- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรากวิญญาณขยะสู่ยอดเซียนวิถีมาร
- บทที่ 142 มังกรจระเข้ระดับสอง
บทที่ 142 มังกรจระเข้ระดับสอง
บทที่ 142 มังกรจระเข้ระดับสอง
บทที่ 142 มังกรจระเข้ระดับสอง
การตรวจสอบผลพลอยได้จากเคล็ดวิชาและวิชาลับจบลงเพียงเท่านี้ ในถุงเก็บของของชายชราชุดเทายังมีหินวิญญาณอีกหนึ่งหมื่นสี่พันก้อน อาวุธวิเศษระดับสองขั้นสูง·โคมวิญญาณหลากสี อาวุธวิเศษระดับสองขั้นต้น·กระถางปฐพี และของจิปาถะอีกจำนวนหนึ่ง
อาวุธวิเศษทั้งสองชิ้นนี้ล้วนมีประโยชน์ต่อเขาทั้งสิ้น กระถางปฐพีเน้นไปที่การป้องกันและมีพลังในการสะกดข่ม รอให้เขาทะลวงจากระดับหลอมปราณไปสู่ระดับสร้างรากฐานเมื่อไหร่ ก็สามารถหลอมสกัดมันมาใช้งานได้เลย
"ช่างเป็นเด็กส่งสมบัติที่ดีจริงๆ"
การตรวจสอบของที่ริบมาสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ สำหรับ [ช่องจัดวาง] ที่สาม หวังอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็นำวิชาฝ่ามือเสวียนหยินไปใส่ไว้ตามเดิม เพราะยังไงก็ใช้เวลาอีกแค่ห้าปีก็บรรลุขั้นสมบูรณ์แล้ว ทำอะไรก็ควรมีจุดเริ่มต้นและจุดจบสิถึงจะถูก
เขาขยับตัวเล็กน้อย ตบหัวลูกมังกรจระเข้ที่อยู่ข้างๆ แปะๆ แล้วเตรียมตัวมุ่งหน้าลึกเข้าไปในหนองน้ำต่อ
และแล้ว...
ก็ผ่านไปอีกสิบกว่าวัน
หวังอี้ที่บุกตะลุยลึกเข้ามาในหนองน้ำใบไม้แห้งเป็นระยะทางเท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบ วันนี้เขากำลังมุ่งหน้าไปตามทิศทางคร่าวๆ ของดินแดนมารฉื่อเหวียน ทันใดนั้นก็พบมังกรจระเข้ตัวหนึ่งซึ่งมีขนาดลำตัวยาวกว่าสามจั้ง (สิบเมตร) อยู่ริมฝั่งโคลน
ดวงตาของหวังอี้สว่างวาบ รู้สึกว่าช่วงนี้ดวงกำลังพุ่งกระฉูด
"ระดับสองขั้นต้นงั้นรึ เลือกแกนี่แหละ!"
ไม่ใช่เอามาเพื่อพรางตัวนะ แต่เอามาเชือดต่างหาก!
นับตั้งแต่เขาทะลวงเข้าสู่การบำเพ็ญเพียรสายกายาระดับสอง หากพึ่งพาแค่ผลลัพธ์รายวันจาก [ช่องจัดวาง] เพียงอย่างเดียว ความเร็วในการพัฒนาก็ช่างเชื่องช้าจนน่าหงุดหงิด
ในเมื่อเข้ามาถึงหนองน้ำใบไม้แห้งแล้ว สัตว์อสูรสายเลือดมังกรอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่อย่าง 'มังกรจระเข้' ย่อมเป็นของอร่อยที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด
เขาต้องการหลอมยาโอสถลับโลหิตมังกรขึ้นมาอีกชุด เพื่อนำมาใช้เพิ่มพูนรากฐานและศักยภาพของกระดูกสันหลังมังกร การยกระดับการบำเพ็ญเพียรสายกายาเป็นเพียงแค่ผลพลอยได้เท่านั้น รอให้เขาสามารถอนุมานเคล็ดวิชาสายกายาระดับสองออกมาได้ในอนาคต เมื่อนั้นเขาถึงจะสามารถผ่อนปรนการฝึกฝนลงได้
มังกรจระเข้ตัวตรงหน้านี้เพิ่งจะอยู่แค่ระดับสองขั้นต้น นับว่าอยู่ในขอบเขตที่เขาสามารถรับมือได้พอดี
หวังอี้ชื่นชอบการห้ำหั่นกับสัตว์อสูรมากกว่า ความสะใจแบบหมัดต่อหมัด เนื้อกระทบเนื้อนั้น ไม่เพียงแต่จะเหมาะกับการดึงความได้เปรียบของการเป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายกายาระดับสองออกมาใช้ แต่ยังช่วยขัดเกลาสัญชาตญาณการต่อสู้ของตัวเขาเองด้วย
การต่อสู้นี่แหละ โคตรมันส์!
มังกรจระเข้ที่กำลังอ้าปากกว้างนอนกลางวันอย่างสบายใจ ใช้สมองทึ่มๆ ของมันขบคิดว่ามนุษย์หน้าไหนกันที่บังอาจมารบกวนการอาบแดดของมัน
"โฮกกก"
เสียงคำรามดั่งมังกรกึกก้อง หวังอี้เปิดฉากซัดกำปั้นเข้าใส่มังกรจระเข้ก่อน เกล็ดหนาเตอะช่วยปกป้องไม่ให้มันได้รับบาดเจ็บ ต่อให้เป็นกำปั้นที่แฝงด้วยรูปเงาของมังกรเจียวมารปรโลก ก็ทำได้เพียงซัดให้มันกระเด็นถอยไปด้านข้างไม่กี่เมตรเท่านั้น
พื้นดินบริเวณบ่อโคลนแห่งนี้ลื่นมาก
มังกรจระเข้คำรามสวนกลับ หางขนาดใหญ่ตวัดกวาด โคลนตมจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งกระจายก่อตัวเป็นโดมโคลนขนาดยักษ์ มันไม่เพียงแต่บดบังแสงอาทิตย์ แต่ยังกักขังหนึ่งคนหนึ่งอสูรเอาไว้ด้านในด้วย
ดวลกันอย่างยุติธรรม!
หวังอี้เห็นดังนั้นก็ประหยัดพลังวิญญาณที่จะต้องใช้ร่ายคาถาโลงน้ำแข็งเพื่อกันไม่ให้มันหนีไปได้พอดี ช่างเป็นเผ่าพันธุ์ที่บ้าดีเดือดซะจริง โดนลอบโจมตีปุ๊บ ความคิดแรกไม่ใช่การตอบโต้ แต่เป็นการขังไม่ให้เขาหนี
"เข้ามาเลย"
ในฐานะที่เป็นสัตว์อสูรสายเลือดมังกรที่มีธาตุน้ำและปฐพี มังกรจระเข้ไม่เพียงแต่มีร่างกายที่แข็งแกร่ง ทว่าวิชาอสูรประจำสายเลือดก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
โคลนตมปั่นป่วน ก่อนจะรวมตัวกันเป็นหัวมังกรเจียวขนาดยักษ์ครอบทับลงบนปากที่ยาวและแหลมคมของมัน
ปากขนาดใหญ่ที่มากพอจะบดขยี้เหล็กกล้าได้งับลงมาอย่างดุดัน
หวังอี้ร่ายวิชาฝ่ามือเสวียนหยินครอบคลุมแขนทั้งสองข้าง หมัดเหล็กสีเทาดำขนาดสามเมตรกว่าสองข้างปะทะเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง หมัดบนและหมัดล่างยันขากรรไกรบนและล่างของมังกรจระเข้เอาไว้
อ้าปากพ่นออกไป
ฟู่ๆๆๆ เปลวเพลิงเหมันต์พ่นออกมาจากปากประหนึ่งกระแสน้ำหลาก
วิชาพ่นไฟ!
การตอบสนองในการต่อสู้ระดับนี้ สำหรับเขาแล้วมันเหมือนสัญชาตญาณที่ผุดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ นี่คือการสะท้อนให้เห็นถึงพรสวรรค์ในการประลองเวทอย่างสมบูรณ์แบบ
เปลวเพลิงเหมันต์แผดเผาเข้าไปถึงในกระเพาะ ภายในปากของมังกรจระเข้เกาะกุมไปด้วยผลึกน้ำแข็งนับไม่ถ้วน เนื้อสีชมพูถูกเผาจนไหม้เกรียม สัตว์อสูรทั้งตัวตกอยู่ในสภาพย่ำแย่
ทันใดนั้นขาหลังของมันก็ออกแรง ส่งตัวยืนขึ้นด้วยสองขา
กรงเล็บหน้าทั้งสองข้างตะปบโจมตีอย่างต่อเนื่อง หวังอี้ถูกซัดจนจมลึกลงไปในบ่อโคลน ครึ่งท่อนล่างตั้งแต่เอวลงไปจมมิดอยู่ในดินโคลน ทำได้เพียงใช้แขนทั้งสองข้างป้องกันจุดตายเอาไว้
ฉึกๆๆ!
ชั่วพริบตา หอกโคลนนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะลวงเข้ามา ฝ่ามือเสวียนหยินที่ใช้ป้องกันถูกซัดจนโปร่งแสงและค่อยๆ เลือนหายไป หอกโคลนทิ้งรอยแผลจำนวนมากไว้บนตัวเขา เลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด
เมื่อการโจมตีระลอกนี้สิ้นสุดลง เวลาเอาคืนก็มาถึง พลังวิญญาณน้ำแข็งเยือกเย็นในตัวหวังอี้ปะทุขึ้นมา เปลี่ยนบ่อโคลนอันตรายแห่งนี้ให้กลายเป็นพื้นดินเยือกแข็ง
หวังอี้พุ่งตัวทะลุขึ้นมาจากดิน กระโดดลอยตัวขึ้นสูง
มังกรเจียวมารปรโลกรัดพันรอบขาขวา พลันเตะสวนกลับไปอย่างรุนแรง ถึงกับเตะมังกรจระเข้จนลอยละลิ่ว อาศัยจังหวะทองนี้ แส้คมทองก็พุ่งออกไปรัดตัวมังกรจระเข้เอาไว้แน่นหนา
ซ้ายจับทุ่ม ขวาจับฟาด!
มังกรจระเข้ที่น้ำหนักมหาศาลถูกเขาใช้เป็นกระสอบทรายฟาดกับพื้นอย่างบ้าคลั่ง อาศัยจังหวะที่มันกำลังมึนงง แส้คมทองก็หดตัวรัดแน่น แขนซ้ายง้างไปด้านหลัง รวบรวมพลังจนถึงขีดสุดแล้วซัดกำปั้นออกไป
"โฮก!!!"
กระดูกสันหลังมังกรเจียวมารปรโลกระเบิดพลังขั้นสุด ผสานเข้ากับพลังจากแขนศพพลังเทวะ
ฉึก! กำปั้นทะลวงผ่านหน้าท้องที่อ่อนนุ่มที่สุดของมังกรจระเข้ หวังอี้คว้าหัวใจที่กำลังเต้นตุบๆ ที่ร้อนระอุเอาไว้ได้ แล้วกระชากออกมาอย่างแรง
วิชาล้วงหัวใจขั้นสุดยอดบรรลุเป้าหมายสูงสุดแล้ว
มังกรจระเข้ระดับสองขั้นต้น… ตายสนิท!
เมื่อแน่ใจว่ามันสิ้นลมหายใจแล้ว หวังอี้ก็รีบเก็บซากศพใส่ถุงเก็บของอย่างรวดเร็ว เลือดแก่นแท้ของสัตว์อสูรตัวนี้จะถูกนำไปใช้หลอมยาโอสถลับโลหิตมังกรระดับสอง
ส่วนเนื้อของมันก็สามารถนำไปหลอมโอสถเลี้ยงอสูรได้ เอาไว้ใช้เลี้ยงจิ้งจอกหิมะหยก เจ้าตัวเล็กนี่ตั้งแต่หวังอี้ได้มา ก็อยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว ของที่กินเข้าไปล้วนแต่เป็นของชั้นยอดทั้งนั้น
รอให้เขาทะลวงจากระดับหลอมปราณสู่ระดับสร้างรากฐาน กะคร่าวๆ ว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยคงจะบรรลุระดับหนึ่งขั้นปลายได้เช่นกัน หากคิดจะเลี้ยงดูให้ถึงระดับสองเพื่อมาร่วมต่อสู้กับเขา คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่
นอกจากนี้ ทักษะการหลอมโอสถของเขาก็เริ่มจะไม่พอใช้แล้ว จำเป็นต้องได้รับการยกระดับอย่างเร่งด่วนเช่นกัน
แต่ก็นะ...
วิชาหลอมโอสถมังกรเหมันต์เป็นวิชาหลอมโอสถระดับสามที่ไม่สมบูรณ์ การจะเติมเต็มมันให้อยู่ในระดับสองได้ก็ต้องใช้เวลาถึงยี่สิบปี หวังอี้ไม่มี [ช่องจัดวาง] มากพอที่จะเอามาใช้ได้ขนาดนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เพิ่งจะได้การสืบทอดวิถีวิญญาณมาเพิ่มอีกสิบสามแขนงแบบนี้
ทำเอาคิดหนักเลยแฮะ หรือว่าต้องลำบากหวังอี้น้อยอีกแล้ว? วิชาลับมารศพดูเหมือนจะไม่ได้สำคัญขนาดนั้นนี่นา~
"อะแฮ่มๆ~"
เขาสะบัดหัวแรงๆ สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป หวังอี้รีบปลีกตัวออกจากที่เกิดเหตุอย่างว่องไว ของก็ได้มาแล้ว ถึงเวลาหาที่หลบมุมปิดด่านบำเพ็ญเพียรเสียที
หลังจบศึกนี้ เป้าหมายทั้งหมดของหวังอี้ก็ถือว่าบรรลุผล
จากนี้ก็แค่หลอมยาไปพลาง ฝึกบำเพ็ญตบะไปพลาง รอคอยวันที่ระดับหลอมปราณจะบรรลุถึงขั้นเก้าสมบูรณ์แบบ
ใกล้เข้ามาแล้ว เหลือเวลาอีกแค่สองเดือนครึ่งเท่านั้น
หนึ่งวันต่อมา
หลังจากเสาะหาบริเวณริมอาณาเขตของมังกรจระเข้ระดับสองขั้นปลายเจอ หวังอี้ก็ดำดิ่งลงไปในหนองน้ำ ใช้พลังวิญญาณน้ำแข็งเยือกเย็นทำให้โคลนตมส่วนหนึ่งแข็งตัว
ก่อสร้างถ้ำบำเพ็ญเพียรชั่วคราวขนาดเล็กขึ้นมา
เขานั่งสมาธิเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย ผ่านไปสามวันจึงเริ่มลงมือหลอมยาโอสถลับโลหิตมังกร
ยานี้มีความยากในระดับต่ำ แถมเขาก็ไม่ใช่เพิ่งเคยหลอมเป็นครั้งแรก เขาเคี่ยวกรำมันจนบรรลุขั้นสมบูรณ์มาตั้งนานแล้ว ตอนนี้จึงปรุงยาด้วยความชำนาญ
เลือดแก่นแท้สัตว์อสูร (สายเลือดมังกรระดับสอง), บงกชแก่นเหลือง, ดอกผสานแก่นแท้, ฮู่จั้งหนามแดง, เมล็ดหญ้าลายโลหิต
วัตถุดิบทั้งหมดมีห้าชนิด มีเพียงเลือดมังกรจระเข้เท่านั้นที่จัดอยู่ในระดับสอง โอสถลับชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องปั้นให้เป็นเม็ด แต่ใช้เปลวไฟสกัดและเคี่ยวซ้ำๆ เก้าครั้ง จากนั้นจึงใช้พลังวิญญาณเร่งปฏิกิริยา
ก็จะได้โอสถลับโลหิตมังกรหนึ่งชุดที่แบ่งใช้ได้ถึงเก้าครั้ง
มันง่ายกว่าการหลอมโอสถแบบเม็ดเยอะ ซ้ำยังไม่สร้างความวุ่นวายเอิกเกริกอะไรด้วย ความมหัศจรรย์ทางกายาที่หวังอี้บำเพ็ญอยู่อย่างกระดูกสันหลังมังกร ย่อมต้องการการเติมเต็มในส่วนนี้
วัตถุดิบที่อยู่เหนือกว่าสายเลือดมังกรขึ้นไปอย่างโลหิตมังกร, มังกรเจียว, และมังกรแท้จริง ล้วนมีประโยชน์ต่อเขามหาศาล ยิ่งกระดูกสันหลังมังกรมีระดับสูงเท่าไหร่ ความแข็งแกร่งของเขาในหมู่ผู้บำเพ็ญเพียรสายกายาระดับเดียวกันก็จะยิ่งร้ายกาจมากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้น ต่อให้จะไม่มีเคล็ดวิชาสายกายาระดับสอง เขาก็ยังสามารถใช้วิธีนี้ในการยกระดับได้เช่นกัน