- หน้าแรก
- ระบบทำดีวันละครั้งปั้นข้าให้เป็นเทพขุนพล
- บทที่ 280 - การเคลื่อนไหวขั้นต่อไป
บทที่ 280 - การเคลื่อนไหวขั้นต่อไป
บทที่ 280 - การเคลื่อนไหวขั้นต่อไป
บทที่ 280 - การเคลื่อนไหวขั้นต่อไป
เมื่อได้ฟังคำกล่าวของเผยเหรินจี อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยก็พยักหน้าช้าๆ นี่เป็นผลลัพธ์ที่อยู่ในความคาดหมายอยู่แล้ว ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ
เมื่อซาเฮ่อเอ่อร์นำทัพเข้ามาติดกับดักในหุบเขาลั่วอิง ก็ถือเป็นการกำหนดจุดจบของกองทัพราชวงศ์ซ่าซานกองนี้แล้ว
และเมื่อทัพศัตรูแตกพ่าย กองกำลังสามสายเข้าตีกระหนาบ พวกมันคิดจะหนี ก็ไม่ต่างอะไรกับการฝันกลางวัน
ในเวลานี้ ฉินฉยงและแม่ทัพคนอื่นๆ ก็มารวมตัวกันแล้ว
ดวงตาของเฉิงเหย่าจินเป็นประกาย เขามองอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยด้วยความเคารพยำเกรงเต็มเปี่ยม พลางเอ่ยขึ้น "ซูเป่า เมื่อกี้พวกเจ้าไม่เห็น ท่านอาจารย์ถือขวานเบิกเขาพุ่งเข้าไป เพียงแค่สามกระบวนท่า ซาเฮ่อเอ่อร์ก็ถูกสับขาดเป็นสองท่อน ช่างสะใจจริงๆ"
เวลาพูดถึงเรื่องนี้ เห็นได้ชัดว่าเฉิงเหย่าจินรู้สึกภูมิใจไปด้วย
อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยเป็นอาจารย์ของเขา และใช้เคล็ดวิชาสามสิบหกขวานเทียนกังเหมือนกัน จะไม่ให้เขาฮึกเหิมได้อย่างไร?
ขณะเดียวกัน ภายในใจของเฉิงเหย่าจินก็แอบคาดหวังอยู่ลึกๆ หากวันหนึ่ง เขาเองก็สามารถฟาดฟันศัตรูอย่างไร้ผู้ต่อต้านแบบอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยได้ ก็คงจะดีไม่น้อย
แต่นี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เฉิงเหย่าจินทำได้เพียงแค่คิดในใจ ย่อมไม่กล้ามาคุยโตโอ้อวดที่นี่แน่
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินฉยงและคนอื่นๆ ที่เพิ่งมาถึง ก็มองอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
พวกเขาย่อมเชื่อว่าพละกำลังของอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยเหนือกว่าซาเฮ่อเอ่อร์ แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่า ซาเฮ่อเอ่อร์ที่ทำให้พวกเขาแทบจะหมดทางสู้ จะถูกอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยจัดการได้ในพริบตา
อวี้ฉือกงนั้นยังถือว่าปกติดี เพราะในความทรงจำของเขา อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยไร้พ่ายอยู่แล้ว
แม้ว่าตอนนี้ อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยจะแข็งแกร่งจนเกินจินตนาการของเขา เขาก็ยังรับได้อย่างสบายๆ
แต่พวกฉินฉยงและหวังปั๋วตังนั้นต่างออกไป ตอนที่พวกเขาชมโคมไฟในเมืองต้าซิง อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยยังเป็นเพียงคุณชายเสเพลชื่อเหม็นโฉ่ ยังไม่เริ่มฝึกยุทธ์เลยด้วยซ้ำ!
ใครจะไปคิดว่า คุณชายเสเพลเช่นนี้ จะกลายมาเป็นยอดขุนพลผู้สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วแผ่นดินได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี
ความเร็วในการพัฒนาที่รวดเร็วปานนี้ ช่างทำให้ผู้คนละอายใจจริงๆ
ทว่า ความตื่นตะลึงของพวกฉินฉยงไม่ได้อยู่ยาวนานนัก อย่างไรเสีย นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขารับรู้ถึงผลงานการรบของอวี่เหวินเฉิงฮุ่ย เพียงแต่เป็นการตอกย้ำให้ประจักษ์ชัดยิ่งขึ้นเท่านั้น
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ฉินฉยงก็พูดจากใจจริง "โชคดีที่มีเจ้านะเฉิงฮุ่ย ไม่อย่างนั้นศัตรูที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ต่อให้พวกเราซุ่มโจมตีสำเร็จ ก็คงยากที่จะคว้าชัยชนะมาได้"
นี่ไม่ใช่คำพูดลอยๆ ฉินฉยงและอวี้ฉือกงต่างก็เคยประมือกับซาเฮ่อเอ่อร์มาแล้ว ต่อให้พวกเขารุมเข้าไปพร้อมกัน ก็ไม่มีทางเอาชนะได้ นี่คือความต่างชั้น
ในโลกแห่งนิยายแฟนตาซีนี้ ความแตกต่างระหว่างบุคคลนั้นกว้างเกินไป ไม่ใช่สิ่งที่จะเอาชนะได้ด้วยจำนวนคนเพียงอย่างเดียว
อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยมองดูเหล่าขุนพลเบื้องหน้าด้วยท่าทีสงบนิ่ง ชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ จะนับเป็นอะไรได้?
ต้องรู้ไว้ว่า เป้าหมายของอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยไม่เคยหยุดอยู่แค่นี้
การที่เขานำทัพนับแสนมาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อช่วยฟื้นฟูอาณาจักรทู่อั่วหลัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการประชันฝีมือกับราชวงศ์ซ่าซานด้วย
เขาต้องการขยายอาณาเขต และประกาศบารมีของต้าสุยให้เกรียงไกร
ดังนั้น การสังหารซาเฮ่อเอ่อร์เพียงคนเดียวจึงไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึง ยอดขุนพลที่เหนือกว่ามัน ยังมีอยู่อีกตั้งสี่คนนะ!
อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยรวบรวมความคิดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยักหน้าพูด "ซูเป่า ชัยชนะของกองทัพเราในวันนี้ ไม่ใช่ความดีความชอบของข้าเพียงคนเดียว แต่เป็นผลงานของพวกท่านและทหารทุกนายที่นี่ด้วย ไม่อย่างนั้น ลำพังข้าเพียงคนเดียว ต่อให้สังหารซาเฮ่อเอ่อร์ได้ ก็ไม่อาจกวาดล้างศัตรูให้หมดสิ้นได้หรอก"
หลังจากกล่าวให้กำลังใจทุกคนแล้ว อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยก็กล่าวต่อ "ต่อจากนี้ ให้คนเคลียร์สนามรบ ให้กองทัพพักผ่อนสักระยะ พวกเราก็ควรจะเตรียมตัวสำหรับการเคลื่อนไหวขั้นต่อไปแล้ว"
การเคลื่อนไหวขั้นต่อไป?
ความจริงแล้ว แม่ทัพทุกคนต่างก็รู้ดีแก่ใจ ว่าพวกเขาไม่มีทางหยุดอยู่เพียงเท่านี้แน่ แต่ก็ยังไม่มีคำสั่งที่ชัดเจนว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป
ตอนนี้ ในที่สุดอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยก็เอ่ยปากพูดถึง ทุกคนต่างก็ทำสีหน้าจริงจัง และตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
เผยเหรินจีรีบประสานมือกล่าวเป็นคนแรก "ขอจอมทัพโปรดสั่งการ ข้าน้อยพร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง!"
อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยยิ้มบางๆ แล้วกล่าว "ราชวงศ์ซ่าซานรู้ทั้งรู้ว่าทู่อั่วหลัวเป็นประเทศราชของต้าสุย แต่ก็ยังกล้ากำเริบเสิบสาน มารุกรานหลายต่อหลายครั้ง ในเมื่อราชวงศ์ซ่าซานบุกโจมตีต้าสุยของเราได้ แล้วทำไมต้าสุยของเราจะชิงบุกก่อนบ้างไม่ได้?"
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ความตั้งใจของอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยก็ชัดเจนมากแล้ว
ก่อนหน้านี้ พวกเขาทำได้เพียงแค่ตั้งรับ แต่ต่อจากนี้ สถานการณ์จะพลิกผันอย่างสิ้นเชิง
ต่อให้ดินแดนนอกด่านซีอวี้ จะเป็นถิ่นของราชวงศ์ซ่าซาน ก็ไม่อาจบั่นทอนจิตวิญญาณนักสู้ของพวกเขาได้
ในวินาทีนี้ ภายในใจของเหล่าแม่ทัพต่างฮึกเหิม นี่นับว่าเป็นข่าวดีอย่างแท้จริง
พวกเขาอุตส่าห์ดั้นด้นมาตั้งไกล จะกลับไปมือเปล่าได้อย่างไร?
บางทีในไม่ช้านี้ บนผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่แห่งนี้ ก็จะถูกจารึกชื่อของพวกเขาเอาไว้
ความรู้สึกนี้ ช่างเหมือนกับตอนที่ฮั่วชวี่ปิ้งทำพิธีเซ่นไหว้ที่ภูเขาหลางจวีซวี่ และตอนที่โต้วเซี่ยนสลักข้อความบนหินที่ภูเขาเยี่ยนหรานในอดีต ช่างน่าตื่นเต้นเร้าใจเสียจริง
ไม่ต้องลังเลใจเลย ขุนพลทุกคนรวมถึงเฉิงเหย่าจิน ต่างประสานมือกล่าวพร้อมกัน "ข้าน้อยรับคำสั่ง!"
ทว่า เมื่อเห็นท่าทีตึงเครียดของทุกคน อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาโบกมือไปมาแล้วพูด "แต่พวกท่านก็ไม่ต้องใจร้อนเกินไป ก่อนที่จะลงมือจริง เราต้องจัดการเรื่องราวเบื้องหลังให้เรียบร้อยเสียก่อน ด้วยกำลังของอาณาจักรทู่อั่วหลัว ยังไม่สามารถจัดหาเสบียงให้กองทัพชั้นยอดทั้งหนึ่งแสนนายของต้าสุยได้เพียงพอ เรายังต้องระดมคนจากแคว้นต่างๆ ลำเลียงเสบียงอาหารมาที่ทู่อั่วหลัวอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพของเราได้รับชัยชนะอย่างงดงาม สมควรส่งคนนำใบบอกแจ้งข่าวดีกลับต้าสุย เพื่อรายงานให้ฝ่าบาททรงทราบ เพื่อให้ราษฎรต้าสุยได้รับรู้ถึงความเกรียงไกรของประเทศชาติ..."
เมื่อได้ยินคำกล่าวของอวี่เหวินเฉิงฮุ่ย ทุกคนก็ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ พวกเขาต่างพยักหน้าเห็นด้วย
——
ภายในเมืองอาหว่าน
กษัตริย์ทู่อั่วหลัวกำลังอยู่ในพระราชวัง แม้เรื่องการทำศึกแนวหน้าจะไม่ต้องให้เขาเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่การอยู่ที่นี่ เขาก็มีงานให้ทำอีกมากมาย
สำหรับกษัตริย์ทู่อั่วหลัว ปัญหาใหญ่ที่สุดที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ ก็คือการจัดหาเสบียงให้กับกองทัพหนึ่งแสนนายของต้าสุย
นี่ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย
กำลังของอาณาจักรทู่อั่วหลัวไม่ได้แข็งแกร่งนัก การรักษากองทัพให้สู้รบได้ในระยะสั้นๆ นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่หากต้องยืดเยื้อไปเป็นปีๆ ก็ชวนให้ปวดหัวไม่น้อย
เกรงว่าต่อให้ทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดของทู่อั่วหลัว ก็ยังคงไม่เพียงพอ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ กษัตริย์ทู่อั่วหลัวก็จนปัญญา แต่เขาไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ หากไม่ใช่เพราะต้าสุยส่งกองทัพมาช่วย อาณาจักรทู่อั่วหลัวก็คงล่มสลายไปแล้ว และตัวเขาเองก็คงต้องตาย
ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าเรื่องนี้จะยากลำบากเพียงใด เขาก็ต้องทุ่มเทอย่างสุดกำลัง เพื่อให้สำเร็จตามภารกิจที่อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยสั่งมา
ขณะที่กษัตริย์ทู่อั่วหลัวกำลังปวดหัวอยู่นั้น จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังสับสนวุ่นวายมาจากนอกพระราชวัง
เป็นทหารนายหนึ่งที่เดินอย่างเร่งรีบเข้ามา บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปีติยินดี เพิ่งจะก้าวเข้ามาในท้องพระโรง ยังไม่ทันที่กษัตริย์ทู่อั่วหลัวจะเอ่ยถาม เขาก็รีบพูดขึ้นมาทันที "ฝ่าบาท มีข่าวดีจากแนวหน้าพ่ะย่ะค่ะ ท่านจอมทัพอวี่เหวินนำทัพเข้าดักซุ่มโจมตีซาเฮ่อเอ่อร์ที่หุบเขาลั่วอิง ในศึกครั้งนี้ ท่านจอมทัพอวี่เหวินสังหารซาเฮ่อเอ่อร์ลงได้ และให้กองกำลังเข้าตีกระหนาบ บดขยี้กองทัพชั้นยอดหนึ่งแสนนายของราชวงศ์ซ่าซานในคราวเดียว กองทัพศัตรูถูกกวาดล้างจนสิ้นซากแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
"อะไรนะ?!"
กษัตริย์ทู่อั่วหลัวที่กำลังเหม่อลอยอยู่ ถามย้ำด้วยความตกใจ แต่ไม่นานเขาก็ได้สติ รีบกวักมือเรียก "ใบบอกแจ้งข่าวดีอยู่ไหน รีบเอามาให้ข้าดูเร็ว!"
(จบแล้ว)