- หน้าแรก
- พลิกชะตา เกมบุกโลก
- บทที่ 7 เอามือไว้บนหัว แกถูกจับแล้ว!
บทที่ 7 เอามือไว้บนหัว แกถูกจับแล้ว!
บทที่ 7 เอามือไว้บนหัว แกถูกจับแล้ว!
บทที่ 7 เอามือไว้บนหัว แกถูกจับแล้ว!
พูดให้ชัดเจนกว่านั้นคือผู้หญิงคนหนึ่ง
หญิงสาวที่ยังดูเด็ก งดงาม แต่กลับเปลือยเปล่าล่อนจ้อน
ทั้งสองคนกำลังทำเรื่องที่คนซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกระดับพิเศษไม่สามารถรับชมได้
ฉีหมิงเยว่ตกตะลึงกับความไร้ยางอายของเขาอย่างถึงที่สุด
เมื่อครู่ยังพร่ำเพ้อเผยความในใจกับเธออยู่เลย ทว่าวินาทีต่อมากลับไปนัวเนียกับผู้หญิงอีกคนเสียแล้ว
เหอะ ชาติก่อนผีสางตนไหนเข้าสิงเธอถึงได้ไปรักผู้ชายแบบนี้จนหมดหัวใจกันนะ
หากสามารถย้อนเวลากลับไปในชาติก่อนได้ สิ่งแรกที่เธอจะทำคือผ่าสมองตัวเองดูว่าข้างในนั้นมีอะไรอยู่
เดิมทีเธอคิดว่าตัวเองคงจะมีความรู้สึกที่ซับซ้อนมากเมื่อได้เจอหลี่รุ่ยอีกครั้ง
แต่ทว่าเธอกลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น เธอมีเพียงความมุ่งมั่นที่จะฆ่าเขาเท่านั้น
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง พร่ำบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในใจว่ายังไม่ถึงเวลา ฉันยังต้องใช้หมอนี่เพื่อให้ได้ไอเทมชิ้นนั้นมา
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง อารมณ์ของเธอก็สงบลงแล้ว
และเสียงที่ดังมาจากในห้องก็ยิ่งเร่าร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
ฉีหมิงเยว่ถีบประตูเปิดออก "เอามือไว้บนหัว! แกถูกจับแล้ว!"
หลี่รุ่ยที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่บนเตียงสะดุ้งตกใจสุดขีด และยกมือขึ้นกุมหัวตามสัญชาตญาณ
แต่วินาทีต่อมา เขาก็พลันตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ นี่มันบ้านของเขาเองนี่นา! ไอ้ลูกหมาตัวนี้มันโผล่มาจากไหนกัน
"แกป่วยหรือเปล่าเนี่ย นี่มันบ้านของฉัน..."
ก่อนที่หลี่รุ่ยจะพูดจบ ฉีหมิงเยว่ก็กระโดดเตะขาคู่ส่งร่างของเขาลอยไปกระแทกกับโต๊ะกระจกอย่างแรง แรงกระแทกนั้นมหาศาลจนโต๊ะแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
หลี่รุ่ยตระหนักได้ทันทีว่าคนตรงหน้าไม่ได้มาดี สมองของเขาแล่นปรู๊ด นึกทบทวนว่าช่วงนี้ไปล่วงเกินใครไว้หรือเปล่า หลังจากคิดใคร่ครวญดูแล้ว เขาก็ลงความเห็นว่าตนเองน่าจะตกเป็นเป้าหมายของศัตรูตระกูลหลี่
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็กัดฟันทนความเจ็บปวดแล้วพูดขึ้น "ลูกพี่ ตระกูลเฉียนหรือตระกูลฮวาส่งคุณมา พวกเขาจ่ายให้คุณเท่าไหร่ ผมยินดีจ่ายให้สองเท่า ไม่สิ สามเท่า ไม่ๆๆ สิบเท่าไปเลย!!!"
ทว่าฉีหมิงเยว่กลับทำราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด
เธอเตะอัดเข้าไปอย่างแรงอีกสามครั้ง
การเตะแต่ละครั้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซัดร่างของหลี่รุ่ยจากกองเศษกระจกไปกองอยู่ตรงมุมห้อง
หลี่รุ่ยกุมศีรษะ เลือดเต็มปากทะลักออกจากริมฝีปาก และจ้องมองฉีหมิงเยว่อย่างอาฆาตแค้น
ทันใดนั้น ฉีหมิงเยว่ก็กระชากหัวเขาขึ้นมา เขาดิ้นรน จ้องมองเธอ แล้วจู่ๆ ก็ออกแรงด้วยมือขวากระชากหน้ากากของฉีหมิงเยว่ออกอย่างแรง ทว่ากลับเห็นเพียงใบหน้าของชายไร้คิ้วคนหนึ่ง
เขาไม่รู้จักผู้ชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย!
