เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26: ได้เวลาล่าเหยื่อ

บทที่ 26: ได้เวลาล่าเหยื่อ

บทที่ 26: ได้เวลาล่าเหยื่อ


บทที่ 26: ได้เวลาล่าเหยื่อ

พูดจบ เธอก็ก้าวเท้ายาวๆ เดินตรงไปยังเวทีอย่างฉับไว

ต่อจากนี้ไปสิ ถึงจะเป็นเวลาแห่งการล่าเหยื่ออย่างแท้จริง

สายตาของแขกเหรื่อต่างจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของเธอ ขณะที่เดินผ่านเจียงอีหนิง เธอไม่ต้องหันไปมองด้วยซ้ำ ก็สามารถรับรีโมตคอนโทรลขนาดเล็กที่เจียงอีหนิงโยนมาให้ได้อย่างแม่นยำ

ว้าว เท่ชะมัดเลย

เมื่อเดินมาถึงกลางเวที เธอก็หยิบไมโครโฟนขึ้นมา "ทุกท่านคะ ในช่วงที่งานเลี้ยงใกล้จะจบลงนี้ ฉันมีเรื่องอยากจะกล่าวสักสองสามคำค่ะ"

ทุกคนขยับเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น คุณปู่ลั่วและผู้เฒ่าหานสบตากัน ก่อนที่ผู้เฒ่าหานจะลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้ม "ตาเฒ่าลั่ว พวกเราไปดูหน่อยดีไหมว่าเสี่ยวเยียนเอ๋อร์มีอะไรจะพูด?"

"ก็ดีเหมือนกัน เชิญทางนี้" คุณปู่ลั่วหัวเราะเบาๆ

ชายชราอีกสามคนที่เหลือมองหน้ากัน แล้วจึงเดินตามไป

"ก่อนอื่น ฉันต้องขอโทษครอบครัวของฉันด้วยนะคะ เพราะสิ่งที่ฉันกำลังจะพูดและทำต่อไปนี้ อาจจะทำลายงานเลี้ยงที่พวกเขาทุ่มเทเตรียมมาให้ฉันอย่างประณีต" ลั่วอวิ๋นเยียนส่งยิ้มขอโทษไปทางครอบครัวของเธอ

ทุกคนในตระกูลลั่วและตระกูลซูต่างงุนงง แต่กลับไม่มีใครแสดงอาการโกรธเคืองออกมาทางสีหน้าเลยแม้แต่น้อย

มีเพียงแววตาของคุณปู่ลั่วที่ฉายแววไม่เห็นด้วยเล็กน้อย เด็กคนนี้... ทำไมถึงชอบแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวอยู่เรื่อย?

ลั่วอวิ๋นเยียนกดรีโมตคอนโทรลเบาๆ หน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลังเธอปรากฏภาพแคปเจอร์จากกล้องวงจรปิด เป็นภาพเด็กหญิงตัวเล็กๆ นั่งยองๆ เล่นของเล่นอยู่บนพื้น

"นี่คือภาพจากกล้องวงจรปิดในวันที่ฉันถูกลักพาตัวค่ะ ฉันอยากจะถามคุณนายหวังม่านหลินสักหน่อย ว่ายังพอจำภาพเหตุการณ์นี้ได้บ้างไหมคะ?"

ฝูงชนเริ่มซุบซิบนินทากัน พวกเขาไม่เคยได้ยินว่ามีตระกูลใหญ่โตตระกูลไหนในเมืองหลวงที่แซ่หวังเลย

ราวกับมองทะลุความคิดของทุกคน ลั่วอวิ๋นเยียนแค่นหัวเราะ "ดูเหมือนว่าแม้จะตะเกียกตะกายมาหลายปี คุณนายหวังก็ยังไม่สามารถก้าวเข้ามาในแวดวงคุณนายไฮโซของเมืองหลวงได้อย่างแท้จริงสินะคะ"

เธอดีดนิ้ว สปอตไลต์เหนือศีรษะของหวังม่านหลินก็สว่างวาบ ฉายภาพใบหน้าที่ซีดเผือดและตื่นตระหนกของเธอขึ้นบนหน้าจอ

บังเอิญว่าก่อนหน้านี้เธออยากจะเข้ามาดูเรื่องสนุกๆ เลยมายืนอยู่ค่อนข้างใกล้ท่ามกลางวงล้อมของผู้คนมากมายพอดี

"คุณนายหวัง ตอนนี้จำได้หรือยังคะ?" ลั่วอวิ๋นเยียนเอ่ยถามซ้ำพร้อมรอยยิ้ม

ทว่าในวินาทีนี้ รอยยิ้มนั้นกลับดูราวกับยมทูตทวงวิญญาณในสายตาของหวังม่านหลิน

ซ่งฮ่าวแอบหยิกหลังเธออย่างแรงจนใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่นั่นก็ทำให้เธอได้สติกลับมาในที่สุด "คุณ... คุณหนูลั่ว หมายความว่ายังไงคะ? คนบ้านเล็กๆ อย่างพวกเราจะมีวาสนาได้ใกล้ชิดกับคุณได้ยังไง? คืนนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันได้พบคุณด้วยซ้ำ ฮ่าๆ..."

"หลายปีมานี้ชีวิตของคุณนายหวังคงจะราบรื่นมากสินะคะ ไม่อย่างนั้นคงไม่ลืมเรื่องในอดีตได้ง่ายดายขนาดนี้"

จากนั้นลั่วอวิ๋นเยียนก็เปิดวิดีโอคลิปหนึ่ง เป็นภาพของหวังม่านหลินที่ไม่ได้พรางตัวแต่อย่างใด หลังจากวางยาสลบสองพี่น้องตระกูลเจียงแล้วจับยัดใส่รถตู้ เธอก็ชี้ไปทางหนึ่งและพูดอะไรบางอย่าง ภาพตัดไปที่รถตู้คันเดิมไปจอดเทียบข้างๆ ลั่วอวิ๋นเยียนในวัยเด็กแล้วฉุดตัวเธอขึ้นไป

"จำได้หรือยังคะ? ตอนนั้น หลังจากที่คุณขายพี่น้องตระกูลเจียงให้แก๊งค้ามนุษย์ คุณดันถูกคนเห็นเข้าก็เลยกลัวว่าความจะแตก เด็กผู้หญิงที่คุณสั่งให้พวกค้ามนุษย์จับตัวไปด้วยในตอนนั้นก็คือฉันเอง ฉันต้องยอมรับเลยนะว่าคุณก็ฉลาดพอตัวที่รู้จักหามุมอับสายตาของกล้องวงจรปิด แต่น่าเสียดาย ที่แถวนั้นมีคุณยายที่อยู่ตามลำพังคนหนึ่ง ลูกหลานของท่านเป็นห่วงก็เลยติดกล้องวงจรปิดไว้แทบทุกมุมบ้าน แล้วมันก็บังเอิญจับภาพนี้ไว้ได้พอดิบพอดี"

หลังจากได้ดูวิดีโอ ทุกคนในตระกูลลั่วและตระกูลซูก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ส่วนพวกผู้หญิงก็ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

ซูหว่านหรูผลักลั่วเฉินเฟิงที่พยุงเธออยู่ออกไป แล้วสาวเท้าเดินตรงเข้าไปตบหน้าหวังม่านหลินอย่างจัง "นังหญิงสารเลว! เป็นเพราะแก ฉันถึงต้องพรากจากเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองมาตั้งสิบห้าปี! จิตใจแกทำด้วยอะไรถึงได้อำมหิตขนาดนี้?!"

ไม่ว่าจะเป็นในฐานะลูกสาวของตระกูลซูหรือนายหญิงแห่งตระกูลลั่ว ซูหว่านหรูมักจะเป็นแบบอย่างของกุลสตรีผู้สูงส่งมาโดยตลอด แต่ตอนนี้เธอกลับลงไม้ลงมือกับคนอื่นต่อหน้าธารกำนัล ถึงแม้ว่าคำด่าทอของเธอจะยังคงฟังดูสุภาพอยู่บ้างก็ตาม

กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งไหลเวียนเข้ามาในหัวใจของลั่วอวิ๋นเยียน สมกับเป็นแม่ของเธอจริงๆ ขนาดด่าคนยังฟังดูระรื่นหูเลย

เธอส่งสายตาให้ลั่วเฉินเฟิง ลั่วเฉินเฟิงเข้าใจความหมายทันที จึงก้าวไปข้างหน้าเพื่อรั้งตัวซูหว่านหรูเอาไว้ พยายามจะดึงเธอออกมา

ซูหว่านหรูขัดขืน แม้ร่างจะสั่นเทิ้มด้วยความโกรธและใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตา แต่เธอก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง แผ่นหลังเหยียดตรง จ้องมองหวังม่านหลินเขม็ง

เมื่อทั้งสองยืนประจันหน้ากัน เพียงปรายตามองก็รู้ได้ทันทีว่าใครคือกาและใครคือหงส์

"แม่คะ หนูต้องการแม่ แม่ขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อนหนูหน่อยได้ไหมคะ?" ลั่วอวิ๋นเยียนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะยื่นมือออกไปทางด้านล่างเวที

เมื่อได้ยินดังนั้น ซูหว่านหรูก็หันหลังกลับและเดินขึ้นไปบนเวทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

สิ่งที่จำกัดความเร็วของขุ่นแม่ซูไม่เคยเป็นความยาวของเรียวขาหรือความสูงของส้นรองเท้า แต่เป็นความสูงของรอยผ่าชุดกี่เพ้าและคนที่กำลังเรียกหาเธอต่างหาก

เธอเดินเข้าไปหาลั่วอวิ๋นเยียนในไม่กี่ก้าวและกุมมือลูกสาวไว้แน่น

ลั่วอวิ๋นเยียนปล่อยมือข้างหนึ่งเพื่อเช็ดน้ำตาให้เธอ "แม่คะ ดวงตาสวยๆ แบบนี้ไม่ได้มีไว้ให้ร้องไห้นะคะ ถ้าร้องไห้ ไม่ใช่แค่หนูที่จะปวดใจ แต่คุณพ่อก็จะโกรธหนูด้วยเหมือนกัน"

"เขาไม่กล้าหรอก!" ซูหว่านหรูตวัดสายตาอาฆาตไปทางลั่วเฉินเฟิงที่อยู่ด้านล่างเวที

ลั่วเฉินเฟิง: ลูกสาวฉันพูดอะไรเนี่ย? ทำไมภรรยาถึงถลึงตาใส่ฉันล่ะ? แล้วทำไมถึงไม่ให้ฉันขึ้นไปด้วย?! โมโหแล้วนะ!

"แม่อยู่เป็นเพื่อนหนูตรงนี้ก่อนนะคะ? ขอหนูสะสางเรื่องนี้ให้เสร็จก่อน หนูสัญญาค่ะว่าครอบครัวของเราจะไม่มีวันพลัดพรากจากกันอีก" ลั่วอวิ๋นเยียนส่งยิ้มให้ความมั่นใจกับเธอ

ซูหว่านหรูเรียกสติกลับคืนมา เธอรู้ดีว่าการยืนอยู่ตรงนี้อาจจะขัดจังหวะการแสดงของลูกสาว เธอจึงเช็ดน้ำตาและพูดว่า "แม่จะไปดูคุณย่ากับคุณยายของลูกหน่อย ลูกทำธุระต่อเถอะ แม่จะรออยู่ข้างล่างเวทีนะ"

"ค่ะ" ลั่วอวิ๋นเยียนมองดูแม่เดินลงไป ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้คนด้านล่าง

จังหวะที่เธอกำลังจะเอ่ยปาก ซ่งฮวนฮวนก็โพล่งขึ้นมาขัดจังหวะด้วยท่าทีน่าสงสาร "คุณหนูลั่วคะ ฉันรู้ว่าฉันผิดที่แอบอ้างเป็นปรมาจารย์หนานเยว่เพื่อนของคุณ แต่คุณจะมาปลอมแปลงภาพวงจรปิดเพื่อใส่ร้ายแม่ของฉันเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ได้นะคะ! ตอนนั้นเป็นเพราะน้องสาวของฉันยังเด็กไม่รู้ประสีประสา เลยหนีออกจากบ้านไปกับน้องชายต่างหาก มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเราเลย"

ใครมีสมองก็ดูออกว่าเธอกำลังโกหก หลักฐานทนโท่ขนาดนี้ ยังจะพยายามฟอกขาวให้ตัวเองอีกงั้นเหรอ? หล่อนเป็นผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจานกันล่ะ ถึงได้ขยัน 'ฟอก' ขนาดนี้?

เมื่อได้ยินคำว่า 'หนีออกจากบ้าน' ประกายความอาฆาตก็พาดผ่านแววตาของลั่วอวิ๋นเยียน เธอหัวเราะออกมาแทนที่จะโกรธ "คุณซ่ง ฉันว่าคุณเอาเวลาไปห่วงตัวเองก่อนดีกว่าไหมคะ? จะมาเล่นบทเหยื่อให้ใครดูกัน? ในเมื่อข่าวฉาวของคุณมันว่อนไปทั่วอินเทอร์เน็ตหมดแล้ว อีกอย่าง คุณมันก็แค่ลูกเมียน้อย มีสิทธิ์อะไรมาเรียกเธอว่าน้องสาว? ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตระกูลซ่งมีล้วนเป็นของตระกูลเจียง พวกคุณมันก็แค่แก๊งโจรปล้นสมบัติเท่านั้นแหละ"

ฝูงชนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ทันทีที่เปิดดูก็พบว่าการแอบอ้างชื่อเมื่อครู่นี้เป็นแค่ออร์เดิร์ฟจริงๆ

ตอนนี้ เทรนด์ค้นหายอดฮิตล้วนเต็มไปด้วยเรื่องการกลั่นแกล้งเพื่อนในโรงเรียนของซ่งฮวนฮวน พฤติกรรมเย่อหยิ่งจองหอง การนอนกับนักลงทุนเพื่อแลกงาน และการปล่อยข่าวลือเสียๆ หายๆ จนบีบให้อดีตดาราสาวคนหนึ่งต้องกระโดดตึกตาย ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องที่ซ่งอี้ น้องชายแท้ๆ ของเธอติดยา—เธอก็มีส่วนรู้เห็นด้วยงั้นเหรอ?!

เมื่อเห็นใบหน้าของซ่งฮ่าวซีดเผือดขณะจ้องมองโทรศัพท์ ในขณะที่หวังม่านหลินและซ่งฮวนฮวนยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราว ลั่วอวิ๋นเยียนจึงใจดีเปิดคลิปเสียงให้ฟัง

เธอไม่ลืมที่จะเตือนพวกเขา "ตั้งใจฟังให้ดีนะคะคุณนายหวัง ตัวการที่ส่งลูกชายของคุณเข้าคุก... อยู่ในนี้แล้ว"

จบบทที่ บทที่ 26: ได้เวลาล่าเหยื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว