- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยการนอนชิลล์ แต่ดันชิงตัวจักรพรรดินีมาเป็นภรรยา
- บทที่ 306: อาวุธของเจ้ากับอาวุธของข้า ดูเหมือนจะต่างกันนะ?
บทที่ 306: อาวุธของเจ้ากับอาวุธของข้า ดูเหมือนจะต่างกันนะ?
บทที่ 306: อาวุธของเจ้ากับอาวุธของข้า ดูเหมือนจะต่างกันนะ?
บทที่ 306: อาวุธของเจ้ากับอาวุธของข้า ดูเหมือนจะต่างกันนะ?
"เสี่ยวยา จับตาดูหลี่ขุยไว้"
"ขั้นตอนทั้งหมดหลังจากนี้ เสี่ยวยาจะเป็นคนดูแลอย่างเต็มตัว"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่ขุย ก็เงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาของเขาฉายแววคำว่า "ไม่ยอมรับ" ออกมาอย่างชัดเจน ทว่าลู่หยวนไม่ได้ห้ามซูหลี่เยียนแต่อย่างใด
ใช่แล้ว บางอย่างก็จำเป็นต้องได้รับการกำราบ หลี่ขุยเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ และเสี่ยวยาก็เป็นคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะมาสะกดหลี่ขุยไว้ เสี่ยวยามีวรยุทธ์ที่แข็งแกร่ง นางเป็นเด็กสาวที่มุ่งมั่นในการบำเพ็ญเพียร นางกำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็กและถูกซูหลี่เยียนเก็บมาเลี้ยง... ส่วนเรื่องราวเป็นมาอย่างไรนั้น ซูหลี่เยียนไม่ได้อธิบาย
เสี่ยวยาเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน แต่นางเรียนรู้ไวและยอดเยี่ยมในทุกด้าน จนก้าวขึ้นมาทัดเทียมกับรุ่นพี่อย่างหลี่ขุยได้ในเวลาอันสั้น เดิมทีซูหลี่เยียนไม่อยากให้เสี่ยวยามารับภาระงานบริหารเพราะนางยังเยาว์วัยและขาดประสบการณ์ แต่พฤติกรรมของหลี่ขุยทำให้ซูหลี่เยียนไม่พอใจ แทนที่จะให้หลี่ขุยคุมอำนาจต่อ สู้ให้เสี่ยวยาทำเสียยังดีกว่า
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เสี่ยวยาเริ่มมีสายสัมพันธ์และมีผู้สนับสนุนไม่น้อย แม้จะไม่มากเท่าหลี่ขุย แต่คนเหล่านั้นก็ยังเกรงใจซูหลี่เยียนและไม่กล้าแข็งข้อ ที่สำคัญ... เสี่ยวยาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ปฏิบัติต่อทหารของราชวงศ์ต้าโจวด้วยความสุภาพอย่างยิ่ง นางไม่เคยใช้ฐานะข่มเหงใคร
"รับทราบค่ะ!"
เสี่ยวยารับคำสั่งพร้อมก้มศีรษะอย่างว่าง่าย ประสานมือทำความเคารพในท่วงท่าที่ไหลลื่น
หลี่ขุยย่อมไม่ยินยอม ความโกรธแค้นสุมอยู่ในอก เขาเอ่ยถามซูหลี่เยียนตรงๆ "ขออภัยครับท่านเจ้าสำนัก ข้าไม่คิดว่าเสี่ยวยาจะเหมาะสม! เมื่อเทียบกับนางแล้ว ข้าคิดว่า..."
"คิดว่าอะไร?" ซูหลี่เยียนแค่นเสียงเหอะ หลี่ขุยมาจากตระกูลที่มีฐานะ หลังจากเข้าสำนักเขาก็แผ่ขยายอิทธิพลจนมีชื่อเสียงโด่งดัง ใครๆ ต่างก็ประทับใจในตัวผู้บำเพ็ญเพียรผู้มั่งคั่งคนนี้
ใช่แล้ว แม้จะเป็นผู้บำเพ็ญเซียน ก็ไม่อาจละทิ้งกิเลสทางโลกได้พ้น ยกเว้นเพียงซูหลี่เยียน กู้ชิงหว่าน และลู่หยวนเท่านั้น กิเลสทางโลกของพวกเขามีเพียงอย่างเดียว... คือการที่พวกเขาทั้งสามคนจะก้าวผ่านเรื่องราวเหล่านี้ไปได้อย่างสงบสุข และเฝ้ามองโลกที่งดงามใบนี้พัฒนาต่อไปจนกลายเป็นอันดับหนึ่งของโลก
"เจ้าคิดว่า... สายตาของข้าฝ้าฟางงั้นหรือ?"
ดวงตาของซูหลี่เยียนคมกริบ นางจ้องเขม็งไปที่หลี่ขุยจนอีกฝ่ายลอบกลืนน้ำลาย
แต่เขาก็ยังแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ "ไม่ใช่แบบนั้นครับท่านเจ้าสำนัก เพียงแต่ท่านมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับมนุษย์ผู้นี้มากเกินไป พอหมอนี่มาถึง ข้าแค่พูดไม่กี่คำเอง มันก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง จะมีดีอะไร..."
ยังไม่ทันที่หลี่ขุยจะพูดจบ ลู่หยวนก็ลงมือทันที ประกายเย็นวาบพาดผ่านแก้มของหลี่ขุย ทิ้งรอยแผลลึกจนเลือดซึมออกมาเป็นทาง
หลี่ขุยเหงื่อกาฬไหลพราก 'ให้ตายเถอะ รวดเร็วขนาดนี้เชียวหรือ?' พลังนี้มันเหนือกว่าเขาอย่างนั้นหรือ? เดี๋ยวนา ราชวงศ์ต้าโจวมีคนระดับนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
หลี่ขุยรีบเงยหน้ามองหาคนที่โจมตีเขา เห็นเพียงลู่หยวนที่ยืนอยