- หน้าแรก
- เมื่อเสียงในใจของคุณชายตัวจริงถูกล่วงรู้
- บทที่ 24: ให้ฉันแสดงให้ดูว่านายน้อยตัวจริงเป็นยังไง!
บทที่ 24: ให้ฉันแสดงให้ดูว่านายน้อยตัวจริงเป็นยังไง!
บทที่ 24: ให้ฉันแสดงให้ดูว่านายน้อยตัวจริงเป็นยังไง!
บทที่ 24: ให้ฉันแสดงให้ดูว่านายน้อยตัวจริงเป็นยังไง!
ลู่จี้หยางกุมใบหน้า สีหน้าของเขาเขียวคล้ำด้วยความโกรธจัด
"ลู่ฉือ ไอ้โง่ แกกล้าดียังไงมาตบฉัน?"
ลู่ฉือก้าวไปข้างหน้าแล้วตบเข้าที่ใบหน้าอีกข้างของลู่จี้หยางซึ่งไม่ได้ถูกปิดเอาไว้
ลู่ฉือคิดตกแล้ว ในเมื่อลู่จี้หยางได้เกิดใหม่และถูกกำหนดมาให้ต้องอาละวาด คงไม่มีทางที่จะหลบซ่อนจากเขาได้
สู้เขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน สร้างโอกาส แล้วไล่ลู่จี้หยางออกจากตระกูลลู่ให้เร็วที่สุดไปเลยดีกว่า!
จากนั้น ความมั่งคั่งทั้งหมดของตระกูลลู่ก็จะตกเป็นของเขา!
ลัลล้า~ แค่คิดก็รู้สึกวิเศษสุดๆ ไปเลย!
"ฉันตบนาย แล้วจะทำไมล่ะ? ถ้าแน่จริง ก็มาสู้กันตัวต่อตัวสิ!" ลู่ฉือยั่วยุ
หลังจากการยั่วยุ เขาก็แอบหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเปิดเครื่องบันทึกเสียง
ลู่ฉือให้ระบบสแกนสถานที่นี้ไว้ก่อนแล้ว คฤหาสน์ตระกูลลู่ไม่มีกล้องวงจรปิด
ดังนั้น ต่อให้เขาลงมืออัดลู่จี้หยาง ก็จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้
พวกคนรับใช้เห็นเหตุการณ์ แต่พวกเขาไม่มีทางพูดความจริงแน่นอน เพราะการไปล่วงเกินใครคนใดคนหนึ่งย่อมมีจุดจบที่ไม่สวยงามนัก
"ลู่ฉือ อย่าคิดนะว่าเพียงเพราะแกเป็นลูกสายเลือดแท้ๆ ของตระกูลลู่ที่เพิ่งกลับมา แล้วแกจะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้ ฉันจะบอกอะไรให้นะ คนที่ไม่มีใครรักก็เป็นได้แค่ขยะไร้ค่า วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกให้รู้สำนึก และแสดงให้ดูว่านายน้อยตัวจริงเขาเป็นกันยังไง!"
พูดจบ ลู่จี้หยางก็พุ่งเข้าใส่เขาอย่างดุร้าย
ลู่ฉือเบี่ยงตัวหลบการโจมตีของลู่จี้หยางได้อย่างหวุดหวิด
เขาจงใจพูดด้วยน้ำเสียง "น้อยเนื้อต่ำใจ" ว่า "น้องจี้หยาง ฉันไม่ได้กลับมาที่ตระกูลลู่เพื่อแย่งชิงอะไรจากนายเลยนะ ฉันก็แค่โหยหาความรักจากครอบครัวมากๆ จนอยากมาอยู่กับพ่อ แม่ และพวกพี่สาว เพื่อสัมผัสความอบอุ่นของครอบครัวก็เท่านั้น ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่แย่งอะไรจากนายหรอก ได้โปรด อย่าตีฉันเลย!"
ลู่จี้หยางรู้สึกงุนงงเล็กน้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของลู่ฉือ แต่ความสับสนเพียงเล็กน้อยนั้นก็ถูกกลืนกินด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างรวดเร็ว
ย่อมเป็นธรรมดาที่เขาจะรู้ว่าไม่มีกล้องวงจรปิดในบ้านตระกูลลู่ เนื่องจากเขาเป็นผู้ที่กลับชาติมาเกิดใหม่
เขาเกลียดชังลู่ฉือเข้ากระดูกดำและอยากจะซ้อมมันมานานแล้ว
ตามเนื้อเรื่องในชีวิตก่อนของเขา ลู่ฉือไม่ใช่คู่ต่อกรของเขาเลยแม้แต่น้อย
หลังจากถูกเขาใส่ร้ายอยู่ไม่กี่ครั้ง ลู่ฉือก็จะถูกทุกคนในตระกูลลู่รังเกียจเดียดฉันท์
ท้ายที่สุด มันก็ยังถูกเขาหลอกไปฆ่าทิ้ง
ส่วนสาเหตุที่ตัวลู่จี้หยางเองต้องตาย นั่นก็เพราะหลังจากที่ลู่ฉือตายไป จางหยงซึ่งได้กลายเป็นสามีของพี่สาวคนโตก็มาใส่ร้ายเขา หลังจากที่ลู่จี้หยางได้รับสิทธิ์ในการสืบทอดทรัพย์สินของตระกูลลู่ เขาก็มีความสุขอยู่ได้เพียงไม่กี่ปี ก่อนจะถูกหั่นศพในต่างประเทศ
และทรัพย์สมบัติของตระกูลลู่ หลังจากผ่านความวุ่นวายมามากมาย ในท้ายที่สุดก็ตกไปอยู่ในมือของจางหยงทั้งหมด
ดังนั้น สิ่งแรกที่ลู่จี้หยางต้องทำในตอนนี้คือการจัดการกับลู่ฉือ และทำให้มันสูญเสียสิทธิ์ในการสืบทอดมรดกตระกูลลู่ไปซะ ยังไงเสีย ตอนนี้มันก็คือคู่แข่งตัวฉกาจที่สุดของเขา
อย่างที่สองคือการขัดขวางไม่ให้จางหยงได้ลงเอยกับพี่สาวคนโต ลู่ซางหนิง
บังเอิญที่ลู่ซางหนิงจับได้ว่าจางหยงนอกใจไปคบชู้กับเลขาของเขา โจวนาน่า ดังนั้นเขาจึงแทบไม่ต้องกระดิกนิ้วทำอะไรเพื่อแยกคู่รักคู่นั้นออกจากกัน
ช่างยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้!
ตอนนี้ เขาเพียงแค่ต้องทุ่มความสนใจทั้งหมดไปที่การจัดการกับลู่ฉือ เขาสามารถคอยจับตาดูจางหยงไว้ เมื่อใดที่เขากุมอำนาจทางการเงินทั้งหมดไว้ได้ เขาจะหาทางฆ่ามันซะ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ความเกลียดชังบนใบหน้าของลู่จี้หยางก็ยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้น เขาเกลียดจางหยง! และเขาก็เกลียดลู่ฉือด้วย!
เพราะลู่ฉือคืออุปสรรคชิ้นโตในการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของเขา
ในเมื่อชาตินี้เขาได้กลับมาเกิดใหม่ ใครก็ตามที่มาขัดขวางความก้าวหน้าและความฝันที่จะร่ำรวยของเขา มันสมควรตาย! ไปตายซะ!!!
ลู่จี้หยางเยาะเย้ยลู่ฉือ "เหอะ! เมื่อกี้แกยังอวดเก่งอยู่เลยไม่ใช่หรือไง? ทำไมล่ะ กลัวแล้วเหรอ? ฉันจะบอกอะไรให้นะ วันนี้ฉันจะซ้อมแกให้เละ พอกลับมาถึงบ้าน พ่อ แม่ และพวกพี่สาว ฉันก็จะพลิกสถานการณ์แล้วบอกว่าแกเป็นคนเริ่มตบฉันก่อน อ๊ะ ไม่สิ แกเป็นคนตบฉันก่อนจริงๆ นี่นา!"
ระหว่างที่พูด ลู่จี้หยางก็พุ่งเข้าใส่เขา
เขาจำได้ว่าในชีวิตก่อน ลู่ฉือมักจะเป็นไอ้ขี้ขลาด คอยแต่จะเอาอกเอาใจทุกคนในตระกูลลู่อย่างเอาเป็นเอาตายทุกวัน มันไม่กล้าแม้แต่จะสู้กลับตอนที่โดนทุบตีด้วยซ้ำ
ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ลู่ฉือดูจะเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อย แต่นั่นก็เป็นเพราะมันเพิ่งจะกลับมาที่ตระกูลลู่ และความรังเกียจที่ทุกคนมีต่อมันยังไม่ฝังรากลึกก็เท่านั้น
มาดูกันซิว่าแกจะทำอวดดีไปได้อีกนานแค่ไหน!
ลู่ฉือจ้องมองลู่จี้หยางที่พุ่งเข้ามาหาเขาด้วยสายตาเย็นชา ขณะที่อีกฝ่ายพุ่งเข้ามา เขาก็ยัดโทรศัพท์ที่กำลังบันทึกเสียงอยู่ลงในกระเป๋ากางเกง
ในเวลานี้ เขาไม่จำเป็นต้องมีวิดีโอ แค่มีเสียงบันทึกก็เพียงพอแล้ว
ลู่ฉือกำหมัดแน่นแล้วเริ่มปล่อยหมัดซ้ายขวาเข้าใส่ลำตัวของลู่จี้หยางที่พุ่งเข้ามา เกิดเป็นเสียงกระแทกดังตุ้บตั้บรัวๆ
ระหว่างที่อัดอีกฝ่าย เขาก็ "ร้องขอความเมตตา" ไปด้วย "โอ๊ย! น้องจี้หยาง ได้โปรดอย่าตีฉันเลย ถ้าแกยังตีฉันอีก ฉันจะสู้กลับแล้วนะ!"
ลู่ฉือมีความสูงเท่ากับลู่จี้หยาง ทั้งคู่อยู่ที่ร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตร แต่ร่างกายของเขาบึกบึนกว่าลู่จี้หยาง
ยิ่งไปกว่านั้น การเติบโตมาในสลัมและออกไปออกกำลังกายกับพ่อบุญธรรมทุกวัน ทำให้พื้นฐานร่างกายของเขานั้นดีเยี่ยมเป็นทุนเดิม
นั่นเป็นสิ่งที่ลู่จี้หยาง ผู้ถูกประคบประหงมมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีทางเทียบติดได้เลย
ลู่ฉือใช้กำลังป่าเถื่อนและกระหน่ำซ้อมลู่จี้หยางต่อไป
เขาไม่ยอมต่อยหน้าอีกฝ่าย การทำร้ายใบหน้าจะทำให้พ่อ แม่ และพวกพี่สาวรู้สึกสงสารอีกฝ่ายได้ง่ายเวลาที่พวกเขากลับมา
ลู่ฉือเจาะจงเล่นงานเฉพาะส่วนบนร่างกายของลู่จี้หยางที่จะไม่ทิ้งรอยฟกช้ำให้เห็นได้ง่ายๆ
ในขณะที่ลงมือกระแทกหมัดหนักๆ เขาก็แหกปากร้องลั่นราวกับหมูโดนเชือดไปด้วย "อ๊าก! เจ็บจังเลย เจ็บ เจ็บ เจ็บ!"
"น้องจี้หยาง ฉันขอร้องล่ะ อย่าตีฉันอีกเลย เห็นแก่พ่อกับแม่ ฉันถึงไม่สู้กลับ ถ้าแกตีฉันอีก ฉันจะสู้กลับจริงๆ นะ!"
พฤติกรรมเสแสร้งแบบ "ชาเขียว" ของเขาทำให้ลู่จี้หยางโกรธจัด
"ลู่ฉือ ไอ้สวะเอ๊ย วันนี้ถ้าแกไม่ตาย ฉันก็ต้องตายกันไปข้างนึง!"
ลู่ฉือ: "น้องจี้หยาง ถ้าแกตีฉันอีก ฉันจะสู้กลับแล้วนะ!"
ลู่จี้หยาง: "..." นี่แกไม่ได้กำลังอัดฉันอยู่หรือไง?
ลู่ฉือ: "โอ๊ย! เจ็บจะตายอยู่แล้ว! ฉันจะสู้กลับจริงๆ แล้วนะ!"
ลู่จี้หยาง: "...อีชาเขียวตอแหลเอ๊ย! ไอ้สารเลว! ไอ้สวะ!"
ทั้งสองคนผลัดกันรุกผลัดกันรับ ต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ไม่สิ อันที่จริงเป็นลู่จี้หยางฝ่ายเดียวมากกว่าที่โดนซ้อม
พวกคนรับใช้ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงรีบกรูกันเข้ามาเพื่อจับทั้งสองคนแยกออกจากกัน
น่าเสียดายที่พวกเขายื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่นานก็ยังแยกทั้งคู่ออกมาไม่ได้
ป้าหวังรีบโทรหาลู่หยวนชิง ขอร้องให้เขารีบกลับบ้าน
ลู่ฉือกำลังอัดอีกฝ่ายอย่างเมามัน จู่ๆ กวากวา ผู้เป็นระบบก็ส่งเสียงกรีดร้อง
【โฮสต์ โฮสต์ แย่แล้ว! ป้าหวังโทรเรียกพ่อของโฮสต์ ลู่หยวนชิงกำลังเดินทางกลับมา ในอีก 10 วินาทีเขาจะเดินมาถึงประตูบ้านแล้ว】
ลู่ฉือรีบหยุดมือทันที
เขาเตะลู่จี้หยางกระเด็นออกไป จากนั้น ท่ามกลางความตกตะลึงของลู่จี้หยาง เขาก็ต่อยเข้าที่จมูกของตัวเองอย่างจัง
"ซี๊ด..."
ลู่ฉือกุมจมูกของตัวเอง เห็นดาวระยิบระยับด้วยความเจ็บปวด และเลือดกำเดาก็เริ่มไหลออกมา
ให้ตายสิ ต่อยตัวเองก็เจ็บขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
เป็นนายน้อยนี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ!
นอกจากจะต้องแสดงละครเก่งแล้ว ยังต้องมีทักษะการต่อสู้อีก
แถมยังต้องลงมือเหี้ยมโหดกับตัวเองให้เป็นด้วย
ทันทีที่ลู่หยวนชิงก้าวพ้นประตูเข้ามา เขาก็เห็นลู่ฉือนั่งกองอยู่บนพื้นในสภาพบิดเบี้ยว เสื้อผ้าหลุดลุ่ยและมีรอยฉีกขาดอยู่จุดหนึ่งพอดี
เขากำลังตัวสั่นเทา ชี้มือขวาไปทางลู่จี้หยางพร้อมกับกล่าวหา
"น้องจี้หยาง ตั้งแต่ก่อนที่ฉันจะกลับมาที่ตระกูลลู่ นายก็ส่งคนไปใส่ร้ายฉัน พอฉันกลับมา นายก็คอยจ้องเล่นงานฉันสารพัดวิธี ในเมื่อนายเกลียดฉันมากขนาดนี้ ฉันออกจากตระกูลลู่ไปเลยก็ได้"
"ฉันจะบอกพ่อกับแม่ตอนนี้เลยว่าฉันอยากกลับไปอยู่สลัม ฉันยอมอยู่ที่นั่นคนเดียว อดมื้อกินมื้อ แก่ตายไปอย่างโดดเดี่ยว ปล่อยให้พวกอันธพาลรังแก แล้วถูกด่าว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่ ยังดีกว่าต้องมาทนทรมานอยู่ที่นี่"
ลู่จี้หยาง: "..."
สมแล้วที่ลู่ฉือเคยเป็นนักแสดงตัวประกอบอยู่หลายวัน การแสดงของเขาสมจริงจนน่าขนลุก
ลู่หยวนชิงเห็นภาพตรงหน้าและได้ยินคำพูดอันแสนรันทดของลู่ฉือ
เขากลั้นน้ำตาเอาไว้แทบไม่อยู่
ลูกชายที่น่าสงสารของเขาต้องระหกระเหินตั้งแต่ยังเล็ก เผชิญกับการกลั่นแกล้งและความชอกช้ำใจอย่างไม่รู้จบ
อุตส่าห์ตามหากันจนพบ ตอนนี้กลับถูกลู่จี้หยางหาเรื่องเล่นงานสารพัดวิธี
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ลู่หยวนชิงก็เดือดดาลขึ้นมาในทันที
เขาพุ่งตัวเข้าไปหาโดยไม่ถามไถ่อะไรสักคำ แล้วเตะเข้าที่ท้องของลู่จี้หยางอย่างแรง