- หน้าแรก
- โลกของผมกลายเป็นเกมออนไลน์ไปแล้ว
- บทที่ 90: ใครคัดค้าน ให้ก้าวออกมาเถอะ
บทที่ 90: ใครคัดค้าน ให้ก้าวออกมาเถอะ
บทที่ 90: ใครคัดค้าน ให้ก้าวออกมาเถอะ
บทที่ 90: ใครคัดค้าน ให้ก้าวออกมาเถอะ
เวลาผ่านไปจนถึงวันต่อมาอย่างรวดเร็ว
ในวันนี้ ภายในตำหนักเจิ้นอู่ของบู๊ตึ๊งคลาคล่ำไปด้วยคนจากสำนักต่างๆ
นอกจากจางซานฟงที่ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ระดับสูงของบู๊ตึ๊งเกือบทุกคนล้วนอยู่ในตำหนักเจิ้นอู่
ในตอนนี้ คนจากสำนักต่างๆ ที่นำโดยเส้าหลินและง้อไบ๊ต่างพากันมองไปที่เตียชุ่ยซัวพลางกล่าวว่า “งานวันเกิดของท่านปรมาจารย์จางผ่านพ้นไปแล้ว วันนี้คงต้องรบกวนจอมยุทธ์ห้าเตียบอกที่ซ่อนของโจรชั่วเจี่ยซุ่นออกมาเสียที”
“ที่ซ่อนของพี่ร่วมสาบาน ข้าเตียชุ่ยซัวย่อมไม่มีทางบอกแก่ผู้ใดเด็ดขาด” เตียชุ่ยซัวมองบรรดาเจ้าสำนักต่างๆ พลางกล่าวอย่างจริงจังหนักแน่น
“จอมยุทธ์ห้าเตียตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า จะปกป้องโจรชั่วเจี่ยซุ่นจริงๆ สินะ?” ไต้ซือคงบุ๋นมองเตียชุ่ยซัวพูดเสียงเย็น
“ทางพุทธกล่าวว่า วางดาบฆ่าฟันเสียล้วนบรรลุเป็นอรหันต์ พี่ร่วมสาบานของข้าเจี่ยซุ่นจะไม่มีวันปรากฏตัวในจงหยวนอีกต่อไป เหตุใดทุกท่านยังต้องบีบคั้นกันถึงเพียงนี้?” เตียชุ่ยซัวกล่าว
“เจี่ยซุ่นทำชั่วมานับไม่ถ้วน แม้แต่พระพุทธะก็มิอาจรับเขาไว้ได้” ไต้ซือคงบุ๋นได้ยินคำพูดของเตียชุ่ยซัว จึงค่อยๆ เอ่ยปากกล่าว
“หากจอมยุทธ์ห้าเตียยังยืนกรานจะปกป้องเจี่ยซุ่น เช่นนั้นพวกเราก็คงต้องขอล่วงเกินแล้ว” แม่ชีมิกจ้อกล่าวต่อจากไต้ซือคงบุ๋นทันที
เมื่อเจ้าสำนักจากสองสำนักใหญ่เอ่ยปาก สำนักอื่นๆ ต่างก็พากันเอ่ยตามน้ำ
ทว่าในตอนนี้เอง ณ ด้านนอกตำหนักเจิ้นอู่พลันมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น พร้อมกับเสียงของศิษย์บู๊ตึ๊งที่ดังตามมา
“ท่านผู้นำตระกูลหลู่มาถึงแล้ว”
เมื่อได้ยินเสียงศิษย์บู๊ตึ๊งรายงาน บรรดาสำนักต่างๆ ภายในตำหนักเจิ้นอู่ต่างพากันหลีกทางให้หลู่หยางและคณะเดินเข้ามา
“ท่านผู้นำหลู่”
เมื่อหลู่หยางเดินเข้ามา บรรดาเจ้าสำนักต่างๆ ต่างพากันกล่าวทักทาย
“อืม”
หลู่หยางพยักหน้าให้บรรดาเจ้าสำนักที่ทักทายเขา แล้วจึงเดินตรงไปยังด้านหน้าสุดของตำหนักเจิ้นอู่
“ท่านผู้นำหลู่ โจรชั่วเจี่ยซุ่นทำชั่วมามากมาย สมควรถูกสับเป็นหมื่นชิ้น ทว่าตอนนี้เตียชุ่ยซัวแห่งบู๊ตึ๊งกลับยืนกรานจะปกป้องเจี่ยซุ่น ข้าขอให้ท่านช่วยตัดสินความ ยุติเรื่องนี้เพื่อให้คำอธิบายแก่ผู้คนทั่วใต้หล้าด้วยเถิด”
หลังจากหลู่หยางหยุดยืน เจ้าสำนักระดับปรมาจารย์จากสำนักขนาดกลางคนหนึ่งก็มองหลู่หยางพลางกล่าวอย่างนอบน้อม
“อยากให้ข้าตัดสินความรึ? พวกท่านเองก็มีความคิดเช่นนี้ด้วยหรือไม่?” หลู่หยางหันไปมองทางเส้าหลินกับง้อไบ๊พลางเอ่ยถาม
“ด้วยฐานะและตำแหน่งของท่านผู้นำหลู่ ย่อมสามารถตัดสินความเรื่องนี้ได้แน่นอน” ไต้ซือคงบุ๋น แม่ชีมิกจ้อ และคนอื่นๆ ต่างมองหลู่หยางพลางกล่าวออกมา
แม้ในใจของพวกเขาจะเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี แต่ก็ไม่กล้าพูด ทำได้เพียงเออออไปตามคำพูดของหลู่หยางเท่านั้น
หวังเพียงว่าสิ่งที่หลู่หยางจะกล่าวออกมา มันจะไม่เป็นอย่างที่พวกเขากังวลใจ
“ในเมื่อพวกท่านให้ข้าตัดสินความ เช่นนั้นพวกท่านก็จงลงจากเขาบู๊ตึ๊งไปเสียตอนนี้เถอะ เรื่องของเตียชุ่ยซัว ให้ถือว่าจบสิ้นกันไปเพียงเท่านี้” หลู่หยางมองบรรดาสำนักต่างๆ พลางค่อยๆ เอ่ยปากกล่าว
“ท่านผู้นำหลู่? ท่านว่ากระไรนะ? เรื่องนี้ให้จบสิ้นกันไปเพียงเท่านี้รึ? เพราะเหตุใดกัน?” ไต้ซือคงบุ๋นได้ยินคำพูดของหลู่หยาง ก็แสดงสีหน้าตกตะลึงพลางเอ่ยถาม
“ข้าชื่นชมในความรักคุณธรรมน้ำใจของเตียชุ่ยซัวนัก ดังนั้นตอนนี้ข้าจะคุ้มครองเขาเอง” หลู่หยางกล่าว
“ท่านผู้นำหลู่ การกระทำของท่านเช่นนี้ เกรงว่าจะทำให้ผู้คนไม่ยอมรับนะ?” แม่ชีมิกจ้อมองหลู่หยางพลางกล่าวอย่างจริงจัง
“ข้าไม่ต้องการให้พวกท่านยอมรับ ข้าเพียงมาแจ้งให้พวกท่านทราบ ข้าบอกว่าเรื่องนี้จบสิ้นกันไปเพียงเท่านี้ ใครคัดค้าน ให้ก้าวออกมาเถอะ”
หลู่หยางมองไปยังแม่ชีมิกจ้อรวมถึงทุกคนจากสำนักต่างๆ พลางเอ่ยปากกล่าว
น้ำเสียงของหลู่หยางราบเรียบยิ่งนัก ทว่าในหูของคนจากทุกสำนักมันกลับไม่ราบเรียบเลยแม้เพียงนิด
คำว่าบีบคั้นที่แท้จริงเป็นอย่างไร พวกเขาเมื่อเทียบกับหลู่หยางแล้ว มันก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
หลู่หยางกำลังให้พวกเขาเลือก ผู้ที่ก้าวออกมาในตอนนี้ ย่อมหมายความว่าต้องการจะเป็นศัตรูกับหลู่หยางอย่างชัดเจน และยังเป็นศัตรูกับตระกูลหลู่ด้วย
ชื่นชมในความรักคุณธรรมน้ำใจของเตียชุ่ยซัวรึ? คำพูดนี้หลอกเด็กยังพอได้ แต่จะหลอกพวกเขานั้นไม่มีทางเป็นไปได้
นี่เป็นเพียงข้ออ้างที่หลู่หยางยกขึ้นมา นับเป็นข้ออ้างเพื่อให้พวกเขาจากไป
สาเหตุที่แท้จริง คาดว่าจางซานฟงคงได้ทำข้อตกลงบางอย่างกับหลู่หยางไว้ และข้อตกลงนั้นคงจะยิ่งใหญ่มากพอที่จะทำให้หลู่หยางยอมปกป้องเตียชุ่ยซัว ต่อให้ต้องล่วงเกินสำนักต่างๆ ก็ไม่เสียดาย
พูดตามตรง หากเป็นผู้อื่นที่กล่าวคำพูดเช่นนี้ของหลู่หยางออกมา บรรดาสำนักต่างๆ ที่อยู่ที่นี่คงลงมือปะทะกันไปนานแล้ว ไม่มีทางนิ่งเงียบเช่นนี้เป็นแน่
ในใต้หล้า ผู้ที่มีความมั่นใจพอจะกล่าวประโยคนี้ต่อหน้าพวกเขาได้ ย่อมมีเพียงหลู่หยางคนเดียวแค่นั้น
ต่อให้เป็นจางซานฟงอยู่ที่นี่ เกรงว่าคงไม่กล้าทำตัวโอหังถึงเพียงนี้
นั่นเพราะต่อให้เจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่อาจแข็งแกร่งไปกว่าการรวมตัวกันของสำนักต่างๆ ได้ หากเจ้าโอหังเกินไป สำนักต่างๆ ย่อมต้องรุมโจมตี
ทว่าหลู่หยางนั้นต่างออกไป
หลู่หยางคือผู้นำตระกูลหลู่ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่พันปี
ตระกูลหลู่คือผู้นำของเหล่าตระกูลขุนนางทั่วใต้หล้า ตระกูลขุนนางทั่วใต้หล้าล้วนเชื่อฟังคำสั่ง
ไม่เพียงเท่านั้น สำนักที่อยู่ที่นี่มีสำนักใดบ้างที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตระกูลหลู่ ความต้องการในชีวิตประจำวันของสำนัก รวมถึงทรัพยากรต่างๆ ล้วนมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับตระกูลหลู่ทั้งสิ้น
เพียงเพื่อเจี่ยซุ่นคนเดียว มันไม่คุ้มค่าที่จะเป็นศัตรูกับตระกูลหลู่เลย
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้พวกเขาเป็นศัตรูกับหลู่หยางแล้ว พวกเขาจะชนะได้หรือไม่?
พวกเขาทั้งหมดรวมตัวกัน ยังเกรงว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตระกูลหลู่!
เผลอๆ ตระกูลหลู่เพียงขยับตัวนิดเดียว สำนักของพวกเขาก็อาจต้องถดถอยไปหลายสิบปี หรือแม้แต่สำนักขนาดกลางก็อาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะล่มสลายได้เลย
หากรุนแรงกว่านั้น บรรดาสำนักต่างๆ ของพวกเขาอาจจะกลายเป็นลัทธิมารในสายตาของคนธรรมดาด้วยซ้ำ
อย่างไรเสียเหล่าตระกูลขุนนางก็กุมอำนาจเหนือเหล่าบัณฑิตส่วนใหญ่ในใต้หล้า เมื่อกุมอำนาจเหนือเหล่าบัณฑิตได้ ย่อมเท่ากับกุมอำนาจเหนือกระแสสังคม หากบัณฑิตทั่วใต้หล้าต่างพากันบอกว่าสำนักของเจ้าคือลัทธิมาร ต่อให้เจ้าจะเที่ยงธรรมเพียงใด ในสายตาของผู้คนทั่วใต้หล้าเจ้าก็คือลัทธิมารอยู่ดี