- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรากวิญญาณขยะสู่ยอดเซียนวิถีมาร
- บทที่ 154 ไผ่คร่ำครวญแดนผี
บทที่ 154 ไผ่คร่ำครวญแดนผี
บทที่ 154 ไผ่คร่ำครวญแดนผี
บทที่ 154 ไผ่คร่ำครวญแดนผี
ดีมาก
ดูเหมือนว่าช่วงที่ผ่านมา ศิษย์สายตรงเจียงผู้นั้นคงไปสืบเรื่องของเขามาอีกรอบแล้ว คาดว่าคงรู้เบื้องหลังเรื่องสามคุณชายแห่งโลหิตผกผันแล้วสินะ ถึงได้ตอบตกลงอย่างเด็ดขาดขนาดนี้
แต่นั่นก็พิสูจน์ให้เห็นในทางอ้อมว่า การได้พบกับเหยียนหลิงสักครั้ง ไม่เพียงแต่สำคัญมากเท่านั้น ทว่ายังเป็นเรื่องด่วนจี๋อีกด้วย
หลังจากเก็บจดหมายลับแล้ว หวังอี้ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะพูดคุยต่อ จึงเดินจากไปทันที
ส่วนเรื่องทรัพยากรวิญญาณที่กรรโชกทรัพย์มาคราวนี้ จะทำให้ศิษย์สายตรงเจียงขุ่นเคืองหรือไม่ เขาไม่กลัวเลยสักนิด หลังจากบรรลุข้อตกลงกับสามคุณชายแห่งโลหิตผกผันแล้ว เบื้องหลังของเขาก็มีถึงสามตระกูลระดับวิญญาณแรกกำเนิดหนุนหลังอยู่
ซึ่งเป็นผู้ปกครองระดับสูงสุดของนิกายโลหิตวิญญาณผกผันอย่างไม่ต้องสงสัย!
ต่อให้ยืมบารมีมาได้แค่นิดเดียว ก็มากพอจะรับประกันได้ว่าต่อให้เขาล่วงเกินศิษย์สายตรงก็ย่อมไม่เป็นอะไร บวกกับที่คนฉลาดมักมีนิสัยชอบคิดคำนวณข้อดีข้อเสียอยู่แล้ว
ก่อนจะลงมือกับเขา ศิษย์สายตรงเจียงจะต้องพิจารณาแน่นอนว่าสิ่งที่เสียไปคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้มาหรือไม่ หากเป็นเพียงการระบายความโกรธ คนผู้นี้ต้องไม่ลงมือเด็ดขาด
ออกมาแค่รอบเดียว กลับมีเรื่องเกิดขึ้นมากมายขนาดนี้
หลังจากกลับมาถึงหอลงทัณฑ์ในย่านเทพอสูร หวังอี้ก็ลูบขนเสวี่ยอวี้พลางปวดหัวเล็กน้อย
การเรียกร้องทรัพยากรวิญญาณระดับสาม ย่อมเป็นเพราะต้องการนำมาหลอมขลุ่ยเสียงผีคร่ำครวญ หากมีอาวุธวิเศษที่เข้าชุดกันมาช่วยเสริม มรดกหลายวิชาที่นักพรตอีกาหยินทิ้งไว้ให้ก็ย่อมสามารถเปล่งอานุภาพออกมาได้สูงสุด
และแม้วิธีการหลอมจะอยู่ในระดับสร้างรากฐาน ทว่าก็สามารถมอบรากฐานมั่นคงให้กับอาวุธวิเศษได้ หากหลอมจนกลายเป็นอาวุธวิเศษระดับสองขั้นสูงสุด ในอนาคตก็ยังมีศักยภาพที่จะยกระดับขึ้นเป็นอาวุธวิเศษระดับสามได้
ถึงเวลานั้นคงแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ในมือเขายังมีทองวิญญาณปฐพีระดับสามขนาดเท่าปลายเล็บอยู่อีกชิ้น หากนำมาหลอมรวมเข้าไปด้วยกันย่อมเหมาะสมพอดี
หลังจากขบคิดถึงวิธีใช้ทรัพยากรในมือเสร็จสิ้น
หวังอี้ก็เฝ้ารออย่างเงียบเชียบ เวลาสามวันผ่านไปไวเหมือนโกหก ทรัพยากรวิญญาณที่เขาต้องการก็ถูกส่งมาถึงหอลงทัณฑ์ประจำย่านเทพอสูรแล้ว
ของสิ่งนี้ถูกปิดผนึกไว้ในกล่องไม้จันทน์ดำที่ยาวประมาณหนึ่งจั้ง
บนกล่องมีการวางค่ายกลผนึกวิญญาณเอาไว้ ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้ป้องกันไม่ให้ต้นกำเนิดของทรัพยากรวิญญาณรั่วไหลโดยเฉพาะ พูดกันตามตรงนี่คือครั้งแรกที่หวังอี้ได้สัมผัสกับทรัพยากรวิญญาณระดับสามที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้
เขาอดไม่ได้ที่จะถูมือไปมา ก่อนจะเปิดกล่องออกด้วยความคาดหวัง
ด้านใน
ต้นไผ่สีหยกดำยาวประมาณหนึ่งเมตรครึ่งวางนิ่งอยู่ตรงนั้น ทั่วทั้งต้นแผ่เสียงร้องโหยหวนปานวิญญาณหยินคร่ำครวญ ทันใดนั้นแสงวิญญาณสีดำชั้นหนึ่งก็พลันแผ่กระจายออก
ราวกับเป็นแดนผีแห่งหนึ่ง ภูตผีที่จำแลงมาจากปราณวิญญาณหยินแต่ละตนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในอาณาเขตของแสงวิญญาณ พวกมันมีพลังโจมตีในระดับหนึ่ง และสามารถสั่นคลอนจิตวิญญาณของผู้บำเพ็ญเพียรได้
ภายในกล่องยังมีป้ายหยกอีกหนึ่งแผ่น เขียนชื่อของสมบัติชิ้นนี้เอาไว้
“ไผ่คร่ำครวญแดนผี ของวิเศษระดับสาม!”
“ของดีนี่!!!”
หลังจากตรวจสอบแน่ชัด เขาก็เก็บมันไว้อย่างดี ของพรรค์นี้สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับอาวุธวิเศษประจำตัวได้เลย ทว่าหากใช้ขลุ่ยเสียงผีคร่ำครวญเป็นอาวุธประจำตัว มันก็ดูจะด้อยไปสักหน่อย
ตอนนี้มาพิจารณาเรื่องอาวุธวิเศษประจำตัวของระดับแก่นทองคำก็ดูจะเร็วเกินไปนิด สู้รีบเอามันมาใช้ประโยชน์ก่อนดีกว่า ในอนาคตค่อยไปหาของที่ดีกว่านี้
ในเมื่อของมาถึงมือแล้ว เขาก็ควรทำตามหน้าที่เสียที เขาตบก้นเสวี่ยอวี้เบาๆ แล้วจับมันยัดลงไปในถุงสัตว์วิญญาณ
ผ่านไปไม่นาน
สวนสมุนไพรถานไถก็ปรากฏขึ้นสู่สายตา
หวังอี้เดินเข้าไปเคาะห่วงทองแดงหัวสัตว์รูปค้างคาวห้อยหัวที่คุ้นเคยนั้น
“ก๊อกๆๆ…”
“สหายนักพรตถานไถ หวังอี้มาขอเข้าพบ”
ห่วงทองแดงหัวสัตว์เปล่งแสงสีแดงเส้นหนึ่งออกมากวาดผ่านทั่วร่างของเขาหนึ่งรอบ จากนั้นประตูใหญ่ก็เปิดออกเองทันที
ด้านในยังคงมีสภาพเหมือนเดิม ทว่าสมุนไพรวิญญาณที่ปลูกไว้กลับถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น สองข้างทางของลานหน้าบ้านไม่ใช่หญ้าเบญจธาตุระดับต่ำสุดอีกต่อไป
แต่ถูกเปลี่ยนเป็นสมุนไพรวิญญาณระดับสอง ดอกน้ำค้างวิญญาณ ซึ่งเป็นสมุนไพรวิญญาณที่ค่อนข้างใช้กันทั่วไป ดอกไม้ชนิดนี้มีสรรพคุณในการปรับสมดุลฤทธิ์ยา ตำรับยาส่วนใหญ่ล้วนต้องใช้มัน
มูลค่าของมันสูงกว่าหญ้าเบญจธาตุหลายสิบเท่า ดูท่าหลายปีมานี้ถานไถฉานเองก็คงกำลังทะลวงสู่ขอบเขตที่สูงกว่าเดิมเช่นกัน เมื่อเทียบกับตอนที่เจอกันครั้งแรก นางร่ำรวยขึ้นไม่รู้กี่ขั้นต่อกี่ขั้น
ระเบียงทางเดินกระดิ่งลม
เมื่อมองจากที่ไกลๆ หวังอี้ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายขอบเขตตบะที่นางไม่ได้ปกปิดเอาไว้เลยแม้แต่น้อย… ระดับสร้างรากฐานขั้นที่เจ็ด! ทะลวงถึงขั้นปลายแล้ว ความก้าวหน้าช่างรวดเร็วนัก
ตอนที่มองซ้ายมองขวา เขากลับไม่พบเงาร่างของอวี๋ถังถัง
“เลิกมองได้แล้ว นางไม่อยู่ มีธุระอะไรกับข้า”
หวังอี้ยิ้มบางๆ เป็นฝ่ายยื่นซองจดหมายส่งไปให้
“ของสิ่งนี้ ศิษย์สายตรงเจียง ผู้ชนะงานประลองศพแห่งยอดเขาศพสวรรค์ในครั้งนี้ฝากข้ามามอบให้กับศิษย์สายตรงเหยียนหลิงของท่าน”
ถานไถฉานสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบสนองกลับมาอย่างรวดเร็ว
“จดหมายลับหรือ?”
“ขอรับ ตอนที่มอบให้นาง ห้ามมีคนอื่นอยู่ด้วยเด็ดขาด”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
นางรับของมาโดยไม่ถามอะไรมากนัก ปฏิกิริยาตอบสนองแทบไม่ต่างไปจากที่หวังอี้เดาไว้ เพียงแต่ใบหน้าที่ถูกผ้าคลุมหน้าบดบังนั้น บังเอาไว้แค่ครึ่งล่างเท่านั้น
สิ่งที่เปิดเผยสู่สายตาของหวังอี้ คือคิ้วเรียวดุจใบหลิวสองข้างที่ค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน นางรู้สึกว่าธุระในครั้งนี้จัดการได้ยากสักหน่อย
หวังอี้จึงย้ำเตือนต่อ
“เรื่องนี้ยิ่งเร็วยิ่งดี ชักช้าอาจเกิดเรื่องแทรกซ้อน”
“เดี๋ยวก่อน”
จู่ๆ ถานไถฉานก็ผุดลุกขึ้น หน้าอกของนางถูกผ้าบีบรัดจนเป็นก้อนอย่างเห็นได้ชัด พยายามลดขนาดลงให้มากที่สุด มองดูแล้วเหมือนเป็นขนาดปกติที่กอบกุมได้พอดีมือ
แต่ในความเป็นจริง มีเพียงตอนที่ปลดเปลื้องพันธนาการออกเท่านั้น ถึงจะรู้ว่าแท้จริงแล้วกระต่ายหยกยักษ์คู่นั้นมันอลังการเพียงใด
สมกับเป็นแม่นมจริงๆ
อาหารการกินของอวี๋ถังถังนี่ดีเกินไปแล้วมั้ง
ทว่าถานไถฉานกลับคืนสติกลับมาได้ คราวก่อนที่ยอมทำตามการจัดแจงของหวังอี้ก็เป็นเพราะคำสั่งของเจ้านาย แต่ครั้งนี้เหตุใดนางต้องช่วยด้วยเล่า สำหรับหวังอี้ที่ล่วงรู้ความลับของตน นางไม่เคยรู้สึกดีด้วยเลยสักนิด
ยิ่งไปกว่านั้นคราวก่อนหวังอี้เพิ่งจะอยู่ระดับหลอมปราณแท้ๆ กลับแสดงท่าทีกำเริบเสิบสานถึงขีดสุด ท่าทางชี้นิ้วสั่งการของเขานั้นชวนให้คนรังเกียจจริงๆ
ตอนนี้ภายนอกเล่าลือกันว่า เขาใช้มหาเวทชิงรากฐานในการทะลวงระดับ
ศักยภาพสูญสิ้นไปแล้ว ต่อให้อวี๋ถังถังจะนึกถึงความหลังเก่าก่อน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมอบอำนาจให้เขามากมายนัก ในเวลาสั้นๆ เพียงชั่วครู่ เรื่องราวมากมายก็แล่นผ่านเข้ามาในหัวของถานไถฉาน
ราวกับผ่านการคิดใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนมาแล้ว
ปัง!
เสียงทุบโต๊ะดังขึ้น นางกล่าว
“เกือบถูกเจ้าเนียนหลอกไปแล้ว เหตุใดข้าต้องช่วยเจ้าด้วย”
หวังอี้ไม่แปลกใจกับปฏิกิริยาของอีกฝ่ายเลยสักนิด ช่วงแรกสุดที่เขาเคยมาทำงานในสวนสมุนไพรของถานไถฉานสองครั้ง อีกฝ่ายล้วนสร้างแรงกดดันและถึงขั้นทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว
การแลกเปลี่ยนกับอวี๋ถังถังในครั้งนั้น ก็ถือว่าเป็นการระบายความอัดอั้นในใจแล้ว อย่างมากก็แค่สั่งการถานไถฉานไปสักหน่อย เพื่อทำลายมารผจญในจิตใจตอนที่ยังอ่อนแอ ยังนับว่าไม่ได้ล่วงเกินอะไร
เขาเอ่ยอย่างใจเย็น
“ท่านลองคิดดูสิ นี่มันเรื่องของข้าหรือเปล่า? ข้าก็แค่คนเดินสารเท่านั้นแหละ ท่านลองคิดดูอีกที ว่าเจ้านายปฏิบัติต่อท่านอย่างไร”
“จะยอมทำผิดต่อเจ้านายของท่าน เพียงเพราะอคติเล็กๆ น้อยๆ ที่มีต่อหวังผู้นี้จริงๆ หรือ”
วินาทีนี้ ถานไถฉานถึงเพิ่งจะจับเค้าลางได้
“เจ้านายของข้าหรือ? เจ้านายของข้ามีเพียงคนเดียวมาตลอด นั่นก็คือ……”
“อวี๋ถังถังใช่ไหมล่ะ ข้ารู้แล้ว”
หวังอี้โบกมือปัด ขัดจังหวะฉากแสดงความจงรักภักดีต่อหน้าเขา “เลิกพูดจาโอ้อวดหลอกลวงพวกนี้เถอะ สหายนักพรตถานไถคิดว่าศิษย์สายตรงปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไรล่ะ?”
ก่อนจะมา หวังอี้สืบข่าวมาเรียบร้อยแล้ว
เนื่องจากแผนการของเขาในคราวก่อน เหยียนหลิงจึงได้นักหลอมโอสถระดับสองมาเป็นฐานกำลัง เพียงไม่นานก็สามารถรวบรวมผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานของยอดเขาโลหิตเยือกแข็งมาได้เป็นจำนวนมาก บวกกับการสนับสนุนด้านสมุนไพรวิญญาณและวิชาโอสถ
เวลาเพียงห้าปีสั้นๆ ก็สามารถบ่มเพาะวิชาหลอมโอสถของถานไถฉานไปจนถึงระดับสูง ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ก็เพื่อให้สามารถใช้โอสถบำเพ็ญตบะระดับสูงมาซื้อใจคนได้ดีขึ้น
อีกทั้งการที่ตบะของถานไถฉานรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ก็เป็นเพราะนางได้รับทรัพยากรจากทั้งสองฝ่าย
เมื่อถึงระดับสร้างรากฐาน ร่างกายและเส้นลมปราณของผู้บำเพ็ญเพียรจะสามารถทนรับการชะล้างจากพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งและยาวนานขึ้นได้
ด้วยเหตุนี้ วิธีการเพิ่มความเร็วในการยกระดับความแข็งแกร่งจึงไม่ได้มีเพียงแค่โอสถอีกต่อไป อย่างเช่นดินแดนล้ำค่าประเภทน้ำพุวิญญาณหรือสระเหมันต์
การฝึกฝนเพียงครึ่งเดือน เทียบเท่ากับการบำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากถึงร้อยวัน
ถานไถฉานอาจไม่ถึงกับเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือในยามยาก แต่ก็ไม่ใช่ของไร้ค่าที่แค่มีไว้ประดับบารมี ทว่านางกลับช่วยเหยียนหลิงประหยัดเวลาในการเจรจาหว่านล้อมไปได้มหาศาล ทำให้นางพุ่งทะยานขึ้นเป็นศิษย์สายตรงอันดับหนึ่งของยอดเขาโลหิตเยือกแข็งได้ในเวลาอันสั้นที่สุด!
สำหรับอัจฉริยะรากวิญญาณวารีสวรรค์อย่างเหยียนหลิง เวลาต่างหากคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุด
ด้วยเหตุนี้ การปฏิบัติที่นางได้รับจากเหยียนหลิงย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
การกระทำของหวังอี้ในครั้งนี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่าการกระตุ้นความปรารถนาที่แท้จริงซึ่งอยู่ลึกลงไปในก้นบึ้งของจิตใจถานไถฉาน อิสรภาพ! การหลุดพ้นจากการควบคุมของอวี๋ถังถัง!
คำว่าทาสมนุษย์สองคำนี้ เป็นดั่งภูเขาลูกใหญ่ แล้วมันจะไม่ใช่ทาสวิญญาณอีกรูปแบบหนึ่งได้อย่างไรกัน นางต้องมองเห็นความเป็นไปได้ที่จะหลุดพ้นจากพันธนาการจากตัวเหยียนหลิงเป็นแน่
และก็เพราะเช่นนี้ หวังอี้ถึงได้ใช้สรรพนามการเรียกขานด้วยน้ำเสียงเจ้านายของท่าน เพื่อเป็นการบอกใบ้อีกฝ่ายเป็นนัยๆ
ดูเหมือนว่าตอนนี้ ถานไถฉานจะคิดตกแล้ว
บรรยากาศในบริเวณนั้นตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
นางถอนหายใจ “ดังนั้น ที่ตอนแรกเจ้าอยากเข้าหน่วยจับทาส ก็เพราะคาดเดาความรู้สึกของข้าไว้แล้ว เจ้านี่ไม่กลัวถังถังรู้เรื่องหรือไง?”
นางอาจจะไม่ได้มีเจตนาร้ายต่ออวี๋ถังถัง ยังไงก็เป็นเด็กน้อยที่ตัวเองเลี้ยงดูมากับมือ แต่นางเกลียดการถูกมังกรคลื่นเนตรโลหิตผู้เป็นพ่อของอีกฝ่ายคอยควบคุมอย่างแน่นอน!
หวังอี้ได้ยินดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะอยู่ในใจ
เขาจะไปคิดถึงเรื่องในวันนี้ได้อย่างไร ตอนนั้นเขาเพียงแค่ใช้ประโยชน์จากทุกเงื่อนไขที่สามารถนำมาใช้ได้ เพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเองเท่านั้น ตอนนี้ก็เช่นกัน
“แน่นอนสิ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว มีความสุขจะตายไป ข้าเองก็คิดไม่ถึงว่าจะต้องใช้ประโยชน์จากท่านเร็วขนาดนี้”
หวังผู้นี้สารภาพแผนการของตัวเองออกมาอย่างไม่เกรงใจ
“นอกจากเรื่องนี้แล้ว ข้าต้องการให้ท่านช่วยหลอมโอสถสร้างรากฐานระดับสูงให้ข้าสักเม็ด นี่คือหินวิญญาณสามหมื่นก้อน พวกเรามาตกลงซื้อขายกันตามปกติ”
“……”
สีหน้าของถานไถฉานชะงักไปเล็กน้อย ค่อนข้างจะตามเล่ห์เหลี่ยมของหวังอี้ไม่ทัน หากเมื่อครู่นี้เขาพูดจาตรงไปตรงมา นางจะต้องปฏิเสธอย่างแน่นอน แต่หลังจากได้พูดคุยกัน กลับก่อให้เกิดความรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาเล็กน้อยเสียได้
ช่างเป็นมารร้ายที่ชั่วช้าอะไรเช่นนี้!
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป หวังอี้ก็ขยับเข้าไปใกล้กะทันหัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงลึกล้ำ
“รอให้ศิษย์สายตรงเหยียนหลิงทะลวงสู่ระดับวิญญาณแรกกำเนิดเมื่อไหร่ ก็จะสามารถต่อรองเงื่อนไขกับจ้าวอสูรพิทักษ์นิกายได้ ท่านจะมีโอกาสอย่างมากที่จะบรรลุความต้องการของตัวเอง ข้าช่วยท่าน ท่านช่วยข้า ระหว่างท่านกับข้าหาใช่ศัตรูกันไม่”
เมื่อได้ยินดังนั้น ในที่สุดถานไถฉานก็พยักหน้ารับปากเรื่องนี้
“อีกหนึ่งเดือนให้หลัง ค่อยมาเอาโอสถกับข้า”
“ขอบคุณขอรับ”
เมื่อบรรลุเป้าหมายแล้ว หวังอี้ก็หมดความสนใจที่จะพูดคุยต่อ ถานไถฉานฝีมือไม่ธรรมดา อีกทั้งวิชาหลอมโอสถก็ลึกล้ำไม่เบา เครือข่ายความสัมพันธ์เบื้องหลังก็ยิ่งซับซ้อนวุ่นวาย
ซึ่งในนั้น เส้นสายความสัมพันธ์ของนางเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่หวังอี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
โอกาสในครั้งนี้หาได้ยากยิ่ง หลังจากสลัดภาพลักษณ์เดิมๆ ทิ้งไปแล้ว ต่อจากนี้ไปพวกเขาทั้งสองจะเป็นหุ้นส่วนที่สนิทสนมกัน ซึ่งย่อมดีกว่าสถานการณ์หน้าชื่นอกตรมแบบจ้าวซ่างตั้งเยอะ
การผูกมิตรกับถานไถฉาน มีข้อดีมากกว่าข้อเสียอย่างแน่นอน
“เช่นนั้นหวังผู้นี้คงต้องขอตัวลาก่อน หากทางพี่ถังถังมีปัญหาอะไร ก็ส่งข่าวมาบอกข้าได้เลย หากข้ามีกำลังมากพอ ข้าจะช่วยท่านอย่างแน่นอน”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
นางมองแผ่นหลังของหวังอี้ที่เดินจากไปด้วยสีหน้าซับซ้อน ลูบหน้าอกตัวเองด้วยความไม่สบายใจเล็กน้อย เมื่อเห็นว่ารอยน้ำซึมเปื้อนเสื้อผ้าอีกครั้ง ความคิดที่เคยว้าวุ่นก็กลับหนักแน่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน
นางเกลียดไอ้ก้อนเนื้อคู่นี้อย่างหาที่สุดไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อปีนั้นหลังจากผ่านการดัดแปลงด้วยวิชาลับ ก็ก่อให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่าง นี่คือผลกระทบที่หลงเหลืออยู่ อีกทั้งยังเป็นฝันร้ายและรอยแผลเป็นที่นางไม่อาจสลัดทิ้งไปได้
“นี่คือโอกาสเดียวของข้าที่จะเปลี่ยนโชคชะตาแล้ว หวังว่าจะไม่ได้เดิมพันผิดพลาดนะ”
หากพ่ายแพ้ ก็มีเพียงความตายรออยู่เท่านั้น