เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 270 - สถานการณ์ ซับซ้อนซ่อนเงื่อน

บทที่ 270 - สถานการณ์ ซับซ้อนซ่อนเงื่อน

บทที่ 270 - สถานการณ์ ซับซ้อนซ่อนเงื่อน


บทที่ 270 - สถานการณ์ ซับซ้อนซ่อนเงื่อน

◉◉◉◉◉

"ส่งของงั้นหรือ เจ้าดูสิว่าบนตัวข้ามีของอะไรบ้าง"

"พวกเจ้าควรไปหาทาสดาบ ของพวกนั้นถูกเขาเอาไปแล้ว"

เมิ่งเสินทงกล่าวด้วยความขุ่นเคือง

"ทาสดาบหายตัวไปแล้ว พวกเราไปสำรวจถ้ำรอบนอกแห่งนั้นมา มีของหลายอย่างที่ไม่สามารถเอากลับไปได้ทัน น่าจะยังซ่อนอยู่บนยอดเขานั้น ส่งมันมาซะ!"

ฮั่วเฟิงมองเมิ่งเสินทงพลางกล่าว

"เจ้าว่าอะไรนะ ทาสดาบหายตัวไปแล้ว!"

"เป็นไปไม่ได้ เขาควรจะได้ของแล้วกลับไปที่ลัทธิจันทร์เหมันต์สิ!"

เมิ่งเสินทงเอ่ย

"มณฑลหลิ่งหนานกว้างใหญ่ปานนี้ เขาไม่มีทางหนีไปได้ในเวลาสั้นๆ หรอก ตามหลักแล้วด้วยฝีมือของพวกเราย่อมต้องสืบหาร่องรอยของเขาพบ ทว่ากลับไม่พบเบาะแสใดเลย!"

"ข้าคิดว่าเป็นไปได้ที่เจ้าจะสังหารทาสดาบแล้วโยนความผิดให้เขา!"

ฮั่วเฟิงมองเมิ่งเสินทงพลางกล่าว

"ข้าฆ่าเขาแล้วยังต้องโยนความผิดให้เขาอีกทำไม สมองข้าไม่ได้มีปัญหานะ!"

เมิ่งเสินทงโกรธจนลมออกหู

ทว่าภายในใจกลับสงบลงอย่างรวดเร็ว เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

เรื่องราวอาจจะไม่เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ก่อนหน้านี้

"ทาสดาบน่าจะซ่อนตัวอยู่ ยอดฝีมือขั้นเทวาหากคิดจะหลบซ่อน พวกเจ้าไม่มีทางหาพบได้ง่ายๆ หรอก"

เมิ่งเสินทงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พี่เมิ่งก็ช่วยไปกับข้าสักรอบเถอะ ไปช่วยชี้แนะแนวทางให้พวกเราสักหน่อย"

ฮั่วเฟิงมองเมิ่งเสินทงพลางกล่าว

เป็นความจริงอย่างที่เมิ่งเสินทงกล่าว เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องโยนความผิดให้ตัวเอง

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็พาเมิ่งเสินทงกลับไปด้วย

หากพบความผิดปกติเมื่อใดก็สามารถจับกุมได้ทันที

"ตกลง ทาสดาบนั่นตัดแขนข้าไปข้างหนึ่ง ข้าเองก็ต้องตามไปแก้แค้นมันเช่นกัน"

เมิ่งเสินทงกล่าวโดยไม่ลังเล

"ดี เชิญ!"

ฮั่วเฟิงผายมือ

เมิ่งเสินทงเดินนำไปด้านหน้า

บริเวณปากถ้ำ

เมิ่งเสินทงสำรวจรอบด้านครู่หนึ่ง ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ

"พี่เมิ่ง ท่านที่สูญเสียแขนไปข้างหนึ่ง ไม่คู่ควรให้พวกเราต้องวางกำลังดักซุ่มหรอก"

ฮั่วเฟิงมองสภาพร่างกายของเมิ่งเสินทงพลางเอ่ยขึ้น

"อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็ดี วิชาเคลื่อนย้ายข้ามโลหิต!"

