- หน้าแรก
- ตำราชะตาพลิกดวง อ่านแล้วคุณจะโชคดี
- บทที่ 181 นายนี่เล่นละครไม่เก่งเอาซะเลยนะ
บทที่ 181 นายนี่เล่นละครไม่เก่งเอาซะเลยนะ
บทที่ 181 นายนี่เล่นละครไม่เก่งเอาซะเลยนะ
หลังจากแอดวีแชตกัน เถียนเจียอี๋ก็แค่ส่งเบอร์โทรศัพท์มาให้เขา หวังเสี่ยวเลี่ยงก็ส่งเบอร์ตัวเองกลับไป แล้วก็ไม่มีข้อความอะไรตอบกลับมาอีก
ทุกวันหวังเสี่ยวเลี่ยงจะยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์คิดเงิน มองดูผู้คนเดินเข้าออก พอว่างเขาก็จะคอยสังเกตคนเหล่านั้น
ถ้าลองสังเกตดูดีๆ จะพบว่าซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ แห่งนี้ ก็คือเวทีสังคมขนาดย่อมๆ ดีๆ นี่เอง
มีนักศึกษาสาวคนหนึ่งที่หวังเสี่ยวเลี่ยงจำได้แม่น เพราะที่หลังมือของเธอมีรอยสักรูปดอกกุหลาบสีดำสวยงามอยู่
ตอนแรกก็แค่มองเพลินๆ เพราะรอยสักสวยดี
แต่พอมองไปมองมา ชักจะสนุกแฮะ
เพียงแค่สัปดาห์เดียว หวังเสี่ยวเลี่ยงก็เห็นแม่กุหลาบดำคนนี้ ควงหนุ่มมาซื้อของไม่ซ้ำหน้าถึงสามคน
วันจันทร์ ควงหนุ่มล่ำบึกมาซื้อน้ำ แถมฝ่ายชายยังเปิดขวดน้ำให้ด้วยท่าทางเอาใจใส่
วันพุธ เปลี่ยนเป็นหนุ่มแว่นกรอบทอง ซื้อขนมกองโต โดยที่ฝ่ายชายเป็นคนรูดบัตรจ่าย
พอถึงวันศุกร์ ก็ควงหนุ่มฮิปฮอปแต่งตัววัยรุ่นจ๋า กอดคอกันมาซื้อเครื่องดื่มกับขนม
แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือ หนุ่มนักกีฬาของวันจันทร์ กับหนุ่มแว่นของวันพุธ ดันเป็นเพื่อนร่วมทีมบาสเกตบอลกัน
สองคนนี้สนิทกันอย่างกับพี่น้องคลานตามกันมา ใครแพ้พนันบาสก็จะมาซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่แพงๆ ไปเลี้ยงอีกฝ่าย
ทุกครั้งที่หวังเสี่ยวเลี่ยงเห็นสองคนนี้กอดคอกันเดินเข้ามาในร้าน ก็แอบลุ้นแทนทุกที
โลกนี้มันเปลี่ยนไปเร็วเนอะ ศัตรูหัวใจก็มาเป็นพี่น้องกันได้
แล้วก็มีนักศึกษาสาวอีกคู่หนึ่ง ที่เมื่อก่อนเดินควงแขนตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋มาที่ร้านทุกวัน คุยกันกระหนุงกระหนิง แชร์ความลับให้กันฟัง ซื้อมันฝรั่งทอดถุงเดียวก็แบ่งกันกิน
แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่สองคนนี้ไม่เคยโผล่มาด้วยกันอีกเลย
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ทั้งสองคนบังเอิญเดินสวนกันตรงหัวมุมชั้นวางของ เห็นกันชัดๆ แท้ๆ แต่กลับทำเหมือนคนแปลกหน้า คนหนึ่งก้มหน้าเล่นมือถือ อีกคนก็หันหลังเดินไปทางชั้นวางของอื่น หวังเสี่ยวเลี่ยงที่ยืนดูอยู่ยังรู้สึกอึดอัดแทนเลย
หวังเสี่ยวเลี่ยงยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์คิดเงิน มองดูผู้คนที่มีชีวิตจิตใจเหล่านี้ กำลังแสดงละครชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของแต่ละคนให้เขาดู
จู่ๆ เขาก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของคุณปู่หลิว ที่ชอบนอนเอนหลังบนเก้าอี้โยก มองดูผู้คนเดินผ่านไปมาแล้ววิจารณ์พวกเขา
มันสนุกดีเหมือนกันนะ เขาเริ่มชักจะชอบความรู้สึกแบบนี้แล้วสิ
ตกเย็นวันหนึ่ง หลังจากช่วงเวลาที่ลูกค้าพลุกพล่านผ่านพ้นไป
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเบาๆ ชายหญิงคู่หนึ่งจูงมือกันเดินเข้ามา
หวังเสี่ยวเลี่ยงเงยหน้ามองตามสัญชาตญาณ แล้วเขาก็จำผู้หญิงคนนั้นได้ทันที
เหอรุ่นหย่า
แต่ผู้ชายที่มาด้วย กลับไม่ใช่เซียวเหว่ยจิ้น
หน้าผู้ชายคนนี้คุ้นๆ แฮะ แต่ช่วงนี้หวังเสี่ยวเลี่ยงเจอคนเยอะมาก นึกไม่ออกจริงๆ ว่าเคยเจอที่ไหน
เหอรุ่นหย่าดูอารมณ์ดีมาก กำลังคุยกับผู้ชายข้างๆ ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ได้สังเกตเห็นหวังเสี่ยวเลี่ยงที่อยู่หลังเคาน์เตอร์คิดเงินเลยแม้แต่น้อย
เธอจูงมือชายหนุ่มเดินไปที่โซนขนมขบเคี้ยว
"อันนี้อร่อยนะ คราวที่แล้วซื้อไปน้อยไปหน่อย"
"อันนี้ด้วย รสชาติใหม่เพิ่งออกเลย"
เหอรุ่นหย่าทำตัวเหมือนกระรอกน้อยที่ร่าเริง หยิบมันฝรั่งทอด ช็อกโกแลต และขนมจุกจิกต่างๆ ใส่ตะกร้าไม่หยุด
ส่วนผู้ชายข้างๆ ก็มองเธอด้วยสายตาเอ็นดู พยักหน้าเห็นด้วยเป็นระยะ
ชายหนุ่มถือตะกร้าที่เต็มไปด้วยขนมเดินไปที่ตู้แช่ หยิบเครื่องดื่มเย็นๆ ใส่ลงไปอีกสองสามกระป๋อง
แล้วเขาก็เดินมาที่เคาน์เตอร์คิดเงิน วางตะกร้าลง
บนชั้นวางของหน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน
เขาเอื้อมมือไปหยิบถุงยางอนามัยยี่ห้อโอกาโมโตะกล่องหนึ่งใส่ลงในตะกร้าอย่างเป็นธรรมชาติ
ส่วนเหอรุ่นหย่ายังคงอยู่ที่โซนขนมขบเคี้ยว กำลังยืนดูขนมรสชาติใหม่ๆ อยู่
หัวใจของหวังเสี่ยวเลี่ยงเต้นแรงขึ้นมานิดหนึ่ง
เขารีบก้มหน้าลง ปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ทำตัวให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ใจเย็นๆ ฉันเป็นแค่พนักงานคิดเงิน ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น
'คนอื่นนอกใจกัน แล้วฉันจะมาตื่นเต้นทำไมเนี่ย'
"สวัสดีครับ"
หวังเสี่ยวเลี่ยงหยิบเครื่องสแกนบาร์โค้ดขึ้นมา โดยไม่มองหน้าใคร สายตาจดจ่ออยู่แค่กับบาร์โค้ดบนตัวสินค้า สแกนไปทีละชิ้นๆ
"ติ๊ด—"
"ติ๊ด—"
มันฝรั่งทอด ช็อกโกแลต เครื่องดื่ม... และชิ้นสุดท้ายคือกล่องโอกาโมโตะที่ถึงจะเล็กแต่ก็สะดุดตาที่สุด
ตลอดกระบวนการ เขาไม่เงยหน้าขึ้นมองทั้งสองคนเลยแม้แต่นิดเดียว เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว น้ำเสียงราบเรียบไม่สั่นไหว
"ทั้งหมดหนึ่งร้อยยี่สิบแปดหยวนห้าเหมาครับ"
เขาบอกราคา แล้วเริ่มหยิบสินค้าใส่ถุง
ชายหนุ่มหยิบมือถือออกมาสแกนจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว
"ไปเถอะ" เขาเอื้อมมือไปจะจูงมือเหอรุ่นหย่า
แต่เหอรุ่นหย่ากลับหลบมือเขาตามสัญชาตญาณ เธอก้มหน้า แล้วรีบจ้ำอ้าวเดินออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตไปก่อน
มือของชายหนุ่มค้างอยู่กลางอากาศ สีหน้าประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้ว หยิบถุงสินค้า แล้วรีบเดินตามออกไป
หวังเสี่ยวเลี่ยงเงยหน้าขึ้น มองตามแผ่นหลังของทั้งสองคนที่กลืนหายไปในความมืด แล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย... หรือว่าจะเลิกกับเซียวเหว่ยจิ้นแล้วจริงๆ
เขาส่ายหัว พยายามสลัดเรื่องนี้ออกจากสมอง
เรื่องส่วนตัวของคนอื่น ไม่เกี่ยวกับเขา
คืนนั้น พอกลับถึงห้องเช่า หวังเสี่ยวเลี่ยงอาบน้ำเสร็จ ก็หยิบมือถือขึ้นมาเช็กดูว่ามีข้อความอะไรตกหล่นหรือเปล่า
มีแค่ข้อความเดียว เป็นคำขอเพิ่มเพื่อนในวีแชต
รูปโปรไฟล์เป็นรูปเซลฟี่ของผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดเต็ม เหอรุ่นหย่านั่นเอง
ข้อความขอเพิ่มเพื่อนสั้นๆ ได้ใจความ ฉันเหอรุ่นหย่านะ
หวังเสี่ยวเลี่ยงจ้องมองคำขอนั้น นิ้วของเขาลอยอยู่เหนือปุ่ม "ยอมรับ" แต่ก็ยังไม่กล้ากด
ใช้หัวแม่เท้าคิดก็ยังรู้เลยว่า เหอรุ่นหย่าแอดเขามาทำไม
ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความลับของเธอที่ถูกเขาจับได้ในซูเปอร์มาร์เก็ตวันนี้
รับแอดก็มีแต่เรื่องปวดหัว ไม่รับดีกว่า แกล้งทำเป็นไม่เห็น เผื่อเรื่องนี้จะเงียบหายไปเอง
หวังเสี่ยวเลี่ยงไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ วุ่นวายแบบนี้
ที่สำคัญคือ เขาไม่ได้สนิทอะไรกับเซียวเหว่ยจิ้นมากมายด้วย
เขาไม่มีทางเอาเรื่องนี้ไปบอกเซียวเหว่ยจิ้นแน่นอน
เขากดล็อกหน้าจอมือถือ แล้วโยนมันทิ้งไปข้างๆ ตาไม่เห็น ใจก็ไม่ว้าวุ่น
วันรุ่งขึ้น หลังเลิกงาน หวังเสี่ยวเลี่ยงเดินออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต พอเลี้ยวตรงมุมถนน
เขาก็เจอเหอรุ่นหย่ายืนรออยู่ใต้แสงไฟถนนอย่างเงียบๆ เห็นได้ชัดว่ามารอเขา
ดูท่าคงจะหนีไม่พ้นแล้วล่ะสิ คงต้องเผชิญหน้าแล้วแหละ
"บังเอิญจังเลย มหาลัยเจียงเฉิงกว้างขนาดนี้ เรายังอุตส่าห์มาเจอกันได้เนาะ"
เหอรุ่นหย่ามองเขา มุมปากกระตุกยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันตัวเองและจนปัญญา
"ใช่ บังเอิญจริงๆ" เธอพยักหน้า "แต่ว่านะ นายนี่เล่นละครไม่เก่งเอาซะเลย เลิกแกล้งทำเป็นบังเอิญได้แล้ว"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหวังเสี่ยวเลี่ยงแข็งค้าง
แล้วเขาก็ได้ยินเหอรุ่นหย่าพูดต่อ "นายอย่าดูถูกความคิดของผู้หญิงนะ ถ้าเมื่อวานนายกดรับแอดฉันแบบตรงไปตรงมา วันนี้มันก็จะไม่มีเรื่องบังเอิญแบบนี้เกิดขึ้นแน่นอน"
หวังเสี่ยวเลี่ยงนึกเสียใจอยู่ลึกๆ
ไม่รอบคอบเลย! ทำไมฉันถึงคิดไม่ถึงจุดนี้นะ!
เขาคิดว่าการไม่รับแอดคือวิธีหลีกเลี่ยงปัญหาที่ดีที่สุด ที่ไหนได้ ดันกลายเป็นช่องโหว่ให้อีกฝ่ายจับได้ว่าเขาเห็นความลับของพวกเธอเข้าแล้ว
ใครบอกว่าผู้หญิงผมยาวความรู้สั้น ผู้หญิงฉลาดมีถมไป
ในเมื่อถูกจับได้แล้ว แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์
หวังเสี่ยวเลี่ยงหุบรอยยิ้มจอมปลอม ถอนหายใจแล้วพูดว่า "งั้นเธอพูดมาตรงๆ เลยละกัน มาหาฉันมีธุระอะไร"
เหอรุ่นหย่าเห็นเขาเลิกเสแสร้ง ก็ถอนหายใจโล่งอก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น
"ฉันขอร้องล่ะ เรื่องเมื่อวาน นายช่วย... อย่าบอกเซียวเหว่ยจิ้นได้ไหม"
"เรื่องของพวกเธอ ฉันไม่อยากเข้าไปยุ่งหรอกนะ" เขาตอบตามความจริง
"ฉันรับปาก ว่าจะไม่บอกเขาเด็ดขาด"
"ฉันหวังว่านายจะทำตามที่พูดนะ" น้ำเสียงของเหอรุ่นหย่าแฝงความตึงเครียดเล็กน้อย
หวังเสี่ยวเลี่ยงมองเธอ รู้สึกว่ามันทั้งน่าขำและน่าสมเพช
เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ความลับไม่มีในโลกหรอกนะ ช้าเร็วเซียวเหว่ยจิ้นก็ต้องรู้อยู่ดี"
เขาหยุดไปนิด ก่อนจะเสริมอีกประโยค "แต่ฉันรับรองได้ว่า ฉันไม่ใช่คนบอกแน่นอน"
คำรับรองของเขาดูเหมือนจะไม่ทำให้เหอรุ่นหย่าผ่อนคลายลงเลย เธอกลับพูดประโยคที่ทำให้หวังเสี่ยวเลี่ยงประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม
"เมื่อไหร่ที่ฉันอยากให้เขารู้ เขาก็จะรู้เองแหละ"
ข้อมูลในประโยคนี้มันเยอะเกินไปแล้ว
หวังเสี่ยวเลี่ยงงงเป็นไก่ตาแตก
เขาอดสงสัยไม่ได้ "ขอถามหน่อยได้ไหมว่าทำไม ทำไมเธอต้องทำแบบนี้ด้วย"
"ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่... อยากเพิ่มทางเลือกให้ตัวเองก็เท่านั้น"