เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 หักขาเธอซะ

บทที่ 29 หักขาเธอซะ

บทที่ 29 หักขาเธอซะ


บทที่ 29 หักขาเธอซะ

"ลูกพี่เซียว พวกเรายังต้องตามไปอีกไหมครับ?" ลูกน้องของเซี่ยเซียวเอ่ยถามเมื่อเห็นภาพนั้น

เซี่ยเซียวมองตามแผ่นหลังของซูอิงที่ค่อยๆ ห่างออกไป สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาออกมาในที่สุด พร้อมกับส่งสัญญาณให้ลูกน้องหยุดซ้อมเสิ่นหย่งซาน

"แกคิดว่ายัยนั่นจะหนีรอดไปได้เหรอ?"

เซี่ยเซียวพูดจบได้ไม่ทันไร พวกเขาก็เห็นซูอิงที่เพิ่งวิ่งหนีออกไป หันหลังวิ่งกระหืดกระหอบกลับมา

ซูอิงไม่คิดเลยว่าเซี่ยเซียวจะมีลูกน้องมากมายขนาดนี้ ทันทีที่วิ่งพ้นปากตรอก เธอก็ถูกขวางทางและบีบให้ต้องถอยร่นกลับมา

เมื่อเห็นใบหน้าของเซี่ยเซียวที่มืดทะมึนลงอย่างน่ากลัว ซูอิงก็รู้ได้ทันทีว่าเธอจบเห่แล้ว

"หนีต่อไปสิ จะกลับมาทำไม?" เซี่ยเซียวเอ่ยถามพลางยกเท้าขึ้นเหยียบแท่นหินใกล้ๆ ขณะมองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบ

ซูอิงรู้สึกขนลุกเกรียวเมื่อสายตาของเขาตวัดมองมาที่เธอ

"หักขาหล่อนซะ" เซี่ยเซียวออกคำสั่งกับลูกน้อง

ไม่เคยมีใครกล้าท้าทายเขากระทั่งต่อหน้าเช่นนี้มาก่อน ซูอิงคือคนแรก

หากเขาปล่อยเธอไปง่ายๆ แบบนี้ แล้วศักดิ์ศรีของเขาจะเอาไปไว้ที่ไหน?

เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยเซียว ใบหน้าของซูอิงก็ซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว

"เดี๋ยว... เดี๋ยวก่อน เซี่ยเซียว" น้ำเสียงของซูอิงสั่นเครือด้วยความกลัว

เธอถูกลูกน้องของเซี่ยเซียวกดตัวตรึงไว้แน่น และเมื่อเห็นชายคนหนึ่งถือท่อนไม้เดินย่างสามขุมเข้ามา ซูอิงก็หวาดกลัวจนน้ำตาเอ่อคลอหน่วย

"ฉันผิดไปแล้ว เซี่ยเซียว ฉันไม่กล้าทำแบบนี้อีกแล้ว" ซูอิงหลับตาร้องไห้สะอึกสะอื้น

วินาทีนี้เองที่เธอเพิ่งตระหนักได้ว่าเซี่ยเซียวอันตรายและน่ากลัวเพียงใด ถ้ารู้อย่างนี้แต่แรก เธอคงยอมหดหัวและคุกเข่าให้เขาไปแล้ว อย่างน้อยขาก็คงยังอยู่รอดปลอดภัย

แต่น่าเสียดาย ไม่ว่าตอนนี้เธอจะเอ่ยคำขอโทษอ้อนวอนมากเพียงใด เซี่ยเซียวก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องเอาขาของเธอให้ได้

เสิ่นหย่งซานที่อยู่ไม่ไกลถูกรุมซ้อมจนหมดสติไปแล้ว และในจังหวะที่ซูอิงกำลังดำดิ่งสู่ความสิ้นหวัง ในที่สุดเจียงเยว่ก็ปรากฏตัวขึ้น

ทว่าเขาไม่ได้มาเพียงลำพัง สวี่เหมี่ยวเหมี่ยวเองก็วิ่งตามหลังเขามาติดๆ

ตอนที่เจียงเยว่ได้ยินว่าซูอิงถูกคนของเซี่ยเซียวจับตัวไป ทีแรกเขาก็ไม่เชื่อ ทว่าด้วยความร้อนใจเป็นห่วง เขาจึงตัดสินใจตามมาดูให้แน่ใจ

เขาไม่คาดคิดเลยว่าเหตุการณ์จะเป็นไปอย่างที่สวี่เหมี่ยวเหมี่ยวพูดทุกประการ ตอนนี้ซูอิงตกอยู่ในเงื้อมมือของเซี่ยเซียวจริงๆ

เมื่อเห็นท่อนไม้กำลังจะฟาดลงบนขาของซูอิง หัวใจของเจียงเยว่ก็หล่นวูบ เขาวิ่งพุ่งเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิต แล้วตวัดเตะเข้าที่ศีรษะของชายคนนั้นอย่างจัง

เมื่อเห็นว่าในที่สุดเจียงเยว่ก็มาถึง ริมฝีปากของเซี่ยเซียวก็เหยียดยิ้มขึ้น

"อิงอิง ไม่เป็นไรแล้ว ฉันอยู่นี่ ไม่มีใครกล้าแตะต้องเธอแล้วนะ ไม่ต้องกลัว" เจียงเยว่ดึงตัวซูอิงออกมาจากพวกผู้ชายเหล่านั้น เมื่อเห็นใบหน้าของเธอซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว เขาก็ดึงร่างบางเข้ามากอดตระกองไว้ในอ้อมแขนอย่างปกป้อง ความรู้สึกปวดใจและโทษตัวเองเอ่อท้นขึ้นมาขณะเอ่ยปลอบโยนเธออย่างอ่อนโยน

ตอนนี้ซูอิงหวาดกลัวเกินกว่าจะคิดสิ่งใดออก สมองของเธอขาวโพลนไปหมด ได้แต่ปล่อยให้เจียงเยว่กอดไว้ ร่างกายของเธอยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ อาการขวัญผวายังไม่จางหายไป

"เซี่ยเซียว แกอยากรนหาที่ตายนักใช่ไหม?" สายตาเย็นเยียบของเจียงเยว่ตวัดมองเซี่ยเซียว ความเย็นชาและความโกรธเกรี้ยวในดวงตาของเขาราวกับพร้อมจะฉีกทึ้งร่างของเซี่ยเซียวให้เป็นชิ้นๆ ในวินาทีถัดไป

คงไม่ต้องอธิบายซ้ำว่าซูอิงสำคัญต่อเขามากเพียงใด การที่เซี่ยเซียวมักจะมายั่วยุก่อกวนเขาตามปกตินั้นก็เรื่องหนึ่ง แต่การมาแตะต้องซูอิงก็เท่ากับการรนหาที่ตายชัดๆ

สวี่เหมี่ยวเหมี่ยวเองก็ยืนตกตะลึงกับภาพตรงหน้า หล่อนตั้งใจพาเจียงเยว่มาที่นี่เพื่อให้เขาเห็นความรู้สึกที่แท้จริงที่ซูอิงมีต่อเสิ่นหย่งซาน และเพื่อให้เขาได้เห็นประจักษ์กับตาว่าซูอิงตัดใจจากเสิ่นหย่งซานได้แล้วจริงๆ หรือไม่

แต่สิ่งที่หล่อนไม่คาดคิดก็คือ เซี่ยเซียวจะทำให้เรื่องราวมันบานปลายจนเละเทะถึงเพียงนี้?

"ตึงเครียดขนาดนั้นเลยเชียว? ฉันไม่คิดเลยนะว่านายจะชอบหล่อนมากขนาดนี้?" เซี่ยเซียวเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มยั่วยุบนใบหน้า ขณะจ้องมองเจียงเยว่

เซี่ยเซียวกับเจียงเยว่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาหลายปี แน่นอนว่าเขาจึงไม่นึกเกรงกลัวความโกรธเกรี้ยวของเจียงเยว่เลยแม้แต่น้อย

อันที่จริง สำหรับเขาแล้ว ยิ่งเจียงเยว่โกรธมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกสะใจมากเท่านั้น

ตราบใดที่เป็นเรื่องที่สามารถสร้างความขุ่นเคืองให้เจียงเยว่ได้ เขาก็ย่อมยินดีที่จะทำอย่างไม่ต้องสงสัย

"เรื่องระหว่างเรา แกจะมาหาเรื่องฉันเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าแกดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องล่ะก็ ของที่ฉันมีอยู่ในมือก็สามารถส่งแกเข้าไปนอนในคุกได้ทุกเมื่อ"

เจียงเยว่ไม่ยอมเสียเวลาพูดพล่ามทำเพลง เขาเอ่ยคำรามเตือนด้วยใบหน้าเย็นชา

จริงดังคาด ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ สีหน้าของเซี่ยเซียวก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้เขาจะคอยหาเรื่องสร้างความรำคาญให้เจียงเยว่อยู่เสมอ แต่ก็ไม่เคยกล้าล้ำเส้นจนแตกหักกันจริงๆ เสียที

"ก็ได้ แต่ถ้าแกไม่กลัวว่าฉันจะออกมาตามเช็คบิลแกกับ... ครอบครัวของแกหลังจากที่ฉันพ้นโทษออกมาละก็ จะทำอะไรก็เชิญตามสบาย" เซี่ยเซียวหุบรอยยิ้มบนใบหน้าลง ก่อนจะเอ่ยกับเจียงเยว่อย่างดูแคลน

ขณะที่พูด เขาก็ปรายตามองไปยังซูอิงที่ได้รับการปกป้องอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่าย ความนัยของเขานั้นชัดเจนอย่างยิ่ง

หากเจียงเยว่ตัวคนเดียว เซี่ยเซียวย่อมไม่สามารถทำอะไรเขาได้อย่างแน่นอน แต่ถ้ามีซูอิงและครอบครัวซูเข้ามาเป็นจุดอ่อน เซี่ยเซียวก็สามารถทำเรื่องเลวร้ายได้มากมายเหลือเกิน

เจียงเยว่รู้สึกหวั่นเกรงต่อการแก้แค้นของเซี่ยเซียวจริงๆ เขาก้มมองซูอิงที่อยู่ในอ้อมแขนและทำได้เพียงข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ชั่วคราว

จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้น ถลึงตาจ้องมองเซี่ยเซียวพร้อมกับกัดฟันกรอด "แกต้องอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฉันฟัง"

"ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่มีบางเรื่องที่อยากรู้ และตอนนี้ฉันก็รู้แล้ว" เซี่ยเซียวพูดอย่างไม่แยแส

ทว่าหลังจากพูดจบ สายตาของเขาก็เบนไปทางเสิ่นหย่งซาน ก่อนจะเอ่ยกับเจียงเยว่อย่างนึกสนุกว่า "อ้อ จริงสิ ผู้หญิงในอ้อมแขนนายเมื่อกี้นี้ เพื่อจะช่วยชีวิตผู้ชายคนนั้น หล่อนถึงกับบอกว่ายอมคุกเข่าอ้อนวอนขอให้ฉันปล่อยตัวเขาไปเชียวนะ ฉันยังได้ยินมาอีกว่าหล่อนเคยชอบพอผู้ชายที่ชื่อเสิ่นหย่งซานนั่นมาก่อน เจียงเยว่ ที่แท้นายต่างหากที่เป็นมือที่สามเข้าไปสอดแทรกความสัมพันธ์ของพวกเขา"

เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยเซียว ในที่สุดซูอิงก็ตั้งสติได้บ้าง

"คุกเข่าให้ปู่แกสิ! ฉันบอกแกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ชอบเสิ่นหย่งซาน แต่แกก็ยังดึงดันจะบังคับให้ฉันคุกเข่าให้ได้ ถ้าฉันไม่ยอม แกก็จะให้คนมาหักขาฉัน!" เมื่อนึกถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ซูอิงก็อดไม่ได้ที่จะตอกกลับไปอย่างเหลืออด

ในเมื่อตอนนี้เจียงเยว่อยู่ที่นี่แล้ว เธอจึงไม่ต้องหวาดกลัวเซี่ยเซียวอีกต่อไป

สีหน้าของเจียงเยว่แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยเซียว แต่พอได้ยินคำแก้ต่างของซูอิง เขาก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างรวดเร็ว

ซูอิงเองก็กลัวว่าเจียงเยว่จะเข้าใจผิดไปอีกเรื่อง เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเขายังคงราบเรียบไม่ขุ่นมัว ในที่สุดเธอก็เบาใจลง

เซี่ยเซียวคนนี้จะว่างงานเกินไปหน่อยไหม? เขามานั่งใส่ใจปัญหาเรื่องความรักของเธอมากกว่าพ่อแม่แท้ๆ ของเธอเสียอีก?

แถมเขายังอุตส่าห์ใช้วิธีการพรรค์นี้มาทดสอบความรู้สึกที่เธอมีต่อเสิ่นหย่งซานเนี่ยนะ?

เซี่ยเซียวได้ยินคำพูดของซูอิง สายตาของเขาก็ตวัดมองมาที่เธอ แววตาลึกล้ำลงเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องว่า "เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้แหละ พวกเรากลับ"

เมื่อเห็นเซี่ยเซียวกำลังจะจากไป ซูอิงก็ร้อนรนขึ้นมาและคว้ามือเจียงเยว่เอาไว้

"เจียงเยว่ พวกเขา... จะไปกันดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ?"

พวกเขาทำร้ายร่างกายคนอื่น แถมยังเกือบจะหักขาเธอ แล้วเขาจะปล่อยให้คนพวกนี้ลอยนวลไปเฉยๆ งั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นที่เธอต้องมาทนเจ็บตัวก็สูญเปล่าน่ะสิ

แน่นอนว่าเจียงเยว่ย่อมไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ ครั้งนี้เซี่ยเซียวเป็นฝ่ายมาหาเรื่องเอง แถมยังทำให้ซูอิงต้องเจ็บตัว

หากเขามาถึงช้ากว่านี้เพียงเสี้ยววินาที ใครจะรู้ว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายอะไรขึ้นกับซูอิงบ้าง?

"เซี่ยเซียว นี่หรือคือคำอธิบายที่แกมีให้ฉัน? แล้วถ้าฉันบอกว่าไม่รับล่ะ?" เจียงเยว่ยืนตัวตรงตระหง่าน บังร่างของซูอิงไว้เบื้องหลัง ก่อนจะทอดสายตาเย็นชาจ้องมองไปทางเซี่ยเซียว

เซี่ยเซียวย่อมรู้ดีถึงอารมณ์ร้ายกาจของเจียงเยว่ เขาจึงเดินสาวเท้าก้าวไปข้างหน้าจนหยุดยืนอยู่ประจันหน้ากับเจียงเยว่ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มประดับมุมปากที่ไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไป "ต่อยฉันสิ"

บรรดาลูกน้องของเซี่ยเซียวเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ตั้งท่าจะถลันเข้ามาห้าม แต่เขากลับยกมือห้ามปรามพวกนั้นเอาไว้

จบบทที่ บทที่ 29 หักขาเธอซะ

คัดลอกลิงก์แล้ว