- หน้าแรก
- ยันต์สั่งทาส สยบยุทธภพ เกิดใหม่เป็นจ้าวหอผู้เหี้ยมโหด
- บทที่ 200 - ดาบเดียวผ่าสายลม ยืมบารมีข่มขวัญผู้คน
บทที่ 200 - ดาบเดียวผ่าสายลม ยืมบารมีข่มขวัญผู้คน
บทที่ 200 - ดาบเดียวผ่าสายลม ยืมบารมีข่มขวัญผู้คน
บทที่ 200 - ดาบเดียวผ่าสายลม ยืมบารมีข่มขวัญผู้คน
◉◉◉◉◉
"ร่วมมือ แกคิดจะร่วมมือกับฉันงั้นหรือ ฉันยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของพวกแกเลย แล้วจะร่วมมือได้อย่างไร"
ซูเฉินมองอีกฝ่ายแล้วเอ่ยถาม
"เบื้องลึกเบื้องหลัง ฉันว่าเจ้าสำนักซูน่าจะพอรู้อยู่บ้างนะ ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักขุนเขาสายน้ำคนก่อนก็คือคนของพวกเรา"
"ก็แค่เขาถูกคนฆ่าตายไปแล้วเท่านั้น"
"หลังจากนั้นเจ้าสำนักซูก็อาศัยจังหวะนี้ขึ้นเป็นเจ้าสำนักขุนเขาสายน้ำ"
ชายชุดคลุมดำกล่าวเสียงขรึม
"แกคือคนอยู่เบื้องหลังพวกมันสินะ แล้วตกลงแกมาร่วมมือหรือมาแก้แค้นให้พวกมันกันแน่"
ซูเฉินเอ่ยเสียงเย็น
"ไม่ได้มีความหมายแบบนั้นเลย การที่ตายด้วยน้ำมือคนอื่นก็พิสูจน์ได้แค่ว่าพวกมันเป็นขยะเท่านั้นแหละ"
"เจ้าสำนักซู ฉันจะไม่อ้อมค้อมแล้วนะ ขอแค่แกมาเข้าร่วมกับพวกเรา ในอนาคตไม่ว่าจะเป็นมณฑลหลิ่งหนานหรือเก้ามณฑลทางตอนเหนือ จะต้องมีที่ให้แกยืนอย่างแน่นอน"
"แกยังหนุ่มยังแน่น อย่าปล่อยให้โอกาสแบบนี้หลุดมือไปเชียว"
"หากพลาดโอกาสแบบนี้ไป ไม่แน่ว่าอาจจะตายโดยไม่รู้ตัวเลยก็ได้นะ"
ประโยคหลังๆ ของชายชุดคลุมดำแฝงไปด้วยน้ำเสียงข่มขู่
"แกกำลังขู่ฉันงั้นหรือ ฉันล่ะเกลียดการถูกข่มขู่ที่สุดเลย"
ซูเฉินมองชายชุดคลุมดำด้วยแววตาดุดัน น้ำเสียงของเขาก็เยือกเย็นลงเช่นกัน
"แกคิดจะลงมือกับฉันหรือ ความแข็งแกร่งของแกก็อยู่แค่ขั้นหลอมวิญญาณระดับต้นเท่านั้นแหละ ด้วยพลังแค่นี้ฉันบีบแกตายได้เหมือนมดตัวหนึ่งเลยล่ะ"
ชายชุดดำสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของซูเฉิน นัยน์ตาของเขาก็มีจิตสังหารวาบผ่าน
"งั้นฉันก็อยากจะดูเหมือนกันว่าแกจะบีบฉันให้ตายได้ยังไง"
ซูเฉินกล่าวเสียงเย็น
ในระหว่างที่พูดร่างของเขาก็ถอยออกไปยืนอยู่ในลานบ้าน
ส่วนชายชุดดำคนนั้นก็พุ่งตัวทะลุหน้าต่างออกมายืนอยู่ในลานบ้านเช่นกัน ร่างของเขาขวางทางไปของซูเฉินเอาไว้
เขาคิดว่าซูเฉินกำลังจะหนี
วินาทีนี้รอบด้านราวกับไม่มีคนอยู่เลย
ศิษย์ที่เคยเฝ้ายามอยู่นอกลานบ้านก่อนหน้านี้ก็ราวกับหายตัวไปจนหมดสิ้น
"คนที่อยู่รอบลานบ้านนี้ถูกถอนกำลังออกไปหมดแล้ว ตอนนี้จะไม่มีใครเข้ามาที่นี่หรอก"
"ซูเฉิน โอกาสเดียวของแกในตอนนี้ก็คือร่วมมือกับพวกเรา กลืนยาเม็ดนี้ลงไปซะ แล้ววันนี้แกจะไม่ต้องตาย"
ชายชุดคลุมดำมองซูเฉินพลางเอ่ยปาก
"อย่างนั้นหรือ"
"นั่นก็ไม่แน่หรอกนะ"
ระหว่างที่ซูเฉินพูดเขาก็ตบมือเบาๆ
บนกำแพงลานบ้านปรากฏคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมา ผู้นำคือชุยอู่หู่
เมื่อเห็นชุยอู่หู่ปรากฏตัว ชายชุดคลุมดำก็สีหน้าเปลี่ยน เขาไม่คิดเลยว่าการจัดเตรียมของตัวเองจะไม่สำเร็จผล
"ครั้งนี้ยังต้องขอบใจแกด้วยนะที่ช่วยลากตัวคนพวกนั้นออกมาให้ฉัน"
"ไม่อย่างนั้นการจะหาพวกมันให้เจอแล้วฆ่าทิ้งคงยากพอสมควรเลยล่ะ"
ซูเฉินกล่าว
"ฮึ่ม ต่อให้แกรู้แล้วจะทำไม คนพวกนี้ฉันปัดมือทีเดียวก็ฆ่าทิ้งได้หมดแล้ว"
"ในเมื่อแกไม่รู้ดีชั่ว ก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน"
ชายชุดคลุมดำกวาดสายตามองพวกชุยอู่หู่แวบหนึ่งแล้วเบือนสายตากลับมาที่ร่างของซูเฉิน
ในระหว่างที่พูด
ร่างของเขาก็ขยับ ฝ่ามืองอเป็นกรงเล็บพุ่งเข้าจู่โจมซูเฉิน
คนผู้นี้ลงมือรวดเร็วยิ่งนัก เพียงแค่ตะปบกรงเล็บออกมาก็กลายเป็นเพียงเงารางแล้ว
"ท่านเจ้าสำนักระวัง"
มีคนร้องตะโกนขึ้นมา
ความเร็วของอีกฝ่ายนั้นรวดเร็วมาก
ทว่าความเร็วของซูเฉินก็ไม่ช้าเช่นกัน
ในตอนที่อีกฝ่ายโจมตีเข้ามา ร่างของเขาก็ราวกับละอองฝนที่ถูกสายลมพัดพลิ้วไปปรากฏอยู่อีกด้านหนึ่ง
กรงเล็บของชายชุดดำจึงคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
แต่เขาก็พลิกมือกางกรงเล็บตะปบเข้าใส่ซูเฉินอีกครั้ง ปราณอันแหลมคมห้าสายพุ่งทะลักออกมาจากระหว่างนิ้ว
ปราณนั้นฉีกกระชากอากาศ พุ่งตรงเข้าโจมตีที่เอวและหน้าอกของซูเฉินอย่างมุ่งร้าย
ทันใดนั้น
ประกายดาบสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
ประกายดาบนั้นมีปราณดาบวูบวาบ มันฟันปราณที่พุ่งเข้ามาจนขาดสะบั้นโดยตรงและพลิกมือฟันดาบเข้าใส่ชายชุดคลุมดำกลับไป
ประกายดาบอันแหลมคมฟันตรงไปยังจุดตายบนใบหน้าของอีกฝ่าย
"นี่มัน"
ชายชุดดำสีหน้าเปลี่ยน ร่างของเขารีบถอยร่นอย่างรวดเร็ว
เขาไม่คิดเลยว่าปราณของตัวเองจะถูกซูเฉินฟันขาดด้วยดาบเดียว ในตอนที่ถอยหลังกลับไปสายตาของเขาก็มองเห็นดาบในมือซูเฉิน นัยน์ตาของเขาเคร่งเครียดขึ้นมา
"มิน่าล่ะแกถึงได้มีความกล้ามาลงมือกับฉัน ที่แท้ก็พึ่งพาอาวุธในมือนี่เอง"
ชายชุดคลุมดำยกฝ่ามือขึ้นในขณะที่ถอยหลัง
สองมือฟาดออกไปอย่างแรง ปราณอันมหาศาลสองสายก่อตัวเป็นพายุอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าโจมตีซูเฉิน
อากาศภายใต้ปราณอันทรงพลังนี้ถึงกับระเบิดออก ก่อให้เกิดเสียงดังเป๊าะแป๊ะอย่างต่อเนื่อง
กระแสอากาศอันรุนแรงสายหนึ่งพัดกระจายออกไปรอบทิศทาง
ดอกไม้ใบหญ้าและต้นไม้ในลานบ้านถูกแรงกดดันนี้พัดจนเอนเอียงไปมา
ร่างของซูเฉินภายใต้ปราณสายนี้ก็ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบไปด้วย
อีกฝ่ายกำลังใช้ปราณอันมหาศาลของตัวเองมากดข่มซูเฉิน
ตู้ม
จากนั้นฝ่ามือทั้งสองก็พุ่งถาโถมเข้าใส่ซูเฉิน
ทว่าในตอนที่ฝ่ามือของเขากำลังจะฟาดเข้าใส่หน้าของซูเฉินนั่นเอง
ปัง
ซูเฉินก็หายวับไปจากใต้ฝ่ามือของเขา
ตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นซูเฉินปรากฏตัวอยู่กลางอากาศ
"ดาบเดียวผ่าสายลม"
ซูเฉินตวาดเสียงต่ำ
นี่คือเคล็ดวิชาดาบเดียวผ่าสายลมของหลวงจีนอู๋ฮวา ตัวละครจากเรื่องชอลิ้วเฮียงที่ซูเฉินเคยสุ่มได้ก่อนหน้านี้
ประกายดาบอันรวดเร็วถึงขีดสุดควบแน่นกลายเป็นเส้นตรงเส้นหนึ่ง
หลังจากประกายดาบพาดผ่าน
ภายในลานบ้าน
กระแสอากาศอันบ้าคลั่งก่อนหน้านี้ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
ส่วนชายชุดคลุมดำที่ลงมือกลับยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่เดิม
เขามองซูเฉินด้วยดวงตาสีเทาหม่นที่เบิกกว้าง
"ทำไมแกถึงได้มีวิชาดาบที่ร้ายกาจขนาดนี้"
เขาเอ่ยคำพูดนี้ออกมาจากปาก
ตุบ
หลังจากพูดจบ ร่างของชายชุดคลุมดำก็ล้มตึงลงบนพื้น เลือดสดๆ ไหลรินออกมาจากหน้าผากของเขา
จากนั้นร่างของเขาก็ถูกแยกออกเป็นสองซีก
"เป็นดาบที่ทรงพลังมาก ไม่คิดเลยว่าท่านเจ้าสำนักจะแข็งแกร่งขนาดนี้"
ชุยอู่หู่ตื่นตะลึงอยู่ในใจ
สายตามองไปยังศิษย์สำนักขุนเขาสายน้ำที่อยู่ด้านข้าง
บนใบหน้าของศิษย์สำนักขุนเขาสายน้ำเหล่านี้ล้วนเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
สังหารอีกฝ่ายด้วยดาบเดียว
ทั้งแหลมคมและดุดันถึงขีดสุด ความแข็งแกร่งของท่านเจ้าสำนักช่างน่ากลัวจริงๆ
ศิษย์สำนักขุนเขาสายน้ำเหล่านี้ตื่นตะลึงในตอนแรกก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งไคล้อย่างรวดเร็ว
"จัดการศพนี่ซะ ลองดูซิว่าจะสืบหาอะไรจากตัวมันได้บ้างไหม"
ซูเฉินสั่งชุยอู่หู่
"ขอรับ"
ชุยอู่หู่ตั้งสติได้ก็รีบพุ่งไปที่หน้าชายชุดคลุมดำ เขาเปิดเผยใบหน้าของชายชุดคลุมดำออกและเริ่มค้นตัวอีกฝ่ายทันที
ส่วนซูเฉินไม่ได้รั้งอยู่ในลานบ้านต่อ
เขากลับไปนั่งอยู่ในห้องหนังสือแล้ว
รอคอยผลการค้นตัวจากชุยอู่หู่
ผ่านไปครู่หนึ่ง ชุยอู่หู่ก็เดินเข้ามาจากด้านนอก
"ท่านเจ้าสำนัก ใบหน้าของอีกฝ่ายดูค่อนข้างแปลกตา ข้าให้คนไปสืบดูแล้ว บนตัวไม่มีของแทนตัวอย่างอื่นเลย มีแค่ป้ายหยกอันนี้อันเดียวขอรับ"
ชุยอู่หู่ยื่นป้ายหยกในมือให้ซูเฉิน
บนป้ายหยกสลักตัวอักษรคำว่าจ๋ายเอาไว้
"ท่านเจ้าสำนัก ตัวอักษรจ๋ายอันนี้น่าจะมาจากตระกูลจ๋ายของข้าหลวงปกครองฝ่ายขวาขอรับ"
ชุยอู่หู่กล่าว
"ตระกูลจ๋าย ข้าหลวงปกครองฝ่ายขวาอย่างนั้นหรือ"
ซูเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย
"งั้นก็ไปตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นคนของตระกูลจ๋ายจริงหรือไม่ ถ้าเป็นคนของตระกูลจ๋ายก็เอาหัวมันไปส่งให้ตระกูลจ๋ายซะ"
"สำนักขุนเขาสายน้ำของเราในเวลานี้ไม่จำเป็นต้องดูสีหน้าใครอีกแล้ว"
ซูเฉินกล่าวเสียงเย็น
ในเมื่อเป็นศัตรูกันแล้วก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าอีกต่อไป
ทันใดนั้น สีหน้าของซูเฉินก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
จากคำพูดของอีกฝ่ายเมื่อครู่นี้ ทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายได้ควบคุมคนเอาไว้ไม่น้อย
คิดได้ดังนั้น
เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงโหลวอู๋ฮุ่ยแห่งวังฉางเฮิ่น เป็นไปได้ว่าโหลวอู๋ฮุ่ยเองก็ถูกอีกฝ่ายควบคุมเอาไว้ถึงได้ทรยศวังฉางเฮิ่น
"นำเรื่องที่เกิดขึ้นทางฝั่งฉันไปแจ้งให้หอพิรุณทองและเจ้าตำหนักเหมยแห่งวังฉางเฮิ่นทราบด้วย แล้วให้พวกเขาส่งประกาศออกไป บอกว่าพวกเราทั้งสามฝ่ายได้ก่อตั้งพันธมิตรกันแล้ว"
ซูเฉินออกคำสั่งเพิ่มเติม
เขาต้องการกระจายข่าวการร่วมมือของทั้งสามฝ่ายออกไป
หากเป็นเช่นนี้ ก็จะสามารถยืมพลังจากภายนอกมาทำให้ผู้คนหวาดเกรงสำนักขุนเขาสายน้ำได้
หลักๆ เป็นเพราะขุมกำลังทางฝั่งสำนักขุนเขาสายน้ำดูอ่อนแอเกินไป
เขาเองก็ไม่มีทางจะหากำลังเสริมเป็นยอดฝีมือมาให้สำนักขุนเขาสายน้ำแบบโต้งๆ ได้
ดังนั้นในตอนนี้ทำได้เพียงยืมบารมีของคนอื่นเท่านั้น
แน่นอนว่าหากไม่มีผู้บุกรุกจากภายนอก ความแข็งแกร่งของสำนักขุนเขาสายน้ำระดับนี้ก็ถือว่าไม่ด้อยเลยในมณฑลหลิ่งหนาน
[จบแล้ว]