- หน้าแรก
- เป็นเศรษฐีด้วยข้อมูลลับจากอนาคต
- ตอนที่ 5 คุณถูก "หลินอี้ฝาน ฝ่ายจัดซื้อ" เชิญออกจากกลุ่ม
ตอนที่ 5 คุณถูก "หลินอี้ฝาน ฝ่ายจัดซื้อ" เชิญออกจากกลุ่ม
ตอนที่ 5 คุณถูก "หลินอี้ฝาน ฝ่ายจัดซื้อ" เชิญออกจากกลุ่ม
การถูก "หักหลัง" จากเพื่อนรักทั้งสองคน
ทำให้ลู่ฝานรู้สึกท้อแท้และหมดหวังขึ้นมาทันที
ตอนนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะไปหาเงินมาซื้อกระเป๋าให้เสิ่นชิงอีกต่อไปแล้ว
เขาอยากจะอยู่เงียบๆ เพียงลำพังคนเดียวจริงๆ
หรือว่าที่ผ่านมาเขาเป็นคนล้มเหลวในการใช้ชีวิตมากขนาดนี้เลยหรือ?
ทำไมเพื่อนที่คบหามาแต่ละคน ถึงได้เป็นพวก
"รู้หน้าไม่รู้ใจ" กันไปหมด!
ความคิดนี้ทำให้ลู่ฝานรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก
เขาใช้เวลาตั้งสติอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ในหัวจะผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา...
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมเขาไม่ลองเลียนแบบเรื่องราวในอินเทอร์เน็ตที่เคยเห็นดูล่ะ
ด้วยการลองขอยืมเงินเพื่อนทุกคนรอบตัวดูให้หมด
นอกจากจะเพื่อพิสูจน์ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมือนกับหลี่อี้เฟิงและลู่หยู
และโลกนี้ยังคงมีคนดีๆ หลงเหลืออยู่มากกว่าคนเลวแล้ว
ลู่ฝานยังถือโอกาสนี้มองให้ชัดไปเลยว่า ใครกันที่ควรค่าแก่การคบหา
และใครที่ไม่ควรค่า
เพราะในเมื่อเขามีข้อมูลจากอนาคตอยู่ในมือ
การจะพุ่งทะยานขึ้นไปเป็นใหญ่ย่อมเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว
เมื่อถึงเวลานั้น จะต้องมีคนมากมายเข้ามาหาผลประโยชน์จากเขาแน่ๆ
หากเป็นคนที่ไม่คู่ควร
เขาก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลาด้วยอีกต่อไป!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ลู่ฝานจึงส่งข้อความแบบกลุ่มออกไป
โดยระบุว่ามีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วนและขอยืมเงินจำนวน 20,000
หยวน
เขาส่งข้อความนี้ไปหาคนที่พอจะรู้จักมักคุ้นกันอยู่บ้างประมาณ 40-50 คน
หลังจากผ่านไปหนึ่งช่วงบ่าย...
มี 12 คนที่ตอบกลับมาว่าตนเองก็ลำบากเช่นกัน จึงไม่สามารถช่วยเหลือได้
ความสัมพันธ์ของคนเหล่านี้กับลู่ฝานไม่ได้ลึกซึ้งพอที่จะให้ยืมเงิน 20,000
หยวนได้ง่ายๆ
แม้จะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้างแต่ลู่ฝานก็พอจะเข้าใจได้
นอกจากนี้ยังมีอีก 8 คนที่โอนอั่งเปามาให้เขาตั้งแต่ 100 ถึง 500 หยวน
คนกลุ่มนี้คงคิดเสียว่าให้เงินช่วยตามมารยาท
เพื่อที่วันหน้าจะได้ไม่ต้องมองหน้ากันไม่ติด
ซึ่งก็นับว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้
แต่ยังมีอีกกว่า 20 คนที่ไม่มีการตอบกลับใดๆ เลย
ในจำนวนนั้นมีหลายคนที่ลู่ฝานคิดว่ามีความสัมพันธ์ค่อนข้างดี
โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงานในบริษัทหลายคนที่สนิทกัน
ต่างก็เลือกที่จะเมินเฉยต่อข้อความของเขาอย่างไม่มีข้อยกเว้น
ซึ่งนี่ก็คงจะเป็นผลงานของหลี่อี้เฟิงอีกตามเคย
และสิ่งที่ทำให้ลู่ฝานรู้สึกตกใจและเหลือเชื่อมากที่สุดก็คือ...
ผู้จัดการแผนกจัดซื้อที่ชื่อว่า "หลินอี้ฝาน"
เขาส่งข้อความกลับมาหาโดยตรงว่า "ลู่ฝาน ได้ยินว่านายล้มละลายแล้ว เรื่องจริงเหรอ?"
"เปล่าครับ ผมไม่ได้ล้มละลาย ผมแค่ต้องการยืมเงิน 20,000 หยวนมาใช้ด่วน
พี่หลินพอจะช่วยผมหน่อยได้ไหม?" ลู่ฝานตอบกลับไป
ผ่านไปครู่หนึ่ง...
ตึ๊ง... ตึ๊ง... ตึ๊ง...
เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์ของลู่ฝานดังขึ้นรัวๆ ติดต่อกันนับครั้งไม่ถ้วน
เมื่อจ้องมองหน้าจอ
เขาก็พบว่ามันเป็นข้อความจากกลุ่มแชตไม่เป็นทางการที่รวมพนักงานในบริษัทที่หลินอี้ฝานตั้งขึ้นมา
ชื่อกลุ่มว่า [จั๋วเยว่กงซือตากงเหริน]
ลู่ฝานกำลังจะกดเข้าไปดู แต่แล้วเขาก็พบกับเรื่องที่น่าอึดอัดใจอย่างที่สุด
— เขาถูกเตะออกจากกลุ่ม!
และคนที่เตะเขาออกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหลินอี้ฝานที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนั่นเอง
ลู่ฝานถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่ เขาค่อยๆ
กดเข้าไปดูในประวัติแชตของกลุ่มและเลื่อนขึ้นไปอ่านข้อความก่อนหน้า
"หลี่อี้เฟิง: ทุกคนครับ ผมอยากจะเตือนอะไรหน่อย
ลู่ฝานจากแผนกการตลาดเล่นหุ้นจนหมดตัว
บ้านรถขายทิ้งหมดแล้ว ตอนนี้กำลังไล่ขอยืมเงินคนไปทั่ว ทุกคนหาเงินมาลำบาก
อย่าตกหลุมพรางล่ะ!"
"หลี่อี้เฟิง: มีภาพประกอบเป็นหลักฐาน ดูกันให้เต็มตาเลยครับ!"
ตามมาด้วยภาพถ่ายหลักฐานการขายรถ ขายบ้าน การถอนเงินกองทุน...
และภาพแคปหน้าจอการสนทนาระหว่างลู่ฝานกับหลี่อี้เฟิง
"ลู่ฝานล้มละลายแล้วเหรอ? ขายทั้งบ้านทั้งรถเลยเหรอ? จริงหรือเปล่าเนี่ย? มั่นใจนะ?
@หลี่อี้เฟิง"
"หลี่อี้เฟิง: หึหึ ดูรูปเอาเองเถอะแล้วพิจารณาดู ผมก็แค่หวังดีมาเตือนทุกคนเฉยๆ
จะเชื่อหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ ถ้าโดนหลอกขึ้นมาก็อย่าไปโทษใครล่ะ"
"เชี่ย! ลู่ฝานทักมายืมเงินฉันจริงๆ ด้วย ฉันเพิ่งโอนให้ไป 500 หยวนเองนะเนี่ย
ไม่จริงใช่ไหม! สรุปว่าล้มละลายจริงๆ สินะ..."
"สงสัยจะจริงแล้วแหละ เขาก็ส่งข้อความมายืมเงินฉันเหมือนกัน แต่ฉันไม่ได้สนใจ
เพราะเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น!"
"ลู่ฝานก็มายืมเงินฉันเหมือนกัน เสียเงินไป 200 หยวนฟรีๆ เลย"
"มายืมฉันเหมือนกัน +1"
"มายืมฉันด้วย +2"
"ฉันก็โดน +3"
...
มีคนส่งภาพแคปหน้าจอการสนทนาตามมาอีกกว่า 20 คน
ถ้าคนหนึ่งหรือสองคนยังพอว่า แต่นี่เล่นขอยืมเงินคนจำนวนมากในเวลาเดียวกัน
มันหมายความว่าอย่างไร?
มันคือหลักฐานมัดตัวว่าลู่ฝานล้มละลายแล้วจริงๆ!
"@ลู่หยู นายกับลู่ฝานสนิทกันจะตายไม่ใช่เหรอ? เขาต้องขอยืมเงินนายเหมือนกันแน่ๆ
ใช่ไหม?"
"ไม่ต้องถามแล้ว ล้มละลายชัวร์ ล้มละลายก็ส่วนล้มละลายสิ
แต่ทำไมต้องมาไล่ยืมเงินชาวบ้านไปทั่วแบบนี้ด้วยวะ
คนแบบนี้มันคนบ้าชัดๆ!"
"ใช่เลย คนที่ล้มละลายทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ พวกเราอยู่ห่างๆ
คนประเภทนี้ไว้ดีกว่า!"
"ลู่หยู: พี่ฝานก็อยู่ในกลุ่มนี้นะ ให้พี่เขาออกมาพูดเองดีกว่าไหม..."
"@ลู่หยู ที่พูดแบบนี้แปลว่าเขาก็ยืมเงินนายด้วยเหมือนกันใช่ไหมล่ะ
งั้นจะพูดให้เสียเวลาทำไม!
คนแบบนี้ไม่ควรให้อยู่ในกลุ่ม!"
"ถูกต้อง! เตะมันออกจากกลุ่มไปเลย
กลุ่มนี้คือพื้นที่ทางจิตวิญญาณแห่งการช่วยเหลือกันของชาวจั๋วเยว่
คนสันดานแบบนี้รีบๆ เตะออกไปซะ!"
"เห็นด้วย! @หลินอี้ฝาน หัวหน้ากลุ่มอยู่ไหม? รีบเตะออกไปเลย! ผมบล็อกเขาไปแล้ว
ดีนะที่อยู่คนละแผนก ไม่อย่างนั้นคงมีผลกระทบกับงานแน่ๆ"
"เห็นด้วย! บล็อกแล้วเตะทิ้ง!"
"เห็นด้วย +1!"
"เห็นด้วย +2!"
"เห็นด้วย +3!"
...
ในกลุ่มที่มีสมาชิกกว่าร้อยคน ข้อความถูกส่งขึ้นมาจนเต็มหน้าจออย่างรวดเร็ว
"หลินอี้ฝาน: เมื่อกี้ผมลองถามลู่ฝานดูแล้ว เขาบอกว่าไม่ได้ล้มละลาย
แล้วก็ขอยืมเงินผม 20,000 หยวนทันที..."
"พี่หลิน พี่มาเล่นตลกเหรอครับเนี่ย ขำชะมัด!"
"หลินอี้ฝาน: ในเมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ผมก็ไม่ขัดข้อง"
[คุณถูก "หลินอี้ฝาน ฝ่ายจัดซื้อ" เชิญออกจากกลุ่ม]
ข้อความสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ลู่ฝานไม่สามารถมองเห็นข้อความหลังจากนั้นได้อีก
"เหอะ พวกนี้น่าสนใจดีจริงๆ!"
"ไม่ให้ยืมก็ไม่ว่าอะไรหรอก
แต่นี่กลับเห็นหัวฉันเป็นเหมือนอึหมาที่กลัวว่าจะมาเลอะเสื้อตัวเองซะอย่างนั้น"
"ไอ้หลี่อี้เฟิงนี่มันก็ทำแสบจริงๆ เลวได้โล่จริงๆ!"
"แล้วก็ไอ้ลู่หยูนั่นอีก อุตส่าห์เสนอหน้ามาพูดจาทำเป็นคนดี
กลัวจะอยู่ในบริษัทต่อไปไม่ได้หรือไง"
"ยังกล้ามาหาว่าฉันสันดานไม่ดีอีกเหรอ? ฮ่าๆๆ..."
เมื่อเห็นข้อความเหล่านั้น ลู่ฝานก็หัวเราะออกมาด้วยความแค้นเคือง
เงินทองสามารถมองทะลุเข้าไปถึงจิตใจคนได้จริงๆ ช่างเป็นความจริงที่น่าสมเพช!
หลังจากนั้น บนใบหน้าของลู่ฝานก็ปรากฏร่องรอยของความหยามหยันและดูแคลนอย่างลึกซึ้ง
อีกไม่นานหรอก เขาก็จะทำเงินได้อย่างน้อยหนึ่งหรือสองร้อยล้านแล้ว
หวังว่าตอนนั้นพวกคนเหล่านี้จะไม่มานั่งเสียใจภายหลัง
และอย่ามาทำหน้าด้านคลานกลับมาหาเขาอีกล่ะ
ไม่อย่างนั้นมันคงจะเป็นเรื่องที่น่าเวทนามากจริงๆ
ปัง!
ในขณะที่ลู่ฝานกำลังโกรธจัดจนตัวสั่น
เสียงกระแทกประตูอย่างแรงก็ดังขึ้น
เสิ่นชิง แฟนสาวของเขาปรากฏตัวตรงหน้าด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง
"ลู่ฝาน นายเก่งจริงๆ นะ! ล้มละลายแล้วยังจะมาปิดบังฉันอีก! นาย...
ทำไมไม่ไปตายซะล่ะ!"
เสิ่นชิงคำรามด้วยโทสะก่อนจะขว้างกระเป๋าในมือเข้าใส่ลู่ฝานอย่างแรง
มันเกือบจะกระแทกเข้าที่ตาของเขา
ลู่ฝานกระโดดหลบด้วยความตกใจและมองเสิ่นชิงด้วยสายตาที่เหลือเชื่อ
เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเสิ่นชิงก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
หลังจากเห็นข้อความเหล่านั้น
เธอคงจะรีบซิ่งรถกลับมาจัดการกับเขาด้วยความเร็วสูงแน่ๆ!
เมื่อมองดูแฟนสาวที่ทำท่าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขา
ลู่ฝานรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปเนิ่นนานเหลือเกิน
นี่หรือ... คือแฟนสาวที่เขาทุ่มเทให้ทั้งกายและใจมาตลอดครึ่งปี?
พอได้ยินว่าเขาล้มละลาย ก็ถึงกับสั่งให้เขาไปตาย?
แถมยังเอากระเป๋าขว้างใส่เขาอีก?
หลังจากถูกทำลายความเชื่อและความรู้สึกอย่างต่อเนื่อง
หัวใจของลู่ฝานในตอนนี้กลับสงบนิ่งลงอย่างประหลาด
ความเศร้าใดๆ ก็ไม่เท่ากับใจที่ตายด้านไปแล้ว... มันคงเป็นความรู้สึกแบบนี้เองสินะ
"คุณเห็นแล้วใช่ไหม แล้วยังไงล่ะ?"
ลู่ฝานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ
คำพูดนั้นยิ่งไปกระตุ้นเพลิงโทสะของเสิ่นชิงให้ลุกโชนขึ้นกว่าเดิม
เธอโกรธจนตัวสั่นไปหมดทั้งร่าง
(จบตอน)