เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 147 : ความตกตะลึงของเหล่าคุณชายเมืองหลวง เจ้าเห็ดผู้ชั่วร้ายตัวนั้นมีอยู่จริงงั้นเหรอ?

บทที่ 147 : ความตกตะลึงของเหล่าคุณชายเมืองหลวง เจ้าเห็ดผู้ชั่วร้ายตัวนั้นมีอยู่จริงงั้นเหรอ?

บทที่ 147 : ความตกตะลึงของเหล่าคุณชายเมืองหลวง เจ้าเห็ดผู้ชั่วร้ายตัวนั้นมีอยู่จริงงั้นเหรอ?


บทที่ 147 : ความตกตะลึงของเหล่าคุณชายเมืองหลวง เจ้าเห็ดผู้ชั่วร้ายตัวนั้นมีอยู่จริงงั้นเหรอ?

เห็นได้ชัดเลยว่ากลุ่มคุณชายและคุณหนูจากเมืองหลวงอย่างนี้หลี่เหวินป๋อนั้นไม่อยากจะทนอยู่ร่วมกับ ‘คนต่างถิ่น’ เลยแม้แต่นาทีเดียว

พวกเขาแค่อยากจะสลัดกู่เยว่ซีที่เป็นเหมือนตัวถ่วงซึ่งถูกยัดเยียดเข้ามากลางคันให้พ้นๆ ไปเสียที

ดังนั้นในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พวกเขาจึงใช้เส้นสายของตระกูลเรียกเครื่องบินส่วนตัวมาเตรียมพร้อมบินตรงไปยังเกาะฮ่องกงในทันที

ภายในเครื่องบินส่วนตัวลำนี้ตกแต่งอย่างหรูหราฟู่ฟ่า มีทั้งโซฟาหนังแท้ บาร์เครื่องดื่มระดับท็อป และระบบความบันเทิงครบครัน

ในขณะที่กู่เยว่ซีกลับถูกจัดให้อยู่ตรงมุมที่แคบที่สุดและชิดริมที่สุดบริเวณท้ายเครื่องบินอย่างหน้าตาเฉย

แถมยังไม่มีแม้แต่หน้าต่างให้มองออกไปข้างนอกด้วยซ้ำ

เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างนิ่มนวล และบินพ้นเขตมณฑลเทียนหั่วไปอย่างรวดเร็ว

พอหลุดพ้นจากเขตอิทธิพลของ ‘เจ้าถิ่น’ แล้ว ท่าทีของพวกลูกหลานคนรวยจากเมืองหลวงที่มีต่อกู่เยว่ซีก็พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที

ตอนที่อยู่โรงแรมเมื่อครู่นี้ พวกเขายังพอจะเสแสร้งทำเป็นรักษามารยาทอยู่บ้าง ได้แต่บ่นพึมพำกันเบาๆแต่ตอนนี้

พวกเขาขี้เกียจแม้แต่จะแกล้งทำเป็นดีด้วยแล้ว เสียงพูดคุยวิจารณ์ดังขึ้นโดยไม่คิดจะเกรงใจ ราวกับว่ากู่เยว่ซีเป็นเพียงแค่อากาศธาตุ

ชายหนุ่มผมทองนั่งไขว่ห้างด้วยสีหน้าหงุดหงิดเต็มประดา

“ให้ตายเถอะ ฉันล่ะเชื่อเลย ทำไมไอ้พวกบ้านนอกคอกนาถึงได้มีเรื่องวุ่นวายเยอะนักวะ? เป็นแค่ตระกูลเล็กๆเท่าขี้ตาแมวแท้ๆยังกล้าใช้เส้นสายข้ามหัวพวกเราอีก…ไม่รู้จักเจียมกะลาหัวตัวเองเอาซะเลย!”

“นั่นน่ะสิ! ทำมาเป็นอ้างชื่อตระกูลใหญ่ระดับมณฑล ฟังดูเหมือนจะยิ่งใหญ่นะ แต่ถ้าเอาไปเทียบในเมืองหลวงของเราล่ะก็ เกรงว่าแม้แต่ตระกูลระดับสามก็ยังเป็นไม่ได้ด้วยซ้ำมั้ง?” หญิงสาวที่แต่งหน้าจัดเบ้ปากพร้อมกับพูดเสริมขึ้น

กู่เยว่ซีนั่งหลับตาพักผ่อน ทำหูทวนลมไม่สนใจคำพูดเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย

ทว่าฉู่เซิงที่ซ่อนตัวอยู่ในเรือนผมของเธอกลับฟังแล้วรู้สึกพูดไม่ออกสุดๆ

ให้ตายสิ โลกใบนี้มันเป็นห่วงโซ่แห่งการดูถูกเหยียดหยามที่ใหญ่โตเสียเหลือเกิน

คนเมืองตูหนานก็ดูถูกคนที่มาจากเมืองเล็กๆอย่างเจียงเฉิงว่าเป็นพวกบ้านนอก แต่พอเป็นเมืองใหญ่อันดับท็อปเท็นของประเทศอย่างตูหนาน

ในสายตาของพวกคุณชายเมืองหลวงกลุ่มนี้ก็ยังกลายเป็นแค่ ‘พวกต่างถิ่นชั้นต่ำ’ ไปซะได้

น่าสนใจจริงๆ...

คุยกันไปคุยกันมา ทุกคนก็เริ่มรู้สึกว่าหัวข้อนี้มันน่าเบื่อ จึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องสนุกๆ

ที่เพิ่งเกิดขึ้นในแวดวงคนรุ่นใหม่ของเมืองหลวงเมื่อเร็วๆนี้แทน

แล้วบทสนทนาก็ไหลไปสู่เรื่องตลกที่ฮือฮาที่สุดในตอนนี้อย่างเป็นธรรมชาติ นั่นก็คือเรื่องที่ ‘มู่เฉิน’ อัจฉริยะแห่งมหาวิทยาลัยเมืองหลวง ถูก ‘เจ้าเห็ดผู้ชั่วร้าย’ อัดจนยับเยินในเกม 《หลิงอู่อู๋เจียง》!

พอพูดถึงเรื่องนี้ ชายหนุ่มผมทองก็หัวเราะร่วนจนต้องตบเข่าฉาด

“ฮ่าๆๆ! ตอนนั้นฉันอยู่ในเหตุการณ์พอดีเลยเว้ย! ตอนแรกก็คิดว่าไอ้หมอมู่เฉินนั่นจะทำลายสถิติได้ซะอีก

ที่ไหนได้ ดันโดนเห็ดเวรตะไลที่ไหนก็ไม่รู้ฆ่าตายซะงั้น! โคตรฮาเลยว่ะ!”

หัวข้อนี้ดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ในทันที บรรยากาศภายในห้องโดยสารจึงกลับมาคึกคักอีกครั้ง

“พูดก็พูดเถอะ ครั้งนี้มู่เฉินขายหน้าจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว! โดนสัตว์อสูรทำพันธสัญญาขั้นสามระดับปลายลากไปฆ่าทิ้งเนี่ย สถิตินี้คงจะติดตัวหมอนั่นไปจนวันตายแน่!”

“ฮ่าๆๆ! ใครว่าไม่ใช่ล่ะ! ได้ยินมาว่าตอนนี้หมอนั่นไม่กล้าออกจากบ้านเลยนะ พอโผล่หัวออกไปก็โดนคนชี้หน้าหัวเราะเยาะกันทั้งเมือง!”

“เอาจริงๆนะ ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยได้ยินชื่อมู่เฉินนี่เลยด้วยซ้ำ อัจฉริยะในมหาลัยเมืองหลวงมีตั้งเยอะแยะ หมอนั่นก็แค่พอมีชื่อเสียงในหมู่เด็กปีสองเท่านั้นแหละ...แต่คราวนี้ดังเป็นพลุแตกของจริงว่ะ

ตอนนี้ใครที่เล่น《หลิงอู่อู๋เจียง》 มีใครบ้างที่ไม่รู้จักมัน? แบบนี้จะเรียกว่า…ได้ดีเพราะโชคร้ายหรือเปล่าวะ?”

“สุดยอดไปเลย โดนด่าจนดังก็ถือว่าดังเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ?”

“ฮ่าๆๆๆ! แต่เอาจริงๆนะ หมอนั่นมันซวยโคตรๆ! กำลังจะทำลายสถิติอยู่แล้วเชียว ดันไปเจอสัตว์ประหลาดบั๊กแตกที่พวกออฟฟิเชียลแอบสร้างขึ้นมาซะได้ เจอแบบนี้ใครมันจะไปสู้ไหววะ!”

พอได้ยินแบบนั้น คนส่วนใหญ่ก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย

ถึงปากพวกเขาจะพูดจาถากถางอย่างสนุกปาก แต่ในใจก็รู้ดีว่าพวกคุณชายเสเพลที่ไม่เอาถ่านอย่างพวกเขา

หากเอาไปเทียบกับอัจฉริยะของจริงอย่างมู่เฉินแล้ว มันก็เหมือนฟ้ากับเหว ไม่มีทางเทียบกันได้เลย

“มันซวยจริงๆนั่นแหละ” หลี่เหวินป๋อพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเปลี่ยนบทสนทนา รอยยิ้มลึกลับผุดขึ้นที่มุมปาก

“แต่ว่านะ...พวกนายพูดผิดไปอย่างนึง”

“ไอ้ ‘เจ้าเห็ดผู้ชั่วร้าย’ นั่น กับเจ้านายของมันที่ใช้ชื่อว่า[จักรพรรดินีผู้ฝึกสัตว์หนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์]ไม่ใช่บอสที่ออฟฟิเชียลสร้างขึ้นมาหรอกนะ

พวกเขา...มีตัวตนอยู่จริงๆต่างหากล่ะ”

พอได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่วนออกมาเพราะคิดว่าเขากำลังล้อเล่น

“ฮ่าๆๆ! พี่ป๋อ พี่นี่นับวันยิ่งมีอารมณ์ขันนะเนี่ย ไอ้เห็ดบ้าที่อยู่แค่ขั้นสามระดับปลาย แต่กลับขยี้อัจฉริยะขั้นสี่ระดับต้นจากมหาลัยเมืองหลวงซะเละเทะเนี่ยนะ! ของแบบนี้มันจะมีอยู่จริงบนโลกได้ยังไง?”

ชายหนุ่มผมทองหัวเราะลั่น “ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงนะเว้ย ฉันยอมกินโทรศัพท์มือถือโชว์ตรงนี้เลยเอ้า?!”

“ฉันไม่ได้พูดเล่น” สีหน้าของหลี่เหวินป๋อกลับดูจริงจังขึ้นมา “อย่าลืมสิว่าตระกูลหลี่ของเรามีเบื้องหลังยังไง”

“เกม 《หลิงอู่อู๋เจียง》 นี่ ตระกูลเราก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาด้วยเหมือนกัน หลังจากเกิดเรื่อง ผู้บริหารระดับสูงของตระกูลก็ใช้ช่องทางภายในตรวจสอบเรื่องนี้ทันทีใข้อมูลการต่อสู้ทั้งหมดของ ‘เจ้าเห็ดผู้ชั่วร้าย’ นั่น...เป็นของจริงทั้งหมด!”

“หา?”

รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มผมทองแข็งค้างไปในทันที เขาพยายามจ้องมองใบหน้าของหลี่เหวินป๋อเพื่อหาร่องรอยของการล้อเล่น แต่กลับไม่พบเลยแม้แต่น้อย

คนอื่นๆรอบตัวก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป กลายเป็นความสงสัยและตื่นตระหนกเข้ามาแทนที่

แน่นอนว่าพวกเขาย่อมรู้ดี ตระกูลของหลี่เหวินป๋อคือตระกูลยักษ์ใหญ่ที่ติดอันดับท็อปทรีในบรรดาสิบตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงอย่างเหนียวแน่น! แถมยังมีเบื้องหลังเกี่ยวพันกับกองทัพอีกด้วย!

ถึงแม้ตัวเขาจะเป็นแค่คุณชายเสเพลที่ไม่เอาไหน และไม่มีทางเข้าถึงความลับระดับสูงสุดของตระกูลได้ แต่ถ้าเป็นข้อมูลแค่นี้ การที่เขาจะสืบรู้มาได้ก็ดูสมเหตุสมผลอยู่เหมือนกัน?

หรือว่า...บนโลกใบนี้ จะมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งจนไร้เหตุผลแบบนี้อยู่จริงๆ?!

แค่ขั้นสามระดับปลาย แต่กลับสังหารอัจฉริยะระดับท็อปขั้นสี่ระดับต้นได้ง่ายดายเหมือนเด็ดผักหั่นปลาเนี่ยนะ?!

“จริงดิ? ถ้าอย่างนั้น...เจ้านายของมันต้องเป็นคนระดับไหนกันวะ ถึงจะควบคุมสัตว์ประหลาดแบบนี้ได้? ไม่กลัวโดนพลังสะท้อนกลับหรือไง?” บางคนก็ยังอดไม่อยากจะเชื่อไม่ได้

“อย่างน้อยๆพลังจิตก็ต้องอยู่ระดับขั้นห้าขึ้นไปนั่นแหละ ถึงจะควบคุมได้อยู่หมัด” ชายหนุ่มผมทองขมวดคิ้วแน่น

“แต่ฉันได้ยินมาว่า...ข้อมูลเจ้านายของไอ้เห็ดนั่น อยู่แค่ขั้นสองระดับกลางเองไม่ใช่เหรอวะ?”

ทุกคนต่างก็มีสีหน้ามึนงง

ตอนที่เจ้าเห็ดผู้ชั่วร้ายนั่นสร้างตำนานสังหารหมู่ในแรงก์ระดับขั้นสี่ตอนต้น ไม่รู้ว่ามีคนกดเข้าไปดูโปรไฟล์ของมันมากแค่ไหน

ทุกคนต่างก็เห็นกันหมดว่าข้อมูลของเจ้านายมันที่ชื่อ[จักรพรรดินีผู้ฝึกสัตว์หนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์]มีพลังจิตอยู่แค่ขั้นสองระดับกลางเท่านั้นเอง

พลังจิตต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่นี้ จะไปควบคุมสัตว์อสูรทำพันธสัญญาที่เก่งกาจฝืนลิขิตฟ้าขนาดนั้นได้ยังไง?

คนส่วนใหญ่ต่างก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ และนี่ก็เป็นหนึ่งในหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้หลายคนปักใจเชื่อว่า ‘เจ้าเห็ดผู้ชั่วร้าย’ เป็นแค่ข้อมูลเท็จที่ถูกสร้างขึ้นมา!

“นี่แหละคือจุดที่น่าสนใจที่สุดล่ะ” สีหน้าของหลี่เหวินป๋อยิ่งดูมีเลศนัยมากขึ้นไปอีก

“เจ้านายของมันซ่อนข้อมูลประวัติการต่อสู้เอาไว้”

“คนส่วนใหญ่รู้แค่สถิติการต่อสู้อันบ้าคลั่งของไอ้เห็ดนั่น แต่แทบจะไม่มีใครรู้เลยว่าตัวเจ้านายของมันเอง ในตอนที่อยู่แค่ขั้นสองระดับกลาง ก็เคยกดข้ามขั้นบดขยี้อัจฉริยะระดับขั้นสามตอนกลางในเกมมาแล้วนับไม่ถ้วน!”

“เจ้านายคนนี้แหละที่เป็นสัตว์ประหลาดของจริง ฝึกฝนทั้งพลังปราณเลือดและพลังจิตควบคู่กันไป...ต่อให้ไม่มีสัตว์อสูรที่เก่งเวอร์วังตัวนั้น เกรงว่าในอนาคตก็คงจะเป็นสุดยอดอัจฉริยะที่ก้าวขึ้นสู่ระดับราชาได้แน่!”

……………

จบบทที่ บทที่ 147 : ความตกตะลึงของเหล่าคุณชายเมืองหลวง เจ้าเห็ดผู้ชั่วร้ายตัวนั้นมีอยู่จริงงั้นเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว