เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 61 หากนี่ไม่เรียกว่าเทพพระเจ้า แล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก?

ตอนที่ 61 หากนี่ไม่เรียกว่าเทพพระเจ้า แล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก?

ตอนที่ 61 หากนี่ไม่เรียกว่าเทพพระเจ้า แล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก?


ตอนที่ 61 หากนี่ไม่เรียกว่าเทพพระเจ้า แล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก?

 

“นั่นเป็นเพียงแค่ซอมบี้ที่ผู้ฝึกฝนอมตะเลี้ยงไว้ หากว่าเป็นผู้ฝึกฝนอมตะลงมือเองล่ะก็ งูเหลือมสองหัวตัวนี้ไม่มีทางรอดไปได้อยู่แล้ว” ถังจินชวนถอนหายใจ

หวังกังเจี้ยนและคนอื่น ๆ ซึ่งเดิมทีกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของผู้ฝึกฝนอมตะคนนี้  ตอนนี้พวกเขาต่างก็พยักหน้ายอมรับในความแข็งแกร่งของฉู่เสวียน

“ฟ่อ!” หัวหนึ่งของงูเหลือมสองหัวระเบิดออก ทำให้อีกหัวหนึ่งร้องคร่ำครวญออกมาด้วยความเจ็บปวดทันที

หลังจากที่ดึงสติกลับมาได้แล้ว  ดวงตาทั้งสองดวงที่เหลืออยู่ก็จ้องมองไปที่ฉู่เสวียนด้วยความเคลียดแค้น มันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความต้องการฆ่า  จากนั้นมันก็ได้อ้าปากและโจมตีออกมาอีกครั้ง

จู่ๆ ร่างเล็กที่ดูแข็งแกร่งอีกร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมา เขาโจมตีเข้าไปที่ร่างอันใหญ่โตของงูเหลือมสองหัวอย่างรุนแรงและทรงพลัง

หนามอัคคี!

บูม!

ไฟหยินระเบิดขึ้นไปบนท้องฟ้า

งูเหลือมสองหัวถูกลูกไฟนี้ตัดร่างของมันออกจนเป็นสองส่วน เนื้อและกระดูกของมันปลิวว่อนออกไปทุกทิศทาง

ฉากที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่ตกใจขึ้นมาอีกครั้ง

แล้วร่างอีกร่างนี้มาจากไหน?

“เหมือนเคยได้ยินผู้ฝึกฝนอมตะเรียกว่าเสี่ยวหู่และเสี่ยวเป้า เขาน่าจะเป็นซอมบี้สองตัวที่ปรากฏตัวพร้อมกันเมื่อกี้นี้”

“ไม่น่าแปลกใจเลย! ก่อนหน้ามีซอมบี้ร่างใหญ่ที่เหมือนกับนักรบปรากฎตัวขึ้นก่อน ต่อมาซอมบี้ร่างเล็กกว่าที่เหมือนกับนักฆ่าก็ปรากฏตัวขึ้น!  ส่วนนี่คือผู้อมตะ!”

คำพูดของทุกคนเต็มไปด้วยความตกใจ

งูเหลือมสองหัวที่พวกเขาไม่สามารถฆ่าได้แม้จะเกณฑ์คนมาทั้งกองทัพ  แต่ตอนนี้พวกมันกลับถูกซอมบี้สองตัวของผู้ฝึกฝนอมตะโจมตีจนร่างกายขาดเป็นสองท่อน !

ช่องว่างระหว่างพวกเขากับผู้ฝึกฝนอมตะคนนี้ใหญ่เกินไป

โห่! เสี่ยวหู่และเสี่ยวเป้ามาปรากฏตัวข้างๆ ฉู่เสวียนอีกครั้ง

เสี่ยวหู่รู้สึกภาคภูมิใจที่เขาได้ทำภารกิจที่เจ้านายมอบให้ได้สำเร็จแล้ว

ส่วนเสี่ยวเป้าก็มีเนื้องูติดอยู่ในปาก ซึ่งตอนนี้มันกำลังเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

ฉู่เสวียนมองลงไปที่งูเหลือมสองหัวตัวนั้น

สัตว์ร้ายตัวนี้หัวขาดไปหนึ่งหัว ครึ่งล่างของลำตัวก็ถูกตัดออก จนเลือดของมันไหลออกมาไม่หยุด

แต่มันกลับไม่ตาย

พลังชีวิตของมันยิ่งใหญ่กว่าที่ฉู่เสวียนได้จินตนาการไว้ แม้ว่าแก่นวิญญาณจะด้อยกว่าพลังงานมากแต่พลังชีวิตของสัตว์พิเศษตัวนี้  แทบจะเทียบได้กับพลังวิญญาณเลย

"ฟ่อ!"ดวงตาทั้งสองข้างที่เหลือของงูเหลือมสองหัวเต็มไปด้วยความไม่พอใจต่อฉู่เสวียน  มันรู้ว่ามันไม่มีโอกาสรอด แต่เหตุผลที่มันยังไม่ยอมตาย  ก็เพราะว่ามันไม่สามารถยอมรับความจริงนี้ได้ มันโกรธและไม่พอใจเป็นอย่างมาก ! มันต้องการลากมนุษย์คนนี้ให้ถูกฝังไปพร้อมกับมัน!

ครู่ต่อมา จู่ๆ งูเหลือมสองหัวก็เปิดปากและพ่นปราณปีศาจจำนวนมากออกจากร่างกายของมันอีกครั้ง มันต้องการปลดปล่อยปราณปีศาจทั้งหมดในร่างกายของมันออกมาเพื่อฆ่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้ซะ!

แต่เมื่อเห็นก๊าซสีดำลอยอยู่เต็มท้องฟ้า  ฉู่เสวียนก็แสดงรอยยิ้มออกมา “เจ้าตั้งใจส่งมันมาให้ข้าหรือ ?”

ปราณปีศาจเหล่านี้ก็ไม่ต่างไปจากยาชูกำลังสำหรับฉู่เสวียนที่เป็นผู้บำเพ็ญสายมาร!

ในช่วงก่อนหน้านี้ เขาได้ไปนั่งขัดสมาธิอยู่กลางค่ายกลยึดวิญญาณหยินเพื่อดูดซับปราณปีศาจเข้ามาช่วยเร่งการบ่มเพาะ เพื่อที่เขาจะได้ฝึกฝนอย่างรวดเร็วและไปถึงขั้นที่ 2 ของช่วงสร้างรากฐานให้ได้

แม้ว่าปราณปีศาจที่งูเหลือมสองหัวพ่นออกมานั้นจะไม่เข้มข้นนัก แต่ก็สามารถดูดซับเข้าไปเพื่อเร่งการฝึกฝนได้ฉู่เสวียนเพียงแค่ใช้พระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจเข้ามาช่วย

ในตอนนั้นปราณปีศาจก็ได้ลอยเข้ามาปกคลุมร่างกายของฉู่เสวียน ดวงตาทั้งสองข้างที่เหลือของงูเหลือมสองหัวเต็มไปด้วยความสุข

น่าขัน! อ่อนแอมาก!

มันไม่รู้ว่าปราณปีศาจนี้น่ากลัวแค่ไหน!

แต่ชายคนนี้กลับยอมให้ตัวเองถูกปราณปีศาจปกคลุมร่างกายเอาไว้จริงๆ

ดูเหมือนว่ามันจะสามารถเอามนุษย์เวรนี่ ฝังไปพร้อมกับมันได้แล้ว!

ผู้คนโดยรอบได้แต่เฝ้ามองดูฉากนี้อย่างใจจดใจจ่อ  ในใจของพวกเขาได้แต่วิตกกังวลไปตามๆกัน

“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมผู้ฝึกฝนอมตะถึงปล่อยให้ปราณปีศาจปกคลุมเช่นนี้?”

“เมื่อกี้ฉันเห็นว่าผู้ฝึกฝนอมตะนิ่งเฉยราวกับว่าเขาไม่กลัวมันเลยแม้แต่น้อย”

“ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงไม่กลัวมันเลย ผู้ฝึกฝนอมตะก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเราไม่ใช่เหรอ  เพียงแต่ว่าเขาทรงพลังกว่าเท่านั้น”

ผู้คนต่างก็พูดคุยและแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ออกมา

ซ่งต้ายี่จึงได้กระซิบถามออกมาว่า "ผู้ฝึกฝนอมตะจะรับมือกับก๊าซสีดำที่เข้มข้นแบบนั้นได้ไหมนะ"

หวังกังเจี้ยนดูจะไม่มั่นใจและลังเลเล็กน้อย "พื้นที่ที่เขายืนอยู่เต็มไปด้วยก๊าซสีดำ แต่เขาก็ไม่คิดจะหนีเลย ไม่แน่ว่าเขาน่าจะมีบางอย่างที่จำเป็นจะต้องพึ่งพาก๊าซสีดำนั้น...ใช่แล้ว”

ในตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดเขาเองก็ไม่เคยเห็นฉู่เสวียนย่างกายเข้าไปในกลุ่มหมอกนั้นเลยด้วยซ้ำ สิ่งที่เขาเห็นคือฉู่เสวียนยืนอยู่นอกกลุ่มหมอกและยังเตือนเขาว่าอย่าเข้าใกล้

หากว่าตัดสินจากท่าทีของอีกฝ่ายที่เขาได้เห็นมา ก็แสดงว่าก๊าซนี้เป็นอันตรายต่อผู้ฝึกฝนอมตะเหมือนกัน

ทว่าดวงตาของถังจินชวนแน่วแน่ "ฉันเชื่อว่าก๊าซสีดำนี้ไม่สามารถทำอะไรเขาได้!"

เซียงซิงและหลี่เตี่ยมู่ที่เดิมทีดูมีความหวัง แต่เมื่อพวกเขาเห็นฉู่เสวียนถูกก๊าซสีดำเข้าครอบงำ หัวใจของพวกเขาก็สั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง

“แย่ชะมัด! ทำไมเขาไม่หลบมันล่ะ เขาดูไม่เจ๋งเอาซะเลย!” หลี่เตี่ยมู่อยากจะรีบเข้าไปดึงฉู่เสวียนออกมา เขาได้แต่ตะโกนด้วยความไม่พอใจใส่หูของเซียงซิง

เซียงซิงได้แต่ถอนหายใจ "อย่าใจร้อน รอดูไปก่อน บางทีเขาอาจมีไพ่เด็ดอยู่ก็ได้"

ทว่าครู่ต่อมา ปราณปีศาจที่ห่อหุ้มร่างของฉู่เสวียนก็สงบลงทันทีและหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ฉู่เสวียนลืมตาขึ้นมาด้วยความลังเล ก่อนจะมองไปที่งูเหลือมสองหัวแล้วพูดว่า "ยังมีอีกไหม?"

ดวงตาของงูเหลือมสองหัวที่ที่ดูจะพอใจเมื่อครู่ บัดนี้ดูตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง

เกิดอะไรขึ้น?

ปราณปีศาจที่คอยกัดกินวิญญาณของผู้คนหายไปไหนแล้ว?

อย่าบอกว่ามนุษย์เวรนี่เป็นคนดูซับมันเข้าไปจนหมดแล้ว?

หวังกังเจี้ยนและคนอื่น ๆ ก็มีสีหน้าที่ตกตะลึงเหมือนกัน

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับก๊าซสีดำนั้น แม้แต่ผู้อยู่เหนือธรรมชาติที่ได้สัมผัสมันก็ล้มตายได้ แต่ผู้เป็นอมตะคนนี้ กลับถามว่ามีอีกไหม

เกิดอะไรขึ้น?

ถังจินชวนมีความคาดหวังบนใบหน้าของเขา "ฉันบอกแล้ว... "

เมื่อครู่หลี่เตี่ยมู่ยังตะโกนออกมาว่าทำไมเขาไม่หลบ แต่วินาทีต่อมาเมื่อเขาเห็นฉากนี้ สีหน้าหงุดหงิดของเขาก็หายไปจากใบหน้าของเขาทันที “ฉัน...ฉัน…”

ซงซิงหัวเราะ “ดูสิ! เขามีไพ่เด็ดจริงๆ เขาไม่กลัวก๊าซสีดำนี้จริงๆ!”

“เจ้าแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้มาก เจ้ามีคุณสมบัติที่จะเป็นจิตวิญญาณหลักในค่ายกลของข้า” ฉู่เสวียนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ตอนนี้เขารับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของงูเหลือมสองหัวนี้ได้อย่างถ่องแท้แล้ว

งูเหลือมสองหัวคำรามด้วยความโกรธ แม้ว่ามันจะไม่รู้ว่าจิตวิญญาณหลักของค่ายกลคืออะไร แต่ก็รู้ว่าฉู่เสวียนกำลังดูถูกเหยียดหยามมันอยู่

ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉู่เสวียนไม่เคยถือว่ามันเป็นคู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันเลยแม้แต่น้อย

งูเหลือมสองหัวร้องขู่ออกมาอย่างสิ้นหวัง  ลากร่างที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งของมันโจมตีฉู่เสวียนเป็นครั้งสุดท้าย

ปากที่เปื้อนเลือดดูเหมือนจะกลืนพื้นที่ทั้งหมดที่อยู่รอบ ๆ ฉู่เสวียนลงไปได้

"ข้าจะพาเจ้าขึ้นมาอยู่ข้างบนนี้เอง" ฉู่เสวียนไม่ได้หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย มันก็แค่คลื่นน้ำธรรมดาๆ

จู่ๆ เชือกยึดวิญญาณก็ถูกดึงออกมา แค่เขาฟาดออกไปเบาๆ หัวงูเหลือมที่เหลืออยู่อีกหนึ่งหัวก็ถูกตัดออกจากร่างของมันอย่างง่ายดาย

ดวงตาขนาดใหญ่ของมันยังคงเบิกโพงด้วยความโกรธและความอาฆาตพยาบาทไม่จบสิ้น แต่กว่าจะรู้ตัว มันก็ตายลงไปแล้ว

ฉู่เสวียนรีบร่ายมนตร์เพื่อดึงวิญญาณของมันออกมาจากร่าง ไม่นานวิญญาณของงูเหลือสองหัวก็ถูกเขาดึงออกมาอย่างแรง

“นั่นคือวิญญาณอย่างนั้นเหรอ!” ผู้คนต่างตกใจเมื่อเห็นมัน

ดึงวิญญาณ!

นี่เป็นสิ่งที่มีเพียงผู้ฝึกฝนอมตะเท่านั้นที่จะสามารถทำได้!

หวังกังเจี้ยนและอีกสี่คนให้ความเคารพและย้ำเกรงฉู่เสวียนมากยิ่งขึ้น

เซียงซิง, หลี่เตี่ยมู่ และทหารของกองทัพหลินเจียงที่แต่ก่อนเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตนเอง บัดนี้ความภาคภูมิใจนั้นได้หายไปอย่างสมบูรณ์  ในใจของพวกเขามีเพียงความเคารพต่อฉู่เสวียน

เหาะเหินเดินอากาศได้!

ดึงวิญญาณออกจากร่างไป!

หากนี่ไม่เรียกว่าเทพเจ้า แล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก?

ทว่าในใจของเซียงซิงตอนนี้กลับมีแต่ความเสียใจไม่จบสิ้นเกิดขึ้น ถ้าเขายอมลดทิฐิลงและไปที่โรงแรมห่าวไท่เป็นครั้งที่สามเพื่อเชิญให้ผู้ฝึกฝนอมตะผู้ลึกลับคนนี้เข้าร่วมกับพวกเขาเพื่อจัดการกับงูเหลือมสองหัวตั้งแต่แรก  เกรงว่าผลลัพธ์คงจะไม่น่าเศร้าแบบนี้  กระดูกสันหลังของกองทัพหลินเจียงอย่างหลินเฉียวก็คงจะไม่ต้องมาตายเช่นนี้  ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความเย่อหยิ่งของเขาทั้งนั้น ที่นำไปสู่ผลลัพธ์อันเลวร้ายที่สุด และตอนนี้เขาก็รู้สึกผิดอย่างสุดซึ้งแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 61 หากนี่ไม่เรียกว่าเทพพระเจ้า แล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก?

คัดลอกลิงก์แล้ว