- หน้าแรก
- ตบหน้าพวกหยิ่งผยองด้วยพรสวรรค์สุดโกง
- บทที่ 19: หน่วยกิตการศึกษา
บทที่ 19: หน่วยกิตการศึกษา
บทที่ 19: หน่วยกิตการศึกษา
"ต้องจริงอยู่แล้ว"
"คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ"
"พรุ่งนี้..."
"ในเมื่อยังมีเวลาแถมสัตว์อสูรก็มีอยู่เพียบ เรามาใช้การต่อสู้ฝึกฝนสกิลให้ก้าวหน้ากันดีกว่า อย่าปล่อยให้โอกาสนี้เสียเปล่าเลย ว่าไงล่ะ"
ซูซิงเฉินกล่าวอย่างจริงจัง
แต่อันที่จริงแล้ว... เขาก็แค่อยากฟาร์มเหรียญทองกับแต้มคุณสมบัติเพิ่มเท่านั้นแหละ
ตอนนี้เขามีเหรียญทองสะสมอยู่ถึง 2,810,208 เหรียญ และมีแต้มคุณสมบัติอีก 71,220 แต้ม
"ฉันฟังพี่ซิงเฉินค่ะ"
จี้ชิงหลัวพยักหน้า ท่าทางดูว่าง่ายน่าเอ็นดู
"ไปกันเถอะ"
ซูซิงเฉินปิดม่านแสงเสมือนลงแล้วลุกขึ้นยืน
"เราจะไปไหนกันเหรอ" จี้ชิงหลัวถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ตอนนี้บนร่างของเธอสวมเพียงเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นตัวโคร่งของพี่ชาย โดยที่ข้างในโล่งโจ้งไม่ได้ใส่อะไรเลย ถ้าแค่นอนนิ่ง ๆ อยู่ในถ้ำก็คงไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าให้ออกไปข้างนอกคงลำบากน่าดู ต่อให้ในมิติลับหลานหลิงแห่งนี้จะมีแค่เธอกับซูซิงเฉินก็เถอะ
"พวกเราผ่านการทดสอบดันเจี้ยนแล้ว"
"ก็ต้องฉลองกันหน่อยสิ"
"กินบาร์บีคิวกัน"
ซูซิงเฉินบอก
พูดจบเขาก็เอื้อมมือไปจับมือนุ่มนิ่มขาวผ่องของจี้ชิงหลัว แล้วใช้สกิลขับเคลื่อนกระบี่พาร่อนลงไปนอกถ้ำ เขาส่งเธอลงเบื้องล่าง กำชับสั้น ๆ สองสามคำ แล้วเหาะทะยานจากไปบนกระบี่บิน
เขาออกไปหาฟืนกับพวกกระต่ายป่า สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ในมิติลับหลานหลิงคือสัตว์อสูรก็จริง แต่ก็ยังมีสัตว์ป่าตัวเล็ก ๆ อยู่บ้างเช่นกัน อย่างพวกกระต่ายป่าหรือไก่ป่า
เขาเจอมันตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ตอนนั้นภารกิจทดสอบยังไม่เสร็จสิ้นจึงไม่มีอารมณ์สุนทรีย์ ทว่าตอนนี้เขารู้สึกผ่อนคลายลงมากแล้ว
สิบนาทีต่อมา ซูซิงเฉินก็กลับมาพร้อมกับท่อนไม้แห้งขนาดหนึ่งคนโอบ ในมือหิ้วกระต่ายป่าสองตัวกับไก่ป่าอีกหนึ่งตัว แถมยังมีเห็ดติดมือมาด้วยอีกจำนวนหนึ่ง
"เดี๋ยวฉันล้างเห็ดให้นะ"
จี้ชิงหลัวดีใจมากที่เห็นเขากลับมา ทว่าเธอกลับช่วยอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันเลย จะให้ก่อไฟเหรอ เธอก็ไม่มีเชื้อเพลิง จะให้เชือดไก่เหรอ เธอก็ทำไม่เป็น
"เอาสิ" ซูซิงเฉินพยักหน้า
เขาวางข้าวของลง กระบี่เพลิงชิงซวงก็ปรากฏขึ้นในมือ ชายหนุ่มตวัดกระบี่ฟันอากาศไปทางท่อนไม้แห้งสองสามครั้ง ท่อนไม้นั้นก็ขาดออกจากกันและถูกผ่าเป็นฟืนขนาดพอเหมาะในทันที
จากนั้นเขาก็ลงมือจัดการเชือดไก่และกระต่าย นำไปล้างทำความสะอาดริมทะเลสาบอย่างคล่องแคล่ว
"พี่ซิงเฉิน... พี่คงไม่ได้พกเครื่องปรุงบาร์บีคิวมาด้วยหรอกใช่ไหม"
ยัยตัวแสบนั่งเท้าคางอยู่บนโขดหิน มองดูซูซิงเฉินเงียบ ๆ แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"เดาถูกเผงเลย" ซูซิงเฉินหัวเราะ
เขาหยิบเครื่องปรุงรสสารพัดชนิดออกมาเป็นขวด ๆ กระปุก ๆ รวมถึงอุปกรณ์สำหรับทำบาร์บีคิว เครื่องดื่ม และน้ำผลไม้
ของพวกนี้เขาแวะซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเมื่อตอนเช้าก่อนจะไปที่ศูนย์ผู้ใช้พลัง ในเมื่อมีพื้นที่มิติของระบบอยู่แล้ว เขาจึงกวาดซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันมาตุนไว้เพียบ
เขาหยิบเหล็กเสียบออกมา เสียบเนื้อกระต่ายป่า ไก่ป่า และเห็ด ก่อไฟ แล้วกรรมวิธีทำบาร์บีคิวก็เริ่มต้นขึ้น
"พี่ซิงเฉิน พี่อยากเข้ามหาวิทยาลัยไหนเหรอ"
ระหว่างย่างบาร์บีคิว จี้ชิงหลัวก็คอยช่วยทาเนยและโรยผงปรุงรส เธอมองซูซิงเฉินแล้วเอ่ยถาม
"รอเปิดเทอมค่อยดูอีกทีแล้วกัน แล้วเธอล่ะ" ซูซิงเฉินตอบกลับ
หลังจากการปลุกพลัง การเข้ามหาวิทยาลัยจะต้องพิจารณาจากหน่วยกิตการศึกษา ซึ่งหน่วยกิตเหล่านี้จะคำนวณจากพรสวรรค์ ระดับเลเวล พลังต่อสู้ และผลงานการเคลียร์ดันเจี้ยน
นี่คือหน่วยกิตที่ได้จากพรสวรรค์ คนส่วนใหญ่มีพรสวรรค์ระดับ D จึงได้ไปเพียง 20 แต้ม ระดับ S อย่างจี้ชิงหลัวได้เต็ม 100 แต้ม ส่วนซูซิงเฉินได้แค่ 20 แต้ม
นี่คือหน่วยกิตด้านระดับเลเวล เกณฑ์ขั้นต่ำคือเลเวล 2 เพื่อรับ 20 แต้ม หากตอนประเมินทำได้ถึงเลเวล 20 ขึ้นไปก็จะได้รับคะแนนเต็ม 100 แต้ม ในด้านนี้ ทั้งซูซิงเฉินและจี้ชิงหลัวต่างก็ได้คะแนนเต็มอย่างไร้ข้อกังขา ก็แน่ล่ะ ตอนนี้ทั้งสองคนปาเข้าไปถึงเลเวล 41 แล้วนี่นา
นี่คือหน่วยกิตด้านดันเจี้ยน เงื่อนไขคือต้องทำภารกิจสำเร็จและรอดชีวิตกลับออกมาได้ ซึ่งในจุดนี้ ซูซิงเฉินและจี้ชิงหลัวก็กวาดคะแนนเต็มไปได้อีกเช่นกัน ดันเจี้ยนระดับหายนะเชียวนะ
นี่คือหน่วยกิตด้านพลังต่อสู้ และเป็นหมวดที่ทำคะแนนสูงได้ยากที่สุด
พลังต่อสู้พื้นฐานของทุกคนเริ่มต้นที่ 200 หน่วย การจะดันให้ถึง 500 หน่วยได้นั้น อย่างน้อยต้องสวมใส่อุปกรณ์ระดับสีขาวถึงสามชิ้น ส่วนการจะทำให้ทะลุ 4,000 หน่วยยิ่งยากเย็นแสนเข็ญ
คนที่อยู่ต่ำกว่าระดับ S แทบจะหมดสิทธิ์ทำพลังต่อสู้ให้ถึง 4,000+ เว้นเสียแต่ว่าจะบ้านรวยพอที่จะทุ่มเงินซื้ออุปกรณ์มาบัฟพลัง ซึ่งนั่นเป็นเรื่องของพวกลูกหลานตระกูลใหญ่หรือมหาเศรษฐี แน่นอนว่าซูซิงเฉินและจี้ชิงหลัวก็คว้าคะแนนเต็มไปครองอีกตามเคย
"พี่ซิงเฉิน... ไม่ว่าพี่จะเข้ามหาวิทยาลัยไหน ฉันก็จะเข้าที่นั่นด้วย" จี้ชิงหลัวกล่าวอย่างจริงจัง "ถึงหน่วยกิตด้านพรสวรรค์ของพี่จะได้แค่ 20 แต้ม แต่สามหมวดที่เหลือพี่ได้คะแนนเต็มทั้งหมด ยังไงก็สอบติดหนึ่งในสี่มหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศได้สบาย ๆ อยู่แล้ว"
เดิมทีเธอสามารถได้รับสิทธิ์เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหัวเซี่ยได้โดยตรง แต่เธอกลับยอมสละสิทธิ์นั้นไป เพียงเพราะอยากเรียนที่เดียวกับซูซิงเฉิน
เธอแค่ไม่คาดคิดว่าพี่ชายจะพาเธอแบกจนผ่านฉลุยมาได้ ตอนนี้หน่วยกิตทุกหมวดของเธอคือคะแนนเต็ม เธอมั่นใจเลยว่าตนเองน่าจะเป็นคนเดียวในประเทศที่ได้คะแนนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แบบนี้
"เอ้า ระวังร้อนล่ะ ค่อย ๆ กิน" ซูซิงเฉินใช้มีดเล่มเล็กแล่เนื้อกระต่ายย่างส่งให้จี้ชิงหลัว...
"เลเวลนี่อัปยากอัปเย็นจริงๆ"
"สองวัน สองวันเต็ม ๆ ไม่ดรอปอุปกรณ์เลยสักชิ้นเดียว"
"ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป มหาวิทยาลัยธรรมดาก็คงสอบไม่ติดแน่"
"ในที่สุดพลังต่อสู้ก็แตะหนึ่งพันแล้ว ไปฉลองกันเถอะ!"
"ได้ยินมาว่ามีเด็กจากโรงเรียนที่เก้าลงดันเจี้ยนระดับหายนะด้วย เรื่องจริงดิ"
"ก็แค่ขยะพรสวรรค์ระดับ D ที่อยากเรียกร้องความสนใจนั่นแหละ"
"พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ เดิมทีหมอนั่นเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียนที่เก้า คบอยู่กับดาวโรงเรียนอันดับหนึ่ง แต่พอดาวโรงเรียนปลุกได้จอมเวทน้ำแข็งระดับ S ส่วนตัวเองได้แค่ระดับ D พอโดนบอกเลิกก็เลยบ้าบิ่นยอมเสี่ยงตายแบบนั้นไง"
"เสียดายก็แต่ดันไปหลอกเด็กระดับ S อีกคนให้ลงระดับหายนะไปด้วยเนี่ยสิ"
"การลงดันเจี้ยนระดับหายนะก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตายหรอก"
"..."
ณ ศูนย์ผู้ใช้พลัง
มีคนเดินเข้าดันเจี้ยน และมีคนเดินกลับออกมา
ทว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ล้วนเลือกดันเจี้ยนระดับทั่วไป มีเพียงหยิบมือที่เลือกระดับยาก
บางคนกลับมาพร้อมผลงานเต็มกระเป๋า และบางคนก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย
ระดับหายนะ... ยังคงเป็นหัวข้อที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด ท้ายที่สุดแล้ว ก็ผ่านมาเกือบยี่สิบปีแล้วที่ไม่มีใครย่างกรายเข้าไปในดันเจี้ยนระดับหายนะเลย
"น่าเสียดายจริงๆ"
"เดิมทีนึกว่าจะมาคว้าตัวแม่หนูระดับ S คนนั้นเข้ามหาวิทยาลัยเจียงหนานได้แบบส้มหล่นซะอีก ไม่คิดเลยว่าจะไปลงดันเจี้ยนระดับหายนะ เด็กคนนั้นคงจะคลั่งรักจนหน้ามืดไปแล้วแน่ ๆ"
ฉู่เมิ่งเหยาสืบข่าวมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เธอได้รับการยืนยันว่าเด็กสาวที่ปลุกได้คลาสหลิงหลงระดับ S ได้เข้าไปในดันเจี้ยนระดับหายนะจริง
ชั่วขณะนั้น เธอทำได้เพียงทอดถอนใจ นึกเสียดายที่แม่หนูนั่นคลั่งรักจนยอมตามคนที่ชอบเข้าไปในดันเจี้ยนมรณะ
ทว่าลึก ๆ แล้ว เธอกลับรู้สึกอิจฉาเด็กสาวคนนี้อยู่ไม่น้อย... ช่างเป็นอิสระและใช้ชีวิตตามใจปรารถนา
ฉู่เมิ่งเหยา อายุ 26 ปี อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเจียงหนาน พรสวรรค์ระดับ S ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเป็นถึงยอดฝีมือระดับจักรพรรดิขั้นที่เก้าอันแข็งแกร่ง
ทว่าความแข็งแกร่งและพรสวรรค์ของเธอมักจะถูกมองข้ามไป เพียงเพราะเธองดงามเกินไปจนได้รับการยกย่องให้เป็นอาจารย์เทพธิดาอันดับหนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยเจียงหนาน ไม่ใช่แค่ในหมู่คณาจารย์ แต่ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเจียงหนาน เธอคือเทพธิดาที่งดงามที่สุด
วงหน้างดงามหมดจด รูปร่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ หน้าอกอวบอิ่มสะดุดตา เอวคอดกิ่วขนาดที่รวบได้ด้วยมือเดียว เรียวขาหยกกลมกลึงทอดยาวตรงสลวย ขาวผ่องเป็นประกาย
"อาจารย์ฉู่ครับ ในเมื่อจี้ชิงหลัวเข้าไปในดันเจี้ยนระดับหายนะแล้ว พวกเราควรกลับมหาวิทยาลัยกันเลยไหมครับ"
ผู้ที่ติดตามเธอมาคืออาจารย์จากฝ่ายรับสมัครนักศึกษา
แม้อาจารย์ฉู่จะเป็นเพียงอาจารย์ แต่เธอก็คือยอดฝีมือระดับแนวหน้าอย่างแท้จริง คนระดับเธอปกติแล้วไม่มีทางลงมาหาเด็กถึงโรงเรียนมัธยมเพื่อดึงตัวหรอก ทว่าครั้งนี้ เธอได้ยินมาว่าโรงเรียนมัธยมปลายที่เก้าเมืองเจียงเฉิงมีระดับ S ถือกำเนิดขึ้นถึงสองคนพร้อมกัน
แถมระดับ S ทั้งสองยังเป็นพี่น้องฝาแฝดกันอีก
ตามหลักการแล้ว ทันทีที่ปลุกพลังเสร็จสิ้น ผู้มีพรสวรรค์ระดับ S ย่อมถูกสถาบันการศึกษาระดับสูงแย่งตัวไปในทันที ทว่ากลับมีระดับ S คนหนึ่งที่ไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยหัวเซี่ย แต่เลือกที่จะอยู่ต่อ
ดังนั้น เธอจึงใช้ช่วงเวลาก่อนเปิดเทอมรีบรุดมาที่เมืองเจียงเฉิง หวังจะพาตัวระดับ S คนนี้กลับไปที่มหาวิทยาลัยเจียงหนาน ทว่ากลับต้องมาพบว่าอีกฝ่ายได้เข้าไปในดันเจี้ยนระดับหายนะ ซึ่งเทียบเท่ากับการรนหาที่ตาย... ไม่มีวันได้กลับออกมาอีก
ช่างเป็นการมาเยือนที่เสียเที่ยวจริงๆ