เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30: ใครก็รังแกคุณไม่ได้

บทที่ 30: ใครก็รังแกคุณไม่ได้

บทที่ 30: ใครก็รังแกคุณไม่ได้


"พี่คะ ยัยเสิ่นซิงลั่วนี่โกหกใช่ไหม? เรื่องมันไม่เห็นจะเป็นอย่างที่ยัยนี่พูดเลยสักนิด"

โม่จื่อฉินรีบวิ่งไปหยุดอยู่ข้างกายโม่อวี่เฉิน เธอโน้มตัวลงกระซิบถามด้วยความร้อนใจ เธอไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าคนบ้าอย่างเสิ่นซิงลั่วจะไปรู้จักมักจี่กับคนปกติธรรมดาที่ไหนได้

"หนูเปล่านะ!"

เสิ่นซิงลั่วทำปากยื่นโต้กลับทันควัน ดูท่าโม่จื่อฉินจะตั้งป้อมเป็นศัตรูกับเธออย่างเต็มตัวเสียแล้ว แต่เธอก็อยากจะรู้นักว่าถ้าโดนตบหน้าด้วยความจริงเข้าไปในภายหลัง แม่น้องสามีตัวดีจะยังทำหน้าเชิดใส่ร้ายเธอแบบนี้ได้อีกไหม!

โม่จื่อฉินยืดตัวขึ้นพลางปรายตามองเสิ่นซิงลั่วด้วยสายตาเหยียดหยาม "เธอมันก็แค่—"

"พอได้แล้ว!"

โม่อวี่เฉินตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชา มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าทำไมโม่จื่อฉินถึงได้จ้องจับผิดเสิ่นซิงลั่วนักหนา แต่ในเมื่อตอนนี้เสิ่นซิงลั่วเป็นภรรยาของเขา ต่อให้เป็นโม่จื่อฉินก็ไม่มีสิทธิ์มารังแกเธอได้ตามใจชอบ

โม่จื่อฉินรีบก้มหน้าลงเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของพี่ชายเธอก็แทบจะไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

"ชิงเสวี่ย หลายปีมานี้อยู่ที่อเมริกาเป็นยังไงบ้าง? ทำไมจู่ๆ ถึงนึกอยากกลับมาล่ะ?"

คุณหญิงผู้เฒ่าโม่เอ่ยถามขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในจังหวะที่เหมาะสม

"ฉัน..."

กู้ชิงเสวี่ยเหลือบมองโม่อวี่เฉินโดยสัญชาตญาณ แต่เมื่อเห็นเขากำลังจ้องมองเสิ่นซิงลั่วไม่วางตา สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป กลายเป็นความกระอักกระอ่วนใจอย่างปิดไม่มิด

"ฉันยังชอบบ้านเกิดของเรามากกว่าค่ะ" เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

"กลับมาก็ดีเหมือนกัน" คุณหญิงผู้เฒ่าพยักหน้าแล้วพูดต่อ "นี่ก็ดึกมากแล้ว เธอเดินทางบนเครื่องบินมาตั้งหลายชั่วโมง คงจะเหนื่อยแย่"

หญิงชราหันไปสั่งโม่จื่อฉินที่ยังคงถลึงตาใส่เสิ่นซิงลั่วไม่เลิก "อิงฉิน พาชิงเสวี่ยไปพักผ่อนเถอะ"

"ไม่ค่ะ! เสิ่นซิงลั่วบอกว่าภาพวาดที่พี่ชิงเสวี่ยตั้งใจเอามามอบให้คุณย่าเป็นของปลอม ฉันจะรอให้ยัยนี่หาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้ก่อน"

โม่จื่อฉินปฏิเสธทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด เธอต้องแฉนิสัยขี้ฮกของเสิ่นซิงลั่วต่อหน้าพี่ชายให้ได้ เพราะโม่อวี่เฉินเกลียดคนโกหกที่สุดในชีวิต

ตราบใดที่เธอพิสูจน์ได้ว่าเสิ่นซิงลั่วพูดปด พี่ชายของเธอจะต้องรังเกียจผู้หญิงคนนี้และเตะโด่งออกจากตระกูลโม่แน่นอน!

สีหน้าของคุณหญิงผู้เฒ่าโม่สลดลงด้วยความไม่พอใจ ทำไมหลานสาวของเธอถึงได้โง่เง่าขนาดนี้?

เสิ่นซิงลั่วที่ยืนอยู่ข้างๆ ก้มหน้าลง ประกายแห่งการเยาะเย้ยพาดผ่านดวงตาเพียงครู่เดียว ด้วยสติปัญญาอย่างโม่จื่อฉินน่ะหรือจะมาสู้รบปรบมือกับเธอได้?

แม่คุณเอ๊ย ไม่รู้หรือไงว่าที่คุณย่าพูดออกมาน่ะ คือการหาทางลงให้ทุกคน จะได้ไม่ต้องฉีกหน้ากันไปมากกว่านี้

แต่ก็นั่นแหละ ถ้าโม่จื่อฉินคิดได้ขนาดนั้น คุณหญิงผู้เฒ่าก็คงไม่ต้องมาลำบากใจแบบนี้หรอก

"คุณย่าขา"

เสิ่นซิงลั่วเดินเข้าไปคล้องแขนคุณหญิงผู้เฒ่าโม่ด้วยท่าทางออดอ้อน ในเมื่อโม่จื่อฉินดึงดันจะไม่ยอมเลิกรา เธอก็จะจัดให้ตามคำขอเอง

"มีอะไรเหรอจ๊ะ?"

คุณหญิงผู้เฒ่าถามเสิ่นซิงลั่วที่ดูใสซื่อน่ารักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"คุณย่าขา หนูมีขนมมาฝากค่ะ"

พูดจบ เธอก็ล้วงเอาอมยิ้มออกมาจากกระเป๋าเสื้อ "นี่ของโปรดของลั่วลั่วเลยนะคะ ฮี่ๆ"

สำหรับเธอแล้ว การทำให้หญิงชราประทับใจถือเป็นก้าวสำคัญในแผนการคว้าชัยชนะ

คุณหญิงผู้เฒ่าก้มมองอมยิ้มรสสตรอว์เบอร์รีในมือของเสิ่นซิงลั่ว รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าก่อนจะเอื้อมมือไปรับมันมา

"ขอบใจมากนะลั่วลั่วตัวน้อย ย่าชอบมากเลยลูก"

"คุณย่าชอบ ลั่วลั่วก็ดีใจค่ะ"

เสิ่นซิงลั่วหรี่ตายิ้มแฉ่ง รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงประดับอยู่อย่างนั้นไม่จางหาย

ทว่าโม่อวี่เฉินกลับรู้สึกอิจฉาจนตาร้อนผ่าว

เขารีบเข็นรถเข็นมาหยุดอยู่ตรงหน้าเสิ่นซิงลั่ว แล้วยื่นมือออกไปเงียบๆ

เสิ่นซิงลั่วมองเขาด้วยความงุนงง?

อ้อ... ที่แท้เขาก็หมายความว่าอย่างนี้นี่เอง

เธอวางมือลงบนฝ่ามือใหญ่ที่แสนจะอบอุ่นของโม่อวี่เฉินเหมือนอย่างที่เคยทำก่อนหน้านี้

เธอก็เพิ่งจะสังเกตเห็นนี่แหละว่าโม่อวี่เฉินน่ะชอบกุมมือเธอขนาดไหน

แต่ในวินาทีต่อมา มือของเธอกลับถูกเขาสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี

ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึง ประกายความกรุ่นโกรธวาบขึ้นในดวงตาลึกล้ำ "ของฉันล่ะ!"

น้ำเสียงของเขาเหมือนคนพ่นคำพูดออกมาผ่านไรฟัน

"ของคุณ... อะไรเหรอคะ?"

เสิ่นซิงลั่วกะพริบตาใสซื่อไร้เดียงสาเลียนแบบท่าทางเด็กๆ

คนฉลาดอย่างเธอมีหรือจะไม่รู้ว่าโม่อวี่เฉินต้องการอะไร เธอแค่หาเรื่องแกล้งยั่วประสาทเขาเล่นก็เท่านั้นแหละ

ใครใช้ให้เขาทิ้งเธอไว้แล้วไปหาคนรักเก่าล่ะ? ถ้าเธอไม่ตื่นขึ้นมา ป่านนี้เขาคงกำลังแอบกระหนุงกระหนิงอยู่กับแม่แฟนเก่าคนสวยไปแล้วมั้ง

"ลูกอมไง!"

โม่อวี่เฉินเงยหน้าขึ้นขบกรามแน่น ท่าทางดูเข้าถึงยากและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม

ไหนบอกว่าเขาเป็นคนที่เธอชอบที่สุดไม่ใช่หรือไง? แต่ตอนนี้เธอกลับเอาอมยิ้มอันแรกไปให้คุณย่า ไม่ใช่เขา!

"ไม่มีแล้วค่ะ มีแค่อันเดียวเอง"

เสิ่นซิงลั่วส่ายหน้าไปมา

ชิ... โม่อวี่เฉินที่ภายนอกดูเย็นชาราวกับภูเขาน้ำแข็ง ที่แท้ข้างในก็เป็นแค่เด็กโข่งคนหนึ่ง แถมยังชอบกินลูกอมอีกต่างหาก

สิ้นคำพูดของเธอ ใบหน้าที่เคร่งขรึมอยู่แล้วของโม่อวี่เฉินก็ดูเหมือนจะมีไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจนน่าขนลุก

เสิ่นซิงลั่ว: "..."

แค่ไม่ได้ลูกอม ถึงกับต้องทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อกันขนาดนี้เลยเหรอ?

เธอลอบกลืนน้ำลาย แกล้งทำท่าทางหวาดกลัวพลางดึงชายเสื้อของคุณหญิงผู้เฒ่าโม่แล้วแอบอยู่ข้างหลังท่าน จนมองไม่เห็นแม้แต่เงาของโม่อวี่เฉิน

"จะไปดุหลานทำไมกัน? ไม่รู้หรือไงว่าแกก็แค่เด็กคนหนึ่ง แถมยังขวัญอ่อนอีกต่างหาก"

คุณหญิงผู้เฒ่าโม่รีบยกไม้เท้าขึ้นเคาะที่แขนของโม่อวี่เฉินเบาๆ เป็นการสั่งสอน

"คุณย่าคะ... คุณย่า?"

โม่จื่อฉินตาค้าง ไม่ยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

เป็นที่รู้กันดีว่าตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น พี่ชายของเธอก็กลายเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของคุณย่า ท่านตามใจเขาเสียยิ่งกว่าอะไรดี

แต่ตอนนี้ ท่านกลับเอาไม้เท้าตีพี่ชายเพียงเพราะยัยบ้าเสิ่นซิงลั่วนี่น่ะเหรอ?

เมื่อเห็นดังนั้น เสิ่นซิงลั่วก็รีบพุ่งออกจากข้างหลังคุณหญิงผู้เฒ่า มายืนขวางหน้าโม่อวี่เฉินไว้แล้วกางแขนออกเพื่อปกป้องเขา

"คุณย่าขา อย่า... อย่าตีสามีของลั่วลั่วนะคะ"

ทว่าภายใต้ดวงตาที่ใสซื่อนั้น กลับซ่อนเร้นความเจ้าเล่ห์เอาไว้

บทหญิงงามกู้บุรุษครั้งนี้ จะต้องสร้างความประทับใจให้โม่อวี่เฉินอย่างแน่นอน!

เธอหันกลับไปมองโม่อวี่เฉินพลางเอ่ยด้วยเสียงสั่นๆ อย่างขี้ขลาด "คุณสามีไม่ต้องกลัวนะคะ ลั่วลั่วจะไม่ยอมให้ใครมารังแกคุณเด็ดขาด"

เมื่อมองดูร่างเล็กที่ยังมีแววความหวาดกลัวอยู่ในดวงตา แต่กลับยืนหยัดปกป้องเขาอย่างดื้อรั้น โม่อวี่เฉินก็สัมผัสได้ชัดเจนว่ากำแพงในใจบางส่วนของเขากำลังพังทลายลงอย่างเงียบเชียบ

"อะแฮ่ม... เห็นแก่ลั่วลั่วตัวน้อย ครั้งนี้ย่าจะยอมปล่อยหลานไปก่อนก็แล้วกัน ถ้าวันหลังย่าเห็นหลานรังแกแกอีก ย่าจะจัดการหลานให้เข็ดเลยเชียว"

คุณหญิงผู้เฒ่าโม่เอ่ยเตือนโม่อวี่เฉินด้วยสีหน้าจริงจัง

แต่ในวินาทีต่อมา เมื่อสายตาเลื่อนมาหยุดที่เสิ่นซิงลั่ว สีหน้าของท่านก็เปลี่ยนไปทันที ท่านคลี่ยิ้มอย่างใจดีและอ่อนโยน "ลั่วลั่วจ๊ะ ถ้าวันหลังเขาบังอาจรังแกหนูอีก ก็มาบอกย่านะ เดี๋ยวพ่อย่าจะจัดการให้เอง"

โม่อวี่เฉิน: "..."

โม่จื่อฉิน: "..."

นี่ตกลงใครกันแน่ที่เป็นหลานแท้ๆ ของคุณย่า?

กู้ชิงเสวี่ยเม้มริมฝีปากล่างแน่น มือขยุ้มกระโปรงจนยับยู่ยี่ ดวงตาลุกโชนด้วยไฟแค้น อยากจะเผาเสิ่นซิงลั่วให้กลายเป็นจุณเสียเดี๋ยวนี้!

เธอประเมินยัยคนบ้าคนนี้ต่ำเกินไปจริงๆ!

จบบทที่ บทที่ 30: ใครก็รังแกคุณไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว