- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย ขอป่วนนิยายด้วยปลายปากกา
- บทที่ 42 - ฉันเป็นผู้บริสุทธิ์นะ
บทที่ 42 - ฉันเป็นผู้บริสุทธิ์นะ
บทที่ 42 - ฉันเป็นผู้บริสุทธิ์นะ
บทที่ 42 - ฉันเป็นผู้บริสุทธิ์นะ
บริเวณหน้าประตู
เย่ปิงถงกำลังแนบหูติดกับประตูแอบฟังอยู่
ตอนนี้พอได้ยินคำพูดของเย่เซี่ยว แววตาของเธอก็ไหววูบขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ใช่แล้ว
คาแร็กเตอร์สาวน้อยอัจฉริยะทางดนตรี นี่มันสร้างมาเพื่อเธอโดยเฉพาะไม่ใช่หรือไง
ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของหลี่หมิงอวี่ สมควรเป็นของเธอถึงจะถูก!
ถ้าได้เป็นหนึ่งในนางเอก ด้วยชื่อเสียงและความสามารถของหลี่หมิงอวี่ เธอจะต้องดังพลุแตกและแจ้งเกิดในวงการบันเทิงได้ในรวดเดียวแน่!
แววตาของเย่ปิงถงในยามนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน เธอแนบหูให้ชิดเข้าไปอีก อยากจะรู้ว่าเย่ป๋อหลินยังมีข่าววงในอะไรอีกหรือเปล่า
เย่ป๋อหลินฟังคำพูดที่จงใจประชดประชันของเย่เซี่ยวแล้วก็รู้สึกขำนิดๆ แต่ก็ยังอธิบายว่า "ถึงคาแร็กเตอร์จะเป็นอัจฉริยะทางดนตรี แต่ก็เป็นอัจฉริยะด้านการแต่งเพลง ตอนถ่ายทำสิ่งที่สำคัญกว่าน่าจะเป็นการสื่ออารมณ์ทางสายตาและสีหน้า จะเข้าใจทฤษฎีดนตรีหรือไม่ เล่นเครื่องดนตรีเป็นหรือเปล่า พวกนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ที่สำคัญคือฝีมือการแสดงต่างหาก"
เย่เซี่ยวกะพริบตาตาปริบๆ "พี่ใหญ่มองออกเหรอคะว่าฉันแสดงเก่ง"
เย่ป๋อหลินพยักหน้าตามสัญชาตญาณ
ฝีมือการแสดงของเธอจะให้ไม่ดีได้ยังไงล่ะ
ดูแค่เปลือกนอก มองไม่ออกเลยสักนิดว่าในใจเธอกำลังคิดอะไรอยู่
พอเงยหน้าขึ้นไปสบกับสายตาที่ดูอันตรายนิดๆ ของเย่เซี่ยว เย่ป๋อหลินก็กระแอมไอเบาๆ แล้วรีบพูดว่า "โอกาสดีๆ แบบนี้ พี่แค่รู้สึกว่าเธอควรจะลองดู ถ้าได้ก็ดีที่สุด ถ้าไม่ได้ ซิงกวงเอนเตอร์เทนเมนต์ก็ยังมีบทอีกเป็นตั้งให้เธอเลือกตามสบาย"
เย่เซี่ยวมองเย่ป๋อหลินด้วยความคลางแคลงใจ
[ซี๊ด พี่ใหญ่คนนี้ดีกับฉันเกินไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย หรือเป็นเพราะผิดหวังในตัวเย่ปิงถงมากเกินไป ตามเนื้อเรื่องเดิม เขาไม่มีทางชายตามองน้องสาวแท้ๆ ที่มาจากบ้านนอกอย่างฉันหรอกนะ]
เย่ป๋อหลินชะงักไป ความรู้สึกปวดหนึบแล่นปราดเข้ามาในใจอีกระลอก
เขานึกถึงตอนที่ตัวเองเจอเย่เซี่ยวครั้งแรก
ตอนนั้น
ทำไมเขาถึงเหมือนโดนผีสิง พอฟังคำพูดของเย่ปิงถงแค่ไม่กี่ประโยคก็ทำท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์ใส่น้องสาวแท้ๆ ของตัวเองได้ขนาดนั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาได้ยินเสียงในใจของเซี่ยวเซี่ยว วันนั้นเซี่ยวเซี่ยวก็คงต้องเดินไปโรงเรียนคนเดียวแล้ว
ถ้าเป็นแบบนั้น ในใจของเธอจะเจ็บปวดขนาดไหนกัน!
โชคดีที่ทุกอย่างยังแก้ไขได้ทัน
ถ้าเป็นไปได้ ตอนนี้เย่ป๋อหลินแทบจะอยากควักหัวใจตัวเองมอบให้เย่เซี่ยวไปเลย
ภายนอกเย่เซี่ยวกลับทำท่าทีราวกับเป็นเรื่องสมควรแล้ว "ก็ได้ค่ะ ในเมื่อพี่ใหญ่พูดขนาดนี้แล้ว ฉันจะฝืนใจไปลองดูก็ได้ ฝีมือการแสดงของฉันก็น่าจะพอใช้ได้อยู่มั้ง"
เย่เซี่ยวทำท่าทางมั่นอกมั่นใจเหมือนของตายในกำมือ
เย่ป๋อหลินเริ่มรู้สึกลำบากใจขึ้นมาอีกแล้ว
เขาอยากจะบอกใบ้ให้เย่เซี่ยวรู้แนวทาง จะได้เตรียมตัวล่วงหน้าได้ถูก
แต่... เซี่ยวเซี่ยวมั่นใจขนาดนี้ เขาเริ่มจะลนลานขึ้นมาแล้วสิ
หลี่หมิงอวี่คนนี้เป็นคนหัวรั้นมาก
ป๋ายซือหลานคนนั้นเป็นถึงดาวรุ่งพุ่งแรงระดับท็อปแล้ว ตอนที่นายทุนเบื้องหลังจะยัดเยียดเธอให้ หลี่หมิงอวี่ยังทำท่าทีไม่สบอารมณ์เลย สุดท้ายก็โดนตื๊อจนหมดหนทางถึงได้ยอมตกลง
แต่หลี่หมิงอวี่ก็ลั่นวาจาไว้ก่อนแล้ว
บทนางเอกอีกคนในภาพยนตร์เรื่องนี้ต่างหากที่เป็นจิตวิญญาณที่แท้จริง เธอจะต้องเป็นคนเลือกเองกับมือ!
เพราะเหตุนี้ถึงได้มีการคัดเลือกนักแสดงในครั้งนี้เกิดขึ้น
ต่อให้เย่ป๋อหลินจะถือว่าตัวเองก็เป็นนายทุนคนหนึ่งเหมือนกัน แต่ถ้าฝืนยัดเยียดเซี่ยวเซี่ยวเข้าไป ผู้กำกับชื่อดังคนนี้เกรงว่าจะสะบัดก้นหนีไม่ยอมทำต่อจริงๆ แน่
ครั้งนี้เขาก็แค่อยากให้เซี่ยวเซี่ยวลองไปทดสอบดู
แต่เซี่ยวเซี่ยวมั่นใจเบอร์นี้ ถ้าเกิดไม่ผ่านขึ้นมา เธอจะไม่เสียใจแย่เหรอ
เย่ป๋อหลินอดไม่ได้ที่จะกัดฟัน
นี่คือน้องสาวแท้ๆ ของเขานะ ถ้าไม่ได้ อย่างมากเขาก็ยอมทิ้งหน้าตาตัวเองไปลองตื๊อดูบ้าง
ต่อให้ตื๊อขอบทสำคัญที่สุดนี้ไม่ได้ ถ้างั้นลองเขี่ยป๋ายซือหลานให้พ้นทางไปเลยดีไหม
นายทุนเบื้องหลังป๋ายซือหลาน เย่ป๋อหลินคนนี้ยังไม่เห็นอยู่ในสายตาหรอกนะ
เย่ป๋อหลินกำลังคิดคำนวณอยู่ในใจ
ทันใดนั้น
ประตูก็ถูกผลักเข้ามา
เย่ปิงถงอดรนทนไม่ไหวเดินเข้ามาด้านใน
เย่ป๋อหลินอดขมวดคิ้วมองเธอไม่ได้ "ปิงถง เธอแอบฟังอยู่เหรอ"
"พี่ใหญ่!" เย่ปิงถงพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร "ฉันหิวน้ำอยากจะลงไปกินน้ำข้างล่าง เดินผ่านตรงนี้พอดีก็เลยได้ยินพวกพี่คุยกัน ไม่ได้ตั้งใจแอบฟังเลยนะคะ"
[จิ๊ๆๆ บันไดเหมือนจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งไม่ใช่หรือไง] เย่เซี่ยวแอบค่อนขอดในใจ
ในหนังสือต้นฉบับ เย่ปิงถงคนนี้คือลูกรักที่ทุกคนรุมโอ๋ของแท้
พี่ชายทั้งสามคนล้วนตามใจเธอทุกอย่าง ประคบประหงมเธอไว้ดั่งแก้วตาดวงใจ
เย่ปิงถงคงจะยังสลัดคราบลูกรักที่ทุกคนโอ๋ทิ้งไปไม่ได้ ถึงได้กล้าเปิดประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจใครแบบนี้
"คราวหน้าต้องเคาะประตูก่อนนะ" เย่ป๋อหลินขมวดคิ้ว
เย่ปิงถงพยักหน้าอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ แล้วเอ่ยว่า "พี่ใหญ่ ฉันก็รับปากแล้วว่าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเผยเยว่อีก ฉันก็เป็นลูกสาวตระกูลเย่เหมือนกัน พี่จะลำเอียงไม่ได้นะคะ"
ในหนังสือต้นฉบับ
เย่ปิงถงพร่ำบอกอยู่เสมอว่า "เซี่ยวเซี่ยวต่างหากที่เป็นลูกสาวตระกูลเย่ ฉันไม่มีสิทธิ์ไปแย่งอะไรจากเธอทั้งนั้น"
นั่นก็เป็นเพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันตกเป็นของเธออยู่แล้ว เธอถึงได้แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจได้ไงล่ะ
แล้วตอนนี้ล่ะ
การปฏิบัติที่เธอได้รับในตระกูลเย่กับในหนังสือมันต่างกันราวฟ้ากับเหว เย่ปิงถงจึงไม่สามารถพูดจาจอมปลอมแบบนั้นออกมาได้อีก กลับกลายเป็นฝ่ายเน้นย้ำขึ้นมาเองว่าเธอก็เป็นลูกสาวของตระกูลเย่เหมือนกัน
เย่เซี่ยวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา คาแร็กเตอร์ของเธอน่ะ ไม่มีวันยอมทนหรอกนะ!
เย่เซี่ยวประชดประชันกลับไปทันควัน "แหมๆ ตอนที่ฉันเพิ่งมา เธอพูดว่ายังไงนะ คุณพ่อคุณแม่คะ เซี่ยวเซี่ยวต่างหากที่เป็นลูกสาวของคุณพ่อคุณแม่ ฉันอยู่คนเดียวได้ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ดูแลเซี่ยวเซี่ยวก่อนเถอะไม่ต้องสนใจฉัน ทำไมล่ะ นี่เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วันก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ ยังจะมาบอกว่าตัวเองก็เป็นลูกสาวตระกูลเย่อีก เดี๋ยวฉันจะบอกให้เอาไหมว่าพ่อแม่บังเกิดเกล้าของเธอเป็นตัวอะไร"
เย่เซี่ยวสวมรองเท้าลงจากเตียงตรงดิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าเย่ปิงถงด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
เย่ปิงถงรู้สึกตื่นตระหนก เธอโพล่งออกมาตามสัญชาตญาณ "แม่ของเธอ... แม่ของเธอเสียไปแล้วไม่ใช่เหรอ"
เย่เซี่ยวแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น "แม่ของฉันเสียไปเมื่อหลายปีก่อนแล้วจริงๆ นั่นแหละ แต่ว่าพ่อแม่บังเกิดเกล้าของเธอยังมีชีวิตอยู่นี่นา คนชั่วอายุยืนจะตาย พวกเขายังอยู่ดีมีสุขเชียวล่ะ"
"เซี่ยวเซี่ยว" เย่ป๋อหลินก็ชักจะงงๆ เหมือนกัน
ตอนที่พวกเขาตามหาเย่เซี่ยวเจอ สืบรู้แค่ว่าเย่เซี่ยวกับแม่สองคนใช้ชีวิตพึ่งพิงกันและกัน
ต่อมาแม่ของเธอป่วยหนักจนเสียชีวิต ทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ให้เธอจำนวนหนึ่ง เธอถึงได้เรียนมหาวิทยาลัย
แต่เงินก้อนนี้ก็ไม่ได้มากมายอะไร ก่อนหน้านี้เย่เซี่ยวถึงได้ใช้ชีวิตอย่างขัดสนขนาดนั้น
เย่เซี่ยวเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย "ง่ายมากเลย ครอบครัวที่อุ้มฉันไป พวกเขามุ่งมั่นอยากจะได้แต่ลูกชาย ก่อนหน้าฉัน พวกเขาก็มีลูกสาวอยู่แล้วสองคน ตอนแรกพวกเขาอาศัยความเชื่อชาวบ้าน คิดว่าท้องนี้ยังไงก็ต้องเป็นลูกชายแน่ๆ ถึงได้ยอมเจียดเงินเข้ามาคลอดในเมือง แล้วก็บังเอิญสุดๆ ที่มาเจอแม่กำลังเที่ยวเล่นในเมืองเล็กๆ พอดี แถมเด็กยังมีอาการจะคลอดก่อนกำหนด ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนั้นก็เลยไปโรงพยาบาลที่ดีกว่านี้ไม่ทัน คนสองคนที่ฐานะต่างกันลิบลับ ก็เลยมาคลอดลูกในโรงพยาบาลเดียวกันอย่างไม่คาดฝันไงล่ะ"
เย่เซี่ยวพูดไปก็ทำหน้ารังเกียจไป
ถึงในหนังสือจะอธิบายยืดยาวขนาดไหน เธอก็ยังรู้สึกว่าคำอธิบายแบบนี้มันโคตรจะแถอยู่ดี
แต่ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อนี่เป็นโลกในหนังสือ เรื่องที่หลุดโลกกว่านี้ก็ยังเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
เย่เซี่ยวยิ้มมุมปากแล้วพูดต่อ "บังเอิญซ้ำซ้อนไปอีก ลูกของสองคนนี้ดันถูกอุ้มสลับตัวกันพอดีเป๊ะ ครอบครัวนั้น พวกเขาตั้งตารอแต่ลูกชาย พวกพี่คิดว่า การที่ฉันตกไปอยู่ในกำมือพวกเขา จะมีจุดจบที่ดีได้ยังไงล่ะ"
เย่ปิงถงหดตัวด้วยความหวาดกลัว "ฉัน... ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น ฉันเป็นผู้บริสุทธิ์นะ!"
[จบแล้ว]