- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 145 : ขอบเขตพลังโลหิตทะลวงอีกครั้ง!
บทที่ 145 : ขอบเขตพลังโลหิตทะลวงอีกครั้ง!
บทที่ 145 : ขอบเขตพลังโลหิตทะลวงอีกครั้ง!
บทที่ 145 : ขอบเขตพลังโลหิตทะลวงอีกครั้ง!
ทันใดนั้น จู่ๆประกายความคิดบางอย่างก็สว่างวาบขึ้นมาในหัวของฉู่เซิง
เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะ?
เลือดแก่นแท้ระดับราชา...ก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของซากสิ่งมีชีวิตเหมือนกันไม่ใช่หรือไง? แล้วของแบบนี้มันจะให้ระบบเก็บกู้ได้ไหมเนี่ย?
ไวเท่าความคิด เขารีบเพ่งจิตสำนึกไปที่เลือดแก่นแท้ของเต่าทมิฬใต้ทะเลลึก ซึ่งยังคงเหลืออยู่อีกถึงสองในสามส่วนภายในกล่องหยกทันที
[เลือดแก่นแท้เต่าทมิฬใต้ทะเลลึก (สายเลือดระดับราชาสี่ดาว): สามารถเก็บกู้ได้ คาดว่าจะได้รับแก่นแท้แห่งชีวิต 85,000 แต้ม]
เชี่ยเอ๊ย! เก็บกู้ได้จริงๆด้วยดิ?!
ฉู่เซิงตื่นเต้นจนแทบเนื้อเต้น ทว่าวินาทีต่อมา เขากลับต้องตกอยู่ในสภาวะลังเลอย่างหนัก
นี่มันเลือดแก่นแท้ระดับราชาเชียวนะ! ใช้ไปหยดนึงก็หายไปหยดนึง!
สรุปแล้วเขาควรจะเอามันมาดูดซับเพื่อยกระดับขอบเขตพลังโลหิตของตัวเองต่อไป หรือว่าจะแปลงมันเป็นแก่นแท้แห่งชีวิตเพื่อเอาไปอัปเกรดให้พวกลูกน้องดีล่ะ?
และในขณะที่เขากำลังคิดหนักจนตัดสินใจไม่ถูกอยู่นั้นเอง จู่ๆภาพของบางสิ่งก็แวบเข้ามาในหัว
เอ๊ะ? เดี๋ยวก่อนสิ...
ดูเหมือนว่าจะมีของอีกอย่างที่สามารถเอามาเก็บกู้ได้นี่นา!
ซากลูกสัตว์อสูรระดับราชาไง! เจ้าพยัคฆ์ขาวขนทองนั่น!
บัดซบเอ๊ย! พอคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเขาก็รู้สึกโมโหจนควันออกหู!
ฉู่เซิงจำได้แม่นยำเลยว่า ตอนนั้นกู่เยว่ซีพูดประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนชัดๆว่า ‘ฆ่าทิ้งเอาไว้เป็นอาหารยุง’!
แต่แล้วผลลัพธ์ล่ะเป็นยังไง?
ยัยผู้หญิงคนนี้ พอคล้อยหลังปุ๊บก็จัดการแล่เนื้อชิ้นเบ้อเริ่มตั้งหลายชิ้น เอาไปประเคนให้เจ้าสิงโตเพลิงครามเฮงซวยของเธอหน้าตาเฉย!
ส่วนเขาน่ะเหรอ...ไม่ตกถึงท้องเลยสักแอะ!
ร้ายนักนะกู่เยว่ซี!
ที่แท้คำพูดสวยหรูบนแท่นรับรางวัลตอนนั้น ก็แค่พูดเอาเท่เพื่อสร้างภาพเฉยๆใช่ไหมล่ะ?!
ฉู่เซิงยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด
เขาปรายตามองกู่เยว่ซีที่กำลังนั่งขัดสมาธิเข้าสู่สภาวะการทำสมาธิขั้นลึกอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนจะแค่นเสียงเย็นชาในใจ
หึ ในเมื่อเธอเป็นคนพูดเองว่าจะเอามาเป็นอาหารให้ฉัน งั้นฉันลงมือจัดการกินมันเองซะเลย ก็คงไม่ผิดกติกาหรอกมั้ง?
เมื่อหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองได้แล้ว ฉู่เซิงก็ไม่หลงเหลือความเกรงใจใดๆอีกต่อไป
พลังจิตอันแข็งแกร่งที่จวนจะทะลวงเข้าสู่ระดับสองขั้นปลายของเขาระเบิดออกมาราวกับคลื่นพายุ
มันแผ่ขยายออกไปคล้ายกับหนวดปลาหมึกที่มองไม่เห็น พุ่งตรงเข้าไปล็อกเป้าหมายที่ถุงมิติข้างเอวของกู่เยว่ซีในพริบตา ก่อนจะทะลวงผ่านค่ายกลพลังจิตที่ปิดกั้นเอาไว้ได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ!
“หืม?!”
ทางด้านกู่เยว่ซีที่กำลังอยู่ในสภาวะเข้าฌาน จู่ๆเธอก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
ดวงตาหงส์เบิกโพลงขึ้นมาทันที พร้อมกับประกายความตื่นตระหนกและเกรี้ยวกราดที่พาดผ่านดวงตาคู่นั้น!
เจ้ายุงเวรนี่! คราวนี้มันคิดจะทำบ้าอะไรอีก?!
ไวเท่าความคิด เธอรีบรีดเร้นพลังจิตของตัวเอง หมายจะขับไล่กระแสจิตที่กำลังบุกรุกเข้ามาให้กระเด็นออกไปทันที!
ทว่า...ทุกอย่างมันสายเกินไปเสียแล้ว
เพราะพลังจิตของฉู่เซิงได้เข้าไปล็อกเป้าหมายที่ซากของพยัคฆ์ขาวขนทองภายในถุงมิติเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นเขาก็ไม่รอช้า สั่งเปิดใช้งานฟังก์ชันของระบบในทันที!
“เก็บกู้!”
[ติ๊ง! ทำการเก็บกู้ซากสัตว์อสูรสายเลือดระดับราชาหนึ่งดาวสำเร็จ! ได้รับแก่นแท้แห่งชีวิต 12,300 แต้ม!]
[แก่นแท้แห่งชีวิตรวมในปัจจุบัน: 13,558!]
เยี่ยมไปเลย!
แค่นี้ก็มีแต้มมากพอที่จะอัปเกรดลูกน้องส่วนใหญ่ให้กลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิมแล้ว!
ฉู่เซิงลอบดีใจอยู่เงียบๆก่อนจะกดอัปเกรดรวดเดียวแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง!
[ติ๊ง! หักแก่นแท้แห่งชีวิต 13,558 แต้ม! แมลงกลืนวิญญาณจำนวน 6,779 ตัว ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นระดับสองขั้นสูงสุดสำเร็จ!]
[รายละเอียดฝูงแมลงในปัจจุบัน: ระดับสองขั้นสูงสุด 15,437 ตัว, ระดับสองขั้นต้น 563 ตัว]
แจ่มแมว! แบบนี้ก็ถือว่าได้กองกำลังเกือบทั้งหมดกลับคืนมาแล้วล่ะนะ!
ฉู่เซิงรู้สึกพึงพอใจกับผลลัพธ์นี้เป็นอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน ทางด้านของกู่เยว่ซี
ทันทีที่เธอสัมผัสได้ว่าซากสัตว์อสูรที่นอนนิ่งอยู่ในถุงมิติได้อันตรธานหายวับไปในอากาศธาตุ เธอก็ถึงกับช็อกจนทำอะไรไม่ถูก
วินาทีต่อมา ความโกรธเกรี้ยวที่ยากจะระงับก็ระเบิดปะทุขึ้นมาจากส่วนลึกของหัวใจราวกับภูเขาไฟระเบิด!
เธอหันขวับไปมอง พร้อมกับจ้องเขม็งไปยังเจ้ายุงตัวแสบที่กำลังเกาะอยู่บนกล่องหยกด้วยท่าทางตีเนียนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
ความโกรธนั้นทำให้ร่างบางของเธอถึงกับสั่นเทิ้มไปทั้งตัว!
ไอ้เจ้าเวรนี่! ไอ้หน้าโจร! หน้าด้าน! ไร้ยางอายที่สุด!!
จักรพรรดินีอย่างฉันอุตส่าห์ยกเลือดแก่นแท้ระดับราชาให้แกไปทั้งชุดแล้วนะ!
แกลองปล่อยซากลูกสัตว์อสูรสายเลือดราชานั่นเหลือทิ้งไว้ให้เจ้าสิงโตน้อยบ้างไม่ได้หรือไงฮะ?!
จะโลภมากตะกละตะกลามเกินไปแล้วมั้ง?!
แล้วนี่มันใช้วิชาบ้าอะไรอีกล่ะเนี่ย?
ทำไมถึงสามารถเสกให้ซากลูกสัตว์อสูรหายวับไปกับตาได้แบบนี้??
กู่เยว่ซีคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก
แต่ก็นั่นแหละ ความสามารถหลุดโลกสารพัดอย่างของเจ้ายุงตัวนี้มันมีโผล่มาให้เห็นไม่หยุดหย่อนจนเธอเริ่มจะชินชาเสียแล้ว ดังนั้นสิ่งที่อัดแน่นอยู่ในอกตอนนี้จึงมีแต่ความโกรธล้วนๆ
เธออยากจะพุ่งเข้าไปบีบคอเจ้ายุงบัดซบนี่ให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้ แต่เธอก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้
จะลงไม้ลงมือก็ทำไม่ได้ จะด่าทอก็ป่วยการเปล่า แถมตอนนี้แม้แต่พลังจิตของเธอก็กำลังจะถูกมันแซงหน้าไปอีก...
กู่เยว่ซีรู้สึกถึงความอัดอั้นตันใจและไร้เรี่ยวแรงอย่างที่ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน มันเอ่อล้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนสภาพจิตใจของเธอแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ
เธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆอยู่หลายครั้ง กว่าจะฝืนข่มความโกรธที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจลงไปได้ แล้วจึงค่อยๆหลับตาลงอีกครั้ง
สิ่งเดียวที่พอจะเยียวยาจิตใจของเธอได้ในตอนนี้ก็คือ หลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมาตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม พลังจิตของเธอก็ยกระดับขึ้นมาได้อีกขั้นหนึ่ง
หากจะคำนวณออกมาเป็นตัวเลขล่ะก็ ตอนนี้พลังจิตของเธอน่าจะแตะอยู่ที่ราวๆ1,700 แต้มแล้ว ซึ่งห่างจากระดับสองขั้นสูงสุดเพียงแค่ร้อยกว่าแต้มเท่านั้น!
ในที่สุด...เธอก็สามารถฝืนทิ้งระยะห่างจากเจ้ายุงนั่นออกมาได้อีกนิดนึงแล้ว...
หวังว่าระยะห่างในครั้งนี้ จะรักษามันเอาไว้ได้นานอีกสักหน่อยเถอะนะ...
กู่เยว่ซีส่ายหน้าเบาๆเพื่อสลัดเรื่องชวนปวดหัวพวกนี้ทิ้งไป
เธอตัดสินใจว่าจะใช้เวลาอีกสักครึ่งวันที่เหลือ เพื่อปรับสมดุลและทำให้พลังจิตที่เพิ่งเพิ่มพูนขึ้นมามีความเสถียรมากยิ่งขึ้น
….
ตัดภาพมาที่อีกด้านหนึ่ง แน่นอนว่าฉู่เซิงเองก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ!
เขาจัดการซัดเลือดแก่นแท้ระดับราชาอึกใหญ่ลงท้องไปอีกระลอก!
[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังโลหิต 659 หน่วย! พลังโลหิตรวมในปัจจุบัน: 7,164!]
[คาดการณ์ระยะเวลาในการย่อยสลาย: 6 ชั่วโมง...]
ตู้มมมมมมม——!!!
ทันทีที่คลื่นพลังโลหิตอันมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ร่างกาย ฉู่เซิงก็รู้สึกราวกับว่าร่างของตัวเองได้กลายสภาพเป็นภูเขาไฟที่กำลังปะทุและลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง!
พลังโลหิตที่ถูกแปรสภาพเป็นของเหลวไปก่อนหน้านี้ บัดนี้ได้เริ่มกระบวนการลอกคราบเพื่อยกระดับคุณภาพเป็นครั้งที่สอง!
พวกมันเดือดพล่าน พลิกตลบ และถูกบีบอัดอย่างบ้าคลั่ง จนท้ายที่สุดก็ควบแน่นกลายเป็นสถานะที่เหนียวหนืดและร้อนระอุราวกับลาวาเดือด!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ทรงอานุภาพยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว ระเบิดปะทุขึ้นภายในร่างของเขา!
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์! ขอบเขตพลังโลหิตทะลวงเข้าสู่ ‘ขอบเขตเตาหลอมพลังโลหิต·ขั้นสองหมุนเวียน’!]
เชี่ยเอ๊ย! ทะลวงขั้นสองหมุนเวียนแล้วโว้ย!
ฉู่เซิงสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่มากพอจะแผดเผาภูผาหรือต้มน้ำทะเลให้เดือดพล่านได้ มันทำให้คุณปู่ยุงอย่างเขาตื่นเต้นจนตัวสั่นระริกไปหมด!
ใช้เวลาไม่ถึงสองวันดี เขาก็สามารถพุ่งทะยานจากระดับสามขั้นสูงสุด มาถึงขอบเขตเตาหลอมพลังโลหิตขั้นสองหมุนเวียนได้สำเร็จ!
ความเร็วในการอัปเลเวลแบบนี้ มันยิ่งกว่านั่งจรวดเสียอีก!
ในขณะเดียวกัน กู่เยว่ซีที่อยู่ไม่ไกลก็ถูกคลื่นพลังจากการทะลวงระดับของเขาปลุกให้ตื่นจากการทำสมาธิ
และเมื่อเธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังโลหิตที่ร้อนระอุราวกับลาวาเดือดพล่านภายในตัวของฉู่เซิง เธอก็ถึงกับชาหนึบไปทั้งตัวอีกครั้ง
ทะ...ทะลวงระดับอีกแล้วเหรอ?
ความเร็วในการเติบโตของพลังโลหิตของเจ้ายุงนี่ มันจะหลุดโลกเกินไปแล้วมั้ง
ทว่า...เพียงไม่นานคิ้วเรียวงามของกู่เยว่ซีก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เพราะประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเธอ จับความผิดปกติบางอย่างได้
การจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตเตาหลอมพลังโลหิต ไม่ว่าจะเป็นขั้นที่หนึ่งหรือขั้นที่สอง ล้วนแต่ต้องอาศัยพลังจากเจตจำนงระดับสมบูรณ์แบบอย่างน้อยหนึ่งชนิดมาเป็นรากฐานในการทะลวงทั้งสิ้น
ขั้นหนึ่งหมุนเวียน ‘แปรสภาพก๊าซเป็นของเหลว’ จำเป็นต้องขอยืมพลังแห่งเจตจำนงมาใช้ในการบีบอัดพลังโลหิต
ส่วนขั้นสองหมุนเวียน ‘จุดไฟหลอมเตา’ ยิ่งจำเป็นต้องใช้เจตจำนงระดับสมบูรณ์แบบมาเป็นเชื้อปะทุ เพื่อจุดประกายเพลิงแห่งพลังโลหิตให้ลุกโชน
แต่เจ้ายุงตัวนี้ ดูเหมือนมันจะเพิ่งหยั่งรู้เจตจำนงแห่งปฐพีได้แค่ระดับเริ่มต้นเท่านั้นนี่นา แล้วมันสามารถเพิกเฉยต่อกฎเกณฑ์เงื่อนไขพวกนี้ แล้วฝืนทะลวงระดับขึ้นมาดื้อๆได้ยังไงกัน?
ช่างเป็นตัวตนที่ไร้เหตุผลสิ้นดี
กู่เยว่ซีได้แต่ทอดถอนใจอย่างหมดคำจะพูด
แต่ถึงอย่างนั้น การเลื่อนระดับพลังแบบ ‘ฝืนดัน’ ขึ้นมาดื้อๆแบบนี้ ท้ายที่สุดแล้วมันก็ย่อมมีข้อบกพร่องซ่อนอยู่
เมื่อปราศจากการสนับสนุนจากเจตจำนงระดับสมบูรณ์แบบ พลังรบที่เจ้ายุงตัวนี้สามารถปลดปล่อยออกมาได้ในตอนนี้ เกรงว่าคงไม่อาจเทียบชั้นได้กับยอดฝีมือขั้นสองหมุนเวียนของแท้ในระดับเดียวกันแน่ๆ
แต่ว่า…
พอคิดมาถึงตรงนี้ แววตาของกู่เยว่ซีก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดขึ้นมาเล็กน้อย
ในฐานะผู้ฝึกสัตว์อสูร เธอสามารถส่งผ่านเจตจำนงที่ตัวเองหยั่งรู้ ไป ‘ให้ยืม’ แก่สัตว์อสูรในพันธสัญญาผ่านทางตราประทับเลือดได้ หรือที่เรียกกันติดปากว่าการ ‘บัฟพลัง’ นั่นแหละ
และจำนวนเจตจำนงที่เธอสามารถหยั่งรู้ได้ อย่างน้อยๆก็ปาเข้าไปสี่ถึงห้าสิบชนิดแล้ว!
แม้แต่สิบเจตจำนงพิเศษระดับท็อป เธอก็หยั่งรู้ไปแล้วถึงห้าชนิด!
และถ้าจะพูดให้ถูกต้องแม่นยำล่ะก็ สิ่งที่เธอหยั่งรู้นั้นไม่ใช่แค่เจตจำนง แต่เป็นถึงระดับ ‘กฎเกณฑ์’ ต่างหาก
เพียงแต่ด้วยความแข็งแกร่งของพลังจิตในปัจจุบันของเธอ มันจึงอนุญาตให้เธอแสดงออกได้เพียงแค่ระดับเจตจำนงเท่านั้น
รอให้พลังจิตของเธอทะลวงเข้าสู่ระดับสี่เมื่อไหร่ล่ะก็ ถึงตอนนั้นเธออาจจะสามารถดึงเอาพลังแห่งต้นกำเนิด ออกมาบัฟเพิ่มพลังให้กับเจ้ายุงตัวนี้ได้เลยด้วยซ้ำ!
สัตว์อสูรในพันธสัญญาผู้ท้าทายสวรรค์ ที่สามารถเพิกเฉยต่อทุกเงื่อนไขแล้วฝืนทะลวงระดับได้อย่างบ้าคลั่ง กับจักรพรรดินีผู้กลับชาติมาเกิด ที่สามารถช่วยอุดช่องโหว่และชดเชยจุดอ่อนเรื่องเจตจำนงให้กับมันได้...
พอมองในมุมนี้แล้ว
พวกเรา...ก็ดูเข้าขากันดีเหมือนกันแฮะ?
มุมปากของกู่เยว่ซีกระตุกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่
เเต่เเล้วเธอก็รีบส่ายหัวสลัดความคิดอันแสนจะบ้าบอและน่าขันนี้ออกไปจากสมองทันที
…………