- หน้าแรก
- ซ่อนคมนายหญิง ประธานโม่สปอยล์รัก
- บทที่ 13: อยากมาเป็นแม่เลี้ยงของผมงั้นเหรอ
บทที่ 13: อยากมาเป็นแม่เลี้ยงของผมงั้นเหรอ
บทที่ 13: อยากมาเป็นแม่เลี้ยงของผมงั้นเหรอ
"ไม่ใช่นะ! ตั้งแต่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในบ้าน เมื่อคืนพ่อก็ไม่มานอนกับผม เห็นได้ชัดว่าพ่อโดนนังจิ้งจอกนั่นล่อลวงไปแล้ว!"
เด็กชายตัวน้อยสะบัดมือของเสิ่นซิงลั่วออกอย่างงอนๆ หันหลังให้เธอแล้วขยำยอดหญ้าเล่น "ผมมันก็แค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีแม่ ไม่มีใครรัก ไม่มีใครเหลียวแล"
เสิ่นซิงลั่วมองแผ่นหลังอันโดดเดี่ยวของเขา พลันรู้สึกจุกจนเอื้อนเอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ไม่ออก
เธอเองก็เป็นลูกที่เกิดจากภรรยาหลวงแท้ๆ แต่เพราะมีมือที่สามเข้ามาแทรกแซง แม่ของเธอถึงได้ด่วนจากไป ซ้ำเธอยังถูกทิ้งขว้างให้อยู่ในชนบทตามยถากรรมไม่ใช่หรือไง?
เธอเอื้อมมือออกไปตบไหล่เด็กน้อยเบาๆ "ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะไม่เป็นแม่เลี้ยงใจร้ายเหมือนในนิทานหรอก"
เด็กชายหันขวับมาทันที กะพริบตาปริบๆ ด้วยดวงตากลมโตที่เบิกกว้างราวกับไข่ห่าน "เมื่อกี้ว่าไงนะ? อยากจะมาเป็นแม่เลี้ยงของผมงั้นเหรอ?"
จากนั้นเขาก็ไล่สายตาสำรวจเสิ่นซิงลั่วตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างจริงจัง
"ความจริงมันก็พอถูไถไปได้นะ ถึงยังไงเมื่อกี้เธอก็เพิ่งช่วยผมไว้ แปลว่าเธอไม่ใช่คนเลว ดีกว่านังจิ้งจอกที่มาเกาะแกะพ่อผมตั้งเยอะ! ตกลง เอาเป็นเธอละกัน!"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงฝืนใจสุดๆ ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากพื้นหญ้า "มาสิ ผมจะพาไปหาพ่อเดี๋ยวนี้เลย เราจะได้ไปแย่งพ่อคืนมาจากนังจิ้งจอกนั่น!"
เสิ่นซิงลั่ว "..."
เอะอะก็จิ้งจอก เอะอะก็นังจิ้งจอก แล้วจะให้เธอบอกเขาได้ยังไงว่าความจริงแล้วเธอคือ 'นังจิ้งจอก' ที่เขาพูดถึงอยู่น่ะ?
เมื่อเห็นเสิ่นซิงลั่วยืนนิ่ง เด็กชายก็เร่งเร้า "เอ้า มัวยืนบื้ออะไรอยู่อีกล่ะ? ไม่อยากเป็นแม่เลี้ยงของผมแล้วหรือไง?"
"นายเข้าใจผิดแล้ว ที่ฉันหมายถึงก็คือ ฉันเนี่ยแหละ 'แม่เลี้ยงจอมยั่ว' ที่นายพูดถึง"
เสิ่นซิงลั่วเกาหัวอย่างเก้อเขิน เธอไม่เคยคิดอยากจะเข้าไปแทรกแซงครอบครัวของใครเลย ระหว่างทางมาที่นี่เธอก็สืบประวัติมาอย่างดีแล้วว่าหลานชายทั้งสามคนของตระกูลโม่ยังไม่มีใครแต่งงานเลยสักคน
จู่ๆ ก็มีเด็กตัวโตขนาดนี้โผล่มาเรียกโม่อวี่เฉินว่า 'พ่อ' มันอดไม่ได้ที่เธอจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเมียน้อย และความรู้สึกผิดก็ตีตื้นขึ้นมาในอก
เป็นเพราะเธอเข้าใจความรู้สึกของการเป็นคนนอกดีเกินไป เธอเคยผ่านมันมาด้วยตัวเองแล้ว
มือเล็กๆ ที่ยื่นออกมาพลันชะงักค้างกลางอากาศ เด็กชายถอยหลังไปสองสามก้าว ใบหน้าจ้ำม่ำเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
"ธ-เธอพูดว่าไงนะ? เธอคือแม่เลี้ยงของผม... เธอคือนังจิ้งจอกนั่นเหรอ?"
สายตาขยะแขยงของเขาทำให้เสิ่นซิงลั่วเริ่มสงสัยว่าตัวเองดูแย่ขนาดนั้นเลยหรือไง
เสิ่นซิงลั่วลุกขึ้นยืนเท้าเอวและยืดอกขึ้น "ใช่ ฉันนี่แหละแม่เลี้ยงของนาย! เพราะงั้น ถ้านายกล้าเอาเรื่องเมื่อกี้ไปฟ้องพ่อล่ะก็ ฉันจะยุให้พ่อส่งนายไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเลยคอยดู!"
"อย่างเธอเนี่ยนะ? พ่อจะยอมทำตามที่เธอบอกงั้นเหรอ น่าขำตายชัก!" เด็กชายทำหน้าดูถูกเหยียดหยาม
เสิ่นซิงลั่ว "..."
สายตารังเกียจกับสีหน้าท่าทางเล็กๆ น้อยๆ พวกนั้นบดขยี้ความภาคภูมิใจของเธอเสียป่นปี้
"เธอแน่ใจนะว่าเป็นแม่เลี้ยงของผม?" เด็กชายถามย้ำ
"แน่ใจและฟันธงล้านเปอร์เซ็นต์! เมื่อคืนนี้คือคืนเข้าหอของฉันกับพ่อนาย!"
เสิ่นซิงลั่วเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย เธอจะไม่ยอมมานั่งสงสัยในตัวเองเพียงเพราะโดนไอ้เด็กผีจอมแสบนี่ดูถูกหรอกนะ!
เธอคิดว่าจะได้เห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของเด็กน้อย แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นสิ่งที่เธอคาดไม่ถึงโดยสิ้นเชิง
หลังจากถอนหายใจเบาๆ เด็กชายก็เดินเข้ามาหา เงยหน้ามองเธอด้วยสายตาสงสารและเวทนา ก่อนจะเอ่ยว่า "นึกว่าจิ้งจอกสาวที่ไหน ที่แท้ก็เธอนี่เอง ดูท่ารสนิยมของพ่อผมคงจะแปลกพิลึกกึกกือจริงๆ ยังไงก็เถอะ ขอบคุณที่ดูแลพ่อผมเมื่อคืนนี้ก็แล้วกัน"
เสิ่นซิงลั่ว "..."
คำพูดเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้หลุดออกมาจากปากของไอ้เด็กจอมแสบที่ดูอายุแค่ห้าหกขวบได้ยังไงกัน? แล้วไอ้สีหน้าแบบนั้นมันคืออะไร? นี่เขากำลังดูถูกเธออยู่งั้นเหรอ?
เด็กชายปรายตามองสีหน้าเหม่อลอยของเธอ แล้วกระตุกชายกระโปรงของหญิงสาวเบาๆ "ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่บอกใครเรื่องวันนี้หรอก แน่นอนว่าเธอก็ห้ามเอาเรื่องของผมไปบอกใครเหมือนกัน!"
"ตกลง ดีล!"
เมื่อเห็นว่าในที่สุดเขาก็ยอมโอนอ่อน เสิ่นซิงลั่วก็รีบนั่งยองๆ และชูนิ้วโป้งยื่นออกไปทันที
"นี่เธอคงไม่ได้จะมาเล่นเกม 'แปะโป้งสัญญา' ปัญญาอ่อนอะไรนี่กับผมหรอกนะ?"
เมื่อมองไปที่มือที่ยื่นออกมาของเสิ่นซิงลั่ว สีหน้าของเด็กชายก็เต็มไปด้วยความขยะแขยงจนไม่รู้จะขยะแขยงยังไงแล้ว
เสิ่นซิงลั่ว "..."
โดนพูดแทงใจดำแบบนี้ เธอก็รู้สึกเสียหน้าขึ้นมานิดหน่อยจริงๆ นั่นแหละ นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่เด็กๆ ชอบทำกันหรอกเหรอ? ทั้งแปะโป้ง ทั้งเกี่ยวก้อยสัญญา ไหงมันถึงกลายเป็นเรื่องปัญญาอ่อนต่อหน้าไอ้เด็กนี่ไปได้ล่ะ?
นี่เธอแกล้งโง่บ่อยจนกลายเป็นคนซื่อบื้อไปแล้วจริงๆ หรือว่าไอ้เด็กผีตรงหน้าเธอมันแก่แดดเกินไปกันแน่?
"เห็นแก่ที่เธอทำหน้าตาจริงจังหรอกนะ ผมจะฝืนใจแปะโป้งด้วยก็ได้"
พูดจบ เด็กชายก็ยื่นนิ้วโป้งออกมาเช่นกัน สีหน้าของเขาดูจริงจังเป็นพิเศษ
"ตกลงตามนี้ ใครเอาไปบอกคนอื่นขอให้เป็นลูกหมา!"
ในที่สุดเขาก็จะได้ลองทำสัญญากันแบบที่เด็กคนอื่นๆ ในทีวีเขาทำกันแล้วใช่ไหม?
ว่าแล้ว นิ้วโป้งเล็กๆ ของเขาก็ประทับเข้ากับนิ้วโป้งของเสิ่นซิงลั่ว
เสิ่นซิงลั่วคลี่ยิ้มบาง แม้ปากเขาจะบอกว่ารังเกียจ แต่ร่างกายกลับซื่อสัตย์สุดๆ ถึงยังไงเขาก็ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่งล่ะนะ
"เอาล่ะ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เราสองคนจะทำเหมือนว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกัน"
เสิ่นซิงลั่วชักมือกลับแล้วลุกขึ้นยืน
"ไม่มีปัญหา!"
เด็กชายยินดีกับข้อเสนอนี้เป็นอย่างยิ่ง
"อ้อ จริงสิ ฉันยังไม่รู้ชื่อนายเลย ฉันชื่อเสิ่นซิงลั่ว ถ้านายไม่อยากเรียกฉันว่า 'แม่' จะเรียกฉันว่า 'พี่ลั่ว' ก็ได้นะ"
เสิ่นซิงลั่วมองเขา รอยยิ้มบางๆ แต่อบอุ่นปรากฏขึ้นในดวงตากลมโตใสกระจ่างของเธอ
"แต่งงานกับพ่อผมแล้ว ยังจะให้ผมเรียกเธอว่า 'พี่' อีกเหรอ? 'น้าลั่ว' น่าจะเหมาะกว่ามั้ง!"
เด็กชายเบะปากอย่างหยิ่งยโส ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นลังเลใจ
จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกมา "ผมชื่อโม่จิ่นเหยียน"
เมื่อมองดูท่าทางเป็นสุภาพบุรุษของเด็กน้อย เสิ่นซิงลั่วก็ย่อตัวลง มือข้างหนึ่งวางบนเข่า ส่วนอีกข้างจับมือเล็กจ้ำม่ำของเขาเอาไว้ "ยินดีที่ได้รู้จักนะ ตั้งแต่วันนี้ไปก็ฝากดูแลกันด้วยล่ะ"
"ชิ" เด็กชายชักมือกลับอย่างไม่ไยดีแล้วสะบัดหน้าหนี
แต่เสิ่นซิงลั่วก็ยังทันเห็นรอยยิ้มที่ซุกซ่อนอยู่บนเสี้ยวหน้าอีกครึ่งหนึ่งของเขา อืม... เขาเป็นเด็กขี้เก๊กแถมยังปากไม่ตรงกับใจจริงๆ ด้วย
ดูเหมือนว่าเอาเข้าจริงๆ ไอ้เด็กจอมแสบนี่ก็ไม่ได้น่ารำคาญขนาดนั้นแฮะ
"นี่ แค่จะบอกว่าถึงฉันไม่เอาเรื่องนี้ไปฟ้อง แต่แผลบนหน้าผากกับรอยถลอกบนขาของนาย ใครที่ไม่ได้ตาบอดก็ต้องมองเห็นอยู่ดี แล้วนายจะเอาไปอธิบายกับพ่อนายว่ายังไงล่ะ?"
ด้วยความอยากจะแกล้งเขา เธอจึงจงใจพูดแบบนี้ออกไป
"เรื่องกล้วยๆ ผมก็แค่บอกว่าได้แผลมาตอนเล่นกับเจ้ามาสทิฟฟ์ก็สิ้นเรื่อง"
โม่จิ่นเหยียนชี้ไปที่สุนัขสแปนิชมาสทิฟฟ์ที่กำลังนอนแลบลิ้นห้อยต่องแต่งอยู่บนพื้นหญ้าใกล้ๆ ด้วยสีหน้าลำพองใจ
เสิ่นซิงลั่ว "..."
ถึงวิธีนี้มันจะดูหน้าด้านไปหน่อยก็เถอะ แต่มันก็เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมจริงๆ นั่นแหละ
สแปนิชมาสทิฟฟ์ "..."
มันเป็นหมา มันรู้ดี โม่จิ่นเหยียนน่ะหน้าไม่อายยิ่งกว่าหมาอย่างมันซะอีก!