เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200 - ดาบเดียวผ่าสายลม ยืมบารมีข่มขวัญผู้คน

บทที่ 200 - ดาบเดียวผ่าสายลม ยืมบารมีข่มขวัญผู้คน

บทที่ 200 - ดาบเดียวผ่าสายลม ยืมบารมีข่มขวัญผู้คน


บทที่ 200 - ดาบเดียวผ่าสายลม ยืมบารมีข่มขวัญผู้คน

◉◉◉◉◉

"ร่วมมือ แกคิดจะร่วมมือกับฉันงั้นหรือ ฉันยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของพวกแกเลย แล้วจะร่วมมือได้อย่างไร"

ซูเฉินมองอีกฝ่ายแล้วเอ่ยถาม

"เบื้องลึกเบื้องหลัง ฉันว่าเจ้าสำนักซูน่าจะพอรู้อยู่บ้างนะ ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักขุนเขาสายน้ำคนก่อนก็คือคนของพวกเรา"

"ก็แค่เขาถูกคนฆ่าตายไปแล้วเท่านั้น"

"หลังจากนั้นเจ้าสำนักซูก็อาศัยจังหวะนี้ขึ้นเป็นเจ้าสำนักขุนเขาสายน้ำ"

ชายชุดคลุมดำกล่าวเสียงขรึม

"แกคือคนอยู่เบื้องหลังพวกมันสินะ แล้วตกลงแกมาร่วมมือหรือมาแก้แค้นให้พวกมันกันแน่"

ซูเฉินเอ่ยเสียงเย็น

"ไม่ได้มีความหมายแบบนั้นเลย การที่ตายด้วยน้ำมือคนอื่นก็พิสูจน์ได้แค่ว่าพวกมันเป็นขยะเท่านั้นแหละ"

"เจ้าสำนักซู ฉันจะไม่อ้อมค้อมแล้วนะ ขอแค่แกมาเข้าร่วมกับพวกเรา ในอนาคตไม่ว่าจะเป็นมณฑลหลิ่งหนานหรือเก้ามณฑลทางตอนเหนือ จะต้องมีที่ให้แกยืนอย่างแน่นอน"

"แกยังหนุ่มยังแน่น อย่าปล่อยให้โอกาสแบบนี้หลุดมือไปเชียว"

"หากพลาดโอกาสแบบนี้ไป ไม่แน่ว่าอาจจะตายโดยไม่รู้ตัวเลยก็ได้นะ"

ประโยคหลังๆ ของชายชุดคลุมดำแฝงไปด้วยน้ำเสียงข่มขู่

"แกกำลังขู่ฉันงั้นหรือ ฉันล่ะเกลียดการถูกข่มขู่ที่สุดเลย"

ซูเฉินมองชายชุดคลุมดำด้วยแววตาดุดัน น้ำเสียงของเขาก็เยือกเย็นลงเช่นกัน

"แกคิดจะลงมือกับฉันหรือ ความแข็งแกร่งของแกก็อยู่แค่ขั้นหลอมวิญญาณระดับต้นเท่านั้นแหละ ด้วยพลังแค่นี้ฉันบีบแกตายได้เหมือนมดตัวหนึ่งเลยล่ะ"

ชายชุดดำสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของซูเฉิน นัยน์ตาของเขาก็มีจิตสังหารวาบผ่าน

"งั้นฉันก็อยากจะดูเหมือนกันว่าแกจะบีบฉันให้ตายได้ยังไง"

ซูเฉินกล่าวเสียงเย็น

ในระหว่างที่พูดร่างของเขาก็ถอยออกไปยืนอยู่ในลานบ้าน

ส่วนชายชุดดำคนนั้นก็พุ่งตัวทะลุหน้าต่างออกมายืนอยู่ในลานบ้านเช่นกัน ร่างของเขาขวางทางไปของซูเฉินเอาไว้

เขาคิดว่าซูเฉินกำลังจะหนี

วินาทีนี้รอบด้านราวกับไม่มีคนอยู่เลย

ศิษย์ที่เคยเฝ้ายามอยู่นอกลานบ้านก่อนหน้านี้ก็ราวกับหายตัวไปจนหมดสิ้น

"คนที่อยู่รอบลานบ้านนี้ถูกถอนกำลังออกไปหมดแล้ว ตอนนี้จะไม่มีใครเข้ามาที่นี่หรอก"

"ซูเฉิน โอกาสเดียวของแกในตอนนี้ก็คือร่วมมือกับพวกเรา กลืนยาเม็ดนี้ลงไปซะ แล้ววันนี้แกจะไม่ต้องตาย"

ชายชุดคลุมดำมองซูเฉินพลางเอ่ยปาก

"อย่างนั้นหรือ"

"นั่นก็ไม่แน่หรอกนะ"

ระหว่างที่ซูเฉินพูดเขาก็ตบมือเบาๆ

บนกำแพงลานบ้านปรากฏคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมา ผู้นำคือชุยอู่หู่

เมื่อเห็นชุยอู่หู่ปรากฏตัว ชายชุดคลุมดำก็สีหน้าเปลี่ยน เขาไม่คิดเลยว่าการจัดเตรียมของตัวเองจะไม่สำเร็จผล

"ครั้งนี้ยังต้องขอบใจแกด้วยนะที่ช่วยลากตัวคนพวกนั้นออกมาให้ฉัน"

"ไม่อย่างนั้นการจะหาพวกมันให้เจอแล้วฆ่าทิ้งคงยากพอสมควรเลยล่ะ"

ซูเฉินกล่าว

"ฮึ่ม ต่อให้แกรู้แล้วจะทำไม คนพวกนี้ฉันปัดมือทีเดียวก็ฆ่าทิ้งได้หมดแล้ว"

"ในเมื่อแกไม่รู้ดีชั่ว ก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน"

ชายชุดคลุมดำกวาดสายตามองพวกชุยอู่หู่แวบหนึ่งแล้วเบือนสายตากลับมาที่ร่างของซูเฉิน

ในระหว่างที่พูด

ร่างของเขาก็ขยับ ฝ่ามืองอเป็นกรงเล็บพุ่งเข้าจู่โจมซูเฉิน

คนผู้นี้ลงมือรวดเร็วยิ่งนัก เพียงแค่ตะปบกรงเล็บออกมาก็กลายเป็นเพียงเงารางแล้ว

"ท่านเจ้าสำนักระวัง"

มีคนร้องตะโกนขึ้นมา

ความเร็วของอีกฝ่ายนั้นรวดเร็วมาก

ทว่าความเร็วของซูเฉินก็ไม่ช้าเช่นกัน

ในตอนที่อีกฝ่ายโจมตีเข้ามา ร่างของเขาก็ราวกับละอองฝนที่ถูกสายลมพัดพลิ้วไปปรากฏอยู่อีกด้านหนึ่ง

กรงเล็บของชายชุดดำจึงคว้าได้เพียงความว่างเปล่า

แต่เขาก็พลิกมือกางกรงเล็บตะปบเข้าใส่ซูเฉินอีกครั้ง ปราณอันแหลมคมห้าสายพุ่งทะลักออกมาจากระหว่างนิ้ว

ปราณนั้นฉีกกระชากอากาศ พุ่งตรงเข้าโจมตีที่เอวและหน้าอกของซูเฉินอย่างมุ่งร้าย

ทันใดนั้น

ประกายดาบสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

ประกายดาบนั้นมีปราณดาบวูบวาบ มันฟันปราณที่พุ่งเข้ามาจนขาดสะบั้นโดยตรงและพลิกมือฟันดาบเข้าใส่ชายชุดคลุมดำกลับไป

ประกายดาบอันแหลมคมฟันตรงไปยังจุดตายบนใบหน้าของอีกฝ่าย

"นี่มัน"

ชายชุดดำสีหน้าเปลี่ยน ร่างของเขารีบถอยร่นอย่างรวดเร็ว

เขาไม่คิดเลยว่าปราณของตัวเองจะถูกซูเฉินฟันขาดด้วยดาบเดียว ในตอนที่ถอยหลังกลับไปสายตาของเขาก็มองเห็นดาบในมือซูเฉิน นัยน์ตาของเขาเคร่งเครียดขึ้นมา

"มิน่าล่ะแกถึงได้มีความกล้ามาลงมือกับฉัน ที่แท้ก็พึ่งพาอาวุธในมือนี่เอง"

ชายชุดคลุมดำยกฝ่ามือขึ้นในขณะที่ถอยหลัง

สองมือฟาดออกไปอย่างแรง ปราณอันมหาศาลสองสายก่อตัวเป็นพายุอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าโจมตีซูเฉิน

อากาศภายใต้ปราณอันทรงพลังนี้ถึงกับระเบิดออก ก่อให้เกิดเสียงดังเป๊าะแป๊ะอย่างต่อเนื่อง

กระแสอากาศอันรุนแรงสายหนึ่งพัดกระจายออกไปรอบทิศทาง

ดอกไม้ใบหญ้าและต้นไม้ในลานบ้านถูกแรงกดดันนี้พัดจนเอนเอียงไปมา

ร่างของซูเฉินภายใต้ปราณสายนี้ก็ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบไปด้วย

อีกฝ่ายกำลังใช้ปราณอันมหาศาลของตัวเองมากดข่มซูเฉิน

ตู้ม

จากนั้นฝ่ามือทั้งสองก็พุ่งถาโถมเข้าใส่ซูเฉิน

ทว่าในตอนที่ฝ่ามือของเขากำลังจะฟาดเข้าใส่หน้าของซูเฉินนั่นเอง

ปัง

ซูเฉินก็หายวับไปจากใต้ฝ่ามือของเขา

ตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นซูเฉินปรากฏตัวอยู่กลางอากาศ

"ดาบเดียวผ่าสายลม"

ซูเฉินตวาดเสียงต่ำ

นี่คือเคล็ดวิชาดาบเดียวผ่าสายลมของหลวงจีนอู๋ฮวา ตัวละครจากเรื่องชอลิ้วเฮียงที่ซูเฉินเคยสุ่มได้ก่อนหน้านี้

ประกายดาบอันรวดเร็วถึงขีดสุดควบแน่นกลายเป็นเส้นตรงเส้นหนึ่ง

หลังจากประกายดาบพาดผ่าน

ภายในลานบ้าน

กระแสอากาศอันบ้าคลั่งก่อนหน้านี้ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

ส่วนชายชุดคลุมดำที่ลงมือกลับยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่เดิม

เขามองซูเฉินด้วยดวงตาสีเทาหม่นที่เบิกกว้าง

"ทำไมแกถึงได้มีวิชาดาบที่ร้ายกาจขนาดนี้"

เขาเอ่ยคำพูดนี้ออกมาจากปาก

ตุบ

หลังจากพูดจบ ร่างของชายชุดคลุมดำก็ล้มตึงลงบนพื้น เลือดสดๆ ไหลรินออกมาจากหน้าผากของเขา

จากนั้นร่างของเขาก็ถูกแยกออกเป็นสองซีก

"เป็นดาบที่ทรงพลังมาก ไม่คิดเลยว่าท่านเจ้าสำนักจะแข็งแกร่งขนาดนี้"

ชุยอู่หู่ตื่นตะลึงอยู่ในใจ

สายตามองไปยังศิษย์สำนักขุนเขาสายน้ำที่อยู่ด้านข้าง

บนใบหน้าของศิษย์สำนักขุนเขาสายน้ำเหล่านี้ล้วนเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

สังหารอีกฝ่ายด้วยดาบเดียว

ทั้งแหลมคมและดุดันถึงขีดสุด ความแข็งแกร่งของท่านเจ้าสำนักช่างน่ากลัวจริงๆ

ศิษย์สำนักขุนเขาสายน้ำเหล่านี้ตื่นตะลึงในตอนแรกก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งไคล้อย่างรวดเร็ว

"จัดการศพนี่ซะ ลองดูซิว่าจะสืบหาอะไรจากตัวมันได้บ้างไหม"

ซูเฉินสั่งชุยอู่หู่

"ขอรับ"

ชุยอู่หู่ตั้งสติได้ก็รีบพุ่งไปที่หน้าชายชุดคลุมดำ เขาเปิดเผยใบหน้าของชายชุดคลุมดำออกและเริ่มค้นตัวอีกฝ่ายทันที

ส่วนซูเฉินไม่ได้รั้งอยู่ในลานบ้านต่อ

เขากลับไปนั่งอยู่ในห้องหนังสือแล้ว

รอคอยผลการค้นตัวจากชุยอู่หู่

ผ่านไปครู่หนึ่ง ชุยอู่หู่ก็เดินเข้ามาจากด้านนอก

"ท่านเจ้าสำนัก ใบหน้าของอีกฝ่ายดูค่อนข้างแปลกตา ข้าให้คนไปสืบดูแล้ว บนตัวไม่มีของแทนตัวอย่างอื่นเลย มีแค่ป้ายหยกอันนี้อันเดียวขอรับ"

ชุยอู่หู่ยื่นป้ายหยกในมือให้ซูเฉิน

บนป้ายหยกสลักตัวอักษรคำว่าจ๋ายเอาไว้

"ท่านเจ้าสำนัก ตัวอักษรจ๋ายอันนี้น่าจะมาจากตระกูลจ๋ายของข้าหลวงปกครองฝ่ายขวาขอรับ"

ชุยอู่หู่กล่าว

"ตระกูลจ๋าย ข้าหลวงปกครองฝ่ายขวาอย่างนั้นหรือ"

ซูเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย

"งั้นก็ไปตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นคนของตระกูลจ๋ายจริงหรือไม่ ถ้าเป็นคนของตระกูลจ๋ายก็เอาหัวมันไปส่งให้ตระกูลจ๋ายซะ"

"สำนักขุนเขาสายน้ำของเราในเวลานี้ไม่จำเป็นต้องดูสีหน้าใครอีกแล้ว"

ซูเฉินกล่าวเสียงเย็น

ในเมื่อเป็นศัตรูกันแล้วก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าอีกต่อไป

ทันใดนั้น สีหน้าของซูเฉินก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

จากคำพูดของอีกฝ่ายเมื่อครู่นี้ ทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายได้ควบคุมคนเอาไว้ไม่น้อย

คิดได้ดังนั้น

เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงโหลวอู๋ฮุ่ยแห่งวังฉางเฮิ่น เป็นไปได้ว่าโหลวอู๋ฮุ่ยเองก็ถูกอีกฝ่ายควบคุมเอาไว้ถึงได้ทรยศวังฉางเฮิ่น

"นำเรื่องที่เกิดขึ้นทางฝั่งฉันไปแจ้งให้หอพิรุณทองและเจ้าตำหนักเหมยแห่งวังฉางเฮิ่นทราบด้วย แล้วให้พวกเขาส่งประกาศออกไป บอกว่าพวกเราทั้งสามฝ่ายได้ก่อตั้งพันธมิตรกันแล้ว"

ซูเฉินออกคำสั่งเพิ่มเติม

เขาต้องการกระจายข่าวการร่วมมือของทั้งสามฝ่ายออกไป

หากเป็นเช่นนี้ ก็จะสามารถยืมพลังจากภายนอกมาทำให้ผู้คนหวาดเกรงสำนักขุนเขาสายน้ำได้

หลักๆ เป็นเพราะขุมกำลังทางฝั่งสำนักขุนเขาสายน้ำดูอ่อนแอเกินไป

เขาเองก็ไม่มีทางจะหากำลังเสริมเป็นยอดฝีมือมาให้สำนักขุนเขาสายน้ำแบบโต้งๆ ได้

ดังนั้นในตอนนี้ทำได้เพียงยืมบารมีของคนอื่นเท่านั้น

แน่นอนว่าหากไม่มีผู้บุกรุกจากภายนอก ความแข็งแกร่งของสำนักขุนเขาสายน้ำระดับนี้ก็ถือว่าไม่ด้อยเลยในมณฑลหลิ่งหนาน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 200 - ดาบเดียวผ่าสายลม ยืมบารมีข่มขวัญผู้คน

คัดลอกลิงก์แล้ว