เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130 ครรภ์มารกำเนิด ชิงรากวิญญาณ

บทที่ 130 ครรภ์มารกำเนิด ชิงรากวิญญาณ

บทที่ 130 ครรภ์มารกำเนิด ชิงรากวิญญาณ


บทที่ 130 ครรภ์มารกำเนิด ชิงรากวิญญาณ

การที่คาถาลับครรภ์มารเสวียนหยวนบรรลุขั้นสมบูรณ์ หมายความว่าเป้าหมายในการฝืนชะตาลิขิตฟ้าของเขากำลังจะสำเร็จลุล่วง ส่วนเรื่องการสร้างรากฐานสายกายาอะไรนั่น คงต้องพักไว้ก่อน

"ในที่สุดก็สำเร็จเสียที"

ยามนี้ หวังอี้ไม่อาจปกปิดสีหน้าปิติยินดีเอาไว้ได้อีกต่อไป

อุตส่าห์เลี้ยงดูปูเสื่อหวังอู่มาตั้งหลายปี ในที่สุดก็ถึงเวลาใช้งานมันเสียที พรสวรรค์ระดับรากวิญญาณคู่ผนวกกับประสิทธิภาพของช่องจัดวาง เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของตนจะพุ่งทะยานไปถึงจุดไหน

เขาสงบจิตใจให้มั่นคง ก่อนจะส่งสัมผัสเทวะเข้าไปสำรวจสภาวะภายในร่างกาย

เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ!

รากวิญญาณที่เคยขดตัวเป็นก้อน บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยอักขระมารสีดำแดงจนมิดชิด มันไม่ได้มีรูปร่างเหมือนรากไม้หรือเส้นผมอีกต่อไป

แต่กลับกลายเป็น-ครรภ์มารเสวียนหยวน!

มันคือพรสวรรค์รากวิญญาณสายมารที่ถูกดัดแปลงขึ้น โดยมีรากวิญญาณขยะห้าสายเป็นรากฐาน

คุณสมบัติของธาตุทั้งห้ายังคงอยู่ แม้กระทั่งรากวิญญาณธาตุน้ำของหวังอี้ที่เคยกลายพันธุ์เป็นธาตุหยินและธาตุน้ำแข็งก่อนหน้านี้ ก็หวนคืนสู่สภาพเดิม

พวกมันหดตัวเล็กลงและถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของครรภ์มาร ราวกับแปรเปลี่ยนเป็นเบญจปราณในทรวงอก หลับใหลอย่างสงบเงียบ ทว่าไม่ได้สูญสลายไปไหน

การยกระดับพรสวรรค์ที่ได้จาก <เคล็ดโลหิตเยือกแข็ง> และ <วิชาลับมารศพ> ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการกลายพันธุ์ก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้หายไปไหนเช่นกัน แต่มันปรากฏให้เห็นอยู่ภายนอกร่างของครรภ์มารเสวียนหยวน

อักขระสองตัวที่มีร่องรอยฉีกขาดเล็กน้อย สีฟ้าน้ำแข็งกับสีเทาดำ ประทับอยู่บนผิวของครรภ์มาร พวกมันกำลังค่อยๆ เลือนหายไป และแปรเปลี่ยนเป็นธาตุอาหารหล่อเลี้ยงครรภ์มารแทน

หลังจากสังเกตอย่างถี่ถ้วน หวังอี้ก็พบว่า

รูปลักษณ์ของครรภ์มารเสวียนหยวนนี้ช่างพิเศษนัก ดูคล้ายกับทารกที่กำลังนอนขดตัวอยู่ และคล้ายคลึงกับวิญญาณแรกกำเนิดในตำนานไม่น้อย เพียงแต่บนใบหน้าไร้ซึ่งหูตาจมูกปากใดๆ

การได้ครอบครองสิ่งนี้ หมายความว่าหวังอี้มีพรสวรรค์ที่ครอบคลุมเคล็ดวิชาสายมารทั้งหมด มันแตกต่างจาก "รากวิญญาณ" ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่เรียกว่าการช่วงชิงพรสวรรค์ของผู้อื่น แท้จริงแล้วก็คือการดูดซับรากวิญญาณมาเพื่อหล่อเลี้ยงครรภ์มารเสวียนหยวน ยิ่งครรภ์มารแข็งแกร่งขึ้น พรสวรรค์ในการฝึกวิชามารของเขาก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย!

ดังนั้น ไม่ว่ารากวิญญาณของเหยื่อจะเป็นธาตุอะไร ครรภ์มารก็ไม่เกี่ยง กลืนกินได้หมด

"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง"

ระหว่างที่ครุ่นคิด หวังอี้ก็เดินเข้าไปในห้องศิลา หวังอู่ในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่นคุกเข่าอยู่บนพื้น พอได้ยินเสียงฝีเท้า ร่างกายของมันก็สั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเห็นเช่นนั้น หวังอี้ก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มพึงพอใจ

การจะช่วงชิงรากวิญญาณของผู้อื่นมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด ความสัมพันธ์ทางสายเลือดเป็นเพียงแค่เงื่อนไขแรกเท่านั้น ตามขั้นตอนแล้วยังต้องฝัง "จิตมาร" ลงไป เพื่อค่อยๆ กัดกร่อนสติสัมปชัญญะของอีกฝ่ายจนถูกครอบงำโดยสมบูรณ์

มันคือการเลียนแบบวิถีของมารฟ้า เพื่อกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างของเป้าหมาย

จิตมารจะสำเร็จหรือไม่ และระยะเวลาที่ใช้ในการเร่งปฏิกิริยาครอบงำนั้นไม่ใช่สั้นๆ เลย อย่างไรเสีย สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดของสิ่งมีชีวิตก็เป็นสิ่งที่ต่อต้านได้ยากยิ่ง หากสามารถทำลายเกราะกำบังทางจิตใจได้ล่วงหน้า ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมาก

ด้วยเหตุนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาจึงสรรหาสารพัดวิธีมาทรมานหวังอู่ ทำลายล้างเจตจำนงของมันจนย่อยยับ ก็เพื่อปูทางให้ความสำเร็จในวันนี้

แน่นอนว่าในนั้นแฝงความแค้นส่วนตัวเอาไว้มากน้อยแค่ไหน มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้

ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ หวังอู่ก็ยิ่งตัวสั่นงันงกหนักขึ้น

เมื่อหวังอี้บีบคางอีกฝ่าย บังคับให้มันเงยหน้าขึ้นมา ร่างกายของมันก็สั่นเทาราวกับเจ้าเข้า

หวาดกลัวเข้ากระดูกดำ!

"ดีมาก มองตาข้า"

หวังอู่เงยหน้าขึ้นสบตาอย่างไม่อาจขัดขืน วินาทีที่สบตากัน นัยน์ตาของหวังอี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทมืดมิด ก่อนจะอ้าปากเปล่งเสียงสวดคาถาลี้ลับออกมาสองสามพยางค์

จิตมารไร้สภาพพุ่งเข้าหยั่งรากลึกลงในห้วงแห่งความรู้ของหวังอู่อย่างรวดเร็ว มันสูบเอาอารมณ์ด้านลบจำนวนมหาศาลมาเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงตัวเองให้เติบใหญ่ หวังอี้ไม่ลืมที่จะกระซิบข้างหู

"ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจซะ อย่าได้ต่อต้าน"

"ปล่อยวาง... อีกเดี๋ยวเจ้าก็จะหลุดพ้นแล้ว"

"ไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน ไม่ต้องโดนทำร้ายอีกต่อไป เจ้าสามารถหลับให้สบายได้เลย ทิ้งทุกอย่างไว้ให้ข้าจัดการเอง~"

สีหน้าของหวังอู่เริ่มผ่อนคลาย แต่ดวงตากลับเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ

ความมืดมิดอันเป็นตัวแทนแห่งมารร้ายบานสะพรั่งอยู่ในรูม่านตาของมันราวกับกล้องสลับลาย มันเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของคนผู้นี้อย่างสมบูรณ์แบบ

ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป หวังอู่ที่พังทลายอย่างสิ้นเชิงก็ยอมจำนนและส่งมอบทุกสิ่งทุกอย่างของตัวเองให้ หลุดพ้นจากทะเลทุกข์ไร้ขอบเขตแห่งนี้โดยสมบูรณ์

รากฐานที่ปูไว้ล่วงหน้าส่งผลให้ขั้นตอนต่างๆ ลื่นไหลอย่างมีประสิทธิภาพ

หวังอี้ประสานมุทราที่มือ สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเปล่งเสียงคาถาประหลาดที่ไม่ใช่ภาษาของมนุษย์ออกมาอีกครั้ง เสียงดังกุกกักสวบสาบดังขึ้นข้างหู ราวกับมีสัตว์ประหลาดร้อยขาพันขากำลังคืบคลานอยู่ในความมืด

จิตมารฟ้าหาใช่พลังที่ไร้ผลข้างเคียง ผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์ที่ต้องการนำมันมาใช้งาน จะต้องต้านทานการกัดกร่อนสติสัมปชัญญะในใจตนเองให้ได้เสียก่อน

ก่อนหน้านี้ เขาพึ่งพาผลลัพธ์ที่ได้จากช่องจัดวางมาโดยตลอด หวังอี้จึงแทบไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลย

แต่ครั้งนี้เขาลงมือด้วยตัวเอง จึงหลีกเลี่ยงผลกระทบเหล่านั้นไม่ได้ ทว่าด้วยระดับความเชี่ยวชาญของคาถาลับที่บรรลุขั้นสมบูรณ์แล้ว ก็เพียงพอที่จะทำให้เขามีภูมิคุ้มกันต่อการกัดกร่อนเหล่านั้นได้

จากจุดนี้ ทำให้เห็นว่าผู้ที่ฝึกฝนคาถาลับนี้คนอื่นๆ ต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาลเพียงใด หากนำมาใช้สุ่มสี่สุ่มห้าก่อนที่จะฝึกจนสมบูรณ์ ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกวิชาตีกลับจนธาตุไฟเข้าแทรก

ไม่นานนัก

เสียงหลอนประสาทในหัวก็ดังมาถึงขีดสุด ในโลกแห่งความเป็นจริง ร่างกายของหวังอู่กำลังเหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เส้นใยสีดำเส้นเล็กๆ ผุดขึ้นมาจากรูขุมขน ก่อนจะมารวมตัวกันเป็นก้อนกลมๆ คล้ายเม็ดยา

และพุ่งเข้าสู่ร่างกายของหวังอี้อย่างรวดเร็ว

ณ ตำแหน่งรากวิญญาณที่ดำรงอยู่ภายในร่างกายทว่าไม่อาจควานหาพบจากเลือดเนื้อ ครรภ์มารเสวียนหยวนสีดำทะมึนได้รับสารอาหารจากการขนส่งในครั้งนี้

แสงมารสีดำแดงก็สว่างวาบขึ้นมาทันที อักขระบนตัวมันเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีอักขระรากวิญญาณสายใหม่ปรากฏขึ้นอีกสองตัว

สีแดงกับสีเขียว ซึ่งเป็นตัวแทนของรากวิญญาณธาตุไฟและธาตุไม้

พวกมันกำลังถูกครรภ์มารเสวียนหยวนกลืนกินอย่างรวดเร็ว

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน

หวังอี้เบิกตากว้าง แม้กลิ่นอายของเขาจะยังคงเดิม แต่ความรู้สึกที่แผ่ออกมากลับแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

หลังจากสำรวจความเปลี่ยนแปลงอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"นี่สินะรากวิญญาณคู่ นี่สินะรากวิญญาณระดับสูง! ในที่สุด... ในที่สุดข้าก็ได้ตั๋วใบนี้มาครอบครองเสียที!"

เมื่อหันไปมองซากศพแห้งกรังตรงหน้า เพียงแค่แตะเบาๆ มันก็สลายกลายเป็นผุยผงร่วงหล่นเต็มพื้น

"ธุลีกลับคืนสู่ธุลี ดินกลับคืนสู่ดิน ความแค้นระหว่างเจ้ากับข้า ถือว่าสิ้นสุดลงแล้ว"

............

............

หลายวันต่อมา

หลังจากได้ลิ้มรสความรู้สึกดีของการบำเพ็ญเพียรด้วยพรสวรรค์รากวิญญาณคู่ เขาก็แทบจะขึ้นสวรรค์ ความเร็วมันพุ่งกระฉูดจนหาขอบเขตไม่เจอ

ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา เขาสกัดกลั่นโอสถโลหิตเยือกแข็งระดับสุดยอดฉบับดัดแปลงไปสี่เม็ด ทำให้พลังวิญญาณเพิ่มขึ้น 60 เกลียว

การใช้โอสถชนิดนี้มาถึงขีดจำกัดแล้ว ร่างกายของเขาเริ่มสร้างกำแพงโอสถต่อต้านโอสถโลหิตเยือกแข็งขึ้นมาบางส่วน

ช่องจัดวางทั้งสองช่องทำงานประสานกัน ทำให้พลังวิญญาณเพิ่มขึ้น 115 เกลียว บวกกับผลจากการฝึกฝนด้วยตัวเองอีก 3 เกลียว รวมเป็นพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด 178 เกลียว

รวมกับของเดิมที่มีอยู่แล้ว 404 เกลียว ทำให้ตอนนี้เขามีพลังวิญญาณทั้งหมด 582 เกลียว

เรียกได้ว่าก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด!

ยังขาดอีกเพียง 118 เกลียว ก็จะครบ 700 เกลียว ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการทะลวงเข้าสู่ระดับหลอมปราณขั้นเก้า เดิมทีมันควรจะใช้เวลาอีกหลายปี

ทว่า... ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

รากวิญญาณคู่ซึ่งเป็นตัวแทนของพรสวรรค์ระดับสูง ทำให้ปริมาณพลังวิญญาณที่หวังอี้ได้รับจากการบำเพ็ญเพียรในแต่ละวันพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด แซงหน้าความเร็วในอดีตไปอย่างเทียบไม่ติด มันคือการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

วิชาระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ พรสวรรค์ระดับสูง และช่องจัดวางที่ทำงานปั๊มพลังให้อย่างไม่มีวันหยุดพัก

ประสิทธิภาพของช่องจัดวางแต่ละช่องเพิ่มขึ้นเป็น "50 สาย/วัน" สองช่องก็เท่ากับ "100 สาย/วัน" ของเดิมล่ะเท่าไหร่? ของเดิมแค่ "8 สาย/วัน" เท่านั้น

ความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ใช่แค่สิบเท่า การใช้ลักษณนามว่า "สาย" คงไม่เห็นภาพชัดเจนพอ ถ้าให้เปลี่ยนหน่วย ก็คือ "1 เกลียว/วัน" นั่นหมายความว่าเขาต้องการเวลาอีกแค่ 118 วัน ก็จะสามารถเลื่อนขั้นเป็นระดับหลอมปราณขั้นเก้าได้แล้ว

ใช้เวลาแค่สี่เดือนเท่านั้น

ความเร็วระดับนี้ ถือว่าอยู่เหนือกว่าพวกรากวิญญาณคู่ทั่วไป และด้อยกว่ารากวิญญาณสวรรค์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรเสีย ความห่างชั้นระหว่างที่หนึ่งกับที่สอง มันก็คือช่องว่างแห่งคุณภาพอยู่ดี

เมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรตอนแรกของเขามันช่างน่าสมเพชเสียจริง

ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรถึงให้ความสำคัญกับพรสวรรค์นักหนา

จบบทที่ บทที่ 130 ครรภ์มารกำเนิด ชิงรากวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว