เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - คุณธรรมคืออะไร

บทที่ 27 - คุณธรรมคืออะไร

บทที่ 27 - คุณธรรมคืออะไร


บทที่ 27 - คุณธรรมคืออะไร

ในวินาทีที่ [เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] คุกเข่าลง

ติ๊ง!

ระบบที่หลับไหลอยู่ในหัวของหลินไป๋ก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น

ระบบยอดอาจารย์: คนเป็นอาจารย์มีหน้าที่ถ่ายทอดวิชาและไขข้อข้องใจ การสืบทอดความรู้ไม่อาจขาดผู้เป็นอาจารย์ไปได้ โปรดให้ความเคารพต่อสายอาชีพนี้ด้วย

คนเป็นอาจารย์ต้องสอนให้คนเป็นคนดีเสียก่อน แล้วค่อยสอนให้เก่ง

ลูกศิษย์เดินหลงทางถือเป็นความผิดพลาดของอาจารย์ การสั่งสอนศิษย์ต้องยึดหลักคุณธรรมเป็นอันดับแรก

[คำอธิบาย: ลูกศิษย์ทุกคนคือทรัพยากรของอาจารย์ ทักษะวิชาที่ท่านถ่ายทอดให้พวกเขา จะสะท้อนกลับมาสู่ตัวท่านตามระดับคุณธรรมของพวกเขา ระบบจะประเมินคุณธรรมของลูกศิษย์ และนำพลังวัตรของพวกเขามาแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์เพื่อสะท้อนกลับคืนสู่ท่าน ยิ่งมีคุณธรรมสูง พลังที่สะท้อนกลับมาก็ยิ่งสูง ในทางกลับกัน หากคุณธรรมต่ำ พลังที่สะท้อนกลับมาก็จะต่ำตามไปด้วย โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบในการรับศิษย์]

[ภารกิจเริ่มต้น: รับศิษย์หนึ่งคน รางวัล: ความเข้าใจ 1]

...

ที่แท้ระบบที่หลับไหลอยู่ก็ต้องปลุกให้ตื่นแบบนี้นี่เองหรือ

ระบบที่จู่ๆ ก็กระเด้งขึ้นมาทำให้หลินไป๋รู้สึกมึนงงไปหมด

การสอนลูกศิษย์ต้องสอนคุณธรรมให้พวกเขาด้วยเนี่ยนะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน หรือว่าจะต้องบังคับให้พวกเขากลายเป็นคนดีที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมให้ได้

คุณธรรมเนี่ยนะ!

ยัดเยียดระบบบ้าบอคอแตกอะไรมาให้ข้าตั้งเยอะแยะ แล้วดันมาบังคับให้ข้าต้องปั้นลูกศิษย์ให้มีคุณธรรมอีก นี่มันงี่เง่าเกินไปแล้ว!

ยิ่งไปกว่านั้น พวกผู้เล่นได้ชื่อว่าเป็นมหันตภัยที่สี่ การฆ่าคนเผาบ้านในเกมถือเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา แล้วท่านจะไปหวังให้คนพวกนี้มาคอยจูงคนแก่ข้ามถนนในเกมเนี่ยนะ

ล้อเล่นกันหรือเปล่าเนี่ย!

ถ้ารับชาวเมืองดั้งเดิมมาเป็นลูกศิษย์ ก็อาจจะพอขัดเกลาให้พวกเขากลายเป็นคนมีคุณธรรมได้อยู่หรอก

แต่ผลประโยชน์ของอาจารย์มาจากลูกศิษย์ แล้วพรสวรรค์ของชาวเมืองดั้งเดิมจะไปเทียบกับพวกผู้เล่นที่ปั่นเลเวลอัปสกิลได้ตลอดเวลาได้อย่างไรกัน

ย้อนแย้งชะมัด!

"ท่านอาจารย์ โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถอะขอรับ" [เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] โขกศีรษะลงกับพื้นอีกครั้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า

พวกผู้เล่นคือกลุ่มคนที่เก่งกาจในการคว้าโอกาสที่สุด เขาคิดว่าตัวเองเพิ่งจะขุดเจอขุมทองก้อนใหญ่เข้าให้แล้ว

ในขณะที่คนอื่นยังต้องไปง้อขอเรียนวิชาพื้นฐานในสำนัก แต่เขากลับมีโอกาสได้เรียนวิชาฝ่ามือพิชิตมังกรที่เอฟเฟกต์โคตรเท่ แค่คิดก็ฟินแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น เขารู้สึกว่าสิ่งที่ NPC ตัวนี้สามารถสอนเขาได้ ไม่ได้มีแค่วิชาฝ่ามือพิชิตมังกรเท่านั้นหรอก

ตั้งแต่กลยุทธ์การตลาดในการเปิดร้าน ไปจนถึงเล่ห์เหลี่ยมในการรับมือกับนักพรต ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแฝงไปด้วยสัจธรรมชีวิต ซึ่งดูเหมือนจะสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้เลย

เพียงแค่วันเดียว เขากลับรู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรมากมายกว่าชีวิตตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเสียอีก

ในเวลานี้ การกราบอาจารย์ไม่ใช่แค่การเรียนสกิลธรรมดาๆ อีกต่อไปแล้ว แต่มันยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเขาในอนาคตอีกด้วย...

...

"เสี่ยวเติ้ง ลุกขึ้นเถอะ!" หลินไป๋มองดู [เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่ซับซ้อน "สำนักของเรามีกฎเกณฑ์ในการคัดเลือกลูกศิษย์ที่เข้มงวดมาก เจ้ายังไม่ผ่านเกณฑ์หรอก"

ครั้งก่อนที่เขาเลือกรับลูกพี่ผิดคนก็สร้างความปวดหัวให้เขามามากพอแล้ว การรับลูกศิษย์ในครั้งนี้จะทำอะไรลวกๆ ไม่ได้อีกเด็ดขาด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง [เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] ที่ติดตามเขามาทั้งวัน ได้เห็นและได้เรียนรู้เรื่องที่ไม่ควรเรียนรู้ไปตั้งมากมาย คุณธรรมของเขาบกพร่องไปเรียบร้อยแล้ว ขืนรับเขามาเป็นลูกศิษย์ก็เท่ากับขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ

"ท่านอาจารย์ ข้ามีพรสวรรค์ดีเลิศเลยนะขอรับ" [เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] รีบแย้ง "ข้ารับรองได้เลยว่าไม่ว่าวรยุทธ์แขนงไหน ข้าเรียนรู้ได้รวดเร็วทันใจแน่นอน ข้าจะไม่ทำให้ชื่อเสียงของสำนักต้องมัวหมองอย่างเด็ดขาด"

"ไม่เกี่ยวกับเรื่องพรสวรรค์หรอก" หลินไป๋สูดหายใจเข้าลึก "สำนักของเราให้ความสำคัญกับคุณธรรมเป็นอันดับแรกในการรับลูกศิษย์ ต้องเป็นคนที่มีศีลธรรม มีความประพฤติดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนรวมหรือเรื่องส่วนตัวก็ห้ามมีความด่างพร้อยเด็ดขาด..."

"..." [เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว]

"..." นักพรตชิงเฟิง

"..." ครอบครัวของซ่งจิ้นหนาน

ราวกับมีลมเย็นยะเยือกพัดผ่าน สถานที่แห่งนั้นตกอยู่ในความเงียบงันอย่างน่าประหลาด

แน่นอนว่า

ความเงียบสงบนั้นเป็นเพียงแค่เปลือกนอก เพราะแท้จริงแล้วภายในใจของทุกคนกำลังปั่นป่วนอย่างหนัก

[เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว]: ท่านอาจารย์ ลองเอามือทาบอกแล้วถามตัวเองดูดีๆ ก่อนพูดประโยคนี้เถอะ จิตใจของท่านไม่รู้สึกละอายบ้างเลยหรือไง

นักพรตชิงเฟิง: ลองดูเรื่องระยำที่แกทำมาแต่ละอย่างสิ มันมีเรื่องไหนที่ไปเกี่ยวข้องกับคำว่าคุณธรรมบ้างไหมห๊ะ

ครอบครัวของซ่งจิ้นหนาน: เถ้าแก่หลินน่าจะเข้าใจความหมายของคำว่าคุณธรรมผิดไปหรือเปล่านะ

[ได้รับความแค้นเคืองจากเติ้งหลี่ปู้ตั๋ว +1+1+1...]

[ได้รับความแค้นเคืองจากซ่งจิ้นหนาน อู๋ซิ่วซิ่ว ซ่งหลิง +1+1+1...]

[ได้รับความแค้นเคืองจากนักพรตชิงเฟิง +1+1+1...]

หลินไป๋สามารถรับรู้อารมณ์ของทุกคนในที่นั้นได้อย่างชัดเจน เขาปรายตามอง [เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] แล้วแอบบ่นในใจ ดูสิ ขนาดยังไม่ทันได้พูดอะไรสักกี่คำเลย ก็มีอคติกับอาจารย์ซะแล้ว ลูกศิษย์แบบนี้จะไปรับมาได้ยังไง

แต่ถึงยังไงก็ต้องเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้คุ้มค่า ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อารมณ์ด้านลบพวกนี้ก็มีประโยชน์กับเขาเหมือนกันแหละน่า!

หลินไป๋มอง [เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] ด้วยสายตาเวทนา "เสี่ยวเติ้ง เจ้าก้าวเท้าเข้าไปในร้านช่างตีเหล็กแล้ว แต่พอวันรุ่งขึ้นเจ้าก็ทรยศเขาเดินจากมา นี่เรียกว่าไร้สัจจะ นักพรตมาหาเรื่องถึงหน้าร้าน เจ้ากลับไม่ยอมออกหน้าปกป้องร้าน นี่เรียกว่าไร้คุณธรรม ตอนที่นักพรตชิงเฟิงบาดเจ็บและต้องใช้ยันต์เกราะคุ้มกันเพื่อป้องกันตัว ข้าสั่งให้เอาไฟมาเผาเขา เจ้าไม่เพียงแต่ไม่ห้ามปราม แต่กลับไปหาฟืนมาสุมเพิ่ม นี่เรียกว่าไร้ความเมตตา..."

"ไอ้เวรเอ๊ย..."

เส้นเลือดบนหน้าผากของ [เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] ปูดโปน เขาแทบอยากจะหยิบก้อนอิฐบนพื้นมาซัดหน้าหลินไป๋ให้รู้แล้วรู้รอด

ในวินาทีนี้

ในที่สุดเขาก็เข้าใจความรู้สึกของนักพรตชิงเฟิงแล้ว NPC ตัวนี้มันไม่ใช่คนจริงๆ...

"ดูสิ ข้าพูดยังไม่ทันจบ เจ้าก็พ่นคำหยาบคายออกมาอีกแล้ว ขนาดตอนจะขอเป็นศิษย์ก็ยังไม่มีความจริงใจเลยแม้แต่น้อย ด้วยคุณธรรมต่ำตมเยี่ยงนี้ ข้าจะรับเจ้าเข้าสำนักได้อย่างไรกัน" หลินไป๋ถอนหายใจด้วยความผิดหวัง "เสี่ยวเติ้ง สิ่งที่ข้าทำลงไปทั้งหมดนั้น แท้จริงแล้วมันคือบททดสอบที่ข้ามีให้เจ้าต่างหาก"

บัดซบเอ๊ย!

"..." [เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] แทบจะคลุ้มคลั่ง

[ได้รับความแค้นเคืองจากเติ้งหลี่ปู้ตั๋ว +1+1+1...]

"ลุกขึ้นเถอะ เจ้ายังไม่ผ่านเกณฑ์การเป็นลูกศิษย์ของข้าหรอกนะ" หลินไป๋ส่ายหน้า "ตั้งหน้าตั้งตาเป็นเสี่ยวเอ้อร์ของเจ้าต่อไปเถอะ ตอนนี้นักพรตชิงเฟิงมาเป็นผู้ถือหุ้นแล้ว ร้านของเรามีเงินทุนหมุนเวียนเหลือเฟือ ข้าจะยกเว้นค่าที่พักให้เจ้าก็แล้วกัน..."

ผีสิที่จะอยากให้ท่านมายกเว้นค่าที่พักให้!

ข้าเข้ามาเล่นเกมนะ ไม่ได้มาเป็นลูกจ้างให้ท่านใช้งานฟรีๆ

[เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] มองหลินไป๋ด้วยสายตาเคียดแค้น เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอารมณ์ "ท่านอาจารย์ คุณธรรมที่ท่านกล่าวมา มันก็ไม่ได้มีส่วนไหนที่เข้ากับตัวท่านเลยนะขอรับ"

"เสี่ยวเติ้ง อย่าเพิ่งเรียกข้าว่าอาจารย์เลย" หลินไป๋หัวเราะ "ข้ามาเปิดร้านในบ้านผีสิง นำพาชีวิตชีวามาสู่พื้นที่อันรกร้างว่างเปล่าแห่งนี้ นี่เรียกว่าเมตตาธรรม อารามหวนมังกรกักขังครอบครัวของซ่งจิ้นหนานเอาไว้ ข้ายอมเสี่ยงบาดหมางกับอารามหวนมังกรเพื่อช่วยชีวิตพวกเขาให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน นี่เรียกว่าคุณธรรม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับนักพรตชิงเฟิงที่มารุกราน รวมถึงสำนักที่แสนจะเย่อหยิ่งของเขา ข้ากล้าที่จะยืนหยัดต่อสู้ นี่เรียกว่าความกล้าหาญ เมื่อรับเงินซื้อชีวิตของท่านนักพรตมาแล้ว ก็รักษาสัญญาไม่ทำร้ายชีวิตเขา นี่เรียกว่าสัจจะ..."

[ได้รับความแค้นเคืองจากนักพรตชิงเฟิง +1+1+1...]

[ได้รับความแค้นเคืองจากเติ้งหลี่ปู้ตั๋ว +1+1+1...]

[เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] อึ้งกิมกี่ไปเลยกับข้ออ้างอันไร้ยางอายของหลินไป๋ หมอนี่ต้องเข้าใจความหมายของคำว่าคุณธรรมผิดไปแน่ๆ

"เจ้าลองบอกข้ามาสิว่า มีเรื่องไหนบ้างที่ข้าทำแล้วขัดต่อหลักคุณธรรม" หลินไป๋ถามยิ้มๆ

ทุกเรื่องนั่นแหละ! [เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] แอบด่าในใจ

"เสี่ยวเติ้ง คนที่มีจิตใจเที่ยงธรรม มองอะไรก็เที่ยงธรรมไปหมดนั่นแหละ" หลินไป๋หุบยิ้มแล้วทำหน้าขรึม "ข้ากับเจ้ายืนอยู่ในมุมมองที่แตกต่างกัน บางเรื่องข้าทำได้ แต่เจ้าทำไม่ได้ ตอนนี้เจ้ายังอายุน้อย มองเห็นแค่เปลือกนอกของปัญหา ก็เลยมีความเข้าใจผิดในตัวข้าอยู่บ้าง หากไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปเองเลย ลุกขึ้นเถอะ ไปเตรียมเหล้าอาหารได้แล้ว ถึงเวลาที่พวกเราต้องกินข้าวกันแล้ว"

เปลือกนอกงั้นหรือ

เบื้องลึกเบื้องหลังงั้นหรือ

หลังแผ่นยันต์เกราะคุ้มกัน นักพรตชิงเฟิงสะดุ้งเฮือก เขายกระดับความสำคัญของหลินไป๋ขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งทันที

"เถ้าแก่ ถ้าเกิดข้าบำเพ็ญคุณธรรมจนผ่านเกณฑ์แล้ว ท่านจะยอมรับข้าเป็นศิษย์ไหมขอรับ" [เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] ไม่ยอมแพ้ เขาพยายามมองข้ามคำพูดยกหางตัวเองของหลินไป๋ไป

การรับศิษย์ของ NPC ลับ ย่อมแตกต่างจาก NPC ทั่วไปอยู่แล้ว ขนาดจะเปลี่ยนอาชีพยังต้องมีภารกิจทดสอบเลย เขาจะมายอมแพ้และทิ้งโอกาสทองนี้ไปเพียงเพราะอุปสรรคแค่นี้ไม่ได้หรอก!

ถ้าทำแบบนั้น เขาจะไปต่างอะไรกับพวกผู้เล่นธรรมดาคนอื่นๆ ล่ะ

"แน่นอนสิ" หลินไป๋หันไปส่งยิ้มให้ [เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] "จงใช้คุณธรรมของวิญญูชนมาตีกรอบตัวเอง เมื่อข้าเห็นว่าเจ้าเหมาะสมแล้ว เจ้าก็จะได้เป็นลูกศิษย์ของข้าอย่างแน่นอน เสี่ยวเติ้ง การทำเรื่องดีๆ แค่ครั้งเดียวนั้นไม่ยากหรอก แต่การทำความดีไปตลอดชีวิตนั่นแหละคือสิ่งที่ยากที่สุด"

[เติ้งหลี่ปู้ตั๋ว] ที่จู่ๆ ก็กลับมามีแรงฮึดสู้ เป็นแรงบันดาลใจให้หลินไป๋ได้เป็นอย่างดี

ผู้เล่นนั้นเต็มไปด้วยความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด หากหาลูกศิษย์ที่เหมาะสมไม่ได้ ก็แค่ปั้นขึ้นมาเองก็สิ้นเรื่อง

ใครบอกล่ะว่าผู้เล่นจะทำความดีในเกมไม่ได้

พลังของลูกศิษย์จะสะท้อนกลับมาสู่อาจารย์ มันก็เท่ากับว่าเขามีเครื่องปั๊มค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นมาอีกเครื่องหนึ่ง ขืนไม่ใช้ก็ถือว่าเสียของเปล่าๆ

การต่อสู้กับนักพรตชิงเฟิงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พลังภายในที่เขามีอยู่ในตอนนี้มันไม่พอใช้เอาเสียเลย ขนาดต้วนอวี้ที่ว่าวิชาติดๆ ดับๆ ก็ยังมีวิชาลมปราณภูติอุดรเป็นรากฐานรองรับเลยนะเว้ย!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 27 - คุณธรรมคืออะไร

คัดลอกลิงก์แล้ว