- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 141 : รางวัลชนะเลิศคือลูกสัตว์อสูรสายเลือดระดับราชา?
บทที่ 141 : รางวัลชนะเลิศคือลูกสัตว์อสูรสายเลือดระดับราชา?
บทที่ 141 : รางวัลชนะเลิศคือลูกสัตว์อสูรสายเลือดระดับราชา?
บทที่ 141 : รางวัลชนะเลิศคือลูกสัตว์อสูรสายเลือดระดับราชา?
ณ บริเวณทางออกของดินแดนลับ
"ออกมาแล้ว! ในที่สุดก็ออกมากันแล้ว!"
เมื่อได้เห็นผู้เข้าสอบนับหมื่นคนเดินออกมาอย่างปลอดภัยภายใต้การคุ้มกันของกองทัพ หินที่ทับอยู่บนอกของสองผู้ว่าการอย่างโจวฉิงและหลี่เจี้ยนเย่ก็ถือว่าถูกยกออกไปได้เปลาะหนึ่ง
ทว่าหลังจากนั้น เมื่อพวกเขาได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในดินแดนลับจากปากของผู้เข้าสอบที่ยังคงขวัญผวาและเหล่าทหาร ทุกคนก็ถึงกับหน้าเหวอไปตามๆกัน
โจวฉิงและหลี่เจี้ยนเย่ ยอดฝีมือระดับราชาผู้สูงส่งทั้งสองท่าน บัดนี้กลับมีสีหน้าราวกับเห็นผี บนใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อและไม่อยากจะยอมรับความจริง
ระดับสามขั้นสูงสุด...ปะทะตรงๆกับระดับสี่ขั้นกลางเนี่ยนะ?!
แถมแม่งยังชนะอีกต่างหาก?!
เรื่องแบบนี้มันใช้คำว่า ‘ฝืนลิขิตฟ้า’ มาอธิบายไม่ได้แล้ว!
นี่มันเป็นตำนานชัดๆ!
เป็นปาฏิหาริย์ที่มากพอจะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการผู้ฝึกสัตว์อสูรได้เลย!
ต่อให้เป็นลูกสัตว์อสูรสายเลือดระดับจักรพรรดิขั้นสูงสุดที่พวกเขาเคยได้ยินมา ตอนที่อยู่ระดับสามขั้นสูงสุดก็ไม่มีทางทำเรื่องบ้าบิ่นระดับนี้ได้แน่!
ยุงตัวนี้...มันจะโกงเกินไปแล้วไหม?!
ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกของฉีฉงซานในตอนนี้ คงใช้ได้แค่คำว่า ‘ดีใจจนเนื้อเต้น’ เท่านั้น!
เดิมทีเขาคิดเอาไว้ว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสี่ขั้นกลางที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังป้องกัน ยุงตัวนั้นอย่างมากก็คงทำได้แค่รักษาชีวิตผู้เป็นนายเอาไว้ ไม่มีทางสร้างรอยขีดข่วนให้อีกฝ่ายได้ด้วยซ้ำ!
ก็แหงล่ะ ช่องว่างของระดับขั้นมันห่างกันเกินไปนี่นา!
แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า...
นี่สิ! นี่แหละที่เรียกว่าเซอร์ไพรส์ของจริง!
สะใจ! โคตรจะสะใจเลยโว้ย!
การได้โชว์เหนือต่อหน้าเพื่อนเก่าทั้งสองคนในรอบนี้ มันทำให้เขารู้สึกฟินยิ่งกว่าตอนที่ตัวเองทะลวงผ่านระดับราชาได้เมื่อปีก่อนเป็นหมื่นเท่า!
เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารอันสะเทือนเลื่อนลั่นขึ้น งานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ที่เตรียมไว้แต่แรกจึงต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยาย ทุกอย่างถูกปรับให้เรียบง่ายที่สุด
ทั้งสามคนอย่างฉีฉงซานต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ต้องรีบมอบรางวัลให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด จากนั้นก็รีบพากู่เยว่ซีกลับไปคุ้มกันที่ศูนย์บัญชาการมณฑลซุ่ยหมิงทันที!
ด้วยเหตุนี้ แท่นรับรางวัลชั่วคราว จึงถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วที่บริเวณหน้าทางเข้าดินแดนลับ
ฉีฉงซานเป็นผู้มอบรางวัลด้วยตัวเอง เขาส่งมอบถ้วยรางวัลสีทองอันเป็นตัวแทนแห่งเกียรติยศของผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งแห่งสามมณฑล พร้อมกับแบล็คการ์ดที่มีเงินสดหนึ่งล้านเหรียญสหพันธ์อยู่ข้างใน ให้ถึงมือของกู่เยว่ซี
กู่เยว่ซีรับมันมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ภายในใจไม่มีความหวั่นไหวใดๆ
เงินหนึ่งล้านเหรียญงั้นเหรอ? นั่นมันแค่เรื่องรอง
สิ่งที่เธอสนใจจริงๆคือรางวัลอีกชิ้นต่างหาก
"ลำดับต่อไป ฉันจะขอมอบรางวัลพิเศษสำหรับผู้ชนะเลิศการสอบร่วมในครั้งนี้ ให้แก่นักเรียนกู่เยว่ซี!"
สิ้นเสียงประกาศของฉีฉงซาน เจ้าหน้าที่สองคนก็ค่อยๆยกกรงขนาดยักษ์ที่ทำจากโลหะผสมพิเศษเดินขึ้นมาบนเวที
ภายในกรง ปรากฏร่างของลูกสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่มีขนสีขาวบริสุทธิ์ทั่วทั้งตัว รูปร่างของมันคล้ายพยัคฆ์ร้าย กลางหลังมีปีกหนึ่งคู่ และบริเวณหว่างคิ้วยังมีขนขนนกสีทองกระจุกหนึ่ง มันกำลังกวาดสายตามองไปรอบๆด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"สายเลือดระดับราชาหนึ่งดาว—พยัคฆ์ขาวขนทอง!"
ฉีฉงซานกล่าวด้วยรอยยิ้มเบิกบาน
"นี่คือสิ่งที่ทางสหพันธ์ตั้งใจจับมาจากส่วนลึกของเทือกเขาหมื่นอสูร เพื่อเป็นรางวัลให้แก่อัจฉริยะผู้ฝึกสัตว์อสูรที่เก่งกาจที่สุดของแต่ละมณฑล!"
"ทั่วทั้งแคว้นต้าเซี่ย เฉลี่ยแล้วทุกๆสิบปีจะสามารถจับมาได้สำเร็จเพียงแค่สามตัวเท่านั้น! ความล้ำค่าของมัน คงไม่ต้องให้ฉันอธิบายให้มากความ!"
ฮือฮา—!
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกไป บรรยากาศทั่วทั้งลานประลองก็เดือดพล่านขึ้นมาในพริบตา!
ผู้เข้าสอบนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้เข้าสอบสายผู้ฝึกสัตว์อสูร ต่างพากันจ้องมองไปที่ลูกสัตว์อสูรตัวนั้นด้วยแววตาที่อิจฉาตาร้อนจนแทบจะบ้าคลั่ง ลมหายใจของพวกเขาเริ่มหอบถี่ขึ้น
แม้แต่ฮั่วหมิงเซียนและเย่เสี่ยวเถา สองอัจฉริยะผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับท็อปจากห้องมังกรซ่อน ก็ยังปิดบังความอิจฉาในแววตาเอาไว้ไม่อยู่
สายเลือดระดับราชาเชียวนะ!
นั่นมันความฝันที่ผู้ฝึกสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนตามหามาทั้งชีวิตแต่ก็ยากจะเอื้อมถึง!
ขอเพียงแค่ได้ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรสายเลือดระดับราชาสักตัว นั่นย่อมหมายความว่าในอนาคต อย่างน้อยๆก็การันตีการเป็นยอดฝีมือระดับเก้าขั้นสูงสุด หรือเผลอๆอาจจะทะลวงไปถึงระดับราชาได้เลยด้วยซ้ำ!
โชคของกู่เยว่ซีคนนี้จะดีเกินไปแล้วมั้ง!
ลำพังแค่มีพันธสัญญากับยุงที่โคตรจะโกงตัวนั้นก็ว่าแย่แล้ว ตอนนี้ยังได้พยัคฆ์ขาวขนทองที่มีศักยภาพไร้ขีดจำกัดมาครอบครองแบบฟรีๆอีกงั้นเหรอ?
นี่แม่งกะจะไม่ให้คนอื่นมีที่ยืนเลยหรือไงวะ?!
ทว่ากู่เยว่ซีกลับทำเพียงแค่ปรายตาตามองลูกสัตว์อสูรตัวนั้นอย่างเฉยชา ในดวงตาหงส์อันเย็นเยียบของเธอกลับฉายแววผิดหวังออกมาอย่างปิดไม่มิด
ระดับราชาหนึ่งดาว?
แค่หนึ่งดาวเองเหรอ...
สายเลือดระดับนี้ ต่อให้ทุ่มเททรัพยากรมหาศาลไปกับการฟูมฟัก โอกาสที่มันจะพัฒนาไปถึงระดับราชาได้จริงๆก็มีไม่มากนัก ดีไม่ดีอาจจะไปตันอยู่แค่ระดับเก้าขั้นสูงสุดด้วยซ้ำ
เทียบกับลูกสิงโตเพลิงครามที่อยู่ในถุงสัตว์อสูรของเธอไม่ได้เลยสักนิด
เจ้าสิงโตน้อยตัวนั้น หลังจากได้รับการชำระล้างด้วยเพลิงโลกันตร์จากเจ้ายุงเวรนั่น สายเลือดของมันก็พุ่งทะยานไปถึงระดับราชาหนึ่งดาวขั้นสูงสุดแล้ว แถมยังมีศักยภาพซ่อนเร้นอีกมากมาย
กู่เยว่ซีรู้วิธีที่จะทำให้มันวิวัฒนาการอีกครั้งจนกลายเป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์ได้ตั้งหลายวิธี
ในอนาคต โอกาสที่จะทะลวงไปถึงระดับจักรพรรดิก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!
พอเอามาเปรียบเทียบกันแบบนี้ ความห่างชั้นก็เห็นกันอยู่ชัดๆ
หากจะเก็บลูกสัตว์อสูรสายเลือดระดับราชาตัวนี้ไว้เลี้ยงดูแบบเป็นๆนอกจากจะต้องเปลืองเงินซื้อถุงสัตว์อสูรเพิ่มอีกใบแล้ว ยังต้องเสียเงินก้อนโตไปกับการซื้ออาหารเนื้อราคาแพงมาป้อนมันอีก มีแต่จะสิ้นเปลืองทรัพยากรเปล่าๆ
ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
เมื่อคิดได้ดังนั้น กู่เยว่ซีจึงค่อยๆก้าวเดินไปข้างหน้า
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน เธอยื่นนิ้วเรียวงามออกไป แตะลงบนหว่างคิ้วของลูกพยัคฆ์ขาวขนทองตัวนั้นเบาๆ
ฉึก!
ปราณอันเย็นเยียบทะลวงผ่านกะโหลกของลูกสัตว์อสูรในชั่วพริบตา
สัตว์อสูรสายเลือดระดับราชาที่เมื่อวินาทีที่แล้วยังมีชีวิตชีวา บัดนี้กลับสิ้นใจตายคาที่โดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาเลยด้วยซ้ำ
การกระทำของกู่เยว่ซีนั้นลื่นไหลราวกับสายน้ำ เธอเก็บซากของลูกสัตว์อสูรใส่ลงในถุงมิติของตัวเองอย่างไม่ยี่หระ
จากนั้น ท่ามกลางความเงียบกริบราวกับป่าช้าของคนทั้งลานประลอง เธอก็เอ่ยอธิบายออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า:
"ระดับราชาหนึ่งดาว ยังไม่คู่ควรพอที่จะมาเป็นสัตว์อสูรในพันธสัญญาของฉันหรอก ฆ่าทิ้งเอาไว้เป็นอาหารยุงก็แล้วกัน"
ฉีฉงซาน: "?"
โจวฉิงและหลี่เจี้ยนเย่: "???"
ผู้เข้าสอบและอาจารย์ทุกคนในลาน: "???"
ทุกคนรู้สึกเหมือนสมองน้อยของตัวเองหดตัวลงไปชั่วขณะ!
ให้ตายยังไงพวกเขาก็คิดไม่ถึงว่ากู่เยว่ซีจะทำเรื่องบ้าบิ่นเหนือความคาดหมายได้ขนาดนี้!
นี่มันผลาญของล้ำค่าชัดๆ!
นั่นมันสัตว์อสูรสายเลือดระดับราชาเชียวนะ!
นึกอยากจะฆ่าก็ฆ่าทิ้งดื้อๆแบบนี้เลยเหรอ?!
เเถมเพียงเพื่อเอาไปให้ยุงกินเนี่ยนะ?!
ผู้ฝึกสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนรู้สึกปวดใจจนเลือดแทบกระอัก แทบอยากจะพุ่งเข้าไปกอดต้นขาของกู่เยว่ซีแล้วร้องไห้โฮ
แต่ว่า...พอพวกเขาลองคิดดูอีกที ก็รู้สึกว่ามันก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรตรงไหนเลยนี่นา?
เมื่อเทียบกับเจ้ายุงสุดโกงตัวนั้นแล้ว กะอีแค่ลูกสัตว์อสูรสายเลือดราชาหนึ่งดาว...มันจะไปนับเป็นตัวอะไรได้!
อย่าว่าแต่ฆ่าเอาไปให้ยุงกินเลย ต่อให้เอาไปสับละเอียดทำไส้เกี๊ยว มันก็ดูสมเหตุสมผลอยู่ดี!
บ้าเอ๊ย...พอเอาคนมาเปรียบเทียบกัน มันก็น่าโมโหชะมัด!
ทำไมกัน! ทำไมเธอถึงได้โชคดีทำพันธสัญญากับยุงตัวนั้นได้ล่ะ?!
สวรรค์ลำเอียงชัดๆ!
และแล้ว ท่ามกลางสายตาอันซับซ้อนที่เต็มไปด้วยความอิจฉา ริษยา…การสอบร่วมระดับมัธยมปลายที่เรียกได้ว่าแปลกประหลาดและน่าตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์ ก็ได้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ
หลังจบพิธีมอบรางวัล กู่เยว่ซีก็ถูกพาตัวไปยังห้องทำงานของผู้ว่าการที่อยู่ชั้นบนสุดของอาคารศูนย์บัญชาการมณฑลทันที เพื่อรับการคุ้มกันขั้นสูงสุด
"นักเรียนกู่ เธอวางใจได้เลย!"
ฉีฉงซานยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน เอ่ยรับปากด้วยสีหน้าจริงจัง
"เหตุการณ์ลอบสังหารในครั้งนี้ ทางมณฑลของเราจะสืบสาวราวเรื่องให้ถึงที่สุด!
“ไม่ว่ามันจะเป็นใคร หน้าไหนที่กล้ามาแตะต้องคนของฉันในเขตแดนของมณฑลซุ่ยหมิง ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา ฉีฉงซานคนนี้ก็จะลากคอมันออกมารับโทษให้จงได้!”
แม้ปากจะพูดจาสวยหรู แต่ภายในใจของเขากลับรู้สึกขมขื่นไม่น้อย
ประตูนรก...ระดับความปลอดภัยของฟอรัมนักฆ่านั่น มันเทียบเท่ากับระบบป้องกันประเทศของจักรวรรดิอินทรีขาวเลยนะ!
อย่าว่าแต่เขาที่เป็นแค่ผู้ว่าการมณฑลเลย ต่อให้เป็นหน่วยความมั่นคงสูงสุดของสหพันธ์ลงมือเอง การจะสืบหาข้อมูลของผู้ว่าจ้างจากเว็บไซต์นั้น ก็แทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่ดี
เรื่องนี้...ดีไม่ดีคงต้องกลายเป็นคดีปริศนาที่ปิดไม่ลงซะแล้ว
ทว่ากู่เยว่ซีกลับไม่แสดงท่าทีตอบรับหรือปฏิเสธคำรับรองของเขา เธอเพียงแค่อ้าปากเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
"ท่านผู้ว่าการฉี บัตรผ่านพิเศษสำหรับเข้าเกาะฮ่องกง...เอามาให้ฉันได้หรือยังคะ?"
……