เมื่อได้ยินคำพูดของฮั่วเฟิง มือซ้ายของเมิ่งเสินทงก็สกัดจุดบนหน้าอกตนเองอย่างรวดเร็วสองสามครั้ง

ทันใดนั้นเลือดลมภายในร่างของเขาก็พุ่งพล่าน ก่อเกิดพลังลมปราณอันมหาศาล

เขาอาศัยพลังลมปราณสายนี้ทำให้ร่างกายกลายเป็นเงาสีเลือด พุ่งทะยานเข้าไปในป่าทึบที่อยู่ไม่ไกลนัก

ความเร็วช่างรวดเร็วยิ่งนัก กว่าฮั่วเฟิงที่อยู่ด้านหลังจะรู้สึกตัว ร่างของเมิ่งเสินทงที่กลายเป็นเงาสีเลือดก็หายเข้าไปในป่าลึกแล้ว

ฮั่วเฟิงถีบเท้าลงบนพื้น ร่างกายพุ่งทะยานตามไปราวกับภาพติดตา

ทว่าก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง

"เมิ่งเสินทงบัดซบ!"

ฮั่วเฟิงสบถด่า นึกไม่ถึงเลยว่าเมิ่งเสินทงผู้นี้จะยอมทำร้ายตัวเองเพื่อหลบหนี

"ต่อให้วันนี้เจ้าหนีรอดไปได้ เจ้าก็ไม่มีทางก้าวออกจากมณฑลหลิ่งหนานได้หรอก!"

ฮั่วเฟิงมองไปยังทิศทางที่เมิ่งเสินทงหายตัวไป กล่าวทิ้งท้ายประโยคหนึ่งแล้วหันหลังเดินจากไป

อีกด้านหนึ่ง

ณ วังฉางเฮิ่น

เหมยเสวียนซวงมองเอกสารตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ตกลงแล้วของตกไปอยู่ในมือใครกันแน่"

"หากเมิ่งเสินทงได้ของไป ต่อให้เขาได้รับบาดเจ็บก็น่าจะกลับเมืองหลวง ไม่ใช่มาซ่อนตัวอยู่ในมณฑลหลิ่งหนาน"

"แต่หากทาสดาบเป็นคนได้ไป ในสถานการณ์ที่เขาไม่รู้ว่าเมิ่งเสินทงนำเรื่องมาเปิดเผย ก็ควรจะสืบหาร่องรอยของเขาพบสิ ทว่ากลับไร้ซึ่งร่องรอยใดๆ นี่มันเรื่องอะไรกัน"

เหมยเสวียนซวงเริ่มไม่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในตอนนี้

นางรู้สึกว่ามันดูแปลกประหลาดพิกล

ทันใดนั้น!

วิหคส่งสารตัวหนึ่งก็บินโฉบเข้ามาจากด้านนอกอย่างรวดเร็ว

เหมยเสวียนซวงหรี่ตาลง นางยกมือขึ้นดูดรั้งวิหคตัวนั้นเข้ามาในฝ่ามือ แล้วปลดจดหมายที่ผูกไว้ตรงกรงเล็บนกออกมาอ่าน

เมื่อเห็นเนื้อหาในจดหมายสีหน้าก็เคร่งขรึมลง

"ของตกไปอยู่ในมือของทาสดาบ ระดับฝีมือของทาสดาบไปถึงขั้นเทวาด่านเคราะห์ที่สี่แล้ว เมิ่งเสินทงได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาต้องการให้ข้าช่วยเหลือส่งตัวเขาออกจากมณฑลหลิ่งหนาน"

เหมยเสวียนซวงขยำกระดาษในมือจนแหลกละเอียด

นางเดินวนไปมาภายในโถงใหญ่สองสามก้าว

"เวลานี้ทางฝั่งข้าเองก็คงถูกจับตามองเช่นกัน การจะช่วยเหลือเมิ่งเสินทงนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ต้องลองไปหาซูเฉินดู เผื่อว่าเขาจะมีวิธี!"

หลายวันมานี้เหมยเสวียนซวงคอยจับตาดูเรื่องนี้มาโดยตลอด

ผลลัพธ์ที่ได้ในวันนี้เป็นสิ่งที่นางคาดเดาไว้ ทว่าก็ยังเหนือความคาดหมายอยู่ดี

ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องช่วยเมิ่งเสินทง ส่งเขาออกจากมณฑลหลิ่งหนานให้ได้เสียก่อน

นางสั่งให้คนเตรียมรถม้า

เตรียมตัวออกเดินทางไปยังสำนักขุนเขาสายน้ำ

ซูเฉินเพิ่งออกจากการเก็บตัวฝึกวิชาในวันนี้ ตัวนางเองก็อยากจะแวะไปดูที่สำนักขุนเขาสายน้ำอยู่พอดี

ภายนอกวังฉางเฮิ่น

รถม้าคันหนึ่งถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่เหมยเสวียนซวงก้าวเท้าออกจากวังฉางเฮิ่น สายลมหนาวระลอกหนึ่งก็พัดกระหน่ำพร้อมกับเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมา

"ไปสำนักขุนเขาสายน้ำ"

เหมยเสวียนซวงก้าวขึ้นไปนั่งในห้องโดยสาร

คนขับรถม้าบังคับรถม้ามุ่งหน้าไปทางสำนักขุนเขาสายน้ำ

เวลานี้บนท้องถนนเต็มไปด้วยเสียงจอแจคึกคัก ผู้คนพลุกพล่าน เด็กๆ บางคนวิ่งเล่นท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายโดยไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย

ทำให้จิตใจของเหมยเสวียนซวงสงบลงไม่น้อย

นางสัมผัสได้ว่ามีกลิ่นอายหลายสายกำลังจับจ้องมาที่รถม้าของนาง

ทันใดนั้น!

รถม้าของนางก็หยุดชะงัก เหมยเสวียนซวงเลิกม่านหน้าต่างมองไปด้านหน้า ดูเหมือนว่าจะมีเด็กหกล้มอยู่ตรงนั้น

เงาร่างสายหนึ่งเดินผ่านรถม้าของนางไป พร้อมกับของบางอย่างที่พุ่งเข้ามาภายในห้องโดยสาร

เหมยเสวียนซวงปล่อยม่านลง

นางจ้องมองกระดาษแผ่นหนึ่งที่ตกลงบนโต๊ะของตน

"ทาสดาบหายตัวไป ไม่ได้กลับไปยังลัทธิจันทร์เหมันต์ สงสัยว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว!"

ลายมือดูงดงาม เหมยเสวียนซวงจำได้ว่าเป็นลายมือของจื่อหานเยว่

ทันใดนั้นสีหน้าของนางก็เคร่งเครียดขึ้น

"นี่มัน!"

นางแทบไม่อยากจะเชื่อเนื้อหาบนกระดาษแผ่นนี้

แต่จื่อหานเยว่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องหลอกนาง

เรื่องราวเริ่มหลุดลอยไปจากการคาดเดาของนาง

"ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไปพบเมิ่งเสินทงให้ได้ก่อน!"

เหมยเสวียนซวงบดขยี้กระดาษแผ่นนั้นจนแหลกละเอียด

ภายในสำนักขุนเขาสายน้ำ

ซูเฉินนั่งอยู่ริมโต๊ะน้ำชาพร้อมกับจิบชาร้อนๆ

"ท่านเจ้าสำนัก เหมยเสวียนซวงแห่งวังฉางเฮิ่นเดินทางออกจากศูนย์กลางมณฑล มุ่งหน้ามายังสำนักขุนเขาสายน้ำของพวกเราแล้วขอรับ"

ชุยอู่หู่เดินเข้ามารายงาน

"นางมาหาข้าในเวลาเช่นนี้หรือ"

ซูเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอนนี้เหมยเสวียนซวงควรจะอยู่ที่สาขาย่อยของวังฉางเฮิ่นเพื่อรอรับการสนับสนุน

ไม่ใช่มุ่งหน้ามาที่สำนักขุนเขาสายน้ำสิ

"จินอวี้หลิงแห่งพรรคเหรียญทองมีความเคลื่อนไหวใดบ้าง!"

ซูเฉินวางถ้วยชาลงพลางใช้นิ้วชี้เคาะฝาถ้วยชาเบาๆ

"หลังจากเปิดโรงเงินไปหนึ่งแห่งก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ อีกเลยขอรับ"

"เจ้าอ้วนเคยเตรียมแผนจะกดดันตอนที่พรรคเหรียญทองเปิดโรงเงินแห่งที่สองเอาไว้แล้ว!"

"ทว่าอีกฝ่ายกลับหยุดชะงักไปดื้อๆ เจ้าอ้วนจึงได้แต่รอให้อีกฝ่ายลงมืออยู่ตลอดเลยขอรับ!"

ชุยอู่หู่รายงาน

"รีบไปบอกเจ้าอ้วน ไม่จำเป็นต้องรอ ไม่ต้องเปิดโอกาสให้มันเปิดสาขาที่สองได้ บีบโรงเงินแห่งนี้ให้กระเด็นออกไปจากศูนย์กลางมณฑลเดี๋ยวนี้เลย"

ซูเฉินสั่งการ

แผนการของหยวนสุยอวิ๋นนั้นยอดเยี่ยมมาก

เขาเองก็อยากจะเล่นงานพรรคเหรียญทองดูสักตั้ง

การกดดันพรรคเหรียญทองในตอนนี้ เชื่อว่าจินอวี้หลิงคงจะต้องคิดหาวิธีกอบโกยผลประโยชน์จากโรงเงินของเขาแน่

อย่างไรเสียจินอวี้หลิงก็สูญเสียขุนพลเอกไปถึงสองคน ย่อมต้องคิดหาวิธีวางรากฐานโรงเงินในมณฑลหลิ่งหนานให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดเป็นแน่

พรรคเหรียญทอง

จินอวี้หลิงบีบถ้วยชาในมือจนแหลกละเอียด ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

"ไป๋เทียนอวี่ผู้นี้ซ่อนตัวได้ลึกซึ้งนัก!"

ขณะที่เอ่ยปาก สีหน้าของจินอวี้หลิงก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด

"คนของสมาคมจตุรทิศทางนั้นเดินทางไปหรือยัง ข้ากลัวว่าหากพวกมันรู้ข่าวนี้แล้วจะไม่ยอมลงมือ"

จินอวี้หลิงกล่าว

"พวกเขาเดินทางไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ก่อนที่จะได้รับข่าวนี้ พวกเขาน่าจะลงมือกับหอพิรุณทองไปแล้วขอรับ!"

อินคั่วไห่ที่อยู่ด้านข้างเอ่ยตอบ

"หมากตัวนี้อย่างสมาคมจตุรทิศจะทิ้งไม่ได้เด็ดขาด! กองกำลังที่พวกเราเรียกใช้ได้ในเก้ามณฑลแดนเหนือนั้นมีไม่มากนัก"

"แล้วขุมกำลังอื่นๆ ล่ะ ติดต่อไปถึงไหนแล้ว"

"เหยียนเสวียนแห่งสมาคมใต้หล้าเดินทางมาถึงมณฑลหลิ่งหนานแล้วขอรับ จากข่าวที่สืบมาได้เป้าหมายของเขาก็น่าจะเป็นหอพิรุณทองเช่นเดียวกัน!"

"ส่วนหอเสวียนหยิน สมาพันธ์ดาบ และสำนักหมัดสวรรค์ยังไม่ได้ติดต่อเข้าไป ทว่าจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับมา นอกจากหอเสวียนหยินที่อาจจะมีเป้าหมายในมณฑลหลิ่งหนานแล้ว อีกสองขุมกำลังที่เหลือไม่ได้มีความคิดเช่นนั้นเลยขอรับ"

อินคั่วไห่รายงาน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 270 - สถานการณ์ ซับซ้อนซ่อนเงื่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว