- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 139 : รีดเค้นมือสังหาร ตกลงใครกันแน่ที่อยากจะฆ่าพวกเรา?
บทที่ 139 : รีดเค้นมือสังหาร ตกลงใครกันแน่ที่อยากจะฆ่าพวกเรา?
บทที่ 139 : รีดเค้นมือสังหาร ตกลงใครกันแน่ที่อยากจะฆ่าพวกเรา?
บทที่ 139 : รีดเค้นมือสังหาร ตกลงใครกันแน่ที่อยากจะฆ่าพวกเรา?
ผู้หญิงคนนี้เอาความมั่นใจมาจากไหนว่าตัวเองจะฆ่าเขาได้?
พึ่งพาสถานะที่เรียกว่า “ความลับสุดยอดของสหพันธ์” งั้นเหรอ?
อย่ามาล้อเล่นน่า!
เธอคิดว่าตัวเองมีอำนาจสั่งการให้เบื้องบนของสหพันธ์บุกไปถึงเกาะฮ่องกงเพื่อฆ่าเขา เพียงเพื่อปกป้องอัจฉริยะที่ยังไม่ทันได้เติบโตอย่างเธอเนี่ยนะ?
เขาต่างหากที่รู้ดีกว่าใครว่าเกาะฮ่องกงมันซับซ้อนแค่ไหน!
ขั้วอำนาจต่างๆโยงใยกันยุ่งเหยิงไปหมด ต่อให้เป็นสหพันธ์เองก็ยังยากที่จะยื่นมือเข้าไปก้าวก่ายได้เต็มที่ แล้วประสาอะไรกับเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้
สหพันธ์ไม่มีทางทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่หรอก! ไม่มีทางเด็ดขาด!
อีกอย่าง อัจฉริยะชั้นยอดที่ร้อยปีจะมีสักคนอย่างกู่เยว่ซี สหพันธ์ไม่มีทางปล่อยให้เธอแอบเดินทางไปยังดงเสือแดนมังกรอย่างเกาะฮ่องกงตามอำเภอใจแน่ๆ!
ไม่อย่างนั้นเธอคงถูกกองกำลังต่างชาติลักพาตัวหรือไม่ก็ลอบสังหารไปตั้งนานแล้ว!
แค่สิทธิ์จะเหยียบเกาะฮ่องกงเธอยังไม่มีเลย! แล้วยังริอ่านจะมาฆ่าฉันอีกเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
พอคิดมาถึงตรงนี้ มู่หลินหยวนที่สติแตกอยู่แล้วก็ยิ่งหน้ามืดตามัวเข้าไปใหญ่
เขาจ้องมองใบหน้าที่เย็นชาทว่างดงามไร้ที่ติของกู่เยว่ซี ความอิจฉาริษยาและความเคียดแค้นในใจปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟระเบิด เขาตวาดลั่นด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวถมึงทึง
“ถ้าแน่จริงก็มาสิ! นังสารเลว! ถ้าแกกล้าโผล่หัวมาที่ฮ่องกงล่ะก็ ฉันจะหาคนมารุมโทรมแกให้ดู! ได้ยินไหม! อีชาติหมาเอ๊ย!”
สิ้นเสียงคำราม แสงสีขาวก็สว่างวาบขึ้น
จากนั้น…ร่างของเขาหายวับไปจากตรงนั้นอย่างไร้ร่องรอย
พฤติกรรมสวะๆแบบนี้มันช่างเหมือนกับพวกเกรียนคีย์บอร์ดที่ด่าคนอื่นเสร็จแล้วก็รีบบล็อกหนีไม่มีผิด
“...” สีหน้าของกู่เยว่ซีมืดครึ้มลงในพริบตา
เป็นคนที่…น่าขยะแขยงจริงๆ
“หึ่งๆ? (เชี่ย? เล่นงี้เลยเหรอวะ?)”
ฉู่เซิงเองก็เบิกตาตาข่ายกว้างด้วยความตกตะลึง
แม่งเอ๊ย ทะลุมิติมาตั้งนาน ยังไม่เคยเจอใครปากดีขนาดนี้มาก่อนเลย!
คอยดูเถอะ! ท่านยุงจะบุกไปถล่มแกถึงฮ่องกงเดี๋ยวนี้แหละ!
เนื่องจากบริเวณนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆไม่กี่สิบวินาทีนี้จึงไม่มีใครสังเกตเห็นเลยแม้แต่คนเดียว
ในสายตาของคนอื่นๆที่อยู่ห่างออกไป ทุกอย่างยังคงดูสงบเงียบเป็นปกติ
...
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งในม่านหมอก มือสังหารที่ปลอมตัวมาเป็นผู้คุมสอบกำลังยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้น ร่างกายเย็นเฉียบไปทั้งตัว
นี่…เจ้ายุงนี่มันตัวอะไรกันแน่เนี่ย?!
เขาเห็นกับตาชัดๆว่ายุงตัวนั้นบาดเจ็บสาหัส ลมหายใจรวยริน
แต่ทำไม…ทำไมมันถึงยังสามารถปล่อยการโจมตีที่ปลิดชีพสุดยอดอัจฉริยะระดับสามขั้นต้นได้ในพริบตาอีกล่ะ?!
นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด!
ตกลงมันยังมีไพ่ตายซ่อนอยู่อีกกี่ใบกันแน่?
มือสังหารรู้สึกเหมือนโลกทัศน์ของตัวเองถูกพังทลายลงจนป่นปี้
วานรยักษ์เกล็ดทองระดับสี่ขั้นกลางตัวนั้น คือผลงานที่เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจเพาะเลี้ยงมานับสิบปีด้วยวิชาลับ
มันคือ “สัตว์อสูรไร้พันธสัญญา” ที่ไม่ได้ทำสัญญาสายเลือด เอาไว้ใช้ทำงานสกปรกอย่างการฆ่าคนชิงทรัพย์โดยเฉพาะ ซึ่งรับรองได้เลยว่าไม่มีทางสาวมาถึงตัวเขาได้แน่นอน
ด้วยพลังของวานรยักษ์ตัวนี้ เขาเคยลอบสังหารยอดฝีมือระดับสี่มาแล้วนับสิบราย โดยที่แทบจะไม่เคยได้รับบาดเจ็บเลยด้วยซ้ำ!
แต่มาวันนี้ มันกลับถูกยุงระดับสามขั้นสูงสุดตัวหนึ่งตอดจนตายเนี่ยนะ?!
นี่มันตัวบ้าอะไรวะเนี่ย?!
เชี่ยเอ๊ย! ขืนอยู่ต่อก็ตายเปล่าสิวะ!
ในหัวของมือสังหารเหลือเพียงความคิดเดียว นั่นคือ…หนี!
งานนี้ขาดทุนย่อยยับ!
เงินรางวัลหลักพันล้านก็ชวด ไพ่ตายที่แกร่งที่สุดก็พังทลาย! ขืนไม่หนีตอนนี้ มีหวังได้ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แน่ๆ!
เขาไม่กล้าลังเลแม้แต่วินาทีเดียว รีบเก็บ “ลูกปัดหมอกมรณะ” ในมือ แล้วหันหลังเตรียมจะเผ่นหนีทันที
ทว่า ทันทีที่เขาหันหลังกลับ...
“หึ่งๆ...”
เสียงกระพือปีกที่เบาหวิวแต่กลับทำให้วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“!!!”
ขนอ่อนทั่วร่างของมือสังหารลุกซู่ ร่างกายแข็งทื่อ เขาค่อยๆหันหน้ากลับไปอย่างเชื่องช้าทีละนิ้ว
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือยุงลายธรรมดาๆตัวหนึ่งที่มีร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย กำลังบินวนเวียนอยู่ตรงหน้าเขาอย่างเงียบเชียบ
เป็นไปได้ยังไง?!
ตอนที่ฉันเก็บของวิเศษ ฉันใช้วิชาลับลบกลิ่นอายของตัวเองไปหมดแล้วนี่นา! มันจะหาฉันเจอได้ยังไง?!
สมองของมือสังหารขาวโพลนไปหมด
แต่วินาทีต่อมา สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดก็ทำให้แววตาของเขาฉายแววเหี้ยมเกรียมขึ้นมา
จะไปกลัวอะไรวะ?!
ตัวเขาเองก็เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ขั้นต้นของแท้!
เจ้ายุงนี่เพิ่งจะผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมาหมาดๆแถมยังเพิ่งฆ่าไอ้เด็กที่ชื่อมู่หลินหยวนไปอีก ตอนนี้มันต้องหมดสภาพแล้วแน่ๆ!
แม่งเอ๊ย เป็นไงเป็นกัน! ฆ่ามันซะ! ภารกิจก็ยังสำเร็จ!!
เมื่อคิดได้ดังนั้น มือสังหารก็ไม่ลังเลอีกต่อไป พลังโลหิต​ในร่างระเบิดออกอย่างรุนแรง มีดสั้นที่ส่องประกายเย็นเยียบปรากฏขึ้นในมือ เขาพุ่งแทงเข้าใส่ฉู่เซิงอย่างสุดแรงเกิด!
ฉู่เซิงมองดูฉากนี้ด้วยท่าทีเรียบเฉย นัยน์ตาตาข่ายไม่มีความรู้สึกใดๆเจือปนอยู่เลย
เขาทำเพียงแค่กระพือปีกเบาๆอย่างช้าๆ
หึ่ง——!
วินาทีต่อมา จุดแสงสว่างวาบนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยมีเขาเป็นศูนย์กลางอีกครั้ง!
เมื่อแสงสว่างจางลง
ฝูงแมลงเพลิงที่บดบังท้องฟ้าจนมืดมิด ก็กลับมาปกคลุมน่านฟ้าทั้งหมดอีกครั้ง!
แม้จะเหลือจำนวนแค่แปดพันกว่าตัว แต่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวราวกับจะทำลายล้างโลกก็ยังคงทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก!
มือสังหาร: “...”
ท่าทางพุ่งแทงของเขาชะงักค้างอยู่กลางอากาศราวกับถูกแช่แข็ง ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับถูกสาป ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย
เขาแหงนหน้ามอง “ท้องฟ้า” ที่ประกอบไปด้วยเปลวเพลิงและความตายด้วยสายตาเหม่อลอย จู่ๆแววตาก็กลับมาใสกระจ่าง
“ตุบ!”
มีดสั้นในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง เข่าทั้งสองข้างอ่อนระทวย ทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นทันที
“ลูกพี่! ท่านปู่! ผมผิดไปแล้วครับ!”
เขาชูมือทั้งสองข้างขึ้นฟ้า โขกศีรษะลงกับพื้นอย่างบ้าคลั่ง น้ำเสียงสั่นเครือปนเสียงสะอื้น
“ผมยอมแล้ว! ผมยอมจำนนแล้ว! อย่าฆ่าผมเลย! ผมยอมบอกทุกอย่างเลยครับ!”
“ขอแค่ท่านไว้ชีวิตผม! ผมยอมเป็นวัวเป็นม้าให้ท่านใช้งาน! ผมจะยกสมบัติทั้งหมดที่มีให้ท่าน! ผมยังมีของวิเศษระดับปฐพีขั้นสูงอีกชิ้นนึง! ผมจะยกให้ท่านหมดเลยครับ!”
วินาทีนี้ ศักดิ์ศรีของมือสังหารหรือมาดของยอดฝีมืออะไรนั่น ถูกเขาโยนทิ้งไปจนหมดสิ้น
รอดชีวิต!
การมีชีวิตรอดต่อไปต่างหากที่สำคัญที่สุด!
“...”
ฉู่เซิงมองเขาด้วยความรู้สึกพูดไม่ออก
อุตส่าห์คิดว่าจะได้สู้กันอีกสักตั้ง ไม่นึกเลยว่าหมอนี่จะปอดแหกขนาดนี้
สภาพจิตใจแบบนี้เนี่ยนะคู่ควรจะเป็นมือสังหาร?
และในตอนนั้นเอง น้ำเสียงเย็นเยียบก็ดังแว่วมาจากในม่านหมอก ระเบิดก้องอยู่ข้างหูของมือสังหาร!
“บอกมา ใครส่งแกมาฆ่าฉัน?”
น้ำเสียงนั้นล่องลอยไปมาไร้ทิศทาง เดี๋ยวก็ดังมาจากทางซ้าย เดี๋ยวก็เหมือนมากระซิบอยู่ข้างหูขวา ทำให้ไม่สามารถเดาทิศทางที่แท้จริงของเจ้าของเสียงได้เลย
เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดินีใช้วิชาลับบางอย่าง
มือสังหารสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจกับลูกไม้ที่คาดเดาไม่ได้นี้
เดิมทีเขาก็หวาดกลัวเจ้ายุงตัวนั้นจนจับขั้วหัวใจอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งไม่กล้าแม้แต่จะคิดต่อต้านเลยสักนิด
เขารีบโขกศีรษะรัวๆราวกับเครื่องตำข้าว พูดรัวเร็วเป็นปืนกล
“จอมยุทธ์หญิงโปรดไว้ชีวิตด้วย…เเต่ผมไม่รู้จริงๆว่าใครเป็นคนสั่งฆ่าท่าน!”
“ผม…ผมรับงานมาจาก 'ประตูนรก' ครับ!”
“มันเป็นเว็บบอร์ดนักฆ่าใต้ดินของต่างประเทศ!
“ค่าหัว…มันให้ตั้งพันห้าร้อยล้านเหรียญอินทรีขาว! แถมยังมีของวิเศษระดับปฐพีขั้นสูงชิ้นนี้แถมมาให้อีก! มือเติบจนน่ากลัวเลยล่ะครับ!”
“ผู้ว่าจ้างไม่เปิดเผยตัวตน! ระบบรักษาความปลอดภัยของ 'ประตูนรก' ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดในโลก ต่อให้เป็นผม หรือต่อให้แฮกเกอร์เจาะระบบเข้าไป ก็ไม่มีทางสืบหาข้อมูลของผู้ว่าจ้างได้หรอกครับ!”
“ผมเป็นแค่คนรับจ้างฆ่า ผมไม่รู้จริงๆว่าอีกฝ่ายเป็นใครมาจากไหน!”
ประตูนรก...
เมื่อได้ยินชื่อที่คุ้นเคยนี้ กู่เยว่ซีที่ซ่อนตัวอยู่ในม่านหมอกก็ขมวดคิ้วเรียวเข้าหากัน
แน่นอนว่าเธอรู้จักเว็บไซต์นี้ดี
องค์กรนักฆ่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก พร้อมกับสโลแกนที่ว่า “ขอแค่มีเงินจ่าย ต่อให้เป็นพระเจ้า เราก็ฆ่าให้ดูได้!”
ในชาติก่อน หลังจากที่เธอเลื่อนระดับเป็นระดับแปด เธอไปแย่งชิงสมบัติล้ำค่าจากดินแดนลับระดับสูงแห่งหนึ่ง ทำให้ไปล่วงเกินตระกูลเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเข้า จึงถูกอีกฝ่ายตั้งค่าหัวใน “ประตูนรก”
ตอนนั้นค่าหัวของเธออยู่ที่หนึ่งพันล้านเหรียญอินทรีขาว
ครั้งนั้น เธอถูกยอดนักฆ่าจากทั่วทุกมุมโลกตามล่าตัวอยู่ถึงสามปีเต็ม...
แต่ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น?
ชาตินี้เธอเพิ่งจะเริ่มต้น เป็นแค่มือใหม่ระดับสองขั้นปลายเท่านั้น ทำไมถึงถูกตั้งค่าหัวเร็วขนาดนี้?
แถมเงินรางวัล…ยังสูงกว่าตอนที่เธออยู่ระดับแปดในชาติก่อนซะอีก?!
พันกว่าล้านเหรียญอินทรีขาว บวกกับของวิเศษระดับปฐพีขั้นสูงอีกหนึ่งชิ้น!
ข้อเสนอนี้มันบ้าไปแล้วชัดๆ!
…………