- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 137 : สะเทือนทั้งสนามรบ
บทที่ 137 : สะเทือนทั้งสนามรบ
บทที่ 137 : สะเทือนทั้งสนามรบ
บทที่ 137 : สะเทือนทั้งสนามรบ
“เชี่ยเอ๊ย! ชนะแล้ว! พวกเราชนะแล้วโว้ย!”
“แม่เจ้าโว้ย! นี่ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย? ปาฏิหาริย์! นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ!”
“ระดับสามขั้นปลาย…แต่กลับสวนกลับจนฆ่าระดับสี่ขั้นกลางได้เนี่ยนะ?! ต่อให้หลับฝันอยู่ ฉันยังไม่กล้าฝันอะไรบ้าๆแบบนี้เลย!”
“เชี่ย! เห็ดยักษ์! มัน…มันก็คือเจ้าเห็ดยักษ์ตัวร้ายนั่นไง! นี่มีฉันคนเดียวหรือไงที่ดูออกน่ะ? พวกนายจำอะไรกันไม่ได้เลยเหรอวะ?!”
“เออๆๆ มีแค่นายแหละที่ดูออก มีนายคนเดียวที่มีตา พอใจยังวะ?!”
ความปีติยินดีที่รอดพ้นจากความตาย ผสมผสานกับความตื่นตะลึงที่ได้เห็นปาฏิหาริย์ด้วยตาของตัวเอง หลอมรวมกลายเป็นเสียงโห่ร้องตะโกนกึกก้องกังวานไปถึงชั้นเมฆ!
ทางด้านกลุ่มนักเรียนห้องมังกรซ่อนต่างก็ยืนตัวสั่นเทิ้มด้วยความตกตะลึงสุดขีด
เซียวหรานจ้องมองร่างที่แม้จะบาดเจ็บแต่ยังคงบินวนอยู่กลางอากาศด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้
“ฉันว่าแล้วเชียว…ฉันรู้อยู่แล้ว! นี่แหละสัตว์ประหลาดของแท้!”
ทว่าสำหรับฉู่เซิงในเวลานี้ เขากลับไม่มีความรู้สึกยินดีกับชัยชนะเลยแม้แต่น้อย
เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดร้าวระบมที่แล่นปลาบไปทั่วร่าง พอมองลงไปเห็นลูกน้องแมลงกลืนวิญญาณที่ล้มตายไปกว่าครึ่งจนเหลือไม่ถึงเก้าพันตัว หัวใจของเขาก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที
บัดซบเอ๊ย! ขาดทุนย่อยยับ!
นี่มันสมบัติที่อุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนสะสมมาตั้งนานเลยนะเว้ย!
แค่อุบัติเหตุครั้งเดียว ทำเอาลูกน้องฉันหายวับไปตั้งครึ่งค่อน!
บัญชีแค้นครั้งนี้ ต้องไปคิดบัญชีกับพวกผู้จัดงานซะแล้ว!
ฉันแค่มาร่วมการสอบของพวกนายแท้ๆแต่จู่ๆก็มีสัตว์อสูรระดับสี่ขั้นกลางโผล่มาเกือบจะฆ่าฉันตาย ระบบรักษาความปลอดภัยของพวกนายมันทำงานประสาอะไรวะเนี่ย?
ทั้งค่าทำขวัญ! ค่าเสียเวลา! แล้วก็ค่าชดเชยให้ลูกน้องที่ตายไปของฉันอีก!
ห้ามขาดแม้แต่แดงเดียว! ต้องชดใช้ให้ฉันเป็นสิบเท่าเลยคอยดู!!
ฉู่เซิงได้แต่เคียดแค้นอยู่ในใจ
แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า ศึกอาบเลือดครั้งนี้มันช่างมันส์หยดติ๋งจริงๆ
เขางัดไพ่ตายออกมาจนหมดหน้าตัก สกิลทุกอย่างก็ถูกงัดมาใช้จนเกลี้ยง แถมยังประสานงานกันได้อย่างไร้ที่ติ! เรียกได้ว่ารีดเร้นกลยุทธ์ออกมาจนหยดสุดท้าย!
ช่างเป็น…การต่อสู้ที่ดุเดือดสะใจเสียจริง!
ฉู่เซิงกลับรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างประหลาด
ทะลุมิติมาตั้งนาน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้สู้แบบสะใจขนาดนี้!
โลกของเกมกับโลกความเป็นจริงมันต่างกันจริงๆนั่นแหละ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเป็นความตายจริงๆถึงจะสามารถระเบิดขีดจำกัดที่แท้จริงออกมาได้!
อย่างเช่นกลยุทธ์แลกชีวิตที่เพิ่งคิดค้นขึ้นมาสดๆร้อนๆเพื่อรักษาชีวิตลูกน้องให้ได้มากที่สุดเมื่อครู่นี้
ถ้าเป็นในเกมที่มีระบบ 'ตายทิพย์' ล่ะก็ คงไม่มีทางคิดค้นวิธีบ้าบิ่นแบบนี้ออกมาได้หรอก!
ถือซะว่าเป็นการทดสอบฝีมือก็แล้วกัน ไม่ขาดทุนหรอก!
ฉู่เซิงแอบปลอบใจตัวเองเบาๆ
จากนั้นเขาก็คลายร่างต่อสู้ กลับคืนสู่ร่างยุงลายขนาดหนึ่งเซนติเมตรตามเดิม ก่อนจะรวบรวมสมาธิแล้วดึงแมลงกลืนวิญญาณที่เหลือรอดทั้งหมดกลับเข้าไปในมิติรังแมลง
และเมื่อแสงสว่างจากฝูงแมลงที่คอยขับไล่หมอกควันจางหายไป หมอกสีเทาทึบที่ยังไม่ทันจางหายดีก็ค่อยๆลอยเคลื่อนตัวกลับมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว
เพียงแค่ชั่วอึดใจเดียว ทัศนวิสัยก็ลดฮวบลงจนมองเห็นได้ไม่ถึงห้าเมตรอีกครั้ง
ผู้เข้าสอบที่อยู่ห่างออกไปเห็นเพียงเงาของยุงยักษ์วูบไหว ก่อนที่มันและซากศพอันใหญ่โตของสัตว์อสูรจะถูกกลืนหายไปในม่านหมอกหนาทึบ จนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้อย่างชัดเจนอีก
“หมอก…หมอกมันกลับมาอีกแล้ว!”
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมเจ้ายุงนั่นถึงเก็บฝูงแมลงไปล่ะ? แบบนี้ก็ไม่มีแสงสว่างแล้วสิ!”
เกิดความโกลาหลขึ้นในหมู่คนเล็กน้อย แต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว
ท้ายที่สุดแล้ว ภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงที่สุดก็ถูกกำจัดไปแล้ว หมอกแค่นี้จึงไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรอีกต่อไป
ทว่า ในจุดที่ห่างจากใจกลางสนามรบไม่ถึงร้อยเมตร...
มู่หลินหยวนจ้องมองม่านหมอกหนาทึบที่กลับมาบดบังทัศนวิสัยจนมืดมิดอีกครั้ง
ใบหน้าที่เคยซีดเผือดราวกับกระดาษเพราะความสิ้นหวัง กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าสุดแสนจะพิลึกพิลั่นในวินาทีนี้
ความสิ้นหวัง ความเจ็บใจ ความเคียดแค้น และความบ้าคลั่ง…อารมณ์ด้านลบสารพัดอย่างสลับกันฉายชัดอยู่ในแววตาของเขา
เขาแพ้แล้ว
แพ้อย่างราบคาบ แพ้จนไม่เหลือชิ้นดี
พรสวรรค์ที่เขาเคยภาคภูมิใจนักหนา สัตว์อสูรพันธสัญญาอสูรสายเลือดระดับราชาที่สร้างชื่อเสียงให้เขา
เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับพลังระดับปาฏิหาริย์ที่เจ้ายุงตัวนั้นแสดงออกมา มันกลับกลายเป็นเพียงเรื่องตลกไร้สาระไปเลย
เขาจินตนาการออกเลยว่า เมื่อการสอบครั้งนี้สิ้นสุดลง เขามู่หลินหยวน จะต้องกลายเป็นตัวตลกของทุกคนอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นเพียงฉากหลังที่คอยขับเน้นความแข็งแกร่งของกู่เยว่ซีและเจ้ายุงตัวนั้นให้โดดเด่นยิ่งขึ้น!
ทั้งตำแหน่งอันดับหนึ่ง…เกียรติยศ…และสถานะในตระกูล...
ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะหลุดลอยไปจากเขา
ไม่!
ฉันไม่ยอม!
ทำไมกันล่ะ?!
ทำไมผู้หญิงที่แค่ดวงดีฟลุคๆถึงสามารถแย่งชิงทุกอย่างที่ควรจะเป็นของฉันไปได้?!
และในจังหวะนั้นเอง หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างเลือนรางร่างหนึ่ง
เป็นกู่เยว่ซีนั่นเอง!
เธอกำลังวิ่งตรงไปยังทิศทางของเจ้ายุงตัวนั้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความร้อนรน!
หัวใจของมู่หลินหยวนกระตุกวูบขึ้นมาทันที!
ความคิดอันบ้าคลั่งราวกับอสรพิษร้าย เลื้อยปราดออกมาจากมุมที่มืดมิดที่สุดในก้นบึ้งของหัวใจเขา!
เจ้ายุงนั่น…มันบาดเจ็บอยู่นี่นา!
มันเพิ่งจะรับการโจมตีของสัตว์อสูรระดับสี่ขั้นกลางเข้าไปเต็มๆยังไงก็ต้องบาดเจ็บสาหัสแน่ๆตอนนี้คงไม่ต่างอะไรกับธนูที่หมดแรงส่งแล้ว!
ส่วนตัวกู่เยว่ซีเอง ก็เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองขั้นปลายเท่านั้น ถึงพลังรบจะเกินมาตรฐานไปบ้าง แต่ด้วยฝีมือของเขา เขาไม่มีทางกลัวเธอเด็ดขาด!!
ยิ่งตอนนี้…หมอกหนากลับมาลงจัดอีกครั้ง!
ไม่มีใครมองเห็นหรอกว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่!
ถ้าเกิดว่า...
ถ้าฉันอาศัยจังหวะนี้ ฆ่ากู่เยว่ซีซะ แล้วก็ฆ่าเจ้ายุงนั่นทิ้งไปด้วย...
ถึงตอนนั้น ใครจะไปจำพวกมันได้อีกล่ะ?
ใครจะไปรู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง?
ขอแค่ฉันลงมือให้สะอาดหมดจด ไร้ร่องรอย...
ฉัน มู่หลินหยวน ก็ยังคงเป็นอันดับหนึ่งของการสอบร่วมสามมณฑลในครั้งนี้อยู่ดี!
ทันทีที่ความคิดนี้หยั่งรากลง มันก็ลุกลามราวกับวัชพืชที่โตอย่างบ้าคลั่ง ครอบงำสมองของเขาไปจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา!
แววตาที่เคยหม่นแสงลงเพราะความสิ้นหวัง กลับมาลุกโชนเป็นประกายอีกครั้ง!
ภายใต้ประกายแสงนั้น…อัดแน่นไปด้วยความบ้าคลั่งในแบบฉบับของผีพนันที่พร้อมจะเทหมดหน้าตัก!
…………