เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 - ห้องปรุงโอสถ

บทที่ 2 - ห้องปรุงโอสถ

บทที่ 2 - ห้องปรุงโอสถ


บทที่ 2 - ห้องปรุงโอสถ

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"อย่าเพิ่งไล่สิขอรับศิษย์พี่ ข้าไม่ได้อยากจะกินอาหารพิเศษอะไรหรอก แค่เพิ่งทะลวงระดับมาได้ ท้องมันร้องประท้วงจนทนไม่ไหวแล้ว ท่านดูหน่อยเถอะว่าพอจะมีอะไรให้ข้าประทังหิวได้บ้าง" อวิ๋นหมิงลูบท้องตัวเอง เขาหิวจนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

ศิษย์พี่ร่างท้วมมองดูดีๆ ก็เห็นว่าไม่ได้แกล้งทำ แถมเด็กนี่ก็มีพลังอยู่ขั้นหลอมปราณระดับสองจริงๆ ด้วย

"เออๆ ก็ได้ แต่มีแค่ข้าวสวยนะ อย่างอื่นห้ามแตะเด็ดขาด เข้าใจไหม!" ศิษย์พี่ร่างท้วมเกิดใจอ่อนขึ้นมา ชี้ไปที่ข้าวสวยในหม้อที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่ๆ ควันยังลอยฉุย

"ขอบคุณมากขอรับศิษย์พี่" หลังจากกล่าวขอบคุณ อวิ๋นหมิงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาตักข้าวสวยพูนชามแล้วเริ่มสวาปามอย่างตะกละตะกลาม ราวกับกำลังกินอาหารรสเลิศที่สุดในโลก

ชามที่หนึ่ง ชามที่สองผ่านไป ยังไม่ค่อยรู้สึกอะไร ชามที่สาม ชามที่สี่เริ่มรู้สึกอิ่มขึ้นมาครึ่งท้อง จนกระทั่งซัดไปถึงชามที่เจ็ดและชามที่แปด อวิ๋นหมิงถึงได้รู้สึกว่าอิ่มอยู่ท้องแล้ว

หลังจากเรอออกมาด้วยความอิ่มเอม อวิ๋นหมิงก็รู้สึกง่วงงุนขึ้นมาทันที เขากล่าวขอบคุณศิษย์พี่ประจำโรงอาหารอีกครั้งแล้วเดินจากไป

ทิ้งให้ศิษย์พี่ร่างท้วมยืนอ้าปากค้างด้วยความงุนงง

"ผีตายอดตายอยากมาเกิดหรือไงเนี่ย"

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนกินจุขนาดนี้ คนเดียวกินปริมาณเท่ากับสี่คนกิน แถมยังกินแต่ข้าวเปล่าล้วนๆ น้ำก็ไม่กิน ไม่ฝืดคอหรือไงกัน

เมื่อกลับมาถึงกระท่อมซอมซ่อของตัวเอง อวิ๋นหมิงก็ทนความง่วงที่หนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ไหว ทิ้งตัวลงนอนหลับเป็นตายทันที

พอตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น เมื่อมองเห็นกระท่อมซอมซ่อหลังเดิมและสัมผัสได้ถึงพลังขั้นหลอมปราณระดับสองในร่าง อวิ๋นหมิงก็มั่นใจแล้วว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป

เสียงของระบบก็ดังขึ้นมาถูกจังหวะพอดี

"ติ๊ง! วันนี้ฤกษ์ดีเหมาะแก่การฝึกฝน ความเร็วในการฝึกฝนเพิ่มขึ้น สิทธิ์สุ่มสิบครั้งถูกส่งมอบแล้ว"

อวิ๋นหมิงเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมา

ชื่อ: [อวิ๋นหมิง] ระดับพลัง: [ขั้นหลอมปราณระดับสอง] เคล็ดวิชา: [เคล็ดวิชาปราณดั้งเดิม] (ระดับสีขาว) [เคล็ดวิชาปราณบริสุทธิ์ไท่เสวียน] (ระดับสีม่วง) จำนวนสิทธิ์สุ่ม: [10] ความมั่งคั่ง: 0

อวิ๋นหมิงสังเกตเห็นว่าข้อความของระบบเปลี่ยนจาก 'เหมาะแก่การสุ่มกาชา' เป็น 'เหมาะแก่การฝึกฝน' แถมยังช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกได้ด้วย ไม่รู้ว่ามันจะมีผลกับการสุ่มกาชาหรือเปล่า

"ช่างเถอะ สุ่มไปก่อนค่อยว่ากัน!"

"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วย ท่านได้รับไอเทมดังต่อไปนี้: หินวิญญาณระดับต่ำ 1 ก้อน (ระดับสีขาว) หินวิญญาณระดับต่ำ 1 ก้อน (ระดับสีขาว) หินวิญญาณระดับต่ำ 1 ก้อน (ระดับสีขาว) หินวิญญาณระดับต่ำ 1 ก้อน (ระดับสีขาว) หินวิญญาณระดับต่ำ 1 ก้อน (ระดับสีขาว) หินวิญญาณระดับต่ำ 1 ก้อน (ระดับสีขาว) หินวิญญาณระดับต่ำ 1 ก้อน (ระดับสีขาว) หินวิญญาณระดับต่ำ 1 ก้อน (ระดับสีขาว) หินวิญญาณระดับต่ำ 1 ก้อน (ระดับสีขาว) หินวิญญาณระดับกลาง 1 ก้อน (ระดับสีฟ้า)"

"เอ๊ะ! ออกของดีอีกแล้ว เชี่ย หินวิญญาณระดับกลางเลยเว้ย หินวิญญาณระดับกลางหนึ่งก้อนแลกหินวิญญาณระดับต่ำได้ตั้งร้อยก้อนแน่ะ แถมยังหาซื้อยากอีกต่างหาก คุ้มสุดๆ!"

แต่ทว่าหินวิญญาณระดับกลางมันเตะตาเกินไป ศิษย์รับใช้ต๊อกต๋อยอย่างเขาไม่มีทางมีหินวิญญาณเยอะขนาดนี้ได้หรอก ต้องหาที่ซ่อนไว้ก่อน

ราวกับได้ยินเสียงในใจของอวิ๋นหมิง หินวิญญาณบนโต๊ะก็กลายเป็นแสงไหลเข้าไปในหน้าต่างระบบทันที

ในขณะเดียวกัน ค่าความมั่งคั่งของอวิ๋นหมิงก็เพิ่มขึ้นมานิดหน่อย

ชื่อ: [อวิ๋นหมิง] ระดับพลัง: [ขั้นหลอมปราณระดับสอง] เคล็ดวิชา: [เคล็ดวิชาปราณดั้งเดิม] (ระดับสีขาว) [เคล็ดวิชาปราณบริสุทธิ์ไท่เสวียน] (ระดับสีม่วง) จำนวนสิทธิ์สุ่ม: [0] + ความมั่งคั่ง: 0.0109

อวิ๋นหมิงมุมปากกระตุก นี่มันหมายความว่ายังไงเนี่ย

หินวิญญาณระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อนแลกหินวิญญาณระดับกลางได้ประมาณหนึ่งก้อน หินวิญญาณระดับกลางหนึ่งร้อยก้อนแลกหินวิญญาณระดับสูงได้หนึ่งก้อน

สรุปคือต้องมีหินวิญญาณระดับสูงหนึ่งก้อนถึงจะนับเป็นแต้มความมั่งคั่งหนึ่งแต้มงั้นสิ

แต่ในขณะเดียวกัน อวิ๋นหมิงผู้ช่างสังเกตก็เห็นว่าด้านหลังช่องจำนวนสิทธิ์สุ่มมีเครื่องหมายบวกเพิ่มเข้ามา

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อวิ๋นหมิงจึงลองกดดู

"ติ๊ง! ใช้ความมั่งคั่งหนึ่งแต้มเพื่อแลกสิทธิ์สุ่มหนึ่งครั้ง ปัจจุบันความมั่งคั่งไม่เพียงพอ การแลกเปลี่ยนล้มเหลว"

"เชี่ย! หน้าเลือดเกินไปแล้ว ทำไมไม่ไปปล้นเลยล่ะ หินวิญญาณระดับสูงหนึ่งก้อนก็เท่ากับหินวิญญาณระดับต่ำหมื่นก้อนเลยนะ เอามาแลกสิทธิ์สุ่มได้แค่ครั้งเดียวเนี่ยนะ"

ระบบไม่ตอบสนอง ทำตัวหยิ่งยโสไม่สนใจไยดี

"เฮ้อ" อวิ๋นหมิงถอนหายใจ "ช่างมันเถอะ ยังไงก็สุ่มฟรีสิบครั้งได้ทุกวันอยู่แล้ว แค่ไม่แลกก็สิ้นเรื่อง"

และในขณะที่อวิ๋นหมิงเตรียมจะใช้โอกาสนี้ฝึกฝนต่อ จู่ๆ ก็มีคนมาเคาะประตูห้อง

เมื่อเปิดประตูก็พบว่าเป็นศิษย์พี่คนหนึ่ง อวิ๋นหมิงจำได้ว่าเป็นศิษย์พี่เฉินที่รับผิดชอบดูแลแปลงสมุนไพรวิญญาณ

ศิษย์รับใช้นั้นต่างจากศิษย์สายนอก พวกเขาต้องรับผิดชอบงานจิปาถะทุกอย่างในสำนัก เช่น ดูแลแปลงสมุนไพรวิญญาณ กวาดลานสำนัก ซึ่งงานพวกนี้ถือว่ายังเบาๆ

ส่วนงานหนักงานสกปรกก็อย่างเช่น การขุดเหมือง ให้อาหารสัตว์วิญญาณ หรือไม่ก็ทำความสะอาดเตาหลอมโอสถ

โชคของอวิ๋นหมิงค่อนข้างดี ตอนที่เพิ่งเข้าสำนักมาเขาถูกส่งไปดูแลแปลงสมุนไพร

ศิษย์พี่เฉินคนนี้ก็คือหัวหน้าสายตรงของเขา แต่ดูจากสีหน้าของศิษย์พี่คนนี้แล้ว ไม่น่าจะมาบอกข่าวดีอะไร

"ศิษย์พี่เฉิน ท่านมาได้อย่างไรขอรับ เชิญเข้ามาดื่มน้ำก่อนสิ" อวิ๋นหมิงเชิญศิษย์พี่เข้ามานั่งคุยอย่างสุภาพ

ศิษย์พี่เฉินเพียงแค่ชะโงกหน้ามองเข้าไปในกระท่อมโกโรโกโสของอวิ๋นหมิง แล้วก็ปฏิเสธอย่างไม่ไยดี "ไม่ต้องหรอก ข้าแค่มาแจ้งเจ้าว่า เจ้าถูกสั่งย้ายแล้ว ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไม่ต้องไปที่แปลงสมุนไพรอีก"

"อะไรนะขอรับ ทำไมถึงย้ายข้าล่ะ รบกวนศิษย์พี่ช่วยอธิบายให้ข้ากระจ่างทีเถอะ" อวิ๋นหมิงตกใจมาก

"ไม่มีเหตุผล พรุ่งนี้ไปรายงานตัวที่หอโอสถ ที่นั่นต้องการคนทำความสะอาดเตาหลอม" ศิษย์พี่เฉินไม่ได้อธิบายอะไร หรือจะพูดให้ถูกคือขี้เกียจอธิบาย พูดจบก็สะบัดตูดเดินหนีไปเลย

อวิ๋นหมิงปิดประตูห้อง พลางคิดในใจว่างานล้างเตาหลอมโอสถนี่ไม่ใช่งานดีเลยสักนิด หอโอสถต้องปรุงยาแทบทุกวัน แบบนี้ก็ต้องล้างเตาหลอมทุกวันน่ะสิ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปฝึกฝนล่ะ

แถมเรื่องเตาหลอมระเบิดในหอโอสถก็เป็นเรื่องปกติ เผลอๆ อาจจะมีพิษโอสถตกค้างอยู่ด้วย ถ้าพลาดโดนพิษโอสถทำลายรากฐานขึ้นมา เส้นทางการฝึกตนในอนาคตก็จบเห่กันพอดี

แต่ตอนนี้ตัวเขาเองทั้งไม่มีเงินไม่มีอำนาจ ก็ไม่มีวิธีแก้ปัญหาอะไรได้เลย ทางออกเดียวที่มีคือต้องรีบทะลวงถึงขั้นหลอมปราณระดับสี่ให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นศิษย์สายนอกให้ได้ จะได้ไม่ต้องมาทนทำงานหนักงานสกปรกพวกนี้อีก

"ฝึกฝนเว้ย!" พอคิดได้ดังนั้น อวิ๋นหมิงก็ฮึกเหิมเต็มเปี่ยม เริ่มตั้งสมาธิเข้าสู่การฝึกฝนทันที

พริบตาเดียวก็ถึงวันรุ่งขึ้น

ระดับพลังของอวิ๋นหมิงขยับเข้าใกล้ขั้นหลอมปราณระดับสามอย่างมั่นคง หินวิญญาณระดับต่ำทั้งเก้าก้อนถูกดูดซับจนหมดเกลี้ยง เหลือเพียงหินวิญญาณระดับกลางก้อนเดียวเท่านั้น

อวิ๋นหมิงรู้ดีว่าขอเพียงแค่ดูดซับพลังจากหินวิญญาณระดับกลางก้อนนี้ การทะลวงสู่ขั้นหลอมปราณระดับสามก็เป็นเรื่องกล้วยๆ

แต่นี่ก็ถึงเวลาที่ต้องไปรายงานตัวที่หอโอสถแล้ว

"ติ๊ง! วันนี้ฤกษ์ดีเหมาะแก่การฝึกฝน ความเร็วในการฝึกฝนเพิ่มขึ้น สิทธิ์สุ่มสิบครั้งถูกส่งมอบแล้ว"

เสียงระบบที่คุ้นเคยดังขึ้น และได้สิทธิ์สุ่มสิบครั้งเช่นเดิม

อวิ๋นหมิงยังไม่ได้กดสุ่มทันที เขาตั้งใจจะไปรายงานตัวที่หอโอสถก่อน

เมื่อเดินเข้าไปในหอโอสถ โถงใหญ่เงียบสงบมาก มีคนนั่งขัดสมาธิอยู่สิบกว่าคน ส่วนใหญ่จดจ่ออยู่กับเตาหลอมตรงหน้า ไม่มีใครสนใจอวิ๋นหมิงที่เพิ่งเดินเข้ามาเลย

อวิ๋นหมิงก็ไม่รีบร้อน เขาลองสัมผัสถึงพลังวิญญาณในสถานที่แห่งนี้ดู ถ้าให้พูดด้วยประโยคเดียวก็คือ พลังหนาแน่นมาก แต่ก็ปะปนกันมั่วซั่วไปหมด โดยหลักๆ จะเป็นธาตุไม้และธาตุไฟ

แต่โชคดีที่เคล็ดวิชาปราณบริสุทธิ์ไท่เสวียนมีสรรพคุณในการสกัดความบริสุทธิ์ของพลังวิญญาณได้ การมาฝึกฝนที่นี่กลับกลายเป็นว่าดีกว่ากระท่อมซอมซ่อของเขาซะอีก

อวิ๋นหมิงเริ่มจะชอบที่นี่ขึ้นมานิดๆ แล้วสิ

แต่ทว่าวินาทีต่อมา อวิ๋นหมิงก็เลิกชอบทันที

ศิษย์พี่คนหนึ่งที่แขนขาดไปข้างหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาเขา พลางถามไปเดินไปว่า "เจ้าคือศิษย์รับใช้คนใหม่ที่มาทำหน้าที่ล้างเตาหลอมใช่ไหม"

"ใช่ขอรับศิษย์พี่ ข้าชื่ออวิ๋นหมิง ไม่ทราบว่าศิษย์พี่ชื่ออะไรขอรับ"

"ชื่อเสียงเรียงนามอะไรไม่ต้องหรอก พรุ่งนี้ข้าก็จะออกจากสำนักแล้ว เจ้าตามข้ามา ข้าจะบอกงานที่เจ้าต้องทำให้ฟัง"

ทั้งสองคนเดินมาถึงห้องเงียบที่ใช้เก็บเตาหลอมที่รอการทำความสะอาดโดยเฉพาะ ศิษย์พี่คนนี้ก็เริ่มอธิบายเนื้องาน "หน้าที่ที่เจ้าต้องรับผิดชอบนั้นง่ายมาก ศิษย์ในหอโอสถมีอยู่หลายสิบคน ทุกวันจะมีคนมาปรุงโอสถ หน้าที่ของเจ้าก็คือทำความสะอาดเตาหลอมพวกนี้ให้สะอาดหมดจดทั้งข้างในและข้างนอก"

"แล้วก็ขอเตือนไว้เรื่องนึง อะไรที่ใช้เครื่องมือทุ่นแรงได้ก็ใช้ซะ อย่าเอามือล้วงเข้าไปในเตาหลอมเด็ดขาด แขนขวาของข้าก็ขาดกระเด็นตอนกำลังล้างเตาหลอมนี่แหละ" เมื่อพูดถึงแขนของตัวเอง แววตาของศิษย์พี่คนนี้ก็หม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 2 - ห้องปรุงโอสถ

คัดลอกลิงก์แล้ว