หมอนี่มันเป็นใครกันแน่!
ฉีหมิงเยว่ไม่ได้หยุดการกระทำของเขา เธอจงใจปล่อยให้เขาเห็นรูปลักษณ์ของเธอในตอนนี้
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของหลี่รุ่ย เธอไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
ยิ่งพูดมากก็ยิ่งผิดพลาดมาก แม้ว่า 【ทักษะที่ 2 หน้ากากภายใต้หน้ากาก】 จะสามารถเปลี่ยนเสียง น้ำเสียง และกลิ่นกายของเธอได้อย่างสมบูรณ์ แต่นิสัยการพูดของคนเรานั้นยากที่จะเปลี่ยนได้ในพริบตา
ดังนั้น นอกจากการแสร้งทำเป็นตำรวจในตอนแรกเพื่อให้เขาตายใจ เธอก็ไม่คิดจะตอบคำถามใดๆ ของหลี่รุ่ยอีก
เธอกระชากหัวของหลี่รุ่ยขึ้นมา บังคับให้เขามองหน้าเธอ
เธอเผยรอยยิ้มอันเปี่ยมเมตตา
จากนั้นก็ตบหน้าเขาอย่างแรงสองฉาดจนเขาสลบเหมือดไป
ช่างอ่อนแอเสียนี่กระไร
จากนั้นฉีหมิงเยว่ก็หยิบเบียร์เย็นจัดหลายขวดออกมาจากตู้เย็น สาดใส่หลี่รุ่ยให้ตื่น แล้วก็ตบเขาอีก
เธอทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาประมาณสิบครั้ง จนใบหน้าของเขาบวมเป่งเป็นหัวหมูและสลบไปอีกรอบ ถึงได้ยอมหยุด
จากนั้นเธอก็เทน้ำแข็งทั้งหมดจากช่องแช่แข็งในครัวลงในอ่างอาบน้ำ โยนร่างของเขาลงไป กรอกน้ำยาฟื้นฟูใส่ปากเขาขวดหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้เขาตายจริงๆ แล้วจึงควักตาขวาของเขาออกมา
อยากดูหนังนักใช่ไหม ฉันจะควักตาแกออกมาดูสิว่าจะดูยังไง
ต่อมาเธอก็สับหูของเขาขาดไปข้างหนึ่ง สับนิ้วทิ้งสองนิ้ว และตัดความเป็นชายของเขาทิ้งเสีย
เธอนำชิ้นส่วนทั้งหมดนี้ใส่ลงในหม้อในครัว ต้มจนสุก บดให้ละเอียด แล้วเททิ้งลงท่อระบายน้ำ ตัดโอกาสที่เขาจะหาไอเทมมาต่ออวัยวะกลับคืนได้อย่างสิ้นเชิง
หลังจากทำเรื่องทั้งหมดนี้เสร็จ ฉีหมิงเยว่ก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกอยากฆ่าในใจค่อยๆ ทุเลาลง เธอมองดูตัวเองในกระจก ใบหน้าของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
เธอดูเหมือนปีศาจร้ายที่เพิ่งคลานออกมาจากขุมนรก
เธอชกกระจกจนแตกกระจาย เป็นปีศาจแล้วจะทำไม หลี่รุ่ยติดค้างเธอมากกว่านี้หลายเท่านัก
เทียบกับสิ่งที่เธอต้องเผชิญในชาติก่อน แค่นี้มันยังน้อยไป
ฉีหมิงเยว่เดินเข้าไปในห้องและมองดูผู้หญิงที่นั่งคุดคู้ตัวสั่นอยู่ตรงมุมห้อง ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้อง
ฉลาดมาก ปฏิกิริยาแรกของเธอตอนที่เริ่มลงมือไม่ใช่การกรีดร้อง แต่เป็นการซ่อนตัวและลดการมีตัวตนให้เหลือน้อยที่สุด
"ได้โปรด อย่าฆ่าฉันเลย ฉัน ฉันยอมทำทุกอย่าง..."
ขณะที่พูด เธอก็ทำหน้าตาน่าสงสารและดึงสายเดี่ยวชุดกระโปรงลง เผยให้เห็นผิวพรรณขาวเนียนบริเวณกว้าง
วินาทีที่เห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นชัดๆ ฉีหมิงเยว่ก็ถึงกับชะงักด้วยความประหลาดใจ
เธอไม่คาดคิดเลยว่าจะได้พบหล่อนที่นี่
เฉิงเสี่ยวฮวา หนึ่งในกุนซือของหลี่รุ่ยในชาติก่อน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นกุนซือ แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นไม่ธรรมดา
เงาของเธอแฝงอยู่ในการตัดสินใจครั้งสำคัญหลายต่อหลายครั้งของหลี่รุ่ย เรียกได้ว่าหล่อนคือมือขวาของหลี่รุ่ยเลยก็ว่าได้
ควรจะฆ่าหล่อนดีไหม ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีความแค้นโดยตรงกับเธอ แต่หล่อนรู้เห็นเป็นใจกับการที่หลี่รุ่ยกักขังเธออย่างแน่นอน หล่อนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการทำเรื่องเลวร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย
ฉีหมิงเยว่หรี่ตาลง จมอยู่ในห้วงความคิด
"อย่าฆ่าฉันเลย ฉันสามารถให้การเท็จเป็นพยานให้คุณได้นะ"
หืม เธอมองเฉิงเสี่ยวฮวาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
หญิงสาวรีบพูดต่อ
"ด้วยฝีมือของคุณ คุณต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ แต่ตระกูลหลี่เป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เมืองเอส มีเครือข่ายครอบคลุมทั้งวงการทหารและการเมือง ต่อให้คุณจะเก่งกาจแค่ไหน แต่ถ้าตระกูลหลี่มุ่งมั่นที่จะตามหาตัวคุณให้พบ คนที่อยู่เบื้องหลังคุณก็อาจจะไม่สามารถปกป้องคุณได้ตลอดรอดฝั่ง!
ในฐานะพยานผู้เห็นเหตุการณ์เพียงคนเดียวที่เห็นคุณทำร้ายนายน้อยตระกูลหลี่จนพิการ ฉันสามารถให้การเท็จเพื่อช่วยคุณได้!
ฉันรับรองได้เลยว่าตำรวจจะไม่มีทางรู้รูปลักษณ์ที่แท้จริงของคุณ!"
"ในยามคับขัน ฉันยังสามารถเป็นสายให้คุณได้ด้วยนะ!"
เมื่อมองดูผู้หญิงที่สลัดคราบความใสซื่อทิ้งไป
ฉีหมิงเยว่ก็ลูบคางตัวเอง
นี่มันเรื่องอะไรกัน ในชาติก่อน คนคนนี้ไม่ได้คอยทำเพื่อหลี่รุ่ยมาตลอดหรอกหรือ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด
น่าสนใจดีแฮะ
"ตกลง" ฉีหมิงเยว่เอ่ยขึ้น และวินาทีต่อมา เธอก็หักแขนขาของเฉิงเสี่ยวฮวาทิ้งดื้อๆ
แม้ว่าหล่อนจะไม่ใช่ตัวการหลักที่ทำร้ายเธอในชาติก่อน แต่หล่อนก็คือผู้สมรู้ร่วมคิด
เธอปรายตามองเฉิงเสี่ยวฮวาที่สลบไสลไปแล้ว ใช้โทรศัพท์ของเธอโทรแจ้งตำรวจ จากนั้นก็หันหลังเดินออกจากอพาร์ตเมนต์ไป
สำหรับฉีหมิงเยว่ นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการแก้แค้นเท่านั้น
เรื่องทั้งหมดนี้ใช้เวลาไปเพียงแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้น ยังเหลือเวลาอีกสี่สิบนาทีกว่าทักษะจะหมดฤทธิ์
ด้วยรูปลักษณ์ชายหัวโล้น เธอเรียกรถนั่งไปยังถนนสายบาร์ที่พลุกพล่านที่สุดในใจกลางเมือง และใช้เวลาที่เหลือเดินสำรวจบาร์ทุกแห่ง
แม้จะรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยากที่พวกนั้นจะหาเธอพบหลังจากที่เธอพรางตัวแล้ว
แต่นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว เกิดมีวิธีที่เธอไม่รู้ล่ะ
ฉีหมิงเยว่ไม่รู้แน่ชัด เธอทำได้เพียงลดความเป็นไปได้นี้ลงให้อยู่ในขอบเขตที่เธอสามารถจัดการได้
เมื่อเหลือเวลาอีกสิบนาที เธอวิ่งฝ่าไปจนถึงมุมอับที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ถอดเสื้อผ้าออก เผาทิ้งตรงนั้น รวบรวมเถ้าถ่านทั้งหมด
และเพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่ทักษะพรางตัวจะสิ้นสุดลง เธอก็โปรยเถ้าถ่านทั้งหมดลงสู่ท้องทะเล
จากนั้นเธอก็หันหลังกลับและเดินทอดน่องกลับบ้านผ่านสวนสาธารณะริมทะเลที่อยู่ใกล้ๆ