- หน้าแรก
- เกมผจญภัยผ่านตัวอักษรโลกพิศวง
- ตอนที่ 120 คืนที่ไร้จันทร์ ลมแรง เป็นเวลาสังหารหมาป่าปิดปาก
ตอนที่ 120 คืนที่ไร้จันทร์ ลมแรง เป็นเวลาสังหารหมาป่าปิดปาก
ตอนที่ 120 คืนที่ไร้จันทร์ ลมแรง เป็นเวลาสังหารหมาป่าปิดปาก
​“ต่อให้มนุษย์หมาป่าหนีไปได้ก็ไม่เป็นไร มันทิ้งร่องรอยไว้แล้ว อย่างช้าที่สุดพรุ่งนี้ ฉันก็จะล็อกตัวตนของมันได้!”
​เสียงของลู่เหยาฟังดูตื่นเต้นมาก เพราะคราวนี้ถือว่าจับจดมนุษย์หมาป่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ
​ทว่ามู่โหยวได้ยินดังนั้นพลันขมวดคิ้วทันที: “เมื่อกี้เธอบอกว่า มนุษย์หมาป่าถูกล้อมอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร หมู่บ้านอะไร?”
​“อืม ขอฉันดูหน่อย... รู้สึกจะชื่อหมู่บ้านหงวาน”
​“หงวาน...”
​“ใช่ มีอะไรเหรอ?”
​“ไม่มีอะไร เดี๋ยวฉันค่อยคุยกับคุณ”
​มู่โหยววางสายทันที จากนั้นจึงกดโทรออกไปยังมือถือของเสี่ยวหยา
​หมู่บ้านหงวาน คือสถานที่ที่เสี่ยวหยาเช่าพักอยู่พอดี เธอเพิ่งจะกลับไปหมาดๆ มนุษย์หมาป่าก็ดันมาปรากฏตัวที่หมู่บ้านนั้น... มู่โหยวเริ่มกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอแล้ว
​“ฮัลโหล?”
​เมื่อสายถูกรับ ปลายสายส่งเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยกลับมา เบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอคือ ‘777’ ซึ่งทำให้เธอแอบระแวงแวบหนึ่งว่าได้รับสายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากต่างประเทศหรือเปล่า
​“เสี่ยวหยา เธอถึงไหนแล้ว?” เมื่อได้ยินเสียงของเสี่ยวหยา มู่โหยวก็ลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
​“เอ๊ะ เถ้าแก่? ฉันเพิ่งถึงบ้านค่ะ กำลังเดินขึ้นตึก มีอะไรเหรอคะ?”
​“เธอรีบ...”
​มู่โหยวกำลังจะบอกให้เธอรีบกลับมา แต่แล้วก็ได้ยินเสียงอุทานด้วยความตกใจดังมาจากปลายสาย: “อ๊ะ...”
​“เกิดอะไรขึ้น?”
​“มี... มีสัตว์ประหลาด...”
​ณ ทางเดินในอาคารพักอาศัยแห่งหนึ่งในหมู่บ้านหงวาน เสี่ยวหยายืนอึ้งมองไปยังส่วนลึกของทางเดินอีกด้านหนึ่ง มองดูสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด
​อาศัยแสงสีเขียวสลัวที่ส่องออกมาจากป้ายทางหนีไฟด้านบน เธอเห็นชัดเจนว่าบนหัวของร่างนั้นคือหัวหมาป่า!
​และเสียงร้องนี้เองที่ทำให้มนุษย์หมาป่าที่อยู่ไกลออกไปสังเกตเห็นเธอ
​มนุษย์หมาป่าหันขวับมามองหญิงสาวที่อยู่ไกลๆ ก่อนจะพุ่งเข้าหาเธอด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการของคนทั่วไป
​ในขณะที่เสี่ยวหยากำลังยืนขวัญเสีย มนุษย์หมาป่าก็เข้าใกล้มาอย่างรวดเร็วพร้อมกับเงื้อกรงเล็บหมาป่าขึ้น
​ทว่า ในจังหวะที่กรงเล็บกำลังจะตะปบลงมา ตั๊กแตนสีเขียวตัวหนึ่งก็กระโจนออกมาจากกระเป๋าของเสี่ยวหยา พุ่งเข้าชนกรงเล็บของมนุษย์หมาป่าอย่างแรง
​กระแสไฟฟ้ามหาศาลทะลักออกมาจากตัวตั๊กแตน ควบแน่นเป็นลูกบอลสายฟ้าที่เจิดจ้ากลางอากาศ แล้วถาโถมเข้าใส่ร่างของมนุษย์หมาป่าอย่างไม่เหลือชิ้นดี
​แม้แต่มนุษย์หมาป่าก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะมีสิ่งนี้พุ่งออกมากะทันหัน มันถูกกระแสไฟฟ้าอันบ้าคลั่งซัดจนกระเด็นลอยไปตกบนพื้นห่างออกไปสองสามเมตร ประกายไฟเปรี๊ยะๆ พลุ่งพล่านไปทั่วร่าง นอนชักกระตุกอยู่กับที่จนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ชั่วขณะ
​ส่วนตั๊กแตนหลังจากโจมตีไปหนึ่งครั้ง ก็ถูกแรงกระแทกจากกรงเล็บหมาป่าซัดกระเด็นมาตกที่แทบเท้าของเสี่ยวหยา ดูเหมือนจะใช้พลังงานมากเกินไป หลังจากตกลงพื้นมันก็นิ่งสนิทไป
​เสี่ยวหยายืนตะลึงกับภาพตรงหน้า อึ้งไปประมาณสองวินาทีถึงจะได้สติจากสถานการณ์นี้ เธอรีบหยิบตั๊กแตนบนพื้นขึ้นมา จากนั้นก็หันหลังวิ่งลงจากตึกทันที
​เพราะในสายโทรศัพท์ มู่โหยวกำลังตะโกนเตือนเธออยู่: “เสี่ยวหยา ไม่ต้องสนอะไรทั้งนั้น วิ่ง!”
​เสี่ยวหยาหายลับไปในบันไดอย่างรวดเร็ว หลังจากเธอจากไปประมาณครึ่งนาที ประกายไฟฟ้าบนตัวมนุษย์หมาป่าถึงได้จางหายไปในที่สุด
​มนุษย์หมาป่ายันผนังพยุงตัวลุกขึ้น สะบัดหัวที่ยังมึนงงเล็กน้อย แยกเขี้ยวหมาป่ามองไปยังเงาร่างที่หายลับไป พลางคำรามด้วยความโกรธแค้นและรีบวิ่งตามลงบันไดไปทันที
​ตลอดทางหัวใจของเสี่ยวหยาเต้นรัวเร็ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหนื่อยหรือเพราะกลัวกันแน่ สรุปคือเธอวิ่งออกจากตึกพักอาศัยด้วยความเร็วที่สุดในชีวิต ตรงไปยังทิศทางประตูใหญ่ของหมู่บ้าน
​ร่ายกายของเสี่ยวหยาถือว่าค่อนข้างดีในหมู่คนธรรมดา แต่ถึงอย่างนั้น ความเร็วของเธอก็เทียบไม่ได้เลยกับผู้เล่นตัวจริง
​เพิ่งวิ่งออกมาจากตึกได้ไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าแว่วมาจากด้านหลัง และเห็นชัดว่ามันกำลังเข้าใกล้เธออย่างรวดเร็ว
​หัวใจของเสี่ยวหยาเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม แต่เธอก็ไม่กล้าหันกลับไปมอง ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาหนีเอาชีวิตรอดต่อไป
​และด้วยเหตุนี้เอง เธอจึงไม่ทันสังเกตว่ามนุษย์หมาป่าเร่งความเร็วตามมาถึงด้านหลังเธอในระยะไม่กี่สิบเมตรแล้ว หลังจากเข้าสู่ระยะดักจับ มันก็สะบัดโซ่ตรึงกรงเล็บจากมือซ้ายเข้าใส่เธอจากระยะไกลทันที
​“ฟึ่บ!”
​เสียงแหวกอากาศดังขึ้น เสี่ยวหยาสังหรณ์ใจบางอย่างจึงหันกลับไปมอง เห็นกรงเล็บโซ่พุ่งเข้าหาต่อหน้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเธอมาก
​ในใจของเสี่ยวหยาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง คิดว่าคราวนี้ตนเองคงไม่รอดแน่ๆ
​ใครจะรู้ ในจังหวะที่กรงเล็บโซ่กำลังจะทะลวงหัวใจเธอนั้น กรงเล็บโซ่กลับคล้ายถูกพลังบางอย่างกระแทกเข้าใส่อย่างจังจนเปลี่ยนทิศทางไปอย่างหวุดหวิด บินเฉียดร่างเธอไป แต่ลมพายุที่พัดตามมาก็ยังทำให้เสี่ยวหยาเสียการทรงตัว ล้มหงายหลังศีรษะกระแทกพื้นจนสลบไป
​ส่วนอีกด้านหนึ่ง โซ่ตรึงกรงเล็บทั้งเส้นรวมถึงมนุษย์หมาป่าที่อยู่ไกลออกไป ล้วนถูกปืนอัดอากาศที่มองไม่เห็นกระแทกเข้าใส่อย่างจังจนกระเด็นลอยไปไกลหลายสิบเมตร กระแทกเข้ากับกำแพงด้านหลังจนอิฐแตกกระจายจึงหยุดลง
​เพียงแต่ปืนอัดอากาศเองไม่ได้สร้างความเสียหาย มนุษย์หมาป่ารีบกระโดดออกมาจากกองอิฐด้วยความโกรธแค้น เห็นหญิงสาวที่ล้มลงอยู่ไกลๆ ถูกใครบางคนที่ร่างกายล่องหนไปครึ่งซีกอุ้มขึ้นมา
​เมื่อเห็นภาพนี้ มันก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น: ไอ้สวะนี่อีกแล้ว! ไอ้นายพรานหน้าใหม่นี่ขัดขวางเรื่องของเขามารายครั้งแล้ว ในวินาทีนี้ความแค้นที่มนุษย์หมาป่ามีต่อมู่โหยวถึงขั้นแซงหน้าลู่เหยาไปเสียอีก!
​“โฮก!”
​มนุษย์หมาป่าคำรามด้วยความโกรธแค้น สะบัดตะขอเข้าใส่คนทั้งสองอีกครั้งโดยไม่เสียเวลาคิด
​ทว่าในจังหวะที่มนุษย์หมาป่าลงมือ มู่โหยวก็ได้กวัดแกว่งไม้กายสิทธิ์ ใช้เวทเคลื่อนย้ายในพริบตา ย้ายร่างไปยังริมถนนที่อยู่ไกลออกไป
​“ปัง ปัง ปัง...”
​ขณะที่มนุษย์หมาป่ากำลังจะตามล่าต่อ ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้น เมื่อหันไปมองก็พบว่าตำรวจและคนจากสำนักสืบสวนความผิดปกติหลายคนกำลังโอบล้อมเข้ามาจากอีกทิศทางหนึ่ง
​ตำรวจที่เป็นหัวหน้ายิงปืนไปพลางตะโกนผ่านลำโพงขยายเสียง: “วางอาวุธและยอมจำนนเดี๋ยวนี้!”
​มนุษย์หมาป่ามองมู่โหยวอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ กัดฟันกรอดด้วยความเกลียดชัง แต่ในสถานการณ์นี้เขาก็ทำได้เพียงล่าถอย ไม่อย่างนั้นหากถูกคนจากสำนักสืบสวน และไอ้หมอนี่ขนาบข้างล้อมไว้ที่นี่ เขาจบเห่แน่
​มนุษย์หมาป่าอาศัยเงาของตึกบดบังร่าง หนีออกไปอีกทิศทางหนึ่งและหายลับไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
​“...เถ้าแก่?”
​เสี่ยวหยาลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ เห็นคนที่อุ้มเธออยู่ตรงหน้า แม้จะเป็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย แต่เธอสัมผัสได้ว่านี่คือมู่โหยว เถ้าแก่รีบมาช่วยเธอแล้ว
​“ไม่เป็นไรแล้ว”
​มู่โหยวพูดเสียงเบาพลางลอบถอนหายใจยาว
​บนตัวเสี่ยวหยาไม่มีบาดแผลอื่น น่าจะเป็นแค่ตอนล้มลงแล้วศีรษะไปกระแทกพื้น ในเมื่อตอนนี้ยังเปิดปากพูดได้ สติยังแจ่มใส ก็ถือว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
​เสี่ยวหยาอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างต่อ แต่ความรู้สึกปวดหัวก็จู่โจมเข้ามาอีกครั้งจนเธอสลบไปอีกรอบอย่างสะลึมสะลือ
​ในตอนนี้ ตำรวจและชายในชุดโอเวอร์โค้ทนับสิบคนกำลังวิ่งตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว มู่โหยววางเสี่ยวหยาลงบนพื้น หยิบตั๊กแตนสายฟ้าในกระเป๋าของเธอออกมา จากนั้นจึงคลุมผ้าคลุมล่องหนและไล่ตามไปในทิศทางที่มนุษย์หมาป่าหายไป
​พวกตำรวจเข้ามาใกล้ในไม่ช้า ผู้นำทีมก็คือจางหยาง ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนความผิดปกติประจำเมือง K คนปัจจุบัน
​เมื่อเห็นเด็กสาวที่สลบอยู่บนพื้น จางหยางรีบสั่งการตำรวจที่อยู่ด้านหลังทันที: “เร็ว พวกนายรีบส่งผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาล ที่เหลือตามฉันมา!”
​จางหยางบรรจุกระสุนปืนลูกโม่ใหม่ แล้ววิ่งไล่ไปในทิศทางที่มนุษย์หมาป่าหนีไป เจ้าหน้าที่สำนักสืบสวน คนอื่นๆ ก็รีบตามไปติดๆ
​มนุษย์หมาป่าตัวนี้ก่อคดีมาหลายครั้ง วันนี้ยิ่งคลุ้มคลั่งถึงขั้นเริ่มลอบทำร้ายคนธรรมดาอย่างต่อเนื่อง จนถูกภายในสำนักสืบสวน นิยามว่าเป็นบุคคลอันตรายระดับสูงสุด คืนนี้ต้องจับตัวให้ได้ ไม่อย่างนั้นอาจจะมีเหยื่อเพิ่มขึ้นอีก
​น่าเสียดายที่ผลการติดตามของพวกเขานั้นถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องคว้าน้ำเหลว
​ตำรวจปิดล้อมหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ไว้ทุกด้าน เจ้าหน้าที่สำนักสืบสวน นับสิบคนค้นหาในหมู่บ้านแบบพลิกแผ่นดิน แต่สุดท้ายก็ไม่พบร่องรอยของมนุษย์หมาป่าเลยแม้แต่น้อย
​อย่าว่าแต่พวกเขาเลย แม้แต่มู่โหยวก็คลาดกับมนุษย์หมาป่าเช่นกัน เห็นได้ชัดว่ามนุษย์หมาป่าตัวนี้เจ้าเล่ห์มาก บนตัวต้องมีวิธีการหนีเอาตัวรอดเตรียมไว้แน่
​ในตอนนี้ มู่โหยวได้ปรากฏตัวขึ้นบนดาดฟ้าของตึกพักอาศัยแห่งหนึ่ง
​เขานั่งอยู่ที่ริมขอบดาดฟ้าที่สูงหลายสิบเมตร มองดูตำรวจและคนในชุดโอเวอร์โค้ทด้านล่างที่กำลังวุ่นวายกับการค้นหาและระดมคนออกไป เขาถอนหายใจยาว หยิบโทรศัพท์รุ่นเก่าออกมาแล้วกดโทรหาลู่เหยา
​“ฮัลโหล?”
​“ลงมือกันเถอะ!” เมื่อสายติด มู่โหยวก็พูดเปิดประเด็นทันที
​“หือ?”
​ปลายสายลู่เหยาชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด: “ลงมือ นายหมายถึงจัดการมนุษย์หมาป่าเหรอ? จะรีบไปไหน รอพรุ่งนี้เถอะ พรุ่งนี้ฉันก็ล็อกตัวตนมนุษย์หมาป่าได้แล้ว!”
​“ไม่ ไม่มีพรุ่งนี้แล้ว ต้องคืนนี้เท่านั้น คืนนี้ต้องจัดการปิดบัญชีกับมนุษย์หมาป่าให้จบ!” มู่โหยวพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
​เขาเพิ่งจะช่วยเสี่ยวหยาต่อหน้าต่อตามนุษย์หมาป่า มนุษย์หมาป่าอาจจะยังไม่รู้ว่าเสี่ยวหยาเป็นใครในตอนนี้ แต่ขอเพียงปล่อยให้มันกลับไป ให้เวลามันค้นหาข้อมูลมากพอ ไม่ช้าก็เร็วต้องระบุตัวตนของเสี่ยวหยาได้แน่
​เพื่อนของเสี่ยวหยาในเมืองนี้มีไม่มากนัก คนที่จะไปช่วยเธอได้ หากตรวจสอบเพียงเล็กน้อยก็สามารถล็อกเป้าหมายมาที่ตัวเขาได้อย่างง่ายดาย
​ดังนั้น จะรอต่อไปไม่ได้แล้ว หลังจากพรุ่งนี้ไป เขาจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบแทน คืนนี้คือการสังหารหมาป่า และเป็นการปิดปากไปในตัวด้วย!
​“คาถาที่เธอเตรียมไว้จัดการมนุษย์หมาป่าคืออะไร?” มู่โหยวถามกะทันหัน
​“เอ๊ะ? คือคาถาระดับสูง ‘คาถาควักหัวใจ’ ขอเพียงคาถานี้ถูกปล่อยออกไปและเข้าเป้า มันจะเมินเฉยต่อการป้องกันและอุปกรณ์ป้องกันทุกชนิด เข้าไปบดขยี้หัวใจศัตรูโดยตรง... เพียงแต่ คาถานี้ต้องใช้เวลาร่ายเกือบสองวินาที ในระหว่างนั้นต้องแน่ใจว่ามนุษย์หมาป่าขยับเขยื้อนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมันอาจจะหลบพ้น” ลู่เหยากล่าว
​“หมายความว่า ต้องสร้างโอกาสในการร่ายคาถาให้เธอสินะ?”
​“ใช่ เพราะอย่างนั้นฉันถึงอยากถามนายว่า มีเวทมนตร์สายควบคุมอะไรบ้างไหม เราจะได้ร่วมมือกัน” ลู่เหยารีบพูด
​“ฉันเข้าใจแล้ว โอกาสในการร่ายคาถาฉันจะสร้างให้เธอเอง” มู่โหยวไม่ได้ตอบคำถามเธอตรงๆ แต่ให้คำมั่นสัญญาแบบนั้นแทน
​“อ้อ... อ๊ะ เดี๋ยวสิ? ต่อให้นายจะลงมือตอนนี้ แต่มนุษย์หมาป่าหนีไปแล้วนะ นายไม่รอให้ฉันยืนยันตัวตนของมันก่อน แล้วเราจะไปหามันเจอได้ยังไง?” ลู่เหยาถามด้วยความมึนงงอย่างยิ่ง
​“เรื่องนี้ง่ายมาก เธอมาเป็นเหยื่อล่อล่อมันออกมา ส่วนฉันจะรับหน้าที่ซุ่มอยู่ในที่ลับจัดการมันเอง!” มู่โหยวพูดโดยไม่ต้องคิด
​ลู่เหยา: ???