เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12: พลังป้องกันหมื่นเท่า

บทที่ 12: พลังป้องกันหมื่นเท่า

บทที่ 12: พลังป้องกันหมื่นเท่า


พลังป้องกันหมื่นเท่า ชั่วขณะหนึ่ง ซูเสี่ยวคิดไม่ออกเลยว่าจะมีอะไรบนโลกนี้สามารถทำอันตรายมันได้

"มัน... วิวัฒนาการแล้วเหรอ?"

กวนเสี่ยวหานนั่งยองๆ ลงลูบคลำมัน พบว่าขนตามลำตัวของเจ้านกดำตัวใหญ่นั้นนุ่มลื่นอย่างเหลือเชื่อ ทว่าเธอกลับสัมผัสได้ถึงความเหนียวแน่นและแข็งแกร่งอย่างชัดเจน สัมผัสจากมือของเธอบ่งบอกถึงความทนทานอย่างเต็มเปี่ยม

ยิ่งไปกว่านั้น ขนบริเวณช่วงหน้าของปีกยังแข็งทื่อดุจเหล็กหล่อ ในขณะที่ขอบขนหางและขนด้านข้างก็คมกริบราวกับมีดเล่มเล็กๆ

"ใช่ นกกระจอกยักษ์ พละกำลังพันเท่า พลังป้องกันหมื่นเท่า เป็นสิ่งมีชีวิตเหนือสามัญระดับต่ำ" ซูเสี่ยวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"อะไรนะ!" กวนเสี่ยวหานอุทานพร้อมกับลุกพรวดขึ้น "แข็งแกร่งขนาดนั้นเลย!"

เธอรู้ดีว่าพละกำลังพันเท่าและพลังป้องกันหมื่นเท้านั้นหมายความว่าอย่างไร

หากพละกำลังพื้นฐานของมันคือ 1 มันจะสามารถปลดปล่อยพลังงานออกมาได้ถึง 1,000 หน่วย และถ้าเป็น 2 ก็จะเท่ากับพลังงาน 2,000 หน่วย

และเจ้านกกระจอกยักษ์ตัวนี้ก็เป็นถึงสิ่งมีชีวิตเหนือสามัญระดับต่ำแล้ว ซึ่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่ง หากระเบิดพละกำลังพันเท่าออกมา... กวนเสี่ยวหานลองจินตนาการเทียบพละกำลังพันเท้านี้กับตัวเธอเอง

ถ้าเธอมีพละกำลังเพิ่มขึ้นพันเท่า เธอจะต้องไร้เทียมทานในหมู่คนรุ่นเดียวกันอย่างแน่นอน และแม้แต่ผู้ฝึกวิถียุทธ์ระดับสามหรือระดับสี่ก็คงถูกเธอสังหารได้ในพริบตา

นี่ย่อมหมายความว่า เจ้านกกระจอกยักษ์ตัวนี้มีพละกำลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกวิถียุทธ์ระดับสามหรืออาจจะระดับสี่ไปแล้ว

ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน

ต้องเข้าใจก่อนว่า ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามหรือสี่นั้น ถือเป็นยอดฝีมือระดับกลางค่อนไปทางสูงในเมืองหลินไห่เล็กๆ ของพวกเขาที่มีประชากรเพียงไม่กี่แสนคนแล้ว

พวกเขาล้วนเป็นบุคคลที่ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ เช่น หัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรม หรือหน่วยค้นหา

แม้แต่ในกองทัพ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามหรือสี่ก็ยังได้เป็นถึงผู้บังคับหมู่หรือผู้บังคับหมวด

ทว่า เจ้านกกระจอกยักษ์ตัวนี้เพิ่งจะวิวัฒนาการเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือสามัญระดับต่ำแท้ๆ กลับครอบครองพละกำลังอันแข็งแกร่งถึงเพียงนี้

"ผู้ชายของเธอยังไงก็ยอดเยี่ยมเสมอแหละ ใช่ไหมล่ะ?" ซูเสี่ยวเลิกคิ้วขึ้นอย่างภูมิใจ ก่อนจะโน้มตัวไปหอมแก้มกวนเสี่ยวหานฟอดใหญ่ กวนเสี่ยวหานจึงสวนกลับทันควันด้วยการกระทุ้งศอกเข้าที่หน้าอกของเขา

ซูเสี่ยวเอื้อมมือออกไปปัดป้องตามสัญชาตญาณ และสามารถสกัดการโจมตีของกวนเสี่ยวหานเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สิ่งนี้ทำเอากวนเสี่ยวหานถึงกับประหลาดใจ

จากแรงปะทะที่ซูเสี่ยวสกัดกั้นเอาไว้ กวนเสี่ยวหานสัมผัสได้เลยว่ารากฐานร่างกายของเขาพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เพราะก่อนหน้านี้ เวลาที่เธอโจมตีซูเสี่ยวแบบนี้ เขาไม่เคยแม้แต่จะตอบสนองได้ทันท่วงที แต่ตอนนี้เขากลับป้องกันมันได้สบายๆ

เรื่องนี้ทำให้เธอฉุกคิดอะไรหลายๆ อย่างขึ้นมาได้ในทันที เธอไม่ใช่คนโง่ ในทางกลับกัน เธอเป็นถึงนักเรียนหัวกะทิและอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์สูงส่ง สมองของเธอจึงประมวลผลอย่างรวดเร็ว

เธอพอจะเดาเค้าลางของเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว

นกกระจอกยักษ์วิวัฒนาการ และความแข็งแกร่งของซูเสี่ยวก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หากจะบอกว่าสองเรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ต่อให้เอาผีมาหลอกก็คงไม่มีใครเชื่อ

"มันวิวัฒนาการ แล้วนายก็สามารถพัฒนาตามไปด้วยใช่ไหม?" กวนเสี่ยวหานเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น

ซูเสี่ยวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าและยกนิ้วโป้งให้กวนเสี่ยวหาน "สมกับเป็นนักเรียนหัวกะทิ ยอดเยี่ยมจริงๆ!"

"จริงดิ?"

"อืม"

"ทำไมล่ะ?" กวนเสี่ยวหานรีบคว้าแขนซูเสี่ยวแล้วถามต่อ ดวงตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เมื่อเห็นซูเสี่ยวยังคงเงียบ กวนเสี่ยวหานก็เริ่มงอน เธอเอื้อมมือไปหยิกหมับเข้าที่เนื้อก้อนโตของเขาอย่างแรง พร้อมกับขู่ฟ่อ "นี่ฉันจะแต่งงานกับนายอยู่แล้วนะ! นายยังจะมีความลับอะไรปิดบังฉันอยู่อีก! แล้วก็ไม่ยอมบอกฉันด้วย"

ซูเสี่ยวถึงกับหน้าเบ้ด้วยความเจ็บปวด "เบาๆ หน่อย เบาๆ ฉันจะบอกแล้วๆ นี่แหละคือพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์ของฉัน เหมือนกับที่เธอมีพรสวรรค์เรื่อง 'บ่มเพาะได้เร็ว' นั่นแหละ ส่วนพรสวรรค์ของฉันก็คือเจ้านี่"

ซูเสี่ยวชี้ไปที่นกกระจอกยักษ์

"ว้าว~ จริงเหรอเนี่ย~" กวนเสี่ยวหานมองสลับไปมาระหว่างซูเสี่ยวกับนกกระจอกยักษ์ พลางร้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ "นี่มันมหัศจรรย์เกินไปแล้ว พวกนายสองคนดูไม่เห็นจะเหมือนกันตรงไหนเลย!"

"เดี๋ยวนะ เจ้านกกระจอกยักษ์นี่คงไม่ได้เกิดจากนายไปทำอีท่าไหนกับนกตัวอื่นหรอกใช่ไหม?"

"ไปไกลๆ เลย! คิดบ้าอะไรของเธอเนี่ย? ฉันจะมีลูกกับนกได้ยังไงฮะ?" ซูเสี่ยวยื่นมือไปหยิกแก้มเนียนนุ่มของกวนเสี่ยวหานด้วยความหมั่นเขี้ยวสองสามที ซึ่งเธอก็ไม่ได้หลบแต่อย่างใด

"โอ๊ยๆๆ เจ็บนะ! เบาๆ หน่อยสิ แก้มฉันแดงหมดแล้วเนี่ย" กวนเสี่ยวหานปัดมือของซูเสี่ยวออกแล้วชกเข้าที่หน้าอกของเขา

โชคดีที่คราวนี้ซูเสี่ยวตอบสนองได้เร็วกว่าเดิม เขาจึงเบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด ทว่าทันทีที่เขาหลบพ้น หมัดซ้ายของกวนเสี่ยวหานก็พุ่งตามมาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ กระแทกเข้าที่ซี่โครงของซูเสี่ยวอย่างจังจนเขาถึงกับสูดปากด้วยความเจ็บปวด

"ยิ่งเจ้านกกระจอกยักษ์แข็งแกร่งขึ้น นายก็จะแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย ถ้าอย่างนั้น แค่เราหาอาหารมาให้มันเยอะๆ นายก็จะเก่งขึ้นเร็วๆ เลยใช่ไหมล่ะ?" เธอเมินเฉยต่อซูเสี่ยวที่กำลังหน้าเบ้ด้วยความเจ็บปวด

กวนเสี่ยวหานรู้สึกว่าตัวเองจับจุดสำคัญได้แล้ว

ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ได้

"อืม" ซูเสี่ยวลูบซี่โครงตัวเองป้อยๆ พร้อมกับพยักหน้าอธิบาย "แต่มันต้องใช้เงินเยอะมากเลยนะ การวิวัฒนาการแต่ละครั้งต้องใช้อาหารเพิ่มขึ้นสิบเท่า ตอนนี้เรายังพอรับไหว แต่ต่อๆ ไป จำนวนเงินที่ต้องใช้คงมหาศาลจนแทบจะเรียกได้ว่าสูงเสียดฟ้าเลยล่ะ"

"การเอาแต่ซื้อของมาประเคนให้มันคงไม่ใช่ทางออกในระยะยาว อีกอย่าง ในเมืองก็ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสิ่งมีชีวิตเหนือสามัญด้วย ฉันเลยกะว่า หลังจากให้มันวิวัฒนาการอีกสักครั้ง จะปล่อยให้มันบินไปล่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่ริมชายฝั่งทะเลเอาเอง"

"แบบนั้นก็เข้าท่าดีเหมือนกัน พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ฉันจะสะสมแต้มผลงานให้ได้อีกสักแต้มแล้วเอาไปแลกเป็นเงิน เราจะได้ซื้ออาหารมาให้มันกินเยอะๆ เพื่อให้มันวิวัฒนาการได้อีกครั้ง"

"ถึงตอนนั้น นายก็น่าจะสามารถทะลวงผ่านการขัดเกลาร่างกายขั้นที่สิบ ดูดซับพลังงานเหนือสามัญ และเริ่มบ่มเพาะวิถียุทธ์ได้แล้วใช่ไหมล่ะ?" กวนเสี่ยวหานยกนิ้วขึ้นมานับ "ถ้าอย่างนั้น นายก็จะสามารถบ่มเพาะวิถียุทธ์ได้ภายในเจ็ดวัน! เพอร์เฟกต์ไปเลย"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูเสี่ยวก็ตระหนักถึงความตั้งใจของกวนเสี่ยวหาน เธอเอาแต่คิดหาวิธีช่วยให้เขาพัฒนาขึ้นอยู่ตลอด

ซูเสี่ยวรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ลึกๆ แต่ก็ยังเอ่ยเตือนเธอไปว่า

"อย่าไปบอกเรื่องนี้กับใครล่ะ นี่คือความลับขั้นสุดยอดของฉันเลยนะ"

"รู้แล้วน่า ฉันไม่ได้โง่นะยะ ใครจะเอาความลับของผู้ชายตัวเองไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้กันล่ะ?" กวนเสี่ยวหานมองเขาประหนึ่งว่าเขาเป็นคนบื้อ

สายตานั้นทำเอาซูเสี่ยวรู้สึกฉุนขึ้นมานิดๆ

วินาทีต่อมา หมัดของกวนเสี่ยวหานก็ลอยมาจากไหนไม่รู้ กระแทกเข้าที่ท้องของซูเสี่ยวเต็มเปา

"อั้ก~ กวนเสี่ยวหาน ยัย..." ซูเสี่ยวกัดฟันกรอด ตัวงอเป็นกุ้งด้วยความจุก

"ป่ะ~ กลับบ้านกันเถอะ" กวนเสี่ยวหานเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ เดินนำออกไปได้สองก้าว ก่อนจะหันกลับมาคว้าคอเสื้อของซูเสี่ยวแล้วลากเขาขึ้นมา

"อ้อ~ ฉันบอกแม่แล้วนะ บอกว่านายจะเดินไปส่งฉันที่บ้าน"

"หา~ เธอออกจะถึกทนปานนี้? ส่วนฉันก็บอบบางซะขนาดนี้? จะให้ฉันไปส่งเธอเนี่ยนะ? เอาจริงดิ?"

"ฉันจะเป็นคนกลัวความมืดบ้างไม่ได้หรือไงยะ! ไปกันได้แล้ว!"

กวนเสี่ยวหานลากซูเสี่ยวออกจากห้องน้ำ พอดีกับที่แม่ซูกำลังถือชามเดินผ่านหน้าไปพอดี เธอหันมามองทั้งสองคนด้วยความประหลาดใจ

"ลูก... พวกลูกสองคน..."

"แม่ครับ กวนเสี่ยวหานรังแกผม" ซูเสี่ยวรีบฟ้องร้องขอความช่วยเหลือทันที

"เปล่านะคะๆ คุณป้า เราแค่หยอกกันเล่นเฉยๆ ค่ะ อ้อ จริงสิ หนูจะกลับบ้านแล้ว ให้ซูเสี่ยวเดินไปส่งหนูนะคะ?" พูดจบ กวนเสี่ยวหานก็ลากแขนซูเสี่ยววิ่งฉิวออกไปนอกประตู

ขณะที่ถูกกวนเสี่ยวหานลากตัวไป เขาก็แอบควบคุมให้นกกระจอกยักษ์บินกลับเข้าไปซ่อนในห้องนอนของเขา

แม่ซู: "..."

...บริเวณหน้าทางเข้าหมู่บ้าน

รถตู้คันหนึ่งค่อยๆ ขับมาจอดเทียบท่า

ไฟหน้าดับลง ทว่ากลับไม่มีใครก้าวลงมาจากรถ และไม่มีใครเผยใบหน้าให้เห็น ดูลึกลับน่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง

"วางเส้นทางไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหม?" น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามขึ้น

หากหลินฮ่าวอยู่ที่นี่ เขาจะต้องจำได้อย่างแน่นอนว่าเจ้าของเสียงนี้คือใคร

เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเฉินเปียว คุณลุงแสนดีของเขานั่นเอง

"จัดการเรียบร้อยแล้วครับ แถวนี้เป็นชานเมืองที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเล จากทางแยกข้างหน้า ขับลงไปทางทิศใต้ประมาณ 10 นาที ก็จะถึงจุดเปลี่ยวไร้ผู้คนริมชายฝั่งทะเลแล้วครับ"

ชายหน้าตาเหี้ยมเกรียมที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าซึ่งนั่งอยู่ตรงเบาะคนขับเป็นผู้ตอบ

"ดีมาก" เฉินเปียวรับคำ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ทางเข้าหมู่บ้านเขม็ง

ทันใดนั้น ชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งก็วิ่งหยอกล้อไล่จับกันออกมา แล้วมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง

"สองคนนั่นไง ซูเสี่ยวกับกวนเสี่ยวหาน"

"ตามพวกมันไป"

รถตู้คันนั้นค่อยๆ ขับสะกดรอยตามไปอย่างเงียบเชียบ

จบบทที่ บทที่ 12: พลังป้องกันหมื่นเท่า

คัดลอกลิงก์แล้ว