- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรากวิญญาณขยะสู่ยอดเซียนวิถีมาร
- บทที่ 132 บำเพ็ญกายาระดับสอง
บทที่ 132 บำเพ็ญกายาระดับสอง
บทที่ 132 บำเพ็ญกายาระดับสอง
บทที่ 132 บำเพ็ญกายาระดับสอง
เนื่องจากความเจ็บปวดและการเสียเลือด หวังอี้จึงต้องใช้เวลาพักฟื้นต่ออีกสามวัน จึงจะถือว่าเตรียมตัวพร้อม
เขาหยิบหยาดวัชระออกมาจากถุงเก็บของ ของวิเศษสำหรับสร้างรากฐานสายกายาชิ้นนี้มีรูปลักษณ์ภายนอกสีเหลืองอร่ามราวกับทองคำหลอมเหลว
เขาใช้พลังวิญญาณชักนำให้ของวิเศษชิ้นนี้ค่อยๆ แผ่คลุมไปทั่วทั้งร่างกาย
ก่อนจะเน้นหนักไปที่บริเวณกระดูกสันหลังเป็นพิเศษ
หลังจากถูกหยาดวัชระห่อหุ้ม หวังอี้ก็รู้สึกอบอุ่นไปทั่วทั้งร่าง เขาจึงไม่รอช้ารีบโคจรเคล็ดวิชา <พลังมังกรเจียว> ในส่วนสุดท้ายทันที
ควบแน่นกระดูกมังกร!
หลังจากปลุกเส้นเอ็นมังกรทั้งเก้าจนสมบูรณ์แล้ว ก็ถึงเวลาที่เส้นเอ็นทั้งเก้าจะหลอมรวมกันเพื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ภายใต้การทำงานของเคล็ดวิชา หมอกสีเลือดเข้มข้นก็พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของหวังอี้
นี่คือสัญลักษณ์ของการที่พลังปราณและเลือดลมแปรเปลี่ยนเป็นรูปร่าง
พลังปราณและเลือดลมอันเข้มข้นทะลักออกมาภายนอกร่างกาย แล้วค่อยๆ ไหลมารวมตัวกันที่แผ่นหลังของหวังอี้ทีละน้อย ในไม่ช้า เงาร่างของมังกรเจียวสีเลือดขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นเกาะอยู่บนแผ่นหลังของเขา
หัวของมังกรเจียวพาดอยู่บนไหล่ รูม่านตาแนวตั้งสีแดงฉานแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความน่าเกรงขามของมังกรจางๆ
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ความหมายที่แท้จริงของหยาดโลหิตมังกรไม่ได้มีไว้แค่ใช้สำหรับฝึกฝนเท่านั้น แต่ยังมีไว้เพื่อควบแน่นปราณมังกรโลหิตตัวนี้ในตอนที่ทะลวงเข้าสู่ระดับสองอีกด้วย"
หวังอี้อดรู้สึกโชคดีไม่ได้ที่ตอนนั้นเขานำแก่นในมังกรเจียวระดับสามที่ได้มา ผสมลงไปในขั้นตอนการหลอมหยาดโลหิตมังกรด้วย แม้ว่าจะสกัดเอาแก่นแท้ออกมาได้เพียงน้อยนิดก็ตาม
แต่มันก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการทะลวงระดับของเขาให้สูงขึ้นอย่างมาก แทบจะชดเชยช่องโหว่ของพลังปราณและเลือดลมจากการสูญเสียแขนซ้ายไปจนหมดสิ้น แถมยังช่วยยกระดับทั้งปริมาณและคุณภาพขึ้นไปอีกขั้น!
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมยิ่งใช้ไปถึงช่วงหลังๆ ถึงยิ่งดูดซับยากนัก ที่แท้ก็เป็นเพราะคุณภาพของฤทธิ์ยาที่ตกค้างอยู่ในร่างกายมันสูงเกินไปนี่เอง
หลังจากค้นพบความลับข้อนี้ ความมั่นใจในการทะลวงระดับสร้างรากฐานสายกายาของเขาก็พุ่งปรี๊ด มือของเขาประสานมุทราเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ส่งสัมผัสเทวะสั่งการ หินวิญญาณนับหมื่นก้อนก็พุ่งออกมาจากถุงเก็บของ แล้วกระจายตัวออกไปรอบๆ อย่างเป็นระเบียบ
การที่ผู้บำเพ็ญเพียรจะทะลวงผ่านขอบเขตใหญ่ได้นั้น จำเป็นต้องดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินจำนวนมหาศาล เพื่อทำการสร้างรากฐานใหม่ให้กับร่างกาย หรือที่เรียกกันว่าการผลัดกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็น!
ด้วยเหตุนี้ จึงต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างยิ่ง
ถ้ำหินย้อยรอยแยกแห่งนี้ แทบจะเรียกไม่ได้ว่าเป็นดินแดนชีพจรวิญญาณด้วยซ้ำ มีเพียงพลังวิญญาณบางเบาลอยอวลอยู่รอบๆ ซึ่งน่าจะแผ่ซ่านมาจากชีพจรวิญญาณในบริเวณใกล้เคียง
ตามปกติแล้ว ปริมาณพลังที่ช่องจัดวางสะท้อนกลับมาให้ในแต่ละวันนั้น จะเป็นไปอย่างราบเรียบ สม่ำเสมอ และค่อยเป็นค่อยไป!
ทว่าการทะลวงขอบเขตใหญ่นั้น จำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณฟ้าดินจำนวนมหาศาลมาชำระล้างร่างกายในชั่วพริบตา ช่องจัดวางสามารถตอบสนองได้เพียงการบำเพ็ญเพียรในยามปกติเท่านั้น แต่ไม่อาจมอบพลังวิญญาณจำนวนมหาศาลในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ได้
นี่ก็เป็นสิ่งที่เขาคาดเดาไว้แต่แรกแล้ว การที่เขาอุตส่าห์ก้มหน้าก้มตาหาหินวิญญาณมาตลอดหลายปี ใช้จ่ายอย่างประหยัดมัธยัสถ์ จนสะสมหินวิญญาณได้กว่าแสนก้อน ก็เพื่อใช้สำหรับการทะลวงระดับในสภาพแวดล้อมเช่นนี้นี่แหละ
ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว
เมื่อการโคจรเคล็ดวิชาเร็วขึ้นเรื่อยๆ หินวิญญาณที่ถูกแบ่งออกเป็นกองเล็กๆ รอบตัวก็ค่อยๆ สูญเสียแสงวิญญาณไปทีละกองๆ กลายเป็นเพียงเปลือกเปล่าใสๆ คล้ายแก้วผลึก
พลังวิญญาณมหาศาลถูกสูบเข้าไปในร่างกาย ไหลทะลักเข้าไปชำระล้างร่างกายอย่างไม่ขาดสาย
ในชั่วพริบตานั้น หยาดวัชระก็สำแดงฤทธิ์ มันซึมซาบเข้าสู่ร่างกายผ่านทางรูขุมขน กลายเป็นแสงสีทองสว่างวาบคอยปกป้องเส้นลมปราณและอวัยวะภายในของเขาเอาไว้
พลังของของวิเศษฟ้าดินผสานเข้ากับพลังวิญญาณ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง อวัยวะภายใน จุดฝีเย็บ ศีรษะ... และจุดอ่อนสำคัญอื่นๆ ล้วนได้รับการยกระดับอย่างรวดเร็วจนสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า
พลังปราณและเลือดลมก็เพิ่มขีดจำกัดสูงสุดขึ้นอย่างบ้าคลั่งตามความแข็งแกร่งของร่างกายที่เพิ่มขึ้น จนถึงขั้นเดือดพล่าน!
มาถึงจุดนี้ การทะลวงระดับก็ถือว่าสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว
"เก้ามังกรหลอมรวม ควบแน่น!"
เขาส่งเสียงคำรามต่ำ
หวังอี้รู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างราวกับมีชีวิต พวกมันบิดเกลียวและหดเกร็งอย่างบ้าคลั่ง นำมาซึ่งความเจ็บปวดแสนสาหัส
เลือดซึมออกมาจากผิวหนัง กระดูกเริ่มส่งเสียงดังกรอบแกรบ
ในตอนนั้นเอง
เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น โลหิตหยินสวรรค์และกระดูกมารศพที่เขาหลอมขึ้นจากวิชาลับมารศพเมื่อปีก่อน เกิดการกลายพันธุ์ขึ้น
ในฐานะวิชาลับประเภทดัดแปลงร่างกาย ผลลัพธ์ของพวกมันจะเป็นไปอย่างถาวรและไม่อาจย้อนกลับได้
โลหิตหยินสวรรค์มอบพรสวรรค์ของภูตผีวิญญาณหยินให้แก่เขา ทำให้เขามีพรสวรรค์ธาตุหยินน้ำแข็งและสัมผัสเทวะที่แข็งแกร่ง
กระดูกมารศพมอบความต้านทานอันยอดเยี่ยมต่อปราณศพ ปราณมรณะ ปราณอาฆาต... และปราณมารอื่นๆ ในฟ้าดิน ทำให้เขาสามารถนำพวกมันมาใช้งานได้ อีกทั้งยังมีร่างกายและคุณสมบัติเทียบเท่ากับเจียงซือในระดับเดียวกัน
เมื่อนำสองสิ่งนี้มารวมกัน ก็จะทำให้เขามีพลังศักดิ์สิทธิ์อันแข็งแกร่งในการงอกอวัยวะใหม่ที่ขาดหายไปได้
ในแง่หนึ่ง นี่ก็คือร่างกายธาตุมารพิเศษสองชนิด เพียงแต่ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาในภายหลัง จึงไม่อาจเทียบได้กับร่างวิญญาณที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
และยิ่งเทียบไม่ได้กับครรภ์มารเสวียนหยวนด้วยซ้ำ
ทว่าการสร้างรากฐานสายกายา เดิมทีก็คือการสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่ ต้นกำเนิดของชีวิตจะได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมหาศาล สิ่งที่มีอยู่เดิมจะถูกทำลายลง ส่วนพลังอื่นๆ ที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างกายก็จำต้องเกิดการหลอมรวมและกลายพันธุ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พลังปราณและเลือดลมที่แต่เดิมเดือดพล่านและร้อนรุ่มของหวังอี้ ถูกโลหิตหยินสวรรค์แทรกซึม อุณหภูมิลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว จากสีแดงสดที่ทรงพลัง กลายเป็นความเยียบเย็นมืดมิดอันว่างเปล่าของ [หยิน]
ส่งผลให้เงาร่างมังกรเจียวโลหิตที่เกาะอยู่บนแผ่นหลัง เปลี่ยนเป็นสีดำอมฟ้า ราวกับถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำแข็งสีดำทะมึน
ส่วนกระดูกภายในร่างกายก็แตกสลาย อักขระที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งอยู่ภายในต่างหลุดลอยออกมา ไอหยินและไอศพอันเข้มข้นปะปนไปกับพลังวิญญาณ เข้าชำระล้างร่างกาย
ลักษณะเฉพาะของเจียงซือบนร่างกายของเขาเริ่มปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น
เขี้ยวสองซี่บนขากรรไกรบนแหลมคมขึ้น เล็บมือดำขลับเป็นเงาวาว สีผิวซีดเผือดราวกับคนตาย
ทว่าการกลายพันธุ์ของรูม่านตากลับถูกเนตรทมิฬไท่หยินสะกดเอาไว้ ทำให้ดวงตายังคงสภาพเดิม ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในรูปลักษณ์ดั้งเดิมเพียงไม่กี่อย่างที่หลงเหลืออยู่ของเขา
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ใช่ว่าจะไม่มีข้อดี
พลังจากกระดูกมารศพได้แสดงคุณสมบัติของพลังเจียงซือออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ ผิวหนังของหวังอี้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขนตามร่างกายหายไปจนหมดสิ้น เกล็ดศพรูปร่างคล้ายเกราะภูเขางอกขึ้นมาปกคลุมทั่วทั้งร่าง
มันก็คือเสื้อศพเกราะทองแดง!
หากเป็นเมื่อก่อน สิ่งนี้ไม่มีทางปรากฏขึ้นมาได้ ในยามปกติมันจะมองไม่เห็น และจะปรากฏขึ้นมาก็ต่อเมื่อถูกโจมตีเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าเขามีเกราะป้องกันเพิ่มขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งแบบฟรีๆ
เสียอย่างเดียวคือระดับชั้นของมันต่ำไปหน่อย หากสามารถฟื้นฟูวิชาลับมารศพให้กลับมาอยู่ในระดับสองได้ เสื้อเกราะนี้ก็จะสามารถวิวัฒนาการไปเป็นระดับเสื้อศพเกราะเหล็กได้เช่นกัน
ถึงตอนนั้น ร่างกายระดับสองของศพเกราะ ผนวกกับระดับการบำเพ็ญกายาระดับสอง
จึ๊ๆ ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ
"พลังสินะ..."
เมื่อได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง วิชาลับมารศพมีประสิทธิภาพที่แข็งแกร่ง คนทั่วไปหากฝึกฝนก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินในทันที และก้าวกระโดดกลายเป็นยอดฝีมือในระดับเดียวกัน การมีผลข้างเคียงจึงเป็นเรื่องที่ยอมรับได้
รูปลักษณ์ที่ผิดปกติไป ในอนาคตเมื่อวิชาลับสมบูรณ์ก็จะค่อยๆ เลือนหายไปเอง ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนสนใจความได้เสียในตอนนี้
ยิ่งไปกว่านั้น จากข้อสันนิษฐานของเขา ตราบใดที่ฟื้นฟูพลังกลับไปที่ระดับสอง 'หวังอี้น้อย' ก็จะกลับมาผงาดได้อีกครั้ง ขอแค่มันฟื้นฟูกลับมาได้ เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกที่ผิดแปลกไป เขาก็ไม่ใส่ใจเลยสักนิด
การทะลวงระดับดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย
แม้จะต้องเผชิญกับกระบวนการที่คาดไม่ถึง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็ออกมาดี ร่างของหวังอี้ที่นั่งขัดสมาธิอยู่กระโดดพรวดเดียวลงไปแช่ในสระน้ำยารักษา
เงาร่างมังกรโลหิตที่เกาะอยู่บนหลัง หลังจากผสานเข้ากับแก่นแท้ของกระดูกมารศพ ก็ยิ่งดำมืดขึ้นไปอีก ดูราวกับมังกรเจียวสีดำทะมึน ที่ด้านข้างลำตัวมีเส้นบางๆ สีฟ้าน้ำแข็งพาดผ่าน
ดวงตาของมังกรก็เปลี่ยนเป็นสีดำอมฟ้า ในที่สุดมันก็หลอมรวมเข้ากับกระดูกสันหลังของหวังอี้ ทิ้งรอยสักรูปมังกรเจียวสีดำที่กำลังแยกเขี้ยวคำรามเอาไว้บนแผ่นหลังของเขา
ในภวังค์ หวังอี้ก็ล่วงรู้ถึงชื่อของมัน
[กระดูกสันหลังมังกรเจียวมารปรโลก]!
เนื่องจากการทับซ้อนกันของเคล็ดวิชาและวิชาลับ ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ซ้อน
เคล็ดวิชา <พลังมังกรเจียว> เล่มนี้ไม่สามารถยกระดับการบำเพ็ญกายาของเขาได้อีกต่อไปแล้ว และเนื้อหาของวิชาฉบับดั้งเดิมก็ไม่สามารถนำมาใช้ต่อยอดได้อีก
คงต้องพึ่งพาความสามารถในการต่อยอดของช่องจัดวาง ว่าจะสามารถปรับปรุงวิชาให้สอดคล้องกับสภาพร่างกายของเขาได้หรือไม่