เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 143 : แม่หนูนี่ทำไมถึงได้เจ้าเล่ห์นักนะ!!

บทที่ 143 : แม่หนูนี่ทำไมถึงได้เจ้าเล่ห์นักนะ!!

บทที่ 143 : แม่หนูนี่ทำไมถึงได้เจ้าเล่ห์นักนะ!!


บทที่ 143 : แม่หนูนี่ทำไมถึงได้เจ้าเล่ห์นักนะ!!

“หึ่งๆ~! (สบายสุดๆ!)”

ฉู่เซิงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะล่องลอยขึ้นสวรรค์ทั้งตัว

เขาบินโซเซออกมาจาก ‘หญ้าตรึงวิญญาณ’ ต้นที่สี่ซึ่งถูกสูบแก่นแท้ไปจนเหือดแห้ง พลางมองดูสมุนไพรวิญญาณมากมายที่ละลานตาอยู่รอบๆด้วยดวงตาประกอบที่ฉายแววละโมบ

ไหนๆก็หยิบเกินมาแล้ว จะหยิบเพิ่มอีกสักสองสามชิ้น มันก็คงไม่ต่างกันหรอกมั้ง?

คุณปู่ยุงอย่างฉันอุตส่าห์สร้างผลงานชิ้นโบแดงเชียวนะ! จะเอาเยอะหน่อยแล้วมันจะทำไมล่ะ?!

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ไม่เกรงใจอะไรอีกต่อไป ร่างเล็กจิ๋วพุ่งวาบเข้าหาสมุนไพรวิญญาณระดับเจ็ดอีกต้นที่แผ่คลื่นพลังจิตออกมาอย่างเข้มข้นทันที!

….

[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังงานจิตบริสุทธิ์สำเร็จ! พลังจิต +42!]

[พลังจิตรวมในปัจจุบัน: 1298!]

[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับแก่นแท้แห่งชีวิตของสมุนไพรวิญญาณสำเร็จ! แต้มวิวัฒนาการ +15!]

[แต้มวิวัฒนาการรวมในปัจจุบัน: 208!]

[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังงานจิตบริสุทธิ์สำเร็จ! พลังจิต +77!]

[พลังจิตรวมในปัจจุบัน: 1375!]

[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังงานจิตบริสุทธิ์สำเร็จ! พลังจิต +91!]

[พลังจิตรวมในปัจจุบัน: 1466!]

….

“……”

กู่เยว่ซียืนอยู่ด้านข้าง มองดูพืชวิญญาณล้ำค่าที่ถูกสูบจนแห้งเหี่ยวกลายเป็นเศษหญ้าไปทีละต้นๆด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

พร้อมกับรับรู้ถึงพลังจิตของเจ้ายุงที่กำลังพุ่งพรวดพราดผ่านทางพันธสัญญาเลือด...ตอนนี้เธอรู้สึกชาไปทั้งตัวแล้ว

นี่มัน...นี่มันจะตามฉันทันอีกแล้วนะ!

ความเร็วในการเติบโตของพลังจิตของเจ้านี่ ทำไมมันถึงได้ไร้เหตุผลพอๆกับพลังโลหิตของมันเลยวะ?!

เธอน่ะอุตส่าห์ตั้งใจฝึกฝนอย่างหนักหน่วง บวกกับพรสวรรค์ที่เรียกได้ว่าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ใช้เวลาแค่ครึ่งเดือน พลังจิตก็พุ่งจากศูนย์ไปถึงระดับสองขั้นปลายได้แล้ว!

ความเร็วระดับนี้มันก็ถือว่าฝืนลิขิตฟ้าสุดๆแล้วนะ

ลองคิดดูสิ เซียวหรานคนนั้น อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งมณฑลซุ่ยหมิง ฝึกฝนพลังจิตมาตั้งแต่เด็กจนป่านนี้ ระดับพลังจิตของเขายังอยู่แค่ระดับสองขั้นสูงสุดเท่านั้นเอง!

แล้วเจ้ายุงนี่ล่ะ?

แค่ดูดๆแป๊บเดียว ก็จะถึงระดับสองขั้นปลายอยู่รอมร่อแล้ว!

ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป อนาคตของการที่ ‘สัตว์อสูรควบคุมมนุษย์’ คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วจริงๆ!

ไม่ได้การ! ยังไงก็ต้องไปเกาะฮ่องกงให้ได้!

แถมยังต้องไปเดี๋ยวนี้! ตอนนี้เลยด้วย!

……

ครู่ต่อมา ณ ห้องทำงานของผู้ว่าการมณฑล

ทันทีที่กู่เยว่ซีกลับมาถึง เธอก็เปิดประเด็นเข้าเรื่องทันที

“ท่านผู้ว่าการฉีคะ บัตรผ่านเกาะฮ่องกง...ฉันต้องการมันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

ฉีฉงซานมองดูท่าทีร้อนรนของเธอแล้วก็แอบขำอยู่ในใจ

เด็กสาวก็ยังเป็นเด็กสาวอยู่วันยังค่ำ เก็บอาการไม่อยู่เอาซะเลย

เขายกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยท่าทีสบายๆราวกับคนแก่ผู้ผ่านโลกมาเยอะ ก่อนจะเอ่ยอย่างเนิบนาบว่า

“อะแฮ่ม นักเรียนกู่เอ๋ย! เรื่องบัตรผ่านเนี่ย ไม่ต้องรีบหรอก ไม่ต้องรีบ...”

“เรามาคุยเรื่องคลังสมบัติกันก่อนดีกว่าไหม? ฉันจำได้ว่า...ก่อนหน้านี้เราตกลงกันไว้ว่าจะหยิบแค่สามชิ้นไม่ใช่เหรอ?”

“แต่เมื่อกี้ฉันดูกล้องวงจรปิดเห็นชัดเจนเลยนะ เจ้ายุงของเธอเล่นสูบสมุนไพรวิญญาณไปตั้งแปดต้น แถมในนั้นยังมีระดับเก้าอยู่ตั้งสามต้น มูลค่ารวมๆกันปาเข้าไปเกือบสองพันล้านแล้วนะนั่น!”

“เอาล่ะ ฉันเองก็ถือว่าหลับตาข้างหนึ่ง อะลุ่มอล่วยให้เต็มที่แล้วนะ เอาเป็นว่า...เรื่องบัตรผ่านเกาะฮ่องกงน่ะ เราถือซะว่าเอามาหักล้างกันไป เลิกแล้วต่อกันแค่นี้ดีไหม?”

ฉีฉงซานรู้สึกว่าข้อเสนอของตัวเองนั้นสมเหตุสมผลและไร้ที่ติสุดๆ

นี่แหละคือเหตุผลที่เขารู้ทั้งรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคลังสมบัติ แต่ก็ไม่ยอมสั่งหยุด!

ปล่อยให้เธอได้กำไรไปตั้งเยอะขนาดนี้ ก็ควรจะพอใจได้แล้วมั้ง?

แถมยังช่วยให้ฉันไม่ต้องไปแบกรับความเสี่ยงมหาศาลนั่นอีกต่างหาก!

ทว่ากู่เยว่ซีกลับตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ท่านผู้ว่าการฉีคะ เรื่องไหนก็ส่วนเรื่องนั้นสิคะ”

“สมุนไพรวิญญาณที่หยิบเกินมาห้าต้น มูลค่าหนึ่งพันสี่ร้อยสามสิบล้าน เดี๋ยวฉันจะชดใช้ให้ตามราคาค่ะ ขอเขียนใบแปะโป้งไว้ก่อนก็แล้วกัน”

“แต่บัตรผ่านเกาะฮ่องกงนี่ ท่านรับปากด้วยตัวเองว่าจะใช้เป็นค่าตอบแทนที่พวกเราช่วยจัดการแม่ทัพแมลงกลืนวิญญาณ นี่มันคนละการซื้อขายกันนะคะ”

“แล้วก็...”

กู่เยว่ซีเปลี่ยนเรื่อง พร้อมกับยื่นข้อเสนอใหม่

“ฉันไม่ได้ต้องการแค่บัตรผ่านเท่านั้น แต่ฉันอยากให้ท่านช่วยหาทาง จัดการสร้างตัวตนปลอมที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ฉันด้วย แล้วส่งฉันแอบเข้าเกาะฮ่องกงไปแบบเงียบๆห้ามให้ใครจับได้เด็ดขาด!”

“พรวด—!”

ชาที่เพิ่งเข้าปากฉีฉงซานถูกพ่นออกมาเต็มแรง

เขาผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึง จ้องมองกู่เยว่ซีอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา รู้สึกได้เลยว่าความดันเลือดกำลังพุ่งปรี๊ด

บ้าไปแล้ว! นี่เธอจะเอาให้ได้เลยใช่ไหม?!

แค่หาบัตรผ่านให้ ก็ต้องแบกรับความเสี่ยงทางการเมืองมหาศาลอยู่แล้ว! นี่ยังจะให้ฉันสร้างตัวตนปลอม แล้วแอบส่งเธอเข้าไปอีกเหรอ?!

เธอรู้ตัวบ้างไหมว่าตอนนี้ตัวเองมีสถานะอะไร?

เธอคือความลับสุดยอดของสหพันธ์! เป็นเป้าหมายเดินได้ที่นักฆ่าทั่วโลกกำลังจ้องตาเป็นมัน!

ถ้าฉันทำแบบนั้นจริงๆแล้วเกิดเธอเป็นอะไรไปที่เกาะฮ่องกง จนพวกศัตรูทางการเมืองของฉันรู้เข้า แล้วยัดข้อหา ‘สมคบคิดกับศัตรู ทรยศชาติ จงใจวางแผนฆ่าอัจฉริยะของสหพันธ์’ ให้ฉันล่ะก็

อย่าว่าแต่ตำแหน่งผู้ว่าการเลย หัวฉันก็คงจะหลุดจากบ่าไปด้วย!

“ไม่มีทาง! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”

ฉีฉงซานส่ายหน้าเป็นพัลวัน

“เรื่องนี้ไม่มีการต่อรองอะไรทั้งนั้น! ต่อให้ตายฉันก็ไม่ตกลง!”

ทว่ากู่เยว่ซีกลับดูเหมือนจะคาดเดาปฏิกิริยาของเขาเอาไว้ก่อนแล้ว

เธอเพียงแค่ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าอย่างใจเย็น เปิดไฟล์เสียงที่บันทึกเอาไว้ แล้วกดปุ่มเล่น

“นักเรียนกู่! บัตรผ่านเกาะฮ่องกงน่ะเดี๋ยวฉันจัดการให้ แต่บนนั้นห้ามมีชื่อของฉันเด็ดขาด! ถือว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับฉีฉงซานคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว!”

เสียงของฉีฉงซานดังออกมาจากโทรศัพท์ ก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องทำงาน

“???”

ใบหน้าของฉีฉงซานเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในทันที

แม่หนูนี่...แอบอัดเสียงไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะเนี่ย?!

“ถ้าท่านไม่ตกลง ฉันจะส่งคลิปเสียงนี้ พร้อมกับรายงานรายละเอียดเหตุการณ์ลอบสังหารในครั้งนี้ ไปให้ทางเมืองหลวงเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

“แต่ถ้าท่านตกลง ฉันยินดีจะสาบานด้วยเลือดวิญญาณต่อหน้าท่านเลย” น้ำเสียงของกู่เยว่ซียังคงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ

“ทุกการกระทำของฉันบนเกาะฮ่องกง จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับท่าน หากการกระทำของฉันทำให้ตัวตนของท่านถูกเปิดเผย ขอให้วิญญาณของฉันแตกซ่าน ดับสูญไปตลอดกาล”

“เธอนี่มัน...เฮ้อ...ฉันล่ะยอมใจจริงๆ...” ฉีฉงซานกุมขมับ สีหน้าพังทลายจนทำอะไรไม่ถูก

เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ รู้สึกเหมือนตัวเองถูกเด็กสาววัยสิบแปดคนนี้ปั่นหัวจนอยู่หมัด

คลิปเสียงคือคำขู่ ส่วนคำสาบานด้วยเลือดวิญญาณคือหลักประกัน

ใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง รัดกุมจนไม่มีช่องโหว่

เล่ห์เหลี่ยมและวิธีการแบบนี้...มันใช่สิ่งที่เด็กมัธยมปลายควรจะมีจริงๆงั้นเหรอ?

เขาเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา แล้วโบกมืออย่างหมดเรี่ยวแรง

“ตกลง...เธอมันแน่มาก”

……

หนึ่งวันต่อมา

เลขาของฉีฉงซานเคาะประตูเดินเข้ามา พร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารให้

“ท่านผู้ว่าการครับ หาวิธีได้แล้วครับ”

“ที่เมืองหลวงมีมหาวิทยาลัยเอกชนระดับสามแห่งหนึ่งชื่อ ‘สถาบันจิ่วโจว’ เมื่อไม่นานมานี้นักศึกษาปีหนึ่งของคณะค่ายกลได้จัดโครงการทัศนศึกษาแลกเปลี่ยนไปที่มหาวิทยาลัยเกาะฮ่องกงครับ”

“ถึงจะบอกว่าเป็นโครงการแลกเปลี่ยน แต่ความจริงแล้วก็แค่ข้ออ้างของพวกลูกคุณหนูที่ไม่เอาถ่านจัดทริปไปเที่ยวเล่นกันก็เท่านั้น

“ตลอดการเดินทางพวกเขาก็จะแวะเที่ยวไปเรื่อยๆและอีกสองวันก็จะเดินทางผ่านแดนของมณฑลเทียนฮัวที่อยู่ติดกับเราครับ”

“เราสามารถสร้างตัวตนปลอมให้นักเรียนกู่ แล้วหาทางให้เธอแอบแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มนี้ตอนที่พวกเขาอยู่ในเขตมณฑลเทียนฮัวได้ครับ”

“มหาวิทยาลัยนี้ไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่าไหร่ เรียกได้ว่าเป็น ‘สถาบันลูกคุณหนู’ ของเมืองหลวง

“ข้างในมีแต่พวกลูกหลานจอมเสเพลของตระกูลใหญ่ที่ไม่ได้เรื่องได้ราว เป็นพวกที่ต่อให้ไปตายอยู่ข้างนอก ตระกูลก็คงขี้เกียจจะสนใจ”

“กลุ่มคนแบบนี้ ดูเผินๆเหมือนจะเอิกเกริกวุ่นวาย แต่ในความเป็นจริงแล้วปลอดภัยที่สุดครับ! รับรองว่าไม่มีใครจับตามองพวกเขากลุ่มนี้อย่างแน่นอน!”

……….

จบบทที่ บทที่ 143 : แม่หนูนี่ทำไมถึงได้เจ้าเล่ห์นักนะ!!

คัดลอกลิงก์แล้ว