- หน้าแรก
- ระบบทำดีวันละครั้งปั้นข้าให้เป็นเทพขุนพล
- บทที่ 120 - สู้ตายกับพวกมัน
บทที่ 120 - สู้ตายกับพวกมัน
บทที่ 120 - สู้ตายกับพวกมัน
บทที่ 120 - สู้ตายกับพวกมัน
"ลงมือ ตามข้าบุกเข้าไป!" แววตาของอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยฉายรังสีอำมหิต ภายในพริบตา เขาก็เปล่งเสียงตวาดอย่างเยือกเย็น
จากนั้นอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยก็ไม่รอช้า เขาพุ่งทะยานออกไป ควบม้าบุกตะลุยเข้าไปในค่ายของทูเจวี๋ย
เมื่อทหารทุกคนที่อยู่ด้านหลังเห็นอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยบุกนำไปแล้ว ย่อมไม่มีใครลังเล
ทุกคนพุ่งเข้าชาร์จพร้อมกัน เสียงฝีเท้าและเสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วทั้งราตรี
แม้ฝ่ายทูเจวี๋ยจะคาดไม่ถึงว่ากองทัพสุยจะมาลอบโจมตีถึงที่นี่ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ประมาท ยังคงจัดวางกำลังพลไว้ลาดตระเวนรอบๆ ค่ายอยู่ไม่น้อย
ทว่า ด้วยความที่ดึกมากแล้ว ทหารทูเจวี๋ยเหล่านี้ก็เริ่มมีอาการเหนื่อยล้าให้เห็น
และในจังหวะนั้นเอง เงาร่างของอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกมันอย่างกะทันหัน ขวานเบิกเขาลงทองลายเมฆาเปล่งประกายสีทองวาบขึ้นมา และพุ่งเข้ามาถึงตัวในพริบตา
กว่าที่ทหารเหล่านี้จะรู้สึกถึงความผิดปกติ พวกมันก็ได้แต่มองเห็นร่างที่ไร้หัวของพวกพ้องเสียแล้ว
แต่การลาดตระเวนในพื้นที่นี้ ไม่ได้มีทหารแค่ไม่กี่นาย แม้ว่าอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยจะลงมืออย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่อาจสังหารพวกมันทั้งหมดได้ในคราวเดียว
ไม่นานก็มีทหารทูเจวี๋ยส่งสัญญาณเตือน พร้อมกับตะโกนลั่น "แย่แล้ว กองทัพสุยบุก!"
เสียงตะโกนนั้นดังก้องชัดเจนในยามวิกาล ราวกับเป็นการปลุกค่ายทูเจวี๋ยทั้งค่ายให้ตื่นขึ้นมา
ทว่าอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยก็ยังคงสงบนิ่ง เพราะตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะสามารถเอาชนะศึกนี้ได้อย่างง่ายดาย
แม้ว่าศึกในครั้งนี้ จะเป็นแผนการของหลัวอี้ที่มุ่งเน้นการโจมตีแบบไม่ให้ศัตรูตั้งตัว แต่การจะคว้าชัยชนะในท้ายที่สุด ย่อมหลีกเลี่ยงการนองเลือดไม่ได้
"ผู้ใดขวางข้าต้องตาย!"
อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยตะโกนก้อง เขาไม่ได้หยุดมือ ฉากแบบนี้เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีเสียแล้ว ราวกับเพชฌฆาตที่กำลังเกี่ยวข้าว สังหารทหารทูเจวี๋ยอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อมียอดขุนพลอย่างอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยเป็นผู้นำ ทหารกองทัพสุยที่อยู่ด้านหลังก็ฮึกเหิมเลือดเดือดพล่าน พวกเขาบุกทะลวงตามไปติดๆ สังหารศัตรูที่ขวางทางอย่างไม่หยุดหย่อน
เพียงไม่กี่อึดใจ สนามรบก็เต็มไปด้วยซากศพเกลื่อนกลาด
และส่วนใหญ่ก็เป็นศพของทหารทูเจวี๋ย ส่วนทหารสุยแทบจะไม่มีการสูญเสียเลย
เพราะนี่คือการลอบโจมตี ฝ่ายทูเจวี๋ยไม่ได้ตั้งตัว จึงถูกเล่นงานจนตั้งรับไม่ทัน
ขณะที่การต่อสู้ดำเนินไป ทหารทูเจวี๋ยก็แห่กันออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
พวกมันล้วนเป็นทหารชั้นยอดของทูเจวี๋ย แม้จะเกิดเหตุการณ์กะทันหัน แต่ก็ไม่ถึงกับแตกพ่ายง่ายๆ หรือไร้เรี่ยวแรงจะต่อกร
สำหรับอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยนั้น เขายังคงรับมือได้สบายๆ ทว่าสถานการณ์ของทหารที่ตามหลังเขามา กลับเริ่มไม่สู้ดีนัก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังทูเจวี๋ยที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล
ต่อให้ทหารจากจวนเป่ยผิงจะมีฝีมือเก่งกาจ แต่หากต้องรับมือกับศัตรูหลายๆ คนพร้อมกัน ก็ย่อมไม่มีทางเอาชนะได้อย่างแน่นอน
ในเวลานี้ อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยเองก็ทำอะไรไม่ได้มาก เขาทำได้เพียงสังหารศัตรูอย่างสุดความสามารถ และรอให้กองทัพอีกสองเส้นทางมาสมทบ เมื่อนั้นแหละถึงจะเป็นเวลาพลิกสถานการณ์และกุมชัยชนะอย่างแท้จริง
——
ภายในกระโจมหลักของทูเจวี๋ย
บรรดาหัวหน้าเผ่าได้รับแจ้งข่าวแล้ว
พวกเขาย่อมคาดไม่ถึงเลยว่า ทั้งที่พวกเขายังไม่ทันได้ลงมือ กองทัพสุยกลับชิงบุกมาถึงหน้าประตูเสียก่อน
หัวหน้าเผ่าเถี่ยเล่อมองไปยังทหารที่มารายงานข่าว ด้วยใบหน้าที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง เขาถามเสียงต่ำ "นี่มันเรื่องอะไรกัน กองทัพสุยยกกันมาเท่าไหร่?"
ทหารนายนั้นรีบตอบ "เรียนท่านหัวหน้าเผ่า กองทัพสุยกลุ่มนี้มีกำลังพลแค่สองสามหมื่นนายขอรับ แต่แม่ทัพผู้นำทัพนั้น ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวกับที่ชิงตัวท่านข่านไปก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ทางด้านปีกของค่ายก็ยังพบร่องรอยของกองทัพสุยด้วยขอรับ"
"อะไรนะ?"
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ สีหน้าของหัวหน้าเผ่าเถี่ยเล่อก็เปลี่ยนไปทันที แต่ไม่นานเขาก็ปรับสีหน้าให้ผ่อนคลายลง ก่อนจะยิ้มหยัน "พวกชาวสุยพวกนี้ ช่างกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว ข้ายอมรับว่าแม่ทัพสุยผู้นั้นมีฝีมืออยู่บ้าง แต่การที่เขากล้านำกำลังพลเพียงเท่านี้มาบุกค่ายของพวกเรา ช่างเป็นการรนหาที่ตายแท้ๆ พวกเรากำลังคิดหาทางช่วยท่านข่านอยู่พอดี เขาก็เอาตัวมาประเคนถึงที่ ขอเพียงพวกเราจับเป็นคนผู้นี้ได้ ย่อมต้องรีดเค้นที่อยู่ของท่านข่านได้อย่างแน่นอน ข้าเห็นว่า นอกจากทหารที่ต้องเฝ้าระวังทางด้านปีกแล้ว เราควรระดมทหารทั้งหมดมาล้อมกรอบกองทัพสุยกลุ่มนี้ อย่าปล่อยให้พวกมันมีโอกาสพักหายใจ ต้องให้พวกมันได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของนักรบทูเจวี๋ยอย่างเรา!"
ในยามนี้ หัวหน้าเผ่าเถี่ยเล่อไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น เขาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน
ส่วนหัวหน้าเผ่าคนอื่นๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยเป็นเสียงเดียวกัน
การช่วยเหลือข่าน ถือเป็นหน้าที่ที่ทุกคนให้การยอมรับ บวกกับการที่กองทัพสุยเป็นฝ่ายบุกมาหาถึงที่ หากพวกเขาเลือกที่จะเพิกเฉย ทูเจวี๋ยย่อมต้องกลายเป็นตัวตลกให้ใครต่อใครหัวเราะเยาะแน่
ในเวลาเช่นนี้ ทุกเผ่าต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อพิชิตศัตรูผู้นี้ให้จงได้
"ดี เช่นนั้นก็เอาตามนี้ เผ่าเซวียหยานของข้าไม่มีข้อโต้แย้ง เราจะระดมทหารทั้งหมดไปล้อมปราบกองทัพสุยกลุ่มนี้"
"เผ่าข่าลาของข้าก็ไม่มีปัญหา..."
หลังจากปรึกษาหารือกันสั้นๆ บรรดาหัวหน้าเผ่าก็สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ พวกเขาต่างออกคำสั่งระดมกำลังพลของตนออกรบ
ในชั่วพริบตาเดียว ค่ายทูเจวี๋ยทั้งค่ายก็ตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวาย
ทหารทูเจวี๋ยจำนวนมหาศาลมุ่งหน้าไปทางอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยและพรรคพวก บนใบหน้าของทหารทูเจวี๋ยเหล่านี้ ล้วนเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและกระหายเลือด พวกมันแทบจะอดใจรอไม่ไหว ที่จะเข่นฆ่ากองทัพสุยกลุ่มนี้ให้ตายเรียบ
——
ศัตรูเริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยย่อมสังเกตเห็นได้ตั้งแต่แรกแล้ว เขายังคงกวัดแกว่งอาวุธ สังหารศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ
ต่อให้พวกทูเจวี๋ยจะมีจำนวนมากแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อตัวอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยเลย
พละกำลังของเขาในตอนนี้ แทบจะเทียบชั้นกับพี่น้องตระกูลอู่อวิ๋นเจาแล้ว เมื่อบวกกับคุณสมบัติ 【พละกำลังไม่สิ้นสุด】 ที่ได้รับจากการสังหารถ่าหลานถู ทำให้พละกำลังของเขามีอย่างเหลือเฟือ แทบจะไม่มีวันหมด
ความจริงแล้ว ในหลายๆ ครั้ง ยอดขุนพลที่เก่งกาจในการดวลเดี่ยว มักจะมาจบชีวิตอย่างน่าอนาถเมื่อถูกกองทัพศัตรูล้อมกรอบ สาเหตุก็เป็นเพราะพละกำลังมีขีดจำกัด จึงไม่อาจรักษาสภาพความพร้อมไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง
ทว่าสำหรับอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยในตอนนี้ ปัญหาแบบนี้แทบจะไม่มีผลกับเขาเลย ตราบใดที่เขาไม่ถูกศัตรูที่มีพลังเหนือกว่าบดขยี้ เขาก็สามารถต่อสู้ไปได้เรื่อยๆ
แน่นอนว่า การได้รับคุณสมบัติ 【พละกำลังไม่สิ้นสุด】 ก็ไม่ได้หมายความว่าอวี่เหวินเฉิงฮุ่ยจะสามารถต่อสู้ได้ต่อเนื่องสิบวันสิบคืนขนาดนั้น
แต่ที่แน่ๆ คือ ความทนทานของเขานั้นเหนือกว่าที่ศัตรูคาดคิดไว้มาก และมากพอที่จะยืนหยัดไปจนกว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะสิ้นสุดลง
ในขณะที่อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยกำลังฟาดฟันศัตรูอยู่นั้น ก็มีเงาร่างสายหนึ่งปรากฏขึ้นข้างกายเขา เป็นเซี่ยอิ้งเติงที่เพิ่งตีฝ่าวงล้อมเข้ามานั่นเอง
เพียงแต่ว่า สีหน้าของเซี่ยอิ้งเติงดูตึงเครียดเอามากๆ เขามองไปที่อวี่เหวินเฉิงฮุ่ย ก่อนจะพูดอย่างร้อนรนว่า "เฉิงฮุ่ย ศัตรูเริ่มแห่กันมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ ดูท่าทางแล้ว ทหารทูเจวี๋ยทั้งหมดคงมารวมตัวกันที่นี่หมดแล้ว กำลังคนของพวกเราแค่นี้ เกรงว่าจะต้านทานไว้ได้อีกไม่นาน ป่านนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวจากหลัวอี้เลย คงไม่ได้เกิดเรื่องผิดพลาดอะไรขึ้นหรอกนะ?"
อวี่เหวินเฉิงฮุ่ยเข้าใจถึงความกังวลของเซี่ยอิ้งเติงดี แต่เขากลับไม่มีทีท่าลุกลี้ลุกลนเลยแม้แต่น้อย เขาตอบอย่างใจเย็น "ทหารพวกนี้ท่านอ๋องแห่งเป่ยผิงเป็นคนมอบให้ข้าเอง ข้าเชื่อว่าเขาคงไม่เอาชีวิตลูกน้องตัวเองมาล้อเล่นหรอก ในเมื่อสถานการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้เกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นจริงๆ พวกเราก็ต้องยืนหยัดต่อไป ขอเพียงพวกเรายื้อเวลาไว้ได้อีกสักหน่อย กำลังเสริมก็จะต้องมาถึงอย่างแน่นอน"
เมื่อได้ยินดังนั้น เซี่ยอิ้งเติงก็ทำหน้าจนใจ แต่เขาก็รู้ดีว่า นี่คือหนทางเดียวที่พวกเขาสามารถทำได้ในตอนนี้
เพราะตอนนี้รอบด้านเต็มไปด้วยศัตรู ต่อให้พวกเขาอยากจะเปลี่ยนทิศทางหลบหนี เกรงว่าคงไม่มีหนทางให้หนีรอดไปได้แล้ว
เซี่ยอิ้งเติงจึงกัดฟันพูดขึ้นว่า "ข้าเข้าใจแล้ว ถ้างั้นก็สู้ตายกับพวกมันไปเลย!"
(จบแล้ว)