เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 หึ! ก็แค่ไอ้บ้านนอกเหม็นสาบ!

บทที่ 28 หึ! ก็แค่ไอ้บ้านนอกเหม็นสาบ!

บทที่ 28 หึ! ก็แค่ไอ้บ้านนอกเหม็นสาบ!


บทที่ 28 หึ! ก็แค่ไอ้บ้านนอกเหม็นสาบ!

"หึ! ก็แค่ไอ้บ้านนอกเหม็นสาบ!"

นับตั้งแต่ถูกปล่อยตัวจากสถานีตำรวจ จ้าวหมิ่นก็ถูกเซี่ยชิงไล่ออกจากตำแหน่งหมอประจำตระกูล

ในช่วงเวลานี้ เธอไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าซูอวี่เหนียนและเซี่ยชิงผู้เป็นแม่เลย

เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นที่สงสัย ซูจิ้งกังผู้เป็นพ่อก็ทำตัวดีอยู่ติดบ้านมาตลอดในระยะนี้

เวลาอยู่ต่อหน้าเซี่ยชิง เขามักจะต่อว่าจ้าวหมิ่นเสียงดัง หาว่าเธอเป็นคนไม่ดี

เขาบอกว่าเธอไร้หัวใจที่ทำกับนายจ้างแบบนั้น

ส่วนกับเซี่ยชิง เขาคอยเอาอกเอาใจสารพัด

ทำตัวเนียนจนจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน

พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์

ในที่สุดซูจิ้งกังก็ทนไม่ไหวและแอบออกไปหาจ้าวหมิ่น คนที่ซูอวี่เหนียนส่งไปสืบเรื่องนี้รู้เข้า จึงถ่ายรูปและวิดีโอไว้เป็นหลักฐานมากมาย

ซูอวี่เหนียนถือโอกาสชวนแม่ของเธอออกมาดื่มกาแฟ ก่อนจะวางรูปถ่ายปึกหนึ่งตรงหน้าเซี่ยชิงในห้องวีไอพีของร้านกาแฟ

เซี่ยชิงจ้องมองรูปภาพเหล่านั้นด้วยความตกตะลึงสุดขีด

เธอใช้เวลาอยู่นานกว่าจะดึงสติกลับมาได้

ความรู้สึกสับสนปะดังปะเดเข้ามาจนทำอะไรไม่ถูก

"ไม่! ไม่จริง!"

"พ่อของลูกดีกับแม่ขนาดนี้ เขาไม่มีทางทรยศแม่หรอก!"

"เขาไม่มีทางหักหลังแม่!"

"..."

เมื่อเห็นแม่ใกล้จะสติแตก ซูอวี่เหนียนก็แทบไม่เชื่อว่าแม่ยังคงเลือกที่จะเชื่อใจพ่อในเวลาแบบนี้

"แม่คะ ตื่นเถอะ! ถ้าพ่อดีกับแม่จริงๆ เขาคงไม่ทำแบบนี้หรอก แม่ดูให้ดีสิคะว่าผู้หญิงในรูปเป็นใคร... จ้าวหมิ่นไง!"

"ลองคิดถึงเรื่องรถโดนวางยาดูสิคะ ตอนนี้แม่เข้าใจหรือยัง? แม่พูดถูกที่ว่าจ้าวหมิ่นเป็นคนอยากทำร้ายแม่ แต่บางทีอาจจะเป็นเพราะพ่อแอบอนุญาตก็ได้!"

"ไม่สิ! บางทีมันอาจจะเป็นแผนของพวกเขาสองคนก็ได้! เวลาที่ผู้ชายมีเมียน้อยแล้วเมียน้อยอยากจะเลื่อนขั้น แต่เมียหลวงยังอยู่ทนโท่ มันก็มีอยู่วิธีเดียวเท่านั้นแหละ... ต้องกำจัดเมียหลวงทิ้ง เมียน้อยถึงจะได้มีโอกาสเป็นเมียแต่งไงคะ!"

คำพูดของซูอวี่เหนียนดึงเซี่ยชิงที่กำลังจะสติแตกให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริง

เมื่อนึกถึงเรื่องในอดีต จู่ๆ เซี่ยชิงก็ตระหนักได้ว่าซูจิ้งกังกับจ้าวหมิ่นอาจจะแอบคบกันมาตั้งนานแล้ว

อย่างเช่นวันเกิดของจ้าวหมิ่น ซูจิ้งกังก็มักจะให้ทุกคนร่วมฉลองกับเธอด้วย

จ้าวหมิ่นมีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคน ซูจิ้งกังเคยบอกว่ามันเป็นเรื่องยากสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างจ้าวหมิ่นที่จะเลี้ยงลูกสองคน เขาเลยให้เธอพาลูกๆ มาอยู่ที่บ้านตระกูลซูอย่างเปิดเผย

ยังไงซะ บ้านตระกูลซูก็กว้างขวางและมีห้องว่างตั้งเยอะแยะ

จ้าวเฝยเฝย ลูกสาวของจ้าวหมิ่น เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับซูอวี่เหนียน ห้อง 5 ม.6 ทุกวันเวลาที่ซูจิ้งกังให้คนขับรถไปส่งซูอวี่เหนียนที่โรงเรียน เขาก็มักจะให้พาจ้าวเฝยเฝยไปด้วย

โดยอ้างว่าเป็นทางผ่านอยู่แล้ว

ส่วนจ้าวจิ้นซวน ลูกชายของจ้าวหมิ่น เป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่เกิด ซูจิ้งกังก็มักจะแสดงความเป็นห่วงเป็นใย พร่ำบอกว่าเด็กคนนี้น่าสงสาร

เรื่องราวทั้งหมดนี้มากพอที่จะแสดงให้เห็นว่าซูจิ้งกังปฏิบัติต่อจ้าวหมิ่นแตกต่างไปจากคนอื่น แต่เซี่ยชิงกลับมองข้ามเบาะแสเหล่านี้มาโดยตลอด

ส่วนซูอวี่เหนียนก็มัวแต่ตั้งใจเรียน จึงไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติเช่นกัน

ไม่ใช่ว่าสองแม่ลูกจะโง่เขลา เพียงแต่จ้าวหมิ่นเสแสร้งเก่งเกินไปต่างหาก

ในฐานะหมอประจำตระกูลที่อาศัยอยู่ในบ้านตระกูลซู จ้าวหมิ่นทำตัวว่านอนสอนง่ายมาตลอด เธอมักจะช่วยทำงานบ้านและปัดกวาดเช็ดถู ทำให้สองแม่ลูกรู้สึกว่าเธอสวยและจิตใจดี

แถมเมื่อเห็นเธอต้องใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังกับลูกสองคน สองแม่ลูกตระกูลซูก็ยิ่งรู้สึกสงสารเห็นใจ

พวกเธอไม่คิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นหมาป่าในคราบแกะ

"แม่คะ หนูรู้ว่าแม่เสียใจมาก แต่สิ่งที่แม่ต้องทำตอนนี้ไม่ใช่การร้องห่มร้องไห้ตีโพยตีพาย หรือโทรไปคาดคั้นความจริงจากพ่อ ความจริงมันชัดเจนอยู่แล้ว จ้าวหมิ่นเป็นเมียน้อยของพ่อ และเด็กสองคนนั้นก็เป็นสายเลือดของพ่อด้วย แม่ต้องตั้งสตินะคะ เราควรช่วยกันรวบรวมหลักฐานเรื่องที่พ่อมีชู้ให้ได้เยอะๆ หาทางเอาทรัพย์สินของตระกูลมาไว้ในมือเรา แล้วเขี่ยพ่อทิ้งไปแต่ตัว"

เซี่ยชิงพยักหน้า

"ลูกพูดถูก ขืนร้องไห้โวยวายไปตอนนี้ก็มีแต่จะแหวกหญ้าให้งูตื่น อวี่เหนียน ลูกตั้งใจเรียนและเตรียมตัวสอบไปเถอะ เรื่องที่บ้านแม่จะจัดการเอง"

"ไม่ต้องห่วง แม่ของลูกไม่ใช่ดีแต่หน้าตาและวันๆ เอาแต่กินดื่มเที่ยวหรอกนะ ถ้าไม่ได้แม่คอยช่วย ธุรกิจของตระกูลซูคงไม่ใหญ่โตมาถึงทุกวันนี้หรอก พอพ่อของลูกได้ดิบได้ดีก็คิดจะลืมบุญคุณงั้นเหรอ? ได้ แม่จะทำให้รู้ซึ้งเลยว่าการเนรคุณมันเป็นยังไง!"

เมื่อเห็นแม่เป็นแบบนี้ ซูอวี่เหนียนก็รู้สึกโล่งใจ ก่อนหน้านี้เธอเคยกังวลว่าแม่จะรับเรื่องนี้ไม่ได้และคิดทำอะไรโง่ๆ ลงไป

เธอไม่คิดเลยว่าแม่ของเธอจะเข้มแข็งกว่าที่คิดไว้มาก

"แม่คะ จากนี้ไปแม่ต้องระวังตัวจากพ่อให้ดีนะคะ ไม่ว่าจะไปไหน พยายามให้มีบอดี้การ์ดไปด้วยตลอด"

เซี่ยชิงลูบหัวซูอวี่เหนียนเบาๆ แล้วพูดอย่างอ่อนโยน "ไม่ต้องเป็นห่วงจ้ะลูก แม่รู้ดีว่าต้องทำยังไง"

...

ลู่ฉือไปโรงเรียนและกลับบ้านทุกวัน ใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ อย่างสุดแสนจะน่าเบื่อหน่าย

เขาไม่กล้าแม้แต่จะแอบออกไปร้องคาราโอเกะหรือไปเจอสาวๆ สวยๆ เลยด้วยซ้ำ

ก็เขายังไม่ได้สอบเกาเข่าเลยนี่นา ขืนมัวแต่เที่ยวเล่นทำตามใจชอบตั้งแต่ตอนนี้ มีหวังได้โดนทุกคนในตระกูลลู่รังเกียจเข้าไส้แน่ๆ

ถ้าถึงตอนนั้นเขาถูกไล่ออกจากตระกูลลู่ มันก็คงจะเป็นไปตามเนื้อเรื่องเดิมและเข้าทางนายน้อยตัวปลอมอย่างลู่จี้หยางเต็มๆ เลยไม่ใช่หรือไง?

ไม่นะ!

ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน เขาก็ต้องอดทนไว้ ต้องทนไปอีกห้าเดือนจนกว่าจะสอบเกาเข่าเสร็จ

เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะเป็นอิสระเหมือนปลาได้น้ำและนกได้โผบินบนฟ้า!

วันเสาร์ ลู่ฉือนอนตื่นสายโด่งอยู่บ้าน จนกระทั่งตอนเที่ยงก็ถูกพานเฟิงผู้เป็นแม่ปลุกให้ตื่น

"ฉือเอ๋อร์ รีบตื่นเร็ว เราจะไปโรงแรมไห่เทียนกัน"

ลู่ฉืองุนงง "แม่ครับ จู่ๆ ทำไมถึงไปโรงแรมไห่เทียนล่ะครับ?"

พานเฟิงหัวเราะแล้วตอบว่า "เด็กโง่ แม่จะพาไปเจอใครบางคนน่ะสิ"

"เจอใครครับแม่?"

"ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองแหละ"

โรงแรมไห่เทียน

ห้องสวีทประธานาธิบดี

ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า

พ่อของเขา ลู่หยวนชิง

พี่สาวคนโต ลู่ซางหนิง, พี่สาวคนที่สาม ลู่เยี่ยนซิน, พี่สาวคนที่สี่ ลู่เสี่ยวเยว่, และพี่สาวคนที่ห้า ลู่อวิ๋นเค่อ

แต่ละคนล้วนเป็นสาวงามหยาดเยิ้ม ถ้าเขาไม่ได้ทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่องนี้ ต่อให้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ปลายแถวที่เคยเห็นสาวสวยมานับไม่ถ้วน ลู่ฉือก็ไม่มีทางได้เห็นสาวงามระดับนี้ในชีวิตจริงแน่ๆ

แต่ละคนมีรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น บุคลิกโดดเด่น และสวยจนแทบลืมหายใจ

สมกับที่เป็นสายเลือดของตระกูลเศรษฐีอันดับหนึ่งจริงๆ พันธุกรรมดีเลิศประเสริฐศรี

น่าเสียดายที่ภายใต้พันธุกรรมอันสมบูรณ์แบบนั้น พวกเธอกลับเป็นแค่พวกคลั่งรักและเป็นพวกโง่เง่าเต่าตุ่น

แน่นอนว่าไอ้งั่งตัวพ่ออย่างลู่จี้หยางก็อยู่ด้วยเหมือนกัน

แค่มองหน้ามันเพิ่มอีกสักวินาทีก็แทบจะอ้วกแตกแล้ว

ลู่ฉือกวาดสายตามองไปรอบๆ และเห็นผู้หญิงอีกคนที่มีผิวขาวเนียน ใบหน้าสะสวย และมีเรียวขายาวสวย

เขาจำไม่ได้ว่าเธอคือใคร

ลู่หยวนชิง ผู้เป็นพ่อโบกมือเรียกแต่ไกล "ฉือเอ๋อร์ มานี่สิ"

เขาชี้ไปที่ผู้หญิงคนนั้นแล้วบอกว่า "นี่คือพี่สาวคนรองของลูก"

ลู่ฉือส่งเสียง "อืม" ในลำคอ แล้วเดินตามพานเฟิงไปนั่งลงข้างๆ เธอ

ลู่หยวนชิงยิ้มและพูดว่า "พ่อเคยบอกลูกแล้วใช่ไหม? พี่สาวคนรองของลูกไปจัดคอนเสิร์ตระดับนานาชาติที่อเมริกา เธอควรจะกลับมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ติดธุระนิดหน่อยก็เลยเพิ่งกลับมาถึงวันนี้"

"ที่บ้านเลยจัดงานเลี้ยงต้อนรับกลับบ้านให้เธอ เข้ามาทักทายพี่สาวคนรองของลูกสิ"

จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับลู่ชิงหรู "ชิงหรู นี่ลู่ฉือ น้องชายของลูกนะ ตอนที่เรารับเขากลับมาบ้าน ลูกอยู่อเมริกาพอดี เลยยังไม่ได้เจอเขา"

ลู่ฉือเดินเข้าไปหา เสแสร้งทำตัวว่านอนสอนง่ายแล้วทักทาย "สวัสดีครับพี่รอง!"

แล้วเขาก็เห็นลู่ชิงหรูพูดด้วยความรำคาญใจว่า "หึ! ก็แค่ไอ้บ้านนอกเหม็นสาบ ได้ยินมาว่าแค่เหยียบเข้าบ้านเราวันแรกก็สร้างเรื่องวุ่นวายซะแล้ว ไม่รู้ว่าพามันมาที่นี่ทำไม?!"

จบบทที่ บทที่ 28 หึ! ก็แค่ไอ้บ้านนอกเหม็นสาบ!

คัดลอกลิงก์แล้ว