เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 151 : พลังจิตควบแน่นเป็นรูปธรรมมีอยู่เต็มไปหมด!

บทที่ 151 : พลังจิตควบแน่นเป็นรูปธรรมมีอยู่เต็มไปหมด!

บทที่ 151 : พลังจิตควบแน่นเป็นรูปธรรมมีอยู่เต็มไปหมด!


บทที่ 151 : พลังจิตควบแน่นเป็นรูปธรรมมีอยู่เต็มไปหมด!

“ในเมื่อทุกคนมาเข้าร่วมงานศึกษาดูงานเหมือนกัน งั้นก็ไปด้วยกันเลยสิครับ”

มู่หยุนเฟยคืนเอกสารให้กู่เยว่ซี พร้อมกับผายมือเชิญด้วยท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติ

พวกหลี่เหวินป๋อมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ถึงในใจจะยังรู้สึกอึดอัดและไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง แต่ในเมื่อมู่หยุนเฟยเอ่ยปากชวนเอง พวกเขาก็ไม่กล้าพูดอะไรขัดคออีก

โอวหยางหยุนเฮ่อค่อยๆยันตัวลุกขึ้นจากพื้นโดยมีเพื่อนสองคนช่วยพยุง ใบหน้าของเขาเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีดสลับกันไปมา เขาจ้องมองแผ่นหลังของกู่เยว่ซีด้วยสายตาเคียดแค้น ริมฝีปากขยับมุบมิบ แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าเอ่ยคำขู่ใดๆออกมาอีก

การโจมตีเมื่อครู่นี้ ทำให้เขาขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้วจริงๆ

เขาได้แต่คิดว่าวันนี้ตัวเองคงก้าวเท้าออกจากบ้านผิดข้าง ดวงถึงได้ซวยมหาซวยขนาดนี้ ดันมาเจอตัวประหลาดที่โผล่มาจากมณฑลบ้านนอกซะได้

ต้องเข้าใจก่อนนะว่า ในบรรดายี่สิบกว่ามณฑลบนแผ่นดินใหญ่ของสหพันธรัฐต้าเซี่ยที่มีประชากรนับพันล้านคนเนี่ย ในแต่ละปีจะมีอัจฉริยะปีศาจสักกี่คนกันเชียวที่มีคุณสมบัติมากพอจะเตะตาพวกมหาลัยระดับท็อปในเมืองหลวงได้?

อย่างเก่งก็แค่สามสี่ร้อยคนเท่านั้นแหละ!

แล้วโอกาสที่น้อยยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งแบบนี้ ทำไมแจ็กพอตถึงต้องมาแตกที่เขาด้วยวะเนี่ย?!

โอวหยางหยุนเฮ่อแทบจะกระอักเลือดออกมาด้วยความคับแค้นใจ

แต่ที่เจ็บปวดที่สุดก็คือ พอถูกอัจฉริยะระดับปีศาจแบบนี้เล่นงานเข้า เขากลับไม่มีปัญญาจะเอาคืนเลยสักนิด

จะให้ตระกูลออกหน้าแก้แค้นให้งั้นเหรอ?

ตลกเถอะ!

พวกตาแก่ในตระกูลมีหรือจะยอมไปล่วงเกินอัจฉริยะระดับท็อปที่มีอนาคตไกลไร้ขีดจำกัด เพียงเพื่อออกรับหน้าแทนคุณชายเสเพลที่ทำตัวขายขี้หน้าชาวบ้านไปวันๆอย่างเขา?

แค่ไม่โดนด่าเปิงจนหูชาก็ถือว่าบุญหัวแล้ว!

ดูท่า...ความแค้นครั้งนี้คงต้องกลืนลงท้องไปสถานเดียวสินะ...

และแล้ว ขบวนคนกลุ่มนี้ก็เดินเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยฮ่องกงท่ามกลางบรรยากาศที่กระอักกระอ่วน

ทันทีที่ก้าวพ้นประตูโรงเรียน กลิ่นอายที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงก็พัดโชยเข้ามาปะทะหน้า

มันต่างจากบรรยากาศในมหาวิทยาลัยบนแผ่นดินใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังปราณเลือดพลุ่งพล่านราวกับมังกรหรือพลังวิญญาณอันเปี่ยมล้น

ทว่ามวลอากาศที่นี่กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่ดูลึกล้ำ ซ่อนเร้น แต่กลับแหลมคมจนแทรกซึมไปทุกอณู

มันคือสนามพลังที่ถักทอขึ้นมาจากพลังจิตล้วนๆ

นักศึกษาที่เดินขวักไขว่ไปมาอยู่สองข้างทาง บริเวณหว่างคิ้วของแต่ละคนล้วนมีแสงเรืองรองจางๆปรากฏให้เห็นไม่มากก็น้อย

บางคนพลังจิตถึงกับควบแน่นจนกลายเป็นรูปธรรม กลายเป็นอักขระเล็กๆหรือจุดแสงกระพริบวิบวับอยู่ตรงหน้าผาก ทำให้มิติรอบๆตัวเกิดการบิดเบี้ยวเล็กน้อย

พวกคุณชายจากเมืองหลวงอย่างหลี่เหวินป๋อ ตอนนี้ทำตัวเหมือนคนบ้านนอกเข้ากรุงไม่มีผิด

พวกเขาเหลียวซ้ายแลขวา มองโน่นมองนี่ด้วยความตื่นตาตื่นใจ

ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ฝึกฝนพลังจิตแบบนี้ ทั่วทั้งโลกก็มีแค่มหาลัยฮ่องกงที่เดียวนี่แหละ พวกเขาก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกเหมือนกัน!

ทว่ากู่เยว่ซีกลับมีสีหน้าเรียบเฉย เธอหันไปพูดกับมู่หยุนเฟยที่เดินอยู่ข้างๆ อย่างตรงไปตรงมา

“รบกวนช่วยพาฉันไปที่ศูนย์ทดสอบของวิทยาลัยค่ายกลหน่อยนะ”

พอได้ยินแบบนั้น มู่หยุนเฟยและพวกหลี่เหวินป๋อก็หันขวับมามองเธอด้วยความประหลาดใจ

เพราะนั่นก็คือจุดหมายปลายทางของพวกเขาก็เหมือนกัน

“หืม?” มู่หยุนเฟยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาแฝงความสนใจ

“คุณก็อยากจะไปทดสอบพรสวรรค์ทางพลังจิตเหมือนกันเหรอครับ?”

วิทยาลัยค่ายกลคือวิทยาลัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมหาวิทยาลัยฮ่องกง

และศูนย์ทดสอบภายในวิทยาลัยแห่งนี้ ก็เป็นศูนย์รวมของเครื่องมือทดสอบ ค่ายกลและของวิเศษสุดพิเศษระดับท็อปของโลกเอาไว้

ที่นั่นมีรายการทดสอบให้เลือกทำเยอะแยะมากมาย และเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักศึกษาขยันฝึกฝนทางมหาลัยจึงได้ตั้งรางวัลตอบแทนที่ล่อตาล่อใจเอาไว้สำหรับทุกรายการทดสอบ

ขอเพียงแค่ทำคะแนนได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด หรือทำลายสถิติที่คนรุ่นก่อนทำไว้ได้ ก็รับรางวัลไปเลย

และรายการทดสอบที่ให้รางวัลล่อตาล่อใจที่สุด ก็คือรายการที่ใช้ทดสอบพรสวรรค์ทางพลังจิตนั่นเอง

โดยรางวัลสูงสุดคือสุดยอดสมบัติล้ำค่าระดับสวรรค์ในตำนาน—ตราประทับเต๋าทะเลวิญญาณ

แต่ก็นั่นแหละ มันก็แค่รางวัลที่ตั้งไว้เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น

เพราะมันถูกแขวนโชว์ไว้ตรงนั้นมาสองร้อยกว่าปีแล้ว ยังไม่มีใครเคยเอามันไปได้เลยสักคน

ที่พวกหลี่เหวินป๋อรีบบึ่งมาที่มหาลัยฮ่องกงทันทีที่ลงจากเครื่อง ก็เพราะเล็งรางวัลพวกนี้ไว้นี่แหละ

ตามปกติแล้ว คนที่ไม่ได้เป็นนักศึกษาของมหาลัยฮ่องกงจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการทดสอบเหล่านี้

แต่นี่ถือเป็นสิทธิพิเศษที่ทางมหาลัยฮ่องกงมอบให้แก่ผู้เข้าร่วม ‘โครงการศึกษาดูงาน’ โดยเฉพาะ

นอกจากจะสามารถเลือกเข้าร่วมการทดสอบรายการใดก็ได้แล้ว หากทำสำเร็จ นอกจากจะได้รับรางวัลจากการทดสอบตามปกติ ยังจะได้รับรางวัลพิเศษเพิ่มเติมอีกด้วย!

มีของฟรีมาประเคนให้ถึงที่แบบนี้ พวกคุณชายเสเพลมีหรือจะยอมพลาด

“ค่ะ ฉันอยากจะไปเอารางวัลทดสอบสักหน่อย” กู่เยว่ซีพยักหน้ารับอย่างตรงไปตรงมา

พอพวกหลี่เหวินป๋อได้ยินแบบนั้น ก็ส่งสายตาเป็นทำนองว่า ‘ว่าแล้วเชียว’ ให้กัน

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ เป้าหมายของกู่เยว่ซีตั้งแต่แรกเริ่ม ก็คือรางวัลสูงสุดที่ทุกคนมองว่าเป็นแค่ ‘ตำนาน’ นั่นต่างหาก

“ได้สิครับ ไม่มีปัญหา” มู่หยุนเฟยยิ้มรับ

“พอดีเลย พวกเราก็กำลังจะไปที่นั่นเหมือนกัน งั้นก็ไปด้วยกันเลยสิครับ!”

ในเมื่อทางมหาลัยให้สิทธิพิเศษกับพวก ‘นักศึกษาแลกเปลี่ยน’ กลุ่มนี้แล้ว มู่หยุนเฟยก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธ ในเมื่อยังไงก็เป็นทางผ่านอยู่แล้ว เขาจึงเดินนำพาทุกคนมุ่งหน้าไปยังศูนย์ทดสอบทันที

ตลอดทางที่เดินไป ฉู่เซิงที่ซ่อนตัวอยู่ในเรือนผมของกู่เยว่ซี แทบจะน้ำลายสอจนทนไม่ไหวแล้ว!

ในสัมผัสการรับรู้ของเขา นักศึกษาทุกคนที่เดินขวักไขว่ไปมาในวิทยาเขต ล้วนเป็นเหมือนแหล่งพลังจิตเคลื่อนที่ที่ส่งกลิ่นหอมหวนยั่วน้ำลายสุดๆ

พลังจิตที่ควบแน่นเป็นรูปธรรมตรงหว่างคิ้วของคนพวกนั้น ในสายตาของเขามันก็ไม่ต่างอะไรกับงานเลี้ยงสุดหรูระดับมิชลินสตาร์เลยทีเดียว

ครั้งล่าสุดที่เขาได้ดูดซับของดีแบบนี้ ก็คือตอนสอบภาคปฏิบัติที่เจียงเฉิง ไอ้หมอนั่นเป็นแค่ผู้ใช้พลังจิตระดับหนึ่งขั้นปลายเท่านั้น แต่ก็ยังทำให้พลังจิตของเขาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!

แล้วดูนักศึกษาที่นี่สิ โดยเฉลี่ยก็อยู่ระดับสามกันทั้งนั้น แถมยังมีพวกระดับสี่ ระดับห้า ปะปนอยู่ด้วย!

ถ้าได้ดูดพลังจิตที่ควบแน่นเป็นรูปธรรมของพวกระดับสาม...หรือระดับสี่สักคนล่ะก็ พลังของเขาไม่พุ่งพรวดทะลุเพดานไปเลยหรือไง?!

ยิ่งไปกว่านั้น...ฉู่เซิงยังสัมผัสได้อย่างเฉียบคมว่านักศึกษาหลายคนมีกลิ่นอายของพลังเจตจำนงแผ่ซ่านออกมาจางๆด้วย!

ทั้งเจตจำนงแห่งปฐพี เจตจำนงแห่งสายฟ้า เจตจำนงแห่งน้ำ...

ถ้าเขาได้ดูดซับพลังจากผู้ใช้พลังจิตที่บรรลุเจตจำนงแห่งธรรมชาติเหล่านี้ล่ะก็…

ความก้าวหน้าในการหยั่งรู้เจตจำนงของเขา...จะพุ่งพรวดขึ้นตามไปด้วยหรือเปล่านะ?

ฉู่เซิงคิดว่ามันมีความเป็นไปได้สูงมาก!

ไม่แน่! ต้องหาโอกาสลองดูสักตั้ง!

อุดอู้อยู่ในผมมาทั้งวัน อึดอัดจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้วเว้ย!

ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว ส่งกระแสจิตที่เต็มไปด้วยความร้อนรนผ่านพันธสัญญาเลือดไปหากู่เยว่ซีทันที

“หึ่งๆๆ! (ไม่ไหวแล้ว! ฉันทนไม่ไหวแล้ว! ขอฉันออกไปยืดเส้นยืดสายหน่อยได้ไหม?!

แป๊บเดียวเอง!)”

วินาทีต่อมา...กระแสความปรารถนาอันแรงกล้า ก็พุ่งปรี๊ดผ่านตราพันธสัญญาเลือด เข้าสู่สมองของกู่เยว่ซีราวกับกระแสไฟฟ้า—

“อ๊ากกก! ฉันจะออกไป! ฉันจะออกไป!!”

กู่เยว่ซี : "..."

ฝีเท้าของเธอชะงักไปเล็กน้อย เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ

เธอรีบแบ่งสมาธิส่วนหนึ่ง ส่งเสียงตอบกลับไปในใจด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและเด็ดขาด

“ไม่ได้เด็ดขาด! ขืนนายออกไปตอนนี้ ก็เท่ากับรนหาที่ตายชัดๆ!”

“ตอนนี้พวกเราถูกแขวนหัวอยู่บน ‘ประตูนรก’ นะ! อาจจะถูกพวกนักฆ่าเพ่งเล็งอยู่ตอนไหนก็ได้!

ค่าหัวตั้งพันกว่าล้านเหรียญอินทรีขาว ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับสูงก็ยังต้องตาลุกวาว!”

“ถ้าต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับนั้น ต่อให้มีพวกเราเป็นร้อยคนก็ยังไม่พอให้พวกมันฆ่าทิ้งด้วยซ้ำ!”

……………

จบบทที่ บทที่ 151 : พลังจิตควบแน่นเป็นรูปธรรมมีอยู่เต็มไปหมด!

คัดลอกลิงก์แล้ว