- หน้าแรก
- ตำราชะตาพลิกดวง อ่านแล้วคุณจะโชคดี
- บทที่ 191 ทำหน้าที่เจ้าบ้าน
บทที่ 191 ทำหน้าที่เจ้าบ้าน
บทที่ 191 ทำหน้าที่เจ้าบ้าน
"แกจะเอาอะไรมาเทียบกับฉันฮะ" ฮูหยางเชิดคางขึ้น "เรื่องราวของฉันน่ะมันคือตำนาน! ส่วนของแกอย่างดีก็แค่เรื่องตลก ตำนานนี่ใช่ว่าใครอยากฟังก็จะได้ฟังง่ายๆ นะเฟ้ย! มันต้องมีคุณสมบัติเว้ย เข้าใจปะ"
ตรรกะวิบัติของฮูหยาง ทำเอาทุกคนในโต๊ะหัวเราะร่วน
"พี่สามครับ แล้วทำไมมันต้องเกี่ยวกับการมีลูกด้วยล่ะครับ"
"นักปรัชญาเคยบอกไว้ว่า คนที่ไม่เคยมีลูกก็เป็นได้แค่เด็กน้อยคนหนึ่งนั่นแหละ"
"นักปรัชญาคนไหนเนี่ย คำพูดเข้าถึงชาวบ้านสุดๆ"
"แม่ฉันเองแหละ!"
"แล้วทำไมต้องลูกสามคนด้วยล่ะครับ คนเดียวไม่พอเหรอ"
"ก็ถ้ามีคนเดียว นายก็เพิ่งจะเคยเป็นพ่อคนครั้งแรกไง มันก็ต้องมีทบทวนบทเรียน แล้วก็สอบซ่อมเพื่อความชัวร์ด้วยสิ"
"ให้ตายเถอะ พี่สาม เรื่องหน้าหนานี่ไม่มีใครสู้พี่ได้จริงๆ!"
อันเพ่ยเหวินส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม เขารู้ดีว่าฮูหยางไม่อยากพูดถึงเรื่องในอดีต ก็เลยรับช่วงเปลี่ยนเรื่องคุย หันไปหาหลิวซินอวี่แทน
"ซินอวี่ อย่าไปฟังพี่สามของแกโม้เลย คุยเรื่องงานกันดีกว่า ขนมอีกสามอย่างที่เหลือ จะวางขายได้เมื่อไหร่"
"ใกล้แล้วครับ โรงงานเปิดไลน์ผลิตใหม่แล้ว" พอพูดเรื่องงาน หลิวซินอวี่ก็เปลี่ยนโหมดเป็นจริงจังทันที "เราทำตามข้อกำหนดของพี่ทุกอย่างเลยครับ เน้นความสะอาดปลอดภัยเป็นอันดับแรก พยายามลดหรือไม่ใช้สารปรุงแต่งอาหารเลย ขนมทั้งสามอย่างเป็นของขึ้นชื่อของฝูเฉิงเลยนะครับ ตอนนี้ก็แค่รอใบอนุญาตจากสำนักงานควบคุมคุณภาพอยู่ครับ"
ฮูหยางฟังจบก็พยักหน้าอย่างพอใจ
"โอเค รายละเอียดก็ไปคุยกับเสี่ยวเหวินต่อละกัน แต่จำหลักการสำคัญไว้ข้อเดียวพอ คือต้องสะอาด ปลอดภัย ไม่หลอกลวงผู้บริโภค ของที่เราทำออกมา ต้องเป็นของที่เรากล้าให้ลูกเมียเรากินได้อย่างสบายใจ"
"เอาล่ะๆ" ฮูหยางโบกมือตัดบท "วันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที เลิกคุยเรื่องงานกันได้แล้ว สาวๆ ฟังแล้วคงเบื่อแย่ กินอิ่มกันแล้ว ก็แยกย้ายกันเถอะ"
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก
หลิวซินอวี่รีบลุกตามเพื่อรั้งไว้ "พี่สาม พี่สะใภ้สาม เพิ่งจะกี่โมงเอง ยังหัวค่ำอยู่เลย! เดี๋ยวผมพาไปร้องคาราโอเกะ หรือไม่ก็ไปหาร้านนั่งจิบชาคุยกันต่อดีไหมครับ หรือจะไปนวดฝ่าเท้าผ่อนคลายก็ได้นะ!"
"ไม่ล่ะ" ฮูหยางปฏิเสธทันที "พรุ่งนี้มีบินแต่เช้า ต้องรีบกลับไปหาลูกแล้ว คิดถึงจะแย่"
ซ่างกวนรุ่ยยิ้มอ่อนโยน "ใช่ค่ะ เพิ่งออกมาไม่กี่วัน ก็คิดถึงลูกจะแย่แล้ว"
พอได้ยินคำว่า "คิดถึงลูก" หลี่ลี่ถิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เบ้ปาก พูดด้วยน้ำเสียงที่ครึ่งบ่นครึ่งอวดว่า "ฉันน่ะ ตอนไม่เห็นหน้าก็คิดถึงนะ แต่พอเจอหน้าปุ๊บก็รำคาญปั๊บ ยัยปีศาจน้อยสองคนของฉันน่ะ โดนเสี่ยวเหวินสปอยล์จนเสียคนหมดแล้ว"
อันเพ่ยเหวินได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่แก้ตัวอะไร
หลี่ลี่ถิงบ่นต่อ "ที่น่าโมโหที่สุดคือ ตอนฉันอยู่บ้านนะ สองคนนั้นน่ะเรียบร้อยยังกับผ้าพับไว้ แต่พอเสี่ยวเหวินกลับมาปุ๊บ โอ้โห ตั้งป้อมเถียงฉันฉอดๆ เลย ฉันบอกให้ไปซ้าย พวกหล่อนจะไปขวา นี่ฉันคลอดลูกสาวมาสองคน หรือคลอดศัตรูหัวใจมาสองคนก็ไม่รู้เนี่ย!"
คำบ่นของเธอเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากทุกคนอีกครั้ง
หลี่หลานเซียงมองด้วยสายตาอิจฉา "ลูกสาวดีจะตาย แถมมีตั้งสองคน ใครๆ ก็บอกว่าเป็นเสื้อบุนวมผืนน้อยที่แสนอบอุ่น น่าอิจฉาจะตายไปค่ะ"
"น่าอิจฉาอะไรล่ะหลานเซียง เจ้าหนี้มาทวงหนี้ทั้งนั้นแหละ" หลี่ลี่ถิงปากก็พูดไปงั้น แต่มือกลับเอื้อมไปกุมมืออันเพ่ยเหวินไว้โดยอัตโนมัติ
"ทำไม หรือว่าอยากมีลูกอีกสักคน" ฮูหยางพูดติดตลก
"ก็อยากได้ลูกชายสักคนจริงๆ แหละ" หลี่ลี่ถิงไม่ถือสาคำพูดเล่นของฮูหยาง แถมยังยอมรับออกมาตรงๆ
"ก็มีสิ! รออะไรล่ะ คืนนี้เลยเป็นไง!"
"ไปไกลๆ เลย!" คราวนี้หลี่ลี่ถิงเริ่มฉุนขึ้นมานิดๆ แล้ว
"นี่คุณ เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว เด็กๆ อยู่กันตั้งเยอะแยะ!" ซ่างกวนรุ่ยตีแขนฮูหยางเบาๆ
"พี่สาม พี่สะใภ้ เดี๋ยวผมไปส่งที่โรงแรมนะครับ" โจวเฉียงอาศัยจังหวะที่ฮูหยางเงียบ แทรกขึ้นมา
"ไปสิ" ฮูหยางตอบรับโดยไม่เกรงใจ
หลังจากส่งพวกฮูหยางขึ้นรถเรียบร้อย หลิวซินอวี่ หวังเสี่ยวเลี่ยง และสาวๆ อีกสามคนก็เดินกลับไปที่ห้องอาหาร
พอเดินเข้าไปปุ๊บ หลิวซินอวี่ก็หมุนตัวเดินออกไปที่เคาน์เตอร์คิดเงิน พี่หงยิ้มหวานรออยู่แล้วพร้อมกับบอกว่า "เสี่ยวเลี่ยงมาจ่ายบิลตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วจ้า คราวหน้าค่อยเป็นตานายเลี้ยงนะ"
หลิวซินอวี่เดินกลับมาที่โต๊ะ ผลักประตูเข้าไปก็โวยวายใส่หวังเสี่ยวเลี่ยงทันที "หวังเสี่ยวเลี่ยง! หมายความว่าไงวะ แอบไปจ่ายบิลตัดหน้ากันแบบนี้ได้ไงเนี่ย!"
หวังเสี่ยวเลี่ยงที่กำลังก้มหน้าไถมือถืออยู่ เงยหน้าขึ้นมายิ้ม "พรุ่งนี้นายค่อยเลี้ยง มื้อนี้ยังไงก็ไม่ถึงตานายหรอกน่า"
เขาชูมือถือที่หน้าจอยังเปิดค้างอยู่ให้ดู "รีบดูในกลุ่มเร็ว แชตระเบิดแล้วเนี่ย"
"กลุ่ม กลุ่มอะไรวะ" หลิวซินอวี่ทำหน้างง
"ก็กลุ่มเพื่อนร่วมชั้นที่เจิงไห่เยี่ยนตั้งขึ้นมาไง"
หลิวซินอวี่ล้วงมือถือออกมาเปิดแอปวีแชต ไอคอนกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นโชว์ตัวเลขสีแดงกระพริบตาว่า "99+"
พอกดเข้าไปดู ข้อความก็เลื่อนพรืดๆๆๆ ขึ้นมา เขาต้องใช้นิ้วไถจอขึ้นไปตั้งนานกว่าจะเจอข้อความแรกสุด
ข้อความแรกเป็นของเฉินเสี่ยวอิง แถมยังแท็กหาเขาโดยตรงด้วย
เฉินเสี่ยวอิง "@หลิวซินอวี่ เถ้าแก่หลิว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ! อุตส่าห์ตกลงกันไว้แล้วว่าฉันจะเป็นคนเลี้ยง ตอนนายอยู่เจียงเฉิงนายก็ดูแลพวกเราซะดิบดี พอกลับมาฝูเฉิง ฉันก็ต้องเลี้ยงตอบแทนสิ ถึงจะถูก ทำไมไม่เห็นแก่หน้ากันบ้างเลย แถมยังไม่ให้พวกเราตามไปด้วยอีก ทำเพื่อนเก่าเสียใจหมดเลยนะ"
ผู้หญิงคนนี้กล้าเอาเรื่องแบบนี้มาโพสต์ในกลุ่มเชียว หลิวซินอวี่เห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว
หลี่เสี่ยวม่าน "ซินอวี่ มาถึงแล้วก็ไม่บอกไม่กล่าวกันเลยนะ ไม่เห็นหัวเพื่อนเลย!"
ฟางตงซวี่ "ซินอวี่ ยังไงนายก็ต้องให้ฉันทำหน้าที่เจ้าบ้านเลี้ยงต้อนรับนายนะเว้ย!"
ข้อความด้านล่างเป็นข้อความเห็นด้วยจากเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ที่พิมพ์กันเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ต่างพากันโวยวายขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวหลิวซินอวี่กันทั้งนั้น
ตามมาติดๆ ด้วยข้อความแชตส่วนตัวจากเจิงไห่เยี่ยนที่เด้งขึ้นมา
"ซินอวี่ คืนนี้ว่างไหม ฉันขอเป็นเจ้ามือเอง ชวนชิงอวี้ เสี่ยวเลี่ยง แล้วก็โจวเฉียงมาด้วยนะ พวกเราเพื่อนเก่ามารวมตัวกินข้าวกันเถอะ"
หลิวซินอวี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพิมพ์ตอบลงไปในกลุ่ม "เพื่อนๆ ทุกคน! ผมต้องขอโทษจริงๆ ครับ! เมื่อตอนกลางวันผมคิดน้อยไปหน่อย เลยทำให้เสี่ยวอิงกับเซิ่งข่าย แล้วก็โอวหยางไห่กับหวังเฟินต้องเสียความรู้สึก เอาเป็นว่า เพื่อเป็นการไถ่โทษ คืนนี้ผมขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวทุกคนเองครับ! เลือกร้านกันได้เลย! อ้อ เสี่ยวอิง อย่าลืมชวนโอวหยางไห่กับหวังเฟินมาด้วยนะ!"
ข้อความของเขาส่งไปได้ไม่ถึงวิ กลุ่มที่คึกคักอยู่แล้วก็ยิ่งระเบิดความวุ่นวายขึ้นไปอีก
เจิงไห่เยี่ยนรีบตอบกลับมาทันที "จะให้นายเลี้ยงได้ยังไง! นายเป็นแขกนะ! พวกเราคนฝูเฉิงต้องแชร์กันจ่าย เลี้ยงนายกับชิงอวี้สิ ถึงจะเรียกว่าทำหน้าที่เจ้าบ้านที่แท้จริง!"
"เห็นด้วย!"
"เห็นด้วย! ไห่เยี่ยนพูดถูก!"
"ต้องแชร์กัน! ใครก็ห้ามแย่งจ่ายนะ!"
"เห็นด้วย +1"
...
ข้อความ "เห็นด้วย" รันขึ้นมาเป็นพรืด
ในบรรดาข้อความเหล่านั้น หวังเสี่ยวเลี่ยงตาดีแอบเห็นชื่อของเซียวเหว่ยจิ้นด้วย
หมอนี่ก็มาฝูเฉิงงั้นเหรอ สงสัยจะมาอยู่เป็นเพื่อนแฟนช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ล่ะมั้ง
ความสามารถในการจัดการของเจิงไห่เยี่ยนไม่ธรรมดาเลยจริงๆ พอเห็นว่าทุกคนเห็นพ้องต้องกัน เธอก็รับหน้าที่เป็นแกนนำสั่งการในกลุ่มทันที
เจิงไห่เยี่ยน "เยี่ยม! ในเมื่อทุกคนตกลงกันแล้ว งั้นก็ไม่ต้องรอวันไหนหรอก เอาคืนนี้แหละ! ฉันขอเช็กยอดคนก่อนนะ ใครจะมาบ้าง ลงชื่อเลย!"
ข้อความนี้เหมือนจุดชนวนระเบิดในกลุ่มเลยทีเดียว
"ฉันไป!"
"ฉันพาเมียไปด้วยนะ!"
"บวกฉันไปด้วยคน!"
"ไปแน่นอน!"
เจิงไห่เยี่ยนเช็กรายชื่ออย่างรวดเร็ว ผ่านไปแป๊บเดียว เธอก็แจ้งตัวเลขที่น่าตกใจออกมา
เจิงไห่เยี่ยน "รวมผู้ติดตามด้วย ตอนนี้ยอดอยู่ที่ยี่สิบหกคนแล้ว! แม่เจ้าโว้ย เวลาแค่นี้เองนะเนี่ย! บารมีซินอวี่นี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ!"
เจิงไห่เยี่ยน "เรื่องสถานที่ มีใครมีร้านแนะนำไหม ขอแบบบรรยากาศดีๆ อาหารรสชาติโอเคนะ"
มีคนเสนอขึ้นมาทันที "ไปหงปินโหลวดีไหม! ภัตตาคารหรูสุดแถวมหาลัยเจียงเฉิงของเราแล้ว ทุกคนก็รู้จักทางกันดี บรรยากาศกับอาหารก็ไม่ต้องพูดถึง ระดับพรีเมียมอยู่แล้ว"
"หงปินโหลวก็ดีนะ!"
"เห็นด้วย!"
เจิงไห่เยี่ยนสรุปยอด "โอเค! งั้นตกลงตามนี้ ไปหงปินโหลว! ใครมีเบอร์ร้านบ้าง โทรไปจองห้องวีไอพีห้องใหญ่สุดเลยนะ! ทุกคนเจอกันหนึ่งทุ่มตรง ใครมาสายโดนปรับเหล้าสามจอก!"
เธอเสริมอีกประโยค "เรื่องเครื่องดื่ม เราซื้อไปเองดีกว่า ซินอวี่ นายอยากดื่มอะไร"
หลิวซินอวี่มองจอโทรศัพท์ แล้วพิมพ์ตอบกลับอย่างรวดเร็ว
"พี่ๆ น้องๆ ทุกท่านครับ ช่วงนี้ผมกับชิงอวี้กำลังเตรียมตัวมีเบบี๋ ผมเลยต้องงดแอลกอฮอล์เด็ดขาดครับ"
ส่งข้อความเสร็จ ก็ส่งสติกเกอร์รูปคนก้มหัวขอโทษรัวๆ ตามไปติดๆ
ในกลุ่มก็เกิดเสียงหัวเราะชอบใจและแซวกันยกใหญ่
"ฮ่าๆๆๆ ยินดีด้วยๆ! เรื่องใหญ่ระดับชาติเลยนะเนี่ย!"
"ไม่ต้องห่วง รับรองไม่มอมเหล้านายแน่! จะให้ดื่มนมหวาฮาฮาแทนละกัน!"
"เพื่อนฝูงไม่เอาเรื่องกินเหล้ามาทำให้งานสำคัญนายเสียหรอกน่า"
"ซินอวี่ สู้ๆ! หวังว่าปีหน้าพวกเราจะได้กินเหล้าฉลองหลานคลอดนะ!"