เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 มอบสมบัติ

บทที่ 30 มอบสมบัติ

บทที่ 30 มอบสมบัติ


บทที่ 30 มอบสมบัติ

อู๋ฉีเฉินเบิกตากว้างจ้องมองอู๋ฝานและอีกสองคน ก่อนจะกล่าวว่า "ในเมื่อพวกเจ้าผ่านการชำระล้างไขกระดูกมาแล้ว จะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใดจึงจะทะลวงเข้าสู่ระดับกลั่นลมปราณแปรวิญญาณได้?"

เมื่อเผชิญกับคำถามของท่านบรรพบุรุษ อู๋ฝานและอีกสองคนต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง

ทั้งสามคนรู้ดีว่าท่านบรรพบุรุษต้องการให้ตระกูลยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นเป็นขุมกำลังระดับลึกล้ำภายในห้าปี และมาตรฐานของขุมกำลังระดับเหลืองที่จะเลื่อนขั้นขึ้นเป็นระดับลึกล้ำได้นั้น คือต้องมีผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณแปรวิญญาณอย่างน้อยสองคน

ปัจจุบัน นอกเหนือจากท่านบรรพบุรุษแล้ว ตระกูลมีเพียงพวกเขาสามคนที่อยู่ในระดับกลั่นแก่นแท้แปรลมปราณ ขั้นผสานรวม

ก่อนที่จะได้รับการชำระล้างไขกระดูก แม้จะมีเคล็ดวิชาและพลังวิญญาณฟ้าดินที่หนาแน่นกว่าเดิมถึงสิบเท่า เดิมทีพวกเขาแทบจะไม่มีความหวังเลยที่จะยกระดับตระกูลให้กลายเป็นระดับลึกล้ำได้ภายในห้าปี ทว่าตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว

อู๋ฝานยืดหลังตรงและกล่าวอย่างหนักแน่น "เรียนท่านบรรพบุรุษ พวกเรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถทำให้ตระกูลกลายเป็นขุมกำลังระดับลึกล้ำได้ภายในเวลาที่ท่านกำหนดขอรับ!"

"ไม่เลว ไม่เสียแรงที่ข้าให้พวกเจ้าเข้าไปชำระล้างไขกระดูกในหอกลั่นปราณฟ้าดิน นับจากนี้ไป หอกลั่นปราณฟ้าดินแห่งนี้จะเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของตระกูลอู๋เรา!" อู๋ฉีเฉินมองอู๋ฝานและอีกสองคนด้วยความพึงพอใจขณะเอ่ย

เมื่อได้ยินคำกล่าวของท่านบรรพบุรุษ อู๋ฝานและอีกสองคนต่างก็รู้สึกภาคภูมิใจ ทว่าไม่ใช่เพราะพวกเขาได้ครอบครองเจดีย์ล้ำค่าแห่งนี้

แต่เป็นเพราะการมีอยู่ของท่านบรรพบุรุษ ที่ทำให้พวกเขาสามารถยกระดับความแข็งแกร่งของตระกูลขึ้นได้หลายเท่าตัวในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งปี

ความมั่นใจในส่วนลึกของคนตระกูลอู๋ล้วนมาจากท่านบรรพบุรุษ ดังนั้นต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ไม่หวั่น พวกเขาเชื่อมั่นว่าหากมีเวลามากพอ อนุชนอย่างพวกเขาในสักวันหนึ่งย่อมต้องกลายเป็นมือขวาของท่านบรรพบุรุษได้อย่างแน่นอน!

ทว่าในเวลานี้ อู๋ฉีเฉินกลับรู้สึกราวกับถูกไฟดูดจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว เพราะอู๋ฝานและอีกสองคนกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เร่าร้อนสุดๆ!

'บ้าเอ๊ย! ทำเอาอู๋ฉีเฉินทนไม่ไหวแล้วโว้ย!'

เพียะ! เพียะ! เพียะ!

เขาตบกบาลอู๋ฝานและอีกสองคนไปคนละฉาดใหญ่เพื่อเป็นการตักเตือน!

อู๋ฉีเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน "จำเอาไว้! วันหลังห้ามมองข้าด้วยสายตาแปลกๆ แบบนั้นอีก มิเช่นนั้นอย่าหาว่าบรรพบุรุษอย่างข้าไม่เตือนด้วยฝ่ามืออรหันต์ก็แล้วกัน!"

ทั้งสามคนได้แต่เกาหัวด้วยความกระอักกระอ่วน เป็นเชิงบอกว่าพวกเขาจะไม่กล้ามองอู๋ฉีเฉินด้วยสายตาเช่นนั้นอีกแล้ว

"จริงสิ พวกเจ้าสามคนใช้อาวุธวิเศษระดับใดกันอยู่? เอาออกมาให้ข้าดูหน่อย"

อู๋ฉีเฉินนึกขึ้นได้ว่าระบบได้มอบอาวุธวิเศษระดับลึกล้ำสามชิ้นไว้ในช่องเก็บของ ด้วยระดับการบ่มเพาะของเขาในตอนนี้ไม่ได้ต้องการอาวุธวิเศษระดับต่ำเช่นนั้น เขาจึงตัดสินใจเอ่ยถามออกมา

อู๋ฝานกล่าวอย่างเคอะเขิน "เรียนท่านบรรพบุรุษ ท่านก็เคยเห็นอาวุธวิเศษที่ข้าใช้แล้ว มันคือดาบยาวระดับเหลืองขั้นสูงขอรับ ดาบยาวเล่มนี้ถือเป็นอาวุธระดับสูงสุดในตระกูลของเราตอนนี้แล้ว"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู๋ฉีเฉินก็นวดขมับเบาๆ เขาไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์เมื่อสองร้อยปีก่อนอีกแล้ว

อู๋ฉีเฉินนำดาบยาวออกมาจากช่องเก็บของระบบแล้วโยนไปให้อู๋ฝานทันที พร้อมกล่าวว่า "ดาบเล่มนี้มีชื่อว่าดาบเพลิงเก้ามังกร เป็นอาวุธระดับลึกล้ำขั้นสูง อาวุธวิเศษชิ้นนี้ข้ายกให้เจ้า"

อู๋ฝานที่รับดาบยาวมาก็ลงมือแกว่งไกวทดสอบอาวุธในทันที ทำเอาอู๋เหยียนและอู๋สยงที่อยู่ข้างๆ ได้แต่มองตาละห้อยด้วยความอิจฉา

อู๋ฉีเฉินกล่าวต่อ "บรรพบุรุษอย่างข้ายังมีอาวุธวิเศษระดับลึกล้ำขั้นกลางอีกสองชิ้น แต่ไม่รู้ว่าจะเหมาะกับพวกเจ้าสองคนหรือไม่ มันคือหอกน้ำแข็งและธนูไร้เงา"

อู๋สยงและอู๋เหยียนมองดูอาวุธวิเศษทั้งสองชิ้นด้วยความลังเลใจ เพราะคนตระกูลอู๋ส่วนใหญ่ใช้ดาบยาวเป็นหลัก และแทบจะไม่ค่อยใช้อาวุธชนิดอื่นเลย

เมื่อเห็นเช่นนั้น อู๋ฉีเฉินก็รู้ทันทีว่าอาวุธวิเศษสองชิ้นนี้ไม่เหมาะกับพวกเขา เขาจึงเสนอว่า "เอาอย่างนี้แล้วกัน ข้าจะให้เฟยอวิ๋นเอาไปแลกเป็นดาบยาวที่เมืองระดับเขตก็น่าจะได้ แล้วค่อยนำมามอบให้พวกเจ้าทั้งสองทีหลัง"

เมื่อได้ยินทางออกของท่านบรรพบุรุษ อู๋เหยียนและอู๋สยงก็ดีใจเนื้อเต้น และกล่าวขอบคุณท่านบรรพบุรุษที่มอบสมบัติให้ครั้งแล้วครั้งเล่า

อู๋ฉีเฉินยิ้มและโบกมือปัดอย่างล้อเลียน "ของยังไม่ตกถึงมือเลย อย่าเพิ่งรีบขอบคุณบรรพบุรุษนักสิ วันหน้าถ้าข้าแก่ตัวลง พวกเจ้าก็อย่าลืมกตัญญูเลี้ยงดูข้าก็แล้วกัน"

"จะเป็นไปได้อย่างไรขอรับ! ท่านบรรพบุรุษจะต้องกลายเป็นยอดฝีมือแดนเซียนที่มีอายุยืนยาวค้ำฟ้าดินอย่างแน่นอน ท่านจะแก่ชราได้อย่างไรกัน?"

จังหวะนั้นเอง อู๋ฝานที่ทดสอบดาบเสร็จแล้วก็เดินกลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าอู๋ฉีเฉิน ปากหวานปานน้ำผึ้ง กล่าวเยินยออู๋ฉีเฉินเสียจนเขายิ้มแก้มแทบปริ

อู๋ฉีเฉินหัวเราะร่วนเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาตบไหล่อู๋ฝานเบาๆ และกล่าวว่า "ช่างเจรจานักนะ เจ้านี่มันปากหวานที่สุดเลย"

จากนั้นเขาก็นำโอสถทะลวงขั้นระดับลึกล้ำออกมาสิบเม็ด แล้วกล่าวว่า "หลังจากพวกเจ้าบรรลุถึงขั้นรากฐานวิญญาณ เมื่อพลังวิญญาณในร่างกายกลั่นตัวเป็นของเหลวทั้งหมดแล้ว พวกเจ้าสามารถกินโอสถทะลวงขั้นพวกนี้เพื่อเร่งเวลาในการบีบอัดจินตันได้"

"ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยวิชาแปดเก้าเร้นลับที่พวกเจ้าบ่มเพาะอยู่ ย่อมไม่ต้องกังวลถึงอันตรายในยามที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นจินตัน เพียงแค่ขัดเกลาจินตันให้ราบรื่น รากฐานของพวกเจ้าก็จะยิ่งแข็งแกร่งมั่นคงขึ้น"

หลังจากอู๋ฉีเฉินกล่าวจบ เขาก็ยื่นโอสถทะลวงขั้นระดับลึกล้ำทั้งสิบเม็ดในมือให้อู๋ฝานนำไปแจกจ่าย

ตัวเขายังคงเหลือโอสถทะลวงขั้นอยู่อีกสามเม็ด สองเม็ดสำหรับบรรพบุรุษเฟยอวิ๋นและฟางชิวอวี่ ส่วนอีกเม็ดหนึ่งเก็บไว้เป็นของสำรอง

"เดี๋ยวเจ้าให้เหล่าผู้อาวุโสที่กำลังปิดด่านบ่มเพาะอยู่ รวมทั้งเจ้าเด็กอู๋เฟิงหมิง เข้าไปรับการชำระล้างไขกระดูกให้หมดด้วยล่ะ"

"โดยเฉพาะเจ้าเด็กอู๋เฟิงหมิง ปราณฟ้าดินในหอกลั่นปราณฟ้าดินแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการทะลวงพันธนาการแห่งวิถีสวรรค์ของเขา!"

"ใครจะไปรู้ มันอาจจะช่วยให้เขาสามารถทำลายพันธนาการแห่งวิถีสวรรค์ที่เหลืออยู่ทั้งหมดได้เลยก็ได้" อู๋ฉีเฉินกำชับ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู๋ฝานก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ เขารู้ดีว่าปราณฟ้าดินนั้นทรงพลังเพียงใด แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้

แม้กระทั่งพันธนาการทั้งแปดสิบเอ็ดสายที่วิถีสวรรค์จองจำกายาบรรพกาลไว้ก็ยังอาจถูกทำลายลงได้ ความอัศจรรย์ของปราณฟ้าดินนี้ช่างเหนือล้ำจินตนาการของพวกเขาไปไกลจริงๆ

อู๋ฉีเฉินกล่าวว่า "เจ้าไปจัดการเรื่องชำระล้างไขกระดูกก่อนเถอะ ข้าจะรอเฟยอวิ๋นกับฟางชิวอวี่อยู่ที่นี่"

"รับทราบขอรับ ท่านบรรพบุรุษ!" อู๋ฝานและอีกสองคนขานรับโดยพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะรีบรุดไปยังโถงประชุมของตระกูล

..........

ณ โถงประชุม ผู้อาวุโสทั้งห้าที่แต่เดิมกำลังปิดด่านบ่มเพาะอยู่นั้น ต่างก็ยุติการบ่มเพาะลงทันทีที่ได้รับแจ้งข่าว และรีบมุ่งหน้ามาโดยไม่หยุดพักแม้แต่น้อย

ส่วนอู๋ฝานและอีกสองคนก็รออยู่ในโถงประชุมก่อนแล้ว

"นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย?!"

อู๋หลินเจ้ายักษ์ทึ่ม ร้องอุทานออกมาทันทีที่ก้าวเข้ามาในโถงประชุม เขามองอู๋ฝาน อู๋เหยียน และอู๋สยงที่นั่งอยู่ด้วยดวงตาเบิกกว้างราวกับระฆังทองแดง คล้ายกับไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

ในขณะเดียวกัน ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็ทยอยเดินทางมาถึงโถงประชุมทีละคน

เมื่อมองไปที่ทั้งสามคนที่นั่งอยู่บนที่นั่งหลัก สีหน้าของพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับอู๋หลิน ต่างพากันเบิกตากว้างและขยี้ตาตัวเองด้วยความเหลือเชื่อ

อู๋หลินเดินเข้าไปหาอู๋ฝานและอีกสองคนด้วยความแปลกใจ เขามองซ้ายมองขวาและเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ผู้นำตระกูล พี่น้องทั้งสอง นี่พวกท่านสามคนแอบฮุบโอสถวิญญาณและยาวิเศษที่ท่านบรรพบุรุษแจกจ่ายให้พวกเราตอนที่กำลังปิดด่านอยู่ไปหมดเลยงั้นหรือ?"

เพียะ!

อู๋ฝานที่ทนฟังต่อไปไม่ไหว ซัดฝ่ามือประทับกบาลอู๋หลินไปหนึ่งฉาดใหญ่ ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับมึนตึ้บ

ผู้อาวุโสอู๋เว่ยที่อยู่ข้างๆ เกรงว่าเจ้าคนชอบเรียกร้องความสนใจผู้นี้จะทำให้ผู้นำตระกูลโมโหไปมากกว่านี้ จึงรีบแทรกขึ้นว่า "ผู้นำตระกูล ที่เรียกประชุมครั้งนี้ เป็นเพราะท่านบรรพบุรุษมีคำสั่งใหม่ใช่หรือไม่ขอรับ?"

อู๋ฝานระงับอารมณ์ของตนเองแล้วกล่าวว่า "การประชุมครั้งนี้มีเรื่องใหญ่ที่จะต้องประกาศให้ทราบ"

"พวกเจ้าทั้งห้าเพิ่งจะออกจากการบ่มเพาะ คงจะสังเกตเห็นหอคอยที่อยู่ด้านหลังจวนตระกูลแล้วใช่หรือไม่?"

เมื่อได้ยินคำกล่าวของอู๋ฝาน ผู้อาวุโสทั้งห้าก็มองหน้ากัน พวกเขาสังเกตเห็นหอคอยแห่งนั้นตั้งแต่ตอนที่เพิ่งออกจากด่าน และได้ไปสอบถามเรื่องนี้กับเหล่าศิษย์ในตระกูลมาแล้ว

ศิษย์ที่ถูกสอบถามไม่มีใครรู้เลยว่าหอคอยนั้นมีไว้เพื่อสิ่งใด บอกเพียงว่าตอนที่พวกเขามาถึง ท่านบรรพบุรุษก็อยู่ที่นั่นแล้ว

จากนั้นพวกเขาก็ถูกผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสทั้งสองไล่กลับมา โดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย

อู๋ฝานจึงเล่าประสบการณ์ของเขาในช่วงเวลานี้และเรื่องราวที่ท่านบรรพบุรุษได้กำชับเอาไว้ให้เหล่าผู้อาวุโสฟังทีละเรื่อง ทว่าไม่ได้รวมเรื่องปราณฟ้าดินเข้าไปด้วย

ทุกคนต่างตกตะลึง พวกเขาไม่เคยจินตนาการเลยว่าจะเกิดเรื่องราวมากมายขนาดนี้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา!

จบบทที่ บทที่ 30 มอบสมบัติ

คัดลอกลิงก์แล้ว