เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: จุดเริ่มต้นแห่งการวิวัฒนาการ

บทที่ 10: จุดเริ่มต้นแห่งการวิวัฒนาการ

บทที่ 10: จุดเริ่มต้นแห่งการวิวัฒนาการ


"กินเร็วจัง!" กวนเสี่ยวหานอุทานด้วยความประหลาดใจ

ประตูห้องน้ำเปิดอยู่ ซูเชี่ยน น้องสาวของซูเสี่ยว พากวนเสี่ยวหานเดินเข้ามา ทันเห็นเจ้านกยักษ์กำลังสวาปามปลาเฉาพอดี มันฉีกเนื้อปลาเป็นชิ้นใหญ่ๆ กลืนลงไปในพริบตา แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินต่อไป

ความเร็วในการสวาปามอันน่าตกใจและภาพเลือดสาดนั้นทำให้ซูเชี่ยนกลัวจนแทบแย่ เธอแอบชะโงกหน้ามองจากด้านหลังแล้วพูดกับซูเสี่ยวว่า "พี่คะ~ แม่บอกให้พี่เอาปลาไปให้ที่ครัวตัวนึง แม่จะทำกับข้าว"

"รู้แล้วน่า!"

ซูเสี่ยวรับคำ คว้าปลาตัวใหญ่ไปวางแหมะไว้ตรงหน้าเจ้านกยักษ์ มันใช้กรงเล็บตะปบและจิกเข้าที่หัวปลาทันที

เสียงดัง 'กร๊อบ' กะโหลกปลาที่แข็งกระด้างแตกละเอียด ปลาตัวโตแข็งทื่อไปในทันที

กวนเสี่ยวหานเบิกตากว้าง ส่วนน้องสาวก็หวีดร้องแล้ววิ่งหนีออกไป

"เร็วมาก! จู่โจมได้ดุดันอะไรขนาดนี้!" กวนเสี่ยวหานมองเจ้านกยักษ์ด้วยความตกตะลึง ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

มันตัวเท่าลูกนกพิราบเท่านั้น แต่กลับมีพลังโจมตีและความเร็วที่น่าทึ่ง ซูเสี่ยวอาจจะไม่ทันสังเกตเห็น แต่เธอมองเห็นได้อย่างชัดเจน

ตอนที่นกตัวนี้โจมตี กรงเล็บของมันเคลื่อนไหวเร็วมากจนกลายเป็นภาพเบลอ รวดเร็วยิ่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองหรือสามเสียอีก แม้แต่เธอก็ยังมองแทบไม่ทัน

ยิ่งไปกว่านั้น กะโหลกปลาคือส่วนที่แข็งที่สุดในร่างกายของมัน คนธรรมดาต้องใช้อาวุธมีคมถึงจะผ่ามันออกได้

แต่นกตัวนี้กลับกระแทกมันจนแหลกละเอียดด้วยการใช้กรงเล็บตบเบาๆ เพียงครั้งเดียว

นั่นมันความแข็งแกร่งระดับไหนกัน?

กวนเสี่ยวหานรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย

"ฮ่าๆ ฉันบอกแล้วไงว่าเจ้านกยักษ์ของฉันน่ะสุดยอด รอให้มันวิวัฒนาการก่อนเถอะ มันจะเก่งกาจยิ่งกว่านี้อีก" ซูเสี่ยวกล่าวพลางจับกรงเล็บของเจ้านกยักษ์มากรีดลงบนท้องปลา มันผ่าช่องท้องของปลาออกได้ทันทีราวกับใบมีดอันแหลมคม

ซูเสี่ยวควบคุมให้นกยักษ์กลืนกินเครื่องในและส่วนอื่นๆ ของปลาลงไป

"แถมยังคมกริบอีกต่างหาก! นกของนายเนี่ยน่าสนใจดีนะ!" กวนเสี่ยวหานเต็มไปด้วยความสนใจ

"หึๆ เดี๋ยวฉันมีอะไรจะให้ดู"

ซูเสี่ยวพูดคุยกับกวนเสี่ยวหานไปพลางจัดการปลาคาร์ปอย่างรวดเร็ว พอเสร็จแล้วก็เอาไปที่หลังครัวเพื่อช่วยแม่ของเขาทำอาหาร

เขาช่วยงานในครัวพร้อมกับควบคุมให้นกยักษ์สวาปามปลาคาร์ปไปด้วย

ตอนนี้เขาสามารถแยกสมาธิทำสองอย่างพร้อมกันได้แล้ว แต่ถ้าถูกรบกวน เขาก็ไม่สามารถทำอะไรที่ซับซ้อนหรือต้องใช้สมาธิสูงได้ ทำได้แค่การกระทำง่ายๆ ทั้งสองฝั่ง

เช่น หั่นผัก ปอกกระเทียม ส่วนเจ้านกยักษ์ก็ทำได้แค่กลืนกินลงไปทื่อๆ

กวนเสี่ยวหานก็ขยันขันแข็งเข้ามาช่วยด้วยเหมือนกัน แต่แค่เริ่มเธอก็ทำชามแตกไปใบหนึ่งแล้ว ซูเสี่ยวเลยไล่เธอออกไป เขาสงสัยอย่างหนักว่ากวนเสี่ยวหานจงใจทำ แต่ก็ไม่มีหลักฐาน

ตอนนั้นเอง ทางบ้านของกวนเสี่ยวหานก็โทรมาพอดี

กวนเสี่ยวหานรับสาย "หนูอยู่บ้านซูเสี่ยวค่ะ ไม่ต้องเหลือกับข้าวไว้ให้หนูนะ เดี๋ยวหนูให้ซูเสี่ยวเดินไปส่ง"

"ใช่ค่ะๆ ซูเสี่ยวคนที่หนูคอยเล่าให้ฟังตั้งแต่เด็กนั่นแหละค่ะ"

"โอเคค่ะ หนูวางสายแล้วนะคะ"

ทางฝั่งนี้ ครอบครัวกำลังทำกับข้าวและกินข้าวกันอย่างมีความสุข... ทว่าในเขตวิลล่าที่หรูหราที่สุดของเจียงเป่ย หลินฮ่าวกำลังยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูทิวทัศน์ของเมืองด้วยใบหน้ามืดครึ้ม

ภาพที่ซูเสี่ยวจูบกวนเสี่ยวหานต่อหน้าต่อตาฉายวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัวของเขา แถมภาพนั้นยังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น มีคนส่งรูปถ่ายมาให้หลายรูป เป็นรูปที่ซูเสี่ยวกับกวนเสี่ยวหานกำลังหิ้วปลาและเดินกลับบ้านไปด้วยกัน

พร้อมกับมีข้อความแนบมาด้วย

"สุดยอดเลย กวนเสี่ยวหานซื้อปลาแล้วเดินเข้าบ้านซูเสี่ยวไปแล้ว โคตรจะใจกล้าเลยว่ะ แค่เด็กม.ปลายก็พาไปเจอพ่อแม่แล้ว"

"บัดซบเอ๊ย!"

หลินฮ่าวชกกระจกหน้าต่างบานใหญ่จนเกิดเสียงดังสนั่น ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปด้วยความแค้นและริษยา

"เวรเอ๊ย ไอ้พวกหมาหมู่ ในเมื่อรนหาที่ตายก็อย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน"

เขาหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมาแล้วกดโทรออก

เสียงแหบพร่าดังมาจากปลายสาย

"ฮัลโหล~ เสี่ยวฮ่าว มีอะไรเหรอ?"

"ลุงเปียว มีคนขู่ผมครับ" น้ำเสียงของหลินฮ่าวเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นไห้ในทันที "ไอ้ซูเสี่ยวกับกวนเสี่ยวหานขู่จะฆ่าผม ผมกลัวมากเลยลุง~"

"อะไรนะ! มันชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว ส่งข้อมูลของพวกมันมาให้ฉัน เดี๋ยวฉันจะจัดการลบพวกมันให้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเอง" เสียงแหบพร่าตอบกลับ

"ขอบคุณมากครับลุงเปียว อีกสองสามวันผมจะหาโอกาสให้ลุงได้เจอแม่ผมตามลำพังนะครับ" น้ำเสียงของหลินฮ่าวแฝงไปด้วยความซาบซึ้ง

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงจะเปลี่ยนเป็นร้อนรน เขาลดเสียงลงและถามอย่างกระตือรือร้น

"จริงเหรอ?"

"จริงครับ ลุงเปียวกับแม่ผมเป็นรักแรกของกันและกัน ลุงชอบแม่ผมมาตั้งหลายปี มันไม่ง่ายเลย อีกอย่าง แม่ผมก็ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านนี้ไม่ค่อยมีความสุข โดนรังแกทั้งวันจนเอาแต่ร้องไห้ ในฐานะลูก ผมก็อยากเห็นแม่มีความสุขครับ"

"ฮ่าๆๆๆ ฮ่าวเอ๋อร์ โตขึ้นแล้วสินะ รู้จักเป็นห่วงเป็นใยแม่แล้ว ดี ดีมาก ดีจริงๆ ที่ผ่านมาลุงไม่เสียแรงเปล่าที่เอ็นดูแก เรื่องของแกก็เหมือนเรื่องของลุง ลุงต้องจัดการให้แกอยู่แล้ว ก็แค่เด็กเมื่อวานซืนสองคน จัดการง่ายนิดเดียว"

"ขอบคุณครับลุงเปียว ผมรู้อยู่แล้วว่าลุงเอ็นดูผมที่สุด น่าสงสารเด็กคนนี้ที่ไม่มีพ่อคอยเอ็นดู ฮึกๆ~"

"ฮ่าวเอ๋อร์เด็กดี อย่าร้องไห้ไปเลย ส่งข้อมูลของพวกมันมาให้ฉัน แล้วฉันจะจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย รอฟังข่าวดีได้เลย"

"ขอบคุณครับลุงเปียว ผมจะให้แม่ทำกับข้าวอร่อยๆ เต็มโต๊ะไว้รอลุงเลยนะครับ"

"ดี ดี ดี ฮ่าๆๆๆๆ"

หลินฮ่าววางสาย ใบหน้าของเขากลับมามืดครึ้มอีกครั้ง "ไอ้โง่เอ๊ย สภาพอย่างกับหมาวัด ริอ่านจะมาตีสนิทกับแม่ฉัน! ก็แค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามกระจอกๆ ไร้น้ำยา"

ระหว่างที่สบถด่า เขาก็ส่งข้อมูลทั้งหมดของซูเสี่ยวและกวนเสี่ยวหานไปให้เฉินเปียว

พร้อมกับทิ้งข้อความไว้ว่า: ฆ่าผู้ชาย จับเป็นผู้หญิง

เฉินเปียวกับแม่ของเขาเคยเป็นรักแรกของกันและกันมาตั้งแต่เด็ก เขาชอบแม่มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย แต่แม่เลือกพ่อของเขา ซึ่งตอนนั้นความรักของทั้งคู่ก็ร้อนแรงไม่เบา

น่าเสียดายที่แม่ของเขามาจากครอบครัวธรรมดาๆ

และไม่ได้รับการยอมรับ

แม้จะคลอดเขาออกมาแล้ว เธอก็ยังไม่ได้รับการยอมรับอยู่ดี โชคดีที่พ่อหน้าโง่ของเขายังส่งเสียค่าเลี้ยงดูให้มากพอ

"เสี่ยวฮ่าว มีอะไรหรือเปล่าลูก? เมื่อกี้แม่ได้ยินเสียงหนูร้องไห้?" หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม รูปร่างอวบอัดเปิดประตูเดินเข้ามา

"ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ ผมเพิ่งคุยโทรศัพท์กับเขาน่ะ" หลินฮ่าวไม่ได้พูดความจริง เขาเผยรอยยิ้มหวานและโอบเอวของหญิงสาวร่างอวบอัดอย่างเป็นธรรมชาติ "แม่ครับ วันนี้ทำอะไรอร่อยๆ ให้ผมกินบ้างเอ่ย?"

"อยากกินฝีมือแม่เหรอลูก? งั้นแม่ทำกุ้งมังกรอบวุ้นเส้นให้กินดีไหม?" หญิงสาวร่างอวบอัดยิ้ม

"ตกลงครับ แม่ดีที่สุดเลย"

"ฮ่าวเอ๋อร์ของแม่ก็เก่งที่สุดเหมือนกันจ้ะ"

พูดจบ หญิงสาวร่างอวบอัดก็ลูบหัวหลินฮ่าว หลินฮ่าวซุกหน้าลงกับอ้อมอกของเธอราวกับลูกหมาตัวน้อย ส่ายหัวไปมาอย่างออดอ้อน ช่างเป็นภาพความรักความผูกพันของแม่ลูกที่ดูสมบูรณ์แบบเสียเหลือเกิน...

[ร่างแยกนกกระจอกยักษ์ของคุณสวาปามปลาคาร์ป 1 ตัว ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 70 แต้ม]

[แต้มวิวัฒนาการสะสมครบ 1000 แต้ม ทำการวิวัฒนาการหรือไม่? (ใช่/ไม่ใช่)]

ซูเสี่ยวดีใจขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นตรงหน้า

"จะวิวัฒนาการแล้ว!"

ซูเสี่ยวรีบกินข้าวไปสองสามคำแล้ววิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องน้ำ

ปลาคาร์ปตัวผู้ที่ยังโตไม่เต็มวัยยี่สิบตัวให้แต้มวิวัฒนาการเกือบ 600 แต้ม ส่วนปลาคาร์ปเจ็ดตัวที่มีน้ำหนักเกินสามชั่งก็ให้แต้มวิวัฒนาการมาอีกกว่า 420 แต้ม

ตอนนี้แต้มวิวัฒนาการอยู่ที่ 1020 / 1000

เพียงพอสำหรับการวิวัฒนาการแล้วอย่างแน่นอน

ซูเสี่ยวควบคุมให้นกกระจอกยักษ์บินมาเกาะบนไหล่ เดินเข้าไปในห้องนอนแล้วเปิดกล่องที่บรรจุด้วงหุ้มเกราะเอาไว้

ซูเสี่ยวซื้อด้วงหุ้มเกราะตัวนี้มาจากตลาดค้าดอกไม้ นก ปลา และแมลงหลังเลิกเรียน สัตว์ชนิดนี้เป็นด้วงบก ลำตัวยาวประมาณ 2 เซนติเมตร รูปร่างหน้าตาคล้ายกับรถถังคันจิ๋ว

มันดูไม่ค่อยคล่องแคล่วนัก คลานก็ไม่ได้เร็วอะไร สิ่งที่มันถนัดคือการแกล้งตาย และมีเปลือกนอกที่แข็งกระด้างทนทานสุดๆ

มันสามารถทนรับน้ำหนักได้มากกว่าน้ำหนักตัวของมันเองถึงราวๆ 39,000 เท่า (เทียบได้กับคนน้ำหนัก 100 ชั่งที่ต้องแบกรับน้ำหนักถึง 3.9 ล้านชั่ง)

ซึ่งมากกว่าแรงกัดของนักล่าที่อาจคุกคามมันถึง 10 เท่า ทำให้พวกมันกัดไม่เข้า แถมมันยังสามารถเอาชีวิตรอดจากการโดนรถทับได้โดยไม่เป็นอะไรเลยอีกด้วย

อาจกล่าวได้ว่ามันคือสิ่งมีชีวิตที่มีพลังป้องกันสูงที่สุดในโลกนี้ ความอึดทนทานของมันเป็นรองก็แค่หมีน้ำเท่านั้น

แต่เนื่องจากหมีน้ำนั้นตัวเล็กจิ๋วเกินกว่าจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงไม่มีที่ไหนขาย ไม่อย่างนั้น เขาคงจะไปหาหมีน้ำมาใช้อย่างแน่นอน

"วิวัฒนาการ!"

จบบทที่ บทที่ 10: จุดเริ่มต้นแห่งการวิวัฒนาการ

คัดลอกลิงก์แล้ว