เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ทำฟาร์มหมื่นปี 350 ทะเลฟ้าบุพกาล

ทำฟาร์มหมื่นปี 350 ทะเลฟ้าบุพกาล

ทำฟาร์มหมื่นปี 350 ทะเลฟ้าบุพกาล


ทำฟาร์มหมื่นปี 350 ทะเลฟ้าบุพกาล

ปล. ผมไม่แน่ใจเพศ หลงจินกังนะครับ บอกเพศหญิง แต่ก็บอกบุตรชาย แปลตามต้นฉบับครับ

เจียงหมิงตื่นเต้นยิ่งนัก ตื้นตันใจยิ่งนัก และเจตจำนงต่อสู้ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างยิ่ง

เป็นเพราะอีกฝ่ายไม่มีพลังอำนาจเด็ดขาดที่จะสะกดข่มเขาได้ จึงทำให้เขาสามารถรับมือได้อย่างสุดกำลัง

การต่อสู้ในครั้งนี้ คือสิ่งที่เขารอคอยมาเนิ่นนาน

“ใครจะอยู่ใครจะไป?” หลงจินกังแค่นเสียงหัวเราะเยาะ ภายนอกร่างกายก็ปรากฏชุดเกราะศึกขึ้นมาชุดหนึ่ง แสงเทวะแต่ละสายไหลเวียนออกมา กลายเป็นลวดลายอันซับซ้อนหาใดเปรียบประทับลงบนร่างกาย ทำให้กลิ่นอายของมันแปรเปลี่ยนเป็นลึกล้ำยากจะหยั่งถึงในฉับพลัน

สองหมัดปะทะกัน ก่อให้เกิดกระแสธารไร้สิ้นสุด มันกล่าวอีกว่า “เจ้าคือคนแรกที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าข้า เห็นแก่จุดนี้ ข้าจะมอบความตายอย่างรวดเร็วให้แก่เจ้า จะบดขยี้ศีรษะของเจ้าให้ระเบิดโดยตรง ไม่สิ จะทุบตีร่างกายของเจ้าให้แตกเป็นเสี่ยง ๆ แล้วให้ลูกหลานเผ่าอสูรของข้ากลืนกิน ส่วนศีรษะของเจ้าหรือ? ข้าจะเก็บรักษาไว้อย่างดี นำศีรษะของเจ้ามาทำเป็นจอกสุรา เอาไว้ใช้ดื่มสุราสำหรับข้า”

“เป็นความคิดที่ดี!” เจียงหมิงยิ้มบาง

ทว่าสายตาของเขากลับจ้องเขม็งไปยังเกราะศึกของอีกฝ่าย อาศัยกลิ่นอายก็สามารถตัดสินได้ว่า อย่างน้อยนี่ก็เป็นถึงสมบัติชั้นยอดประเภทป้องกันระดับกึ่งอริยะระยะสูงสุด หรืออาจจะเป็นถึงอาวุธอริยะรอง

เกราะศึกระดับป้องกัน ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าพลังป้องกันต้องน่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน

เจ้านี่ช่างระมัดระวังตัวเสียจริง

มีกายภาพที่ไร้เทียมทาน ถึงกับยังเป็นฝ่ายกระตุ้นอาวุธป้องกันขึ้นมาก่อน

ดูจากจุดนี้ก็รู้ได้เลยว่า คนผู้นี้ไม่ใช่พวกวู่วามอย่างเด็ดขาด

แต่กลับหยิ่งผยองอย่างแท้จริง หยิ่งผยองฝังลึกเข้าไปในกระดูก

“หลงจินกัง ข้าอยากรู้ว่า เจ้าคือมังกรแท้หรือ?” เจียงหมิงเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

บนร่างของเขาก็ปรากฏเกราะศึกขึ้นมาเช่นกัน แสงเงินส่องประกายระยิบระยับ กลิ่นอายเซียนไหลเวียน ทั้งยังปะทุอักขระจารึกแต่ละสายหมุนวนอยู่รอบกายเขา จากนั้นก็เร้นกายหายไป

นี่คือการป้องกันเขาทุกทิศทาง

นี่คือเกราะศึกแสงเงิน ได้มาจากไท่เจี้ยน เป็นอาวุธอริยะรอง

รูม่านตาของหลงจินกังหดเกร็ง ภายในดวงตาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวเป็นสาย ๆ ทว่ามันกลับไม่รีบร้อนลงมือ แต่กลับจ้องมองเกราะศึกของเจียงหมิงแล้วเอ่ยถามว่า “ระดับขั้นของชุดเกราะศึกของเจ้า ไม่ด้อยไปกว่าของข้าอย่างแน่นอน แต่เหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยินมาก่อน? มองไปทั่วทั้งจักรวาล เผ่าพันธุ์นับร้อยล้าน เกราะศึกสมบัติชั้นยอดประเภทป้องกันระดับจักรวาลระยะสูงสุดมีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ข้ารู้จักทั้งหมด ทว่าชิ้นนี้ กลับไม่เคยได้ยิน ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ตอนนี้ข้ายิ่งมั่นใจแล้วว่า เจ้ามาจากฟ้าบุพกาล เกราะศึกชิ้นนี้ก็ต้องได้มาจากฟ้าบุพกาลเช่นกัน!”

มันชะงักไปครู่หนึ่ง เอ่ยด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า “เป็นแผนการของราชันผานหรือ? บ่มเพาะลูกหลานเผ่ามนุษย์ในฟ้าบุพกาลหรือ? หรือว่าค้นพบจักรวาลอื่นแล้ว?”

“จักรวาลอื่นหรือ?” เจียงหมิงขมวดคิ้ว

“เจ้าไม่รู้หรือ? แม้นี่จะเป็นความลับ แต่ด้วยภูมิหลังของเจ้า สมควรจะรู้สิถึงจะถูก” หลงจินกังกลับรู้สึกสงสัยขึ้นมา “ช่างเถิด ในเมื่อเจ้าไม่อยากพูด ข้าก็จะบดขยี้เจ้าให้ตาย ชิงสมบัติชั้นยอดประเภทป้องกันของเจ้ามา มันสามารถทำให้ข้าแลกเปลี่ยนเป็นอาวุธโจมตีสูงสุดได้หนึ่งชิ้นอย่างแน่นอน”

“เดี๋ยวก่อน!” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะลงมือ เจียงหมิงก็รีบโบกมือ “หลงจินกัง เจ้ายังไม่ได้บอกเลยว่า เจ้าคือมังกรแท้หรือ?”

“เจ้าอยากตายเร็วขึ้นหรือ?” ภายในดวงตาของหลงจินกังลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงอีกครั้ง

เจียงหมิงยิ้มอย่างแปลกประหลาด

โกรธหรือ?

ดีมาก

ขอเพียงเจ้าโกรธ ข้าก็จะยั่วโมโหเจ้าให้ตายเสียก่อน

บันทึกตาข่ายสวรรค์มรรคมนุษย์ถูกเปิดออกนานแล้ว

ชื่อ: หลงจินกัง

เผ่าพันธุ์: เผ่าอสูร (เผ่ามังกร? เผ่าตัวนิ่มทองคำ? เผ่ามังกรตัวนิ่ม?)

เพศ: หญิง

ตบะ: ระดับขีดจำกัดจักรวาล (อริยะรอง)

ภูมิหลัง: หนึ่งในผู้อาวุโสเผ่าอสูรแห่งมหาจักรวาลทางช้างเผือก

ความสัมพันธ์: -93

พรสวรรค์: พรสวรรค์ระดับยอดฝีมือสูงสุด

ประสบการณ์: ในช่วงต้นของการก่อกำเนิดจักรวาล ก็มีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งตนหนึ่งถือกำเนิดขึ้น ท่องไปทั่วทางช้างเผือก คำรามก้องทะเลดวงดาว กายเนื้อแข็งแกร่งดุดัน พลังเทพกว้างใหญ่ไพศาล มันคือมังกรแท้

: จักรวาลวิวัฒนาการ ทางช้างเผือกหมุนวน สรรค์สร้างไร้สิ้นสุด ก็ได้ให้กำเนิดเผ่าพันธุ์ขึ้นมานับไม่ถ้วนเช่นกัน

: การแย่งชิงความเป็นใหญ่ การเข่นฆ่าสังหาร การแย่งชิงอาณาเขต ต่อให้จะอยู่ในยุคมหาจักรวาลก็ยังคงเป็นท่วงทำนองแห่งนิรันดร์

: มังกรแท้แข็งแกร่งดุดันหาใดเปรียบ ค่อย ๆ สร้างชื่อเสียงขึ้นมา ยืนหยัดอยู่ในลำดับที่หนึ่งของจักรวาล ทั้งยังดึงดูดยอดฝีมือเผ่าพันธุ์เดียวกันนับไม่ถ้วนให้มารวมตัวกันอยู่ข้างกาย ก่อตั้งเผ่าอสูรขึ้นมา

: ในช่วงเริ่มต้น มังกรแท้ก็คิดที่จะนำสัตว์ยักษ์ดาราจักรและเผ่าพฤกษาที่มีจำนวนน้อยนิดยิ่งกว่าผนวกรวมเข้าไปด้วย น่าเสียดาย ที่กลับไม่สมดั่งปรารถนา

: เผ่าอสูรค่อย ๆ เติบโตแข็งแกร่งขึ้น มันก็คิดหาวิธีที่จะสร้างเผ่าพันธุ์ที่เป็นสายเลือดของตนเองอย่างแท้จริงขึ้นมา ทว่าก็ไม่เคยสมดั่งปรารถนาเลย เมื่อภายในใจเกิดความเคลื่อนไหว ก็เริ่มค้นหาเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งหาใดเปรียบในจักรวาล ช่วงชิงตัวเมียที่มีตบะล้ำลึกมา แล้วเริ่มหว่านไถ

: สิ่งที่ทำให้มังกรแท้ดีใจจนแทบคลั่งก็คือ สามารถให้กำเนิดชีวิตขึ้นมาได้จริง ๆ ทว่าสิ่งที่ทำให้มันโกรธเกรี้ยวก็คือ ชีวิตเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีรูปร่างหน้าตาประหลาดเท่านั้น แต่ยังมีสติปัญญาต่ำต้อย จิตวิญญาณไม่สมบูรณ์ ภายใต้ความโกรธเกรี้ยวจึงเกือบจะสังหารทิ้งไปแล้ว

: มังกรแท้จึงไม่ได้สนใจไยดี สิ่งที่ทำให้มันเสียใจภายหลังก็คือ ลูกหลานเหล่านั้น กลับไปมั่วสุมกันไปทั่ว จึงทำให้เกิดกลุ่มมังกรอสูรที่แทบจะไร้ซึ่งสติปัญญาขึ้นมากลุ่มหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเผ่าไดโนเสาร์ ซึ่งเคยกลายเป็นอาหารโลหิตของเผ่าพันธุ์ไม่น้อย

: ภายใต้ความท้อแท้สิ้นหวัง จึงไม่คิดที่จะสร้างสายเลือดของตนเองอีกต่อไป แต่เริ่มแย่งชิงความเป็นใหญ่ในจักรวาล ช่วงชิงทรัพยากรและโชคชะตา ทะลวงสู่ยอดฝีมือสูงสุดแห่งจักรวาล

: มันตั้งชื่อให้ตนเองว่าหลงเฉียน หลง หมายถึงเผ่าพันธุ์ดั้งเดิม เฉียน หมายถึงความยิ่งใหญ่ มีความหมายแฝงว่ามังกรแท้จะต้องครองความเป็นใหญ่ในใต้หล้า คำรามก้องจักรวาลอย่างแน่นอน

: เมื่ออาณาเขตใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ ในท้ายที่สุดก็เกิดการปะทะกับเผ่ามนุษย์ที่แข็งแกร่งหาใดเปรียบไปแล้ว หลังจากผ่านสงครามใหญ่น้อยมาถึง 30,000,000 ปีเต็ม สั่งสมความเคียดแค้นไร้สิ้นสุด ก็ได้ปะทุสงครามล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างมนุษย์และอสูรขึ้น

: สงครามในครั้งนั้น ได้ทุ่มเทยอดฝีมือของเผ่ามนุษย์และเผ่าอสูรจนหมดสิ้น ต่อสู้กันจนทางช้างเผือกพังทลาย ดินแดนดารากลายเป็นฟ้าบุพกาล ไม่รู้ว่าลุกลามไปกี่ทะเลดวงดาวแล้ว

: จนกระทั่งถึงท้ายที่สุด ราชันผานแห่งเผ่ามนุษย์ก็ผงาดขึ้นมาอย่างกะทันหัน อาศัยพลังอำนาจที่แข็งแกร่งดุดันหาใดเปรียบ ทุบตีมังกรแท้จนพิการ หากไม่ใช่เพราะในระหว่างที่หลบหนีได้ร่วงหล่นลงไปในอาณาเขตลับจักรวาลแห่งหนึ่งจนสามารถรอดชีวิตมาได้ มันก็คงถูกสังหารไปแล้ว

: ต่อให้จะเป็นเช่นนั้น หลงเฉียนก็ยังคงบาดเจ็บสาหัสปางตาย ทว่ากลับถูกสตรีที่แข็งแกร่งผู้หนึ่งของเผ่าตัวนิ่มทองคำกลายพันธุ์ช่วยเอาไว้ นางมีนามว่าเจี่ยหว่าน เมื่อนางล่วงรู้ถึงสถานะของหลงเฉียน ก็เกิดความคิดขึ้นมา: หากอาศัยสายเลือดของอีกฝ่าย ผสมผสานกับเลือดกลายพันธุ์ของตนเอง จะสามารถสร้างทายาทที่แข็งแกร่งหาใดเปรียบขึ้นมาได้หรือไม่?

: นางหวั่นไหวแล้ว นางลงมือทำแล้ว นางทำสำเร็จแล้ว

: หลงเฉียนได้ทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตจนสำเร็จในระหว่างที่หมดสติ

: เมื่อตื่นขึ้นมา ก็พบว่าเจี่ยหว่านตั้งครรภ์แล้ว ใบหน้าของมันดำทะมึนหาใดเปรียบ ทั้งยังรู้สึกอับอายถึงขีดสุด: ข้าผู้เป็นมังกรแท้อันดับหนึ่งในจักรวาลอย่างสง่าผ่าเผย เป็นถึงผู้บัญชาการเผ่าอสูร ถึงกับ ถึงกับถูก...

: ทว่าหลงเฉียนก็ค้นพบความแข็งแกร่งของสายเลือดอีกฝ่ายเช่นกัน จึงมีความหวังขึ้นมาสายหนึ่ง

: ในระหว่างที่พักรักษาอาการบาดเจ็บ บุตรชายก็ถือกำเนิดขึ้น ทว่ากลับเป็นตัวประหลาดกลายพันธุ์ที่มีหัวเป็นมังกรและมีลำตัวเป็นตัวนิ่มทองคำ ไม่สิ สมควรจะเรียกว่ามังกรอสูร

: หลงเฉียนโกรธเกรี้ยวอย่างหนัก คิดจะสังหารทิ้งในทันที ทว่ากลับถูกขัดขวางเอาไว้ แต่หลงเฉียนที่กำลังโกรธเกรี้ยวก็ได้ทำร้ายเจี่ยหว่านจนบาดเจ็บสาหัสปางตาย มันจากไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเช่นกัน

: เจี่ยหว่านเลี้ยงดูบุตรชายจนเติบใหญ่ ทว่ากลับพบว่าอาการบาดเจ็บของตนเองหนักหนาสาหัสเกินไป คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน จึงใช้วิชาสืบทอดของเผ่าพันธุ์ สังเวยตนเอง หลอมรวมการสรรค์สร้างอันไร้ประมาณเข้าสู่ร่างกายของบุตรชาย และยังกระตุ้นให้เกิดการกลายพันธุ์ขึ้นอีกด้วย

: หลงจินกังถือกำเนิดขึ้น

: ก่อนตาย เจี่ยหว่านได้ถ่ายทอดความยึดติดในการล้างแค้นสายหนึ่งให้แก่บุตรชาย: จงเหยียบย่ำหัวมังกรของหลงเฉียนผู้เนรคุณ เย็นชาไร้ความรู้สึก และโหดเหี้ยมอำมหิตที่คิดจะสังหารบุตรของตนเองเอาไว้ใต้ฝ่าเท้า

: หลงจินกังจดจำเอาไว้ในดวงจิตวิญญาณ

: ในอาณาเขตลับจักรวาล มันเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงระดับหนึ่ง ก็พกของแทนใจของมารดากลับไปยังเผ่าตัวนิ่มทองคำ ทว่ากลับถูกมองว่าเป็นสายเลือดผสมและเกือบจะถูกทุบตีจนตาย

: ภายใต้การเอาชีวิตรอดอย่างยากลำบาก เติบโตขึ้นอย่างเงียบ ๆ มันก็ปลุกพรสวรรค์ชนิดหนึ่งขึ้นมาได้เช่นกัน: การกลืนกิน

: การกลืนกินต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตอื่น สามารถทำให้ตนเองเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ในวันนั้น มันก็ได้เผยเขี้ยวเล็บออกมา

: เวลาผ่านไปนับปีไม่ถ้วน เผ่าตัวนิ่มทองคำถูกล้างเผ่าพันธุ์ ทั้งหมดล้วนถูกหลงจินกังล่าสังหารและกลืนกิน เพื่อเติมเต็มความสำเร็จให้แก่ตนเอง

: เมื่อหันกลับไปมอง ก็คือซากศพไร้สิ้นสุด เมื่อหันกลับมา ทอดสายตามองไปยังจักรวาล หลงจินกังก็เปล่งคำสาบานด้วยเสียงสะอื้นไห้: หลงเฉียนหรือ? ข้าไม่เพียงแต่จะเหยียบย่ำศีรษะของเจ้าเอาไว้ใต้ฝ่าเท้าเท่านั้น แต่ข้าจะกลืนกินเจ้าเข้าไปด้วย

: หลังจากเดินออกจากอาณาเขตลับจักรวาล ผ่านการสัมผัสระหว่างสายเลือด ก็ถูกหลงเฉียนค้นพบ อีกฝ่ายมาถึงเบื้องหน้ามันในเวลาแรก เมื่อพบว่าหลงจินกังมีตบะแข็งแกร่ง สติปัญญาไร้เทียมทาน ก็อดไม่ได้ที่จะดีใจจนแทบคลั่ง: ฮ่าฮ่า ข้าหลงเฉียน ในที่สุดก็มีบุตรชายที่ดูเป็นผู้เป็นคนกับเขาสักที บุตรชายที่ดี ต่อจากนี้ไปบิดาจะพาเจ้าท่องไปทั่วจักรวาล จะสร้างวังหลังให้เจ้าสัก 30,000,000 แห่ง จับสตรีหมื่นเผ่าพันธุ์มาเติมเต็มเข้าไป เจ้าก็จงหว่านไถให้เต็มที่ สร้างเผ่าพันธุ์หนึ่งขึ้นมาให้จงได้

: หลงจินกังพูดไม่ออก ทว่าก็แสดงท่าทีนอบน้อมเชื่อฟังเป็นอย่างมาก

: ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะแตกหัก ดูดเลือดของเจ้าไปก่อน อาศัยพลังของเจ้าในการเติบโต รอจนถึงวันหนึ่ง ค่อยเผยเขี้ยวเล็บออกมาก็ยังไม่สาย

: ตอนนี้ ข้าคือบุตรชายที่ดี หึหึ!

: ภายใต้การบ่มเพาะของหลงเฉียน การเติบโตของหลงจินกังก็ยิ่งรวดเร็วมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังเทพหรือกายภาพ ในแต่ละระดับขั้น แทบจะบรรลุถึงขีดจำกัดแล้วทั้งสิ้น

: พรสวรรค์ของมันก็น่าสะพรึงกลัวเช่นกัน ความเข้าใจเป็นเลิศ สายเลือดไร้เทียมทาน สิ่งนี้ได้สร้างอสูรร้ายที่สั่นสะเทือนจักรวาลตนหนึ่งให้แก่เผ่าอสูร

: ระดับทะเลดวงดาว สามารถต่อกรกับระดับจักรวาลได้

: หลงจินกังแข็งแกร่งอย่างแท้จริง ภายในเผ่าอสูร ก็ได้สร้างบารมีขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทั้งยังออกรบไปทั่วบริเวณ นำพาเกียรติยศมากมายมาสู่เผ่าอสูร

: เมื่อมันกลายเป็นระดับจักรวาล ก็ได้กลายเป็นผู้อาวุโสท่านหนึ่งของเผ่าอสูร กุมอำนาจที่แท้จริงเอาไว้

: บิดาคือยอดฝีมือสูงสุด บุตรชายคือระดับจักรวาล ชั่วขณะหนึ่งได้กลายเป็นเรื่องราวที่กล่าวขานกันอย่างงดงามในจักรวาล

: หลงจินกังยังคงเติบโตขึ้นอย่างเงียบ ๆ ช่วงชิงยอดฝีมือไปทั่ว เสริมสร้างต้นกำเนิดของตนเองให้แข็งแกร่ง แม้กระทั่งเคยเข้าไปในฟ้าบุพกาลภายใต้การนำพาของบิดา ที่นั่น การเติบโตของมันยิ่งรวดเร็วมากขึ้น

: ผ่านทางหลงเฉียนจึงได้รู้ว่า ฟ้าบุพกาลยังถูกเรียกว่าทะเลฟ้าบุพกาล ภายในนั้นไม่ได้มีเพียงโลกจักรวาลของพวกมันเพียงแห่งเดียว แต่ยังมีจักรวาลอื่นอยู่อีก

: สองแห่งที่ถูกค้นพบ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด จึงได้พังทลายไปครึ่งหนึ่งแล้ว ส่วนยังมีจักรวาลอื่นอยู่อีกหรือไม่? หลงเฉียนเชื่ออย่างมั่นใจว่ายังมีอยู่อีก เพราะทะเลฟ้าบุพกาลนั้นกว้างใหญ่เกินไป จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดสำรวจได้ว่ามันกว้างใหญ่ไพศาลเพียงใด อีกทั้งภายในนั้นยังมีดินแดนอันตรายอยู่นับไม่ถ้วน ต่อให้หลงเฉียนที่เป็นถึงยอดฝีมือสูงสุดก็ยังไม่กล้าบุกรุกเข้าไป

: หลังจากกลับมาจากฟ้าบุพกาล มันก็ก้าวเข้าสู่ระดับจักรวาลขีดสุด

: หากต้องการทำลายพันธนาการ ก้าวเข้าสู่ยอดฝีมือสูงสุด มีเพียงต้องอยู่ภายในจักรวาลที่ตนเองอยู่เท่านั้น จึงจะมีความมั่นใจอยู่บ้าง

: เมื่อมาถึงระดับนี้ โดยพื้นฐานแล้วมันก็เริ่มบำเพ็ญเพียรอย่างเงียบ ๆ น่าเสียดาย ที่ด่านยอดฝีมือสูงสุดนี้ยากลำบากเกินไป ทำให้มันไม่มีเบาะแสอันใดเลย จึงเตรียมที่จะช่วงชิงต้นกำเนิดของยอดฝีมือต่อไป เพื่อเติมเต็มให้แก่ตนเอง

: มันก็ไม่เชื่อหรอกว่า รอจนสั่งสมไปถึงระดับที่ไม่อาจจินตนาการได้แล้ว ตนเองจะยังทะลวงผ่านไปไม่ได้อีก!

: ในขณะที่กำลังเตรียมตัวจะออกเดินทาง กลับได้ยินมาว่าอาณาเขตลับภูตผีเปิดออกแล้ว ในตอนนั้นหลงจินกังก็เบิกบานใจขึ้นมา: ฮ่าฮ่า สวรรค์เข้าข้างข้าแล้ว อาณาเขตลับภูตผีเชียวนะ ฟังจากหลงเฉียนกล่าว ที่นั่นคือสถานที่แห่งการสรรค์สร้างสูงสุดที่เชื่อมต่อกับดินแดนแห่งต้นกำเนิดแท้ของจักรวาล ขอเพียงได้รับวาสนาการสรรค์สร้างจากภายในนั้นมาสักสายหนึ่ง ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถทะลวงผ่านไปได้ มังกรเฒ่าตัวนั้นกำลังอยู่ในฟ้าบุพกาล รอให้ข้าทะลวงผ่านไปได้ก่อนเถิด จะไปหามัน ทำให้มันบาดเจ็บสาหัส แล้วก็กลืนกินมันเข้าไปเสีย

: ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้ยินมาว่าอินทรีทองและเซี่ยงหมั่งถูกยอดฝีมือเผ่ามนุษย์สังหาร ทว่ากลับเป็นยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ที่ไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน ภายใต้ความอยากรู้อยากเห็น ผนวกกับต้องการได้รับต้นกำเนิดของอินทรีทองทั้งสองคนมาเติมเต็มการสั่งสมของตนเอง ในขณะเดียวกันก็สังหารยอดฝีมือเผ่ามนุษย์สักสองสามคนเพื่อช่วงชิงต้นกำเนิด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทะลวงผ่าน จึงรีบรุดมายังทางเข้าอาณาเขตลับภูตผีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ข้อมูลของอีกฝ่ายมีไม่น้อยเลย

ทว่าส่วนใหญ่ล้วนเป็นเรื่องที่ไม่สลักสำคัญอันใด

มีเพียงสองจุดเท่านั้นที่ทำให้เจียงหมิงประหลาดใจ

หลงจินกังถึงกับเป็นบุตรชายของยอดฝีมือสูงสุด ทั้งยังเป็นมังกรแท้เพียงตัวเดียวในจักรวาลแห่งนี้ ส่วนมังกรตัวอื่นหรือ? เห็นได้ชัดว่าล้วนถูกจัดให้เป็นมังกรอสูรไปหมดแล้ว

หลงเฉียนก็เป็นคนเหี้ยมโหดผู้หนึ่ง ไม่เพียงแต่คิดจะสังหารบุตรชาย แม้แต่เจี่ยหว่านที่ช่วยชีวิตมันเอาไว้ ทั้งยังให้กำเนิดบุตรชายแก่มันก็ยังถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส และตกตายไปในท้ายที่สุด

นี่คือคนไร้ความรู้สึกและโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างเด็ดขาด

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ฟ้าบุพกาลที่อยู่นอกจักรวาลถึงกับเป็นทะเลฟ้าบุพกาลหรือ?

ทั้งยังค้นพบจักรวาลที่แตกสลายไปแล้วถึงสองแห่ง?

นี่มันช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก

“ทะเลฟ้าบุพกาลที่อยู่นอกมหาสหัสโลกธาตุหงกู่ที่ข้าอยู่ คือโลกสูงสุดแห่งหนึ่ง ทว่าทะเลฟ้าบุพกาลของที่นี่ กลับเป็นฟ้าบุพกาลที่แท้จริง ดูเหมือนว่า ยอดฝีมือสูงสุดของที่นี่ล้วนไม่รู้จัก ‘ทะเลฟ้าบุพกาล’ หรือว่า พวกเราจะไม่ได้อยู่ในฟ้าบุพกาลเดียวกัน?”

เจียงหมิงคาดเดาอย่างกล้าหาญ

เมื่อความคิดนี้ปรากฏขึ้น เขาก็สะดุ้งเฮือก รีบข่มความคิดนี้เอาไว้ทันที

เมื่อมองไปยังหลงจินกังที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เจียงหมิงก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง “หลงจินกัง เหตุใดแค่ถามเจ้าว่าใช่เป็นมังกรแท้หรือไม่ ถึงได้โกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้?”

เขาก็กวาดสายตามองไปยังอีกด้านหนึ่งเช่นกัน

หงอิงและเทพอัคคียังคงต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทว่าสตรีผู้แปลกประหลาดท่านนี้กลับสะกดข่มอีกฝ่ายเอาไว้อย่างสมบูรณ์ แข็งแกร่งดุดันจนเละเทะไปหมด

“เผ่ามนุษย์ของทางนี้สามัคคีกันไม่ธรรมดาเลย!”

เจียงหมิงทอดถอนใจอยู่ภายใน

“ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะกินเจ้าด้วยตัวเอง!” บนมือทั้งสองข้างของหลงจินกังปรากฏถุงมือขึ้นมาคู่หนึ่ง “การที่เจ้าสามารถรับหมัดของข้าไปได้หนึ่งหมัดโดยไม่ตาย ทั้งยังไร้ซึ่งความหวาดกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าข้า ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน คุ้มค่าให้ข้าลงมืออย่างสุดกำลังแล้ว มองไปทั่วทั้งจักรวาล ตอนนี้นอกจากยอดฝีมือสูงสุดแล้ว ยังมีผู้ใดที่สามารถทำให้ข้าลงมืออย่างสุดกำลังได้อีก? ช่างอ้างว้างเสียจริง!”

“อ้างว้างหรือ? เมื่อมาพบกับข้า ชีวิตของเจ้าต่อจากนี้ ไม่สิ เป็น ‘ชีวิตมังกรตัวนิ่ม’ จะไม่อ้างว้างอย่างแน่นอน!” เจียงหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทว่ารูม่านตาของหลงจินกังกลับหดเกร็ง

ตอนนี้ผู้ที่ล่วงรู้สถานะที่แท้จริงของมัน นอกจากหลงเฉียนบิดาผู้มักง่ายของมันแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้อีก

เพราะถึงอย่างไรเผ่าตัวนิ่มทองคำก็ถูกมันกินจนหมดสิ้นไปแล้ว

“เจ้าคิดอยากจะสังหารหลงเฉียนใช่หรือไม่?” เจียงหมิงกล่าวอีกครั้ง

น้ำเสียงของเขาไม่ได้ปิดบังเลยแม้แต่น้อย มันดังแว่วออกไปไกล

“ฮ่าฮ่า!” หลงจินกังราวกับได้ยินเรื่องตลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อดไม่ได้ที่จะแหงนหน้าหัวเราะลั่น คลื่นเสียงที่ม้วนตัวแผ่กระจายออกไป ได้สั่นสะเทือนดวงดาวดวงหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปกว่า 1 ร้อยล้านปีแสงจนแตกสลาย

ทว่ามันกลับหุบรอยยิ้มลงอย่างกะทันหัน กล่าวเยาะเย้ยว่า “เป็นที่รู้กันดีว่า หลงเฉียนคือบิดาของข้า หากไม่มีเขา จะมีข้าได้อย่างไร แล้วข้าจะคิดสังหารเขาได้อย่างไร? เจียงหมิง การยุยงปลุกปั่นของเจ้านี่มันต่ำต้อยเกินไปแล้ว ทำให้ข้ารู้สึกละอายใจแทนเสียจริง”

“เช่นนั้นหรือ?” เจียงหมิงกล่าวอย่างมีเลศนัย “แต่เหตุใดข้าจึงได้ยินมาว่า หลงเฉียนสังหารเจี่ยหว่าน เจี่ยหว่านคือมารดาของเจ้า เป็นเผ่าตัวนิ่มทองคำ ก่อนตายมารดาของเจ้าได้บอกให้เจ้าเหยียบย่ำหัวมังกรของหลงเฉียนในภายภาคหน้า ถูกต้องหรือไม่? เมื่อครู่ข้าถามเจ้าว่าใช่เป็นมังกรแท้หรือไม่ เจ้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เพราะเจ้าไม่ใช่ไงเล่า เจ้าคือการผสมผสานระหว่างมังกรและตัวนิ่ม เผ่ามังกรตัวนิ่มจึงจะเหมาะสมที่สุด!”

“เจ้ารนหาที่ตาย!”

หลงจินกังถูกเปิดโปงบาดแผลในใจ ความโหดเหี้ยมที่ซุกซ่อนอยู่ลึกที่สุดในหัวใจพุ่งทะยานขึ้นมา แทบจะกลืนกินสติสัมปชัญญะไปจนหมดสิ้น มันลงมือโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

“แค่นี้ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแล้วหรือ? สัตว์ก็คือสัตว์!” เจียงหมิงแค่นเสียงเย็นชา ทว่ากลับเผยสีหน้าเคร่งเครียดออกมา พลังทั่วร่างก็ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุดเช่นกัน เขาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายแล้วซัดสุดยอดวิชาพลังอิทธิฤทธิ์ออกไป

จบบทที่ ทำฟาร์มหมื่นปี 350 ทะเลฟ้าบุพกาล

คัดลอกลิงก์แล้ว