้งนี้พวกเราประมาทศัตรู ทว่าเช่นนั้นแล้วจะอย่างไร พวกเจ้า... ก็ต้องตายด้วยน้ำมือหออ้านจิงของข้าอยู่ดี"
รอยยิ้มบนมุมปากฮ่องเต้เหยียนเหวินค่อยๆ หายไป ถึงเวลาป่านนี้แล้วยังกล้าโอหังอยู่อีกหรือ พวกเจ้าเห็นข้าเป็นเพียงของประดับหรืออย่างไร!
"ประมาทศัตรูงั้นหรือ ไม่หรอก ครั้งนี้พวกเจ้าพ่ายแพ้อย่างราบคาบต่างหาก"
ฮ่องเต้เหยียนเหวินเอามือไพล่หลังก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ทอดพระเนตรมองลงมายังหลงจ่าน "ข้ายังไม่ได้ลงมือ พวกเจ้าก็ล้มลงไปเสียแล้ว เจ้าเอาความกล้าหาญจากที่ใด มาโอหังอวดดีต่อหน้าข้า"
ใบหน้าหลงจ่านแข็งค้าง มันเงยหน้าขึ้นจ้องฮ่องเต้เหยียนเหวินเขม็ง "นี่ไม่ใช่สิ่งที่ท่านจัดการเตรียมการไว้หรอกหรือ!"
น้ำเสียงของมันแหบพร่าคลุ้มคลั่ง มันไม่ใช่ว่าจะรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ และการพ่ายแพ้ต่อตาเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างฮ่องเต้เหยียนเหวิน แม้จะโกรธแค้นทว่ามันก็ไม่มีข้อกังขาใด
ทว่าตอนนี้ ฮ่องเต้เหยียนเหวินกลับบอกมันว่า พระองค์ยังไม่ได้ลงมือเนี่ยนะ แล้วถังอี้ที่ดวลกับมันเมื่อครู่คือสิ่งใดกัน
ฮ่องเต้เหยียนเหวินชี้ไปที่พระพักตร์ของพระองค์เองพลางตรัสว่า "เจ้าดูหน้าข้าสิ ตอนนี้ยังเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่ออยู่เลย หากเป็นสิ่งที่ข้าจัดการเตรียมการไว้ ข้าจะเสียกิริยาถึงเพียงนี้หรือ ข้าไม่ต้องรักษาหน้าตาแล้วหรืออย่างไร"
ผู้คนต่างหันมองฮ่องเต้เหยียนเหวินอย่างพร้อมเพรียง ดวงตาเบิกกว้าง
สรุปแล้วท่าทีราวกับทุกสิ่งอยู่ในการควบคุมของพระองค์เมื่อครู่ ล้วนเป็นการเสแสร้งแกล้งทำทั้งหมดเลยใช่หรือไม่
"ถอย รีบถอย หนี..."
หลงจ่านไม่พูดจาไร้สาระให้มากความอีก มันหมุนตัวพุ่งทะยานออกไปด้านนอกในทันที กระทั่งซุนป้าผู้เป็นสมุนคนสนิทและยอดฝีมือหออ้านจิงที่เหลือรอดเพียงหยิบมือ ก็ถูกมันทอดทิ้งไว้เบื้องหลังทั้งหมด
แม้จะไม่ยินยอมพร้อมใจ ทว่ามันก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ หากไม่หนีตอนนี้ สิ่งที่รออยู่ก็มีเพียงความตายและการถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
เมื่อครู่คนที่ลงมือมีเพียงถังอี้ แค่ถังอี้เพียงคนเดียวก็ทำให้พวกมันล้มตายจนแทบหมดสิ้น ในขณะที่กองกำลังของฮ่องเต้เหยียนเหวินแทบจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆ และเตรียมพร้อมรับมืออยู่นานแล้ว
ขืนอยู่สู้กับฮ่องเต้เหยียนเหวินอีกรอบในตอนนี้ ก็เท่ากับรนหาที่ตายชัดๆ!
"หนีงั้นหรือ ตอนนี้เพิ่งจะรู้ตัวว่าต้องหนีงั้นหรือ สายไปแล้ว!"
ฮ่องเต้เหยียนเหวินโบกพระหัตถ์พลางตรัสว่า "ไปจัดการเสีย อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว ผู้ที่จับเป็นได้ ให้นำตัวไปสับร่างหมื่นชิ้นทั้งหมด นับจากนี้ไปเมืองหลวงต้าเหยียนคือเขตหวงห้ามสำหรับหออ้านจิงของพวกมัน"
"พ่ะย่ะค่ะ" หนิงชวนและซูขวงรีบนำกำลังองครักษ์เสื้อแพรไล่ตามออกไปทันที
แววตาของเซียวตี้พลันร้อนแรงขึ้นมา ตอนนี้ถึงคราวที่เขาจะได้แสดงฝีมือบ้างแล้ว ต้องรู้ก่อนว่าองครักษ์เสื้อแพรได้ควบคุมฐานลับทั้งหมดของหออ้านจิงไว้หมดแล้ว
ตอนนี้หากคนของหออ้านจิงกล้าหนีกลับไปที่ฐานลับ สิ่งที่รอพวกมันอยู่ก็คือระเบิดลูกโต!
ส่วนถังอี้มองดูเซียวตี้ หนิงชวน และคนอื่นๆ เหยียบผิวน้ำพุ่งทะยานจากไป เขากอดดาบยืนกระอักกระอ่วนอยู่ตรงนั้น บัดซบเอ๊ย แล้วข้าจะต้องตามไปหรือไม่เล่า หากไป ข้าก็ตามพวกเขาไม่ทัน ทั้งยังมีโอกาสสูงที่จะถูกคนฉวยโอกาสลอบสังหารเอาได้ แต่หากไม่ไป คนขององครักษ์เสื้อแพรก็ไปกันหมดแล้วนี่สิ!
"เจ้าก็รั้งอยู่เสียที่นี่เถิด สภาพเจ้าออกไปก็มีแต่จะขายหน้า ถือเป็นความอัปยศขององครักษ์เสื้อแพรชัดๆ"
ฮ่องเต้เหยียนเหวินปรายพระเนตรมองเขา บนพระพักตร์เต็มไปด้วยความรังเกียจ
ถังอี้ก็ปรายตามองพระองค์เช่นกัน สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ ความอัปยศขององครักษ์เสื้อแพรงั้นหรือ ช่วยเรียบเรียงคำพูดใหม่แล้วกล่าวอีกครั้งเถิด บิดาเพิ่งจะตวัดดาบเดียวขจัดเนื้อร้ายที่ฝังรากลึกในต้าเหยียนมาหลายสิบปีให้ท่านเลยนะ
"ตอนนี้ ข้าขอประกาศให้ถังอี้เป็นผู้ชนะอันดับหนึ่งในงานกวีสวนเสิ่นหยวนครั้งนี้ มีผู้ใดสนับสนุนหรือคัดค้านหรือไม่"
ฮ่องเต้เหยียนเหวินเอามือไพล่หลัง กวาดพระเนตรมองไปทั่วบริเวณ
เมื่อครู่หลายคนยังมีข้อกังขา ทว่าเมื่อได้ประจักษ์แก่สายตาว่าถังอี้ตวัดดาบเดียวกวาดล้างหออ้านจิงจนสิ้น ตอนนี้ทุกคนต่างก็หวาดผวาขวัญผวา ผีเท่านั้นที่รู้ว่าเขาแอบฝังระเบิดอสนีบาตเอาไว้ในบริเวณนี้อีกหรือไม่ แล้วผู้ใดจะกล้าคัดค้านกันเล่า
ฝั่งคณะราชทูต ฉินอวี้ก็นิ่งเงียบไปแล้วเช่นกัน แม้อวี่เหวินเฟิงจะไม่ยินยอมและอยากจะสังหารถังอี้ให้ตายตกไปตรงนี้ ทว่ายามนี้ก็ไม่กล้ากำเริบเสิบสาน ทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทนเอาไว้
"ฝ่าบาทปราดเปรื่อง กระหม่อมและพวกพ้องล้วนไม่มีข้อกังขาใดพ่ะย่ะค่ะ" เหล่าขุนนางลุกขึ้นประสานมือเอ่ยตอบ
กระทั่งฮูหยินและคุณหนูสายตรงจากตระกูลต่างๆ รวมถึงเหยียนซวงอวี้และเจียงอวิ๋นน่า ต่างก็ย่อกายคารวะอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีผู้ใดกล้าตั้งข้อสงสัยแม้แต่น้อย
แม้ว่าความโกรธแค้นในดวงตาของเหยียนซวงอวี้และเจียงอวิ๋นน่าแทบจะทะลักทลายออกมา ทว่าพวกนางก็ทำได้เพียงกลืนความขมขื่นลงคอ ทนดูถังอี้ยืนเจิดจรัสเปล่งประกายด้วยสองตาของตนเอง
"ในเมื่อไม่มีข้อกังขา เช่นนั้นก็จัดการได้ง่ายแล้ว" ฮ่องเต้เหยียนเหวินสะบัดแขนเสื้อ ตรัสเสียงขรึม "ถังอี้ ก้าวออกมารับราชโองการปูนบำเหน็จ"
ปูนบำเหน็จงั้นหรือ พระราชทานรางวัลหรือ เหล่าขุนนางหัวคิ้วกระตุกยิกๆ ฝ่าบาท พระองค์ช่างไม่คิดจะอดทนรอเลยสักนิด ถึงกับฉวยโอกาสตอนที่ทุกอย่างกำลังถูกตอกฝาโลง ไม่เปิดโอกาสให้พวกเราได้ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย ไร้ยางอายยิ่งนัก!
นัยน์ตาของถังอี้ทอประกายวาบ การปูนบำเหน็จ เรื่องนี้ย่อมได้เสมอ ตอนนี้ข้าเป็นแค่นายกองร้อยแห่งองครักษ์เสื้อแพร ฐานะยังไม่สูงพอ มักจะถูกผู้อื่นรังแกเอาได้ง่ายๆ ความรู้สึกเช่นนี้มันช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง
เขารีบก้าวออกไปเบื้องหน้า คุกเข่าประสานมือกล่าว "กระหม่อมถังอี้ น้อมรับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ"
ฮ่องเต้เหยียนเหวินทอดพระเนตรถังอี้พลางตรัสว่า "บุตรชายของรองเสนาบดีกรมขุนนาง... ไม่สิ บุตรชายของเซ่าอิ่นแห่งศาลจิงเจ้าถังจิ้ง นามว่าถังอี้ มีความรู้กว้างขวาง เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความสามารถ พลังยุทธ์... อืม พลังยุทธ์อยู่ในระดับธรรมดา ข้าขอเลื่อนขั้นให้เป็นกรณีพิเศษ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการศาลจิงเจ้า! ส่วนกำหนดการเข้ารับตำแหน่งให้รอประกาศอีกครั้ง!"
"นอกจากนี้ ถังอี้กวาดล้างหออ้านจิง กำจัดเนื้อร้ายที่สูบเลือดสูบเนื้อต้าเหยียนมาหลายสิบปี มีความจงรักภักดีและกล้าหาญ อีกทั้งยังคิดค้นระเบิดอสนีบาตทูลเกล้าถวายราชสำนัก นับเป็นความดีความชอบอันใหญ่หลวง"
"ดังนั้น ข้าขอแต่งตั้งให้เป็นจงหย่งโหว พระราชทานทองคำหนึ่งพันตำลึง และผ้าแพรพรรณหนึ่งร้อยพับ!"
ครืน!
สิ้นสุรเสียงของฮ่องเต้เหยียนเหวิน ทั่วทั้งทะเลสาบลู่หมิงก็เดือดพล่านขึ้นมาในพริบตา
"ผู้ชนะอันดับหนึ่งงานกวีสวนเสิ่นหยวน ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าการศาลจิงเจ้า ได้รับบรรดาศักดิ์โหว... สวรรค์ ถังอี้พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้าในคราวเดียวเลยนี่นา!"
"ฮ่าฮ่า เด็กหนุ่มที่สกุลถังชิงชังรังเกียจที่สุด พลิกผันกลายเป็นขุนนางใหม่ผู้สูงศักดิ์แห่งเมืองหลวง นี่มันตบหน้ากันดังก้องเลยทีเดียวนะ!"
"ผู้ว่าการศาลจิงเจ้า จงหย่งโหว ไม่ว่าจะเป็นบรรดาศักดิ์หรือตำแหน่งขุนนางก็ล้วนสูงส่งกว่าถังจิ้งทั้งสิ้น อยากรู้เสียจริงว่ายามนี้ถังจิ้งกำลังคิดสิ่งใดอยู่!"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถาโถมเข้ามาดั่งเกลียวคลื่น
เมื่อได้ยินเสียงวิจารณ์เหล่านี้ ใบหน้าของถังจิ้งก็เดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืดมน อับอายจนแทบทนไม่ไหว
เขาคิดสิ่งใดอยู่งั้นหรือ เขาอยากจะตายอย่างไรล่ะ!
หลงคิดว่าตนเองปราดเปรื่องมาตลอดชีวิต กลับคาดไม่ถึงว่าวันนี้จะต้องมาขายหน้าอย่างหมดสภาพถึงเพียงนี้ บุตรชายที่ให้ความสำคัญที่สุดกลับเป็นพวกหลอกลวง ส่วนบุตรชายที่ชิงชังที่สุดตอนนี้ไม่เพียงแต่จะได้เป็นโหว ทว่ายังกลายมาเป็นผู้บังคับบัญชาสายตรงของเขาเสียอีก
ฝ่ามือนี้ของฮ่องเต้ ช่างตบได้ดังก้องกังวานยิ่งนัก
เหล่าขุนนางต่างก็โกรธเกรี้ยวจนสุดจะทน พวกเขารู้สึกว่าฮ่องเต้เหยียนเหวินประทานรางวัลให้ถังอี้มากจนเกินไป
ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าก้าวออกไปคัดค้าน กระทั่งขุนนางฝ่ายตรวจสอบในยามนี้ก็ยังไม่กล้าปริปากแม้แต่ครึ่งคำ
ฮ่องเต้เลื่อนขั้นให้ถังอี้เป็นผู้ว่าการศาลจิงเจ้า นั่นคือตำแหน่งขุนนางขั้นสามชั้นรอง เป็นผู้บริหารเมืองหลวง เรียกได้ว่ามีอำนาจล้นฟ้า แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่ยินยอม ทว่าฮ่องเต้เหยียนเหวินก็ตรัสไว้แล้วว่ากำหนดการเข้ารับตำแหน่งให้รอประกาศอีกครั้ง
นี่ถือเป็นการมอบช่วงเวลาผ่อนผันให้กับพวกเขา ทำให้พวกเขาคิดจะคัดค้านก็คัดค้านได้ไม่เต็มปาก
การแต่งตั้งถังอี้ให้เป็นโหว พวกเขายิ่งไม่ยินยอมเข้าไปใหญ่ เจ้านี่เป็นแค่นายกองร้อยองครักษ์เสื้อแพรก็รับมือยากถึงเพียงนี้แล้ว หากยอมให้เขาได้เป็นโหว เขาจะไม่พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเลยหรือ
ทว่าพวกเขาก็ยังคงไม่มีหนทางคัดค้านอยู่ดี
เพราะถังอี้ตวัดดาบเดียวกวาดล้างหออ้านจิงเป็นสิ่งที่พวกเขาประจักษ์แก่สายตา อานุภาพของระเบิดอสนีบาตก็เป็นสิ่งที่พวกเขาประจักษ์แก่สายตา ความดีความชอบของถังอี้ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาประจักษ์แก่สายตาเช่นกัน แล้วเช่นนี้จะคัดค้านได้อย่างไร
บรรดาศักดิ์โหว ถังอี้ย่อมคู่ควรรับไว้
เรื่องนี้ทำให้หลิวเวินและเหล่าขุนนางอยากจะร้องไห้แต่กลับไร้น้ำตา พวกเขารู้ดีว่างานกวีสวนเสิ่นหยวน คือการที่ฮ่องเต้ทรงปูทางให้กับถังอี้
ทว่าตอนนี้ นี่มันการปูทางที่ใดกัน ชัดเจนว่าเป็นการหยิบยืมหออ้านจิง เพื่ออุ้มชูถังอี้ขึ้นไปบนหมู่เมฆต่างหาก!
ช่างน่าเจ็บใจนัก!
[จบแล้ว]