- หน้าแรก
- สวยสังหารข้ามมิติ รักคลั่งของคนวิปริต
- บทที่ 26: รูมเมตแสนเปราะบาง
บทที่ 26: รูมเมตแสนเปราะบาง
บทที่ 26: รูมเมตแสนเปราะบาง
เดือนกันยายน
ไอแดดฤดูร้อนแทรกซึมผ่านรอยแยกเข้ามาในห้อง พื้นพลาสติกแผ่ไอร้อนอบอ้าว
อากาศร้อนจัดจนเกินไป ทางมหาวิทยาลัยจึงจัดการฝึกทหารในร่มเพื่อป้องกันไม่ให้นักศึกษาเป็นลมแดด
เสียงนกหวีดแหลมปรี๊ดดังขึ้น หลินปู๋เหยียนหลุบแพขนตาที่ชื้นเหงื่อลงเล็กน้อย รู้สึกวิงเวียนศีรษะจากความร้อน เขามองชายเสื้อลายพรางของรูมเมต แล้วเดินลากขาไปต่อท้ายแถวอย่างเชื่องช้า
เสียงรองเท้าผ้าใบหลายสิบคู่เสียดสีกับพื้นยาง หลังจากครูฝึกรายงานตัวเสร็จก็วิ่งเหยาะๆ ตรงมาทางพวกเขา
จากนั้นเสียงดังกังวานของครูฝึกก็ดังขึ้น
"แถวตรง! ตามระเบียบพัก..."
หลังจัดระเบียบแถวเสร็จ เขาก็เริ่มขานชื่อและปรับตำแหน่ง
สายตาของครูฝึกกวาดมองไปทั่วทั้งแถว เมื่อเห็นหลินปู๋เหยียนยืนอยู่รั้งท้าย เขาก็ยกมือขึ้นชี้ "คนสุดท้าย ก้าวออกมา"
หลินปู๋เหยียนก้าวออกไปอย่างว่าง่าย ภายใต้การชี้นำของครูฝึก เขาสลับตำแหน่งกับเพื่อนร่วมชั้นในแถวหน้า หลังจากจัดแถวซ้ายขวาอีกสองสามครั้ง ในที่สุดเขาก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฮั่วหลิน
เมื่อจัดแถวเสร็จสิ้น การฝึกก็เริ่มต้นขึ้น
ขณะที่ยืนอยู่ในท่าระเบียบพัก สายตาของฮั่วหลินก็ตกลงบนแผ่นหลังของหลินปู๋เหยียนอย่างห้ามไม่ได้
เอวคอดบางถูกรัดแน่นด้วยเข็มขัด ลำคอขาวเนียนและแม้กระทั่งติ่งหูของเขาถูกย้อมไปด้วยสีแดงระเรื่อ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะความร้อนชื้น ทำเอาไม่อาจละสายตาไปได้เลย
ฮั่วหลินคิดว่าเขาเพียงแค่ชื่นชมรูปร่างหน้าตาของเด็กหนุ่มเท่านั้น
เมื่อเช้าหลินปู๋เหยียนไม่มีเวลาทานอาหารเช้า หลังจากยืนมาได้ครึ่งชั่วโมง ดวงตาก็เริ่มพร่ามัว
ดูเหมือนว่าอาการน้ำตาลในเลือดต่ำของเขาจะกำเริบเสียแล้ว
เขาไม่ได้คิดจะฝืนทน ทว่าทันทีที่กำลังจะยกมือขึ้นเพื่อขออนุญาต สติก็ดับวูบ ร่างทั้งร่างร่วงพับหงายหลังลงไปทันที
ในเสี้ยววินาทีที่ร่างนั้นร่วงหล่น ฮั่วหลินก็รีบยื่นแขนออกไป รวบเอวบางไว้แน่นและรับตัวเขาเข้ามาในอ้อมแขนได้อย่างทันท่วงที
เมื่อเห็นดังนั้น เสิ่นสวี่ที่ยืนอยู่ข้างฮั่วหลินก็รีบตะโกนขึ้น "รายงานครูฝึก!! มีนักศึกษาเป็นลมครับ"
"ครูฝึก!!!"
นักศึกษาคนอื่นๆ ฉวยโอกาสนี้ยืดเหยียดแขนขาที่เหนื่อยล้า
ครูฝึกสาวเท้าเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นเด็กหนุ่มที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขนของฮั่วหลิน เขาก็คิ้วขมวดมุ่น "พวกนายสองคนพาเขาไปที่ห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้ มีอะไรให้รีบมารายงาน!"
"ครับ!" เสิ่นสวี่รับคำ
ณ ห้องพยาบาล หลินปู๋เหยียนนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ริมฝีปากซีดเผือดและใบหน้าขาวซีด
แพทย์ตรวจดูอาการ และพบว่าเป็นเพียงแค่อาการน้ำตาลในเลือดต่ำ จึงให้น้ำเกลือและเอ่ยเตือน "พ่อหนุ่ม ตอนเช้าจะงดอาหารเช้าไม่ได้นะ"
"ตัวก็ผอมบางขนาดนี้ ต้องกินข้าวให้ตรงเวลาครบสามมื้อ หมอมีธุระอื่นต้องไปทำต่อ อาการไม่ได้ร้ายแรงอะไรนัก พอเขาฟื้นก็ให้เขากินอะไรอ่อนๆ แล้วพักผ่อนสักหน่อยก็ไม่เป็นไรแล้ว"
"เฝ้าเขาไว้ให้ดีล่ะ มีอะไรก็เรียกหมอได้ตลอดเวลา"
ฮั่วหลินพยักหน้ารับ
เมื่อเห็นว่าไม่เป็นอะไรแล้ว เสิ่นสวี่จึงเอ่ยขึ้น "พี่ฮั่ว พี่ดูแลเสี่ยวหลินเหยียนให้ดีนะ ฉันจะไปรายงานครูฝึกก่อน"
"อืม"
ขณะที่หลินปู๋เหยียนยังคงหลับใหล ฮั่วหลินก็ออกไปซื้ออาหารบำรุงที่หน้ามหาวิทยาลัย
เมื่อกลับมาแล้วเห็นว่าหลินปู๋เหยียนยังไม่ฟื้น เขาก็วางปิ่นโตเก็บความร้อนลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างเบามือ
หลินปู๋เหยียนนอนอยู่บนเตียง ขดตัวเข้าหากันโดยไม่รู้ตัวขณะหลับใหล
ภายใต้ผ้าห่มผืนบาง รูปร่างของเขายิ่งดูบอบบางน่าทะนุถนอม เหงื่อเย็นเฉียบเกาะพราวบนเส้นผม สะท้อนแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์เป็นประกาย
ฮั่วหลินนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เขาหมุนไฟแช็กโลหะเล่นในมือ ทว่าสัมผัสเย็นเยียบของมันไม่อาจดับความร้อนรุ่มในฝ่ามือของเขาได้เลย
เขาจ้องมองริมฝีปากซีดเผือดของเด็กหนุ่ม ทันใดนั้นความฝันเมื่อไม่กี่วันก่อนก็วาบเข้ามาในหัว
ผ้าปูเตียงสีขาวผืนเดียวกัน แพขนตาที่สั่นระริกเหมือนกัน และในความฝันนั้น เขากำลังโน้มตัวลงไปจูบซับหยาดน้ำตาที่หางตาของเด็กหนุ่ม
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงอย่างแรง ราวกับถูกมนตร์สะกด เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ ชายเสื้อลายพรางเสียดสีกับราวเตียงโลหะจนเกิดเสียงดังกริ๊กเบาๆ
เมื่อริมฝีปากห่างกันเพียงคืบ คนบนเตียงก็ขยับตัวกะทันหัน
ฮั่วหลินผงะถอยราวกับถูกไฟช็อต หลังส่วนล่างกระแทกเข้ากับพนักเก้าอี้อย่างจัง และไฟแช็กก็ร่วงหล่นกระทบพื้นเสียงดัง "แกร๊ก"
"พี่... พี่ฮั่ว?" น้ำเสียงของเขายังคงแหบพร่าด้วยความงัวเงีย
หลินปู๋เหยียนลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ สายน้ำเกลือแกว่งไกวเล็กน้อยตามจังหวะที่เขาขยับมือ
"ผม..."
"อาการน้ำตาลในเลือดต่ำของนายกำเริบ ก็เลยเป็นลมไปน่ะ"
ฮั่วหลินก้มลงเก็บไฟแช็ก ปลอกโลหะร้อนผ่าวอยู่ในกำมือ
เขาก้าวไปข้างหน้าและช่วยประคองเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้นนั่งอย่างนุ่มนวล
"นายจะอดอาหารเช้าไม่ได้แล้วนะ ฉันซื้อโจ๊กลูกเดือยมาให้ กินตอนที่ยังร้อนๆ เถอะ"
หลินปู๋เหยียนเม้มริมฝีปากและเอ่ยขอบคุณ "ขอบคุณครับ พี่ฮั่ว"
เขาเอื้อมมือไปรับ แต่เพราะมือยังเสียบสายน้ำเกลืออยู่จึงไม่สะดวกนัก
ฮั่วหลินเปิดปิ่นโตเก็บความร้อน "เดี๋ยวฉันป้อนนายเอง"
หลินปู๋เหยียนลังเล "แต่..."
"อย่าไปฟังเรื่องไร้สาระของเสิ่นสวี่เลย" ฮั่วหลินพูดแทรก พลางพับแขนเสื้อลายพรางขึ้นไปถึงข้อศอกอย่างคล่องแคล่ว เผยให้เห็นผิวสีอ่อนที่ท่อนแขน
"ฉันเป็นชายแท้ก็จริง แต่นายก็เป็นรูมเมตของฉัน มันก็ถูกแล้วที่ฉันจะดูแลนาย"
"อีกอย่าง นายก็ไม่ได้คิดอะไรกับฉันอยู่แล้วนี่ ถูกไหม?"
หลินปู๋เหยียนพยักหน้ารับ
ไม่รู้ว่าทำไม พอเห็นเด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างว่าง่าย เขากลับรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก
ปากของหลินปู๋เหยียนเล็กนิดเดียว ซ้ำลิ้นยังไวต่อความรู้สึกมาก แม้จะโดนของร้อนลวก เขาก็ไม่ปริปากบ่น มีเพียงแพขนตาที่สั่นระริก ปลายลิ้นหดกลับตามสัญชาตญาณ เผยให้เห็นสีชมพูระเรื่อ
ฮั่วหลินลูกกระเดือกขยับขึ้นลง เขานำโจ๊กมาจ่อที่ริมฝีปากของตนเพื่อเป่าให้คลายร้อนก่อนจะป้อนให้อีกครั้ง
เมื่อโจ๊กพร่องไปครึ่งชาม หลินปู๋เหยียนก็เบือนหน้าหนีช้อน แก้มป่องพองขณะที่กลืนมันลงไป
"อิ่มแล้วเหรอ?"
หลินปู๋เหยียน "อืม"
ฮั่วหลินจัดการเก็บกวาดของทุกอย่างด้วยตัวเอง สั่งเสียอีกสองสามคำ แล้วจึงกลับไปที่ลานฝึก
หนึ่งเดือนของการฝึกทหารผ่านพ้นไปในที่สุด
เสิ่นสวี่ปลดเข็มขัดที่รัดแน่นออก แล้วพาดตัวลงบนไหล่ของเจียงเหอชวนราวกับกองโคลนเหลวเป๋ว อากาศที่พัดมาจากปีกหมวกของเขาโชยกลิ่นเค็มของเหงื่อ
"การฝึกทหารจบลงสักที เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว! นี่! คืนนี้พวกเราออกไปหาอะไรกินกันดีไหม?"
เจียงเหอชวนใช้มือข้างหนึ่งดันปีกหมวกขึ้น และยอมให้อีกฝ่ายทิ้งน้ำหนักพิงตัวเขาขณะเดิน คราบเหงื่อวงใหญ่เปียกชุ่มทะลุแผ่นหลังเสื้อยืดของเขา "อยากกินอะไรล่ะ?"
เสิ่นสวี่ "ต้องเป็นของดีๆ สิ!"
เสิ่นสวี่ใช้ข้อศอกกระทุ้งฮั่วหลินแล้วถามว่า "พี่ฮั่วอยากกินอะไร?"
ฮั่วหลินตอบอย่างไม่ใส่ใจ "อะไรก็ได้"
เมื่อเห็นเสิ่นสวี่หันมามองตน หลินปู๋เหยียนก็รีบปฏิเสธ "วันนี้ผมค่อนข้างเหนื่อย แล้วพรุ่งนี้ก็มีงานพาร์ตไทม์ด้วยครับ"
"งานพาร์ตไทม์อะไร?" เสิ่นสวี่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ราวกับค้นพบโลกใบใหม่ ส่วนเจียงเหอชวนก็ชะลอฝีเท้าลงเช่นกัน
เมื่อถูกทั้งสามคนรุมล้อม แก้มของหลินปู๋เหยียนก็แดงซ่านจากความร้อน เขาเปิดหน้าต่างแชตขึ้นมา มันคืองานที่เขาหาได้จากบอร์ดประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย และอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก
เสิ่นสวี่รับโทรศัพท์ไปดู
"ชั่วโมงละสิบสามหยวน? ทำไมมันน้อยขนาดนี้ล่ะ?"
เสียงของเสิ่นสวี่ดังขึ้นกะทันหันขณะที่เคาะหน้าจอโทรศัพท์
เขาหันไปชนไหล่ฮั่วหลิน "พี่ฮั่ว ดูนี่สิ นี่มันกดขี่แรงงานชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?"
สมองของเสิ่นสวี่แล่นฉิว "น้องเสี่ยวเหยียน ให้ฉันแนะนำงานให้นายดีไหม? ชั่วโมงละสองถึงสามร้อยหยวน แถมงานก็ไม่ค่อยเหนื่อยด้วย"
ชั่วโมงละสองถึงสามร้อยหยวน—เยอะมากเลยนะนั่น
หลินปู๋เหยียนตาโต เขาถามด้วยความอยากรู้ "งานอะไรเหรอครับ พี่เสิ่น?"
"ที่บ้านฉันเปิดคลับน่ะ แล้วตอนนี้ก็ขาดบาร์เทนเดอร์อยู่พอดี สนใจไหม?"
หลินปู๋เหยียนเม้มริมฝีปาก "แต่ผมผสมเครื่องดื่มไม่เป็นนะครับ..."
"ไม่เป็นไร! มีคนสอนนายได้อยู่แล้ว" ฝ่ามือของเสิ่นสวี่วางแหมะลงบนกลุ่มผมนุ่มนิ่มของเด็กหนุ่มตามสัญชาตญาณ
ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส มือของเขาก็ถูกปัดออกอย่างแรงจากมือของใครอีกคนที่พุ่งพรวดเข้ามา
ฮั่วหลินขมวดคิ้ว "พูดเฉยๆ ก็พอ ทำไมต้องถึงเนื้อถึงตัวด้วย?"
เสิ่นสวี่ลูบหลังมือที่แดงเถือกของตัวเองพลางบ่นอุบอิบ "โธ่เอ๊ย ก็หัวน้องเสี่ยวเหยียนลูบเพลินจะตายนี่นา ว่าง่ายกว่าเจ้าตัวที่บ้านฉันตั้งเยอะ"
เจียงเหอชวนเอาหมวกพัดวีให้ตัวเองไม่หยุด "รีบกลับหอกันเถอะ ร้อนจะตายอยู่แล้ว"
"คืนนี้ชวนกู้ซือหู่ออกมาด้วยสิ ไม่เห็นหน้าหมอนั่นมาพักใหญ่แล้ว คันไม้คันมือพิลึก"
เสิ่นสวี่เห็นด้วยทันที "แม่มเอ๊ย ใช่เลย ต้องเรียกมันมา ฉันยังมีบัญชีแค้นที่ต้องสะสางกับมันตั้งแต่คราวก่อนอยู่"
"แต่กู้ซือหู่ไม่มาก็ดีเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นพวกเราจะได้เจอรุมเมตน่ารักๆ อย่างเสี่ยวหลินเหยียนได้ยังไงล่ะ?"
"จริงไหม พี่ฮั่ว?"
ฮั่วหลินมองโทรศัพท์แล้วตอบส่งๆ "อืม"
บนหน้าจอโทรศัพท์ เสื้อผ้าที่เขาสั่งซื้อไปเมื่อสองสามวันก่อนมาส่งถึงหอพักเรียบร้อยแล้ว
เสิ่นสวี่และเจียงเหอชวนเดินนำหน้าไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พวกเขากำลังนับนิ้ววางแผนว่าจะจัดการกับกู้อี้อย่างไรดี
หลินปู๋เหยียนเดินรั้งท้าย ปอยผมลู่แนบติดหน้าผากเพราะเหงื่อ ฤดูร้อนมันร้อนขนาดนี้จริงๆ—
ฮั่วหลินสังเกตเห็น จึงเอียงไหล่ไปทางขวาอย่างแนบเนียนเพื่อช่วยบังแสงแดดให้เด็กหนุ่ม
หลินปู๋เหยียนเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย ก่อนจะเห็นแพขนตาที่หลุบลงของฮั่วหลินทอดเงาจางๆ ลงบนใต้ตา และไหปลาร้าที่โผล่พ้นคอเสื้อลายพราง
ประตูหอพักถูกเสิ่นสวี่ถีบเปิดออกเสียงดัง "ปัง" จู่ๆ เขาก็ชี้ไปที่โต๊ะของฮั่วหลินแล้วร้องอุทาน
"เชี่ยย! คอลเลกชันใหม่จากแบรนด์เมซงเพียบเลย? เฮ้ย ไซส์พวกนี้มันไม่ใช่ไซส์นายนี่หว่า?"
ฮั่วหลิน "ของเสี่ยวหลินเหยียนน่ะ"
ได้ยินเสิ่นสวี่เรียกแบบนั้นบ่อยๆ เขาก็เริ่มเผลอเรียกตามไปโดยไม่รู้ตัว
"ฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำไมซื้อเสื้อผ้ามาเยอะแยะ"
เจียงเหอชวนเตะรองเท้าออกแล้วเลิกชายเสื้อยืดขึ้น เผยให้เห็นช่วงเอว "ร้อนตับจะแตก เสิ่นสวี่ ไปซื้อไอติมแท่งเป็นเพื่อนหน่อย"
"ไปดิๆ!" เสิ่นสวี่ตบก้นตัวเองแล้วลุกขึ้น ขยิบตาให้ฮั่วหลินขณะเดินผ่าน
"เลือกเสื้อผ้าให้น้องเสี่ยวเหยียนเหรอ? ตาถึงนะเนี่ย พี่ฮั่ว—" ประโยคครึ่งหลังถูกตัดบทเมื่อเจียงเหอชวนคว้าคอเสื้อแล้วลากเขาออกไป
ขณะที่ประตูปิดลง ประโยคสุดท้ายก็ลอยแว่วเข้ามา "เดี๋ยวพวกเราซื้อไอติมกลับมาฝากนะ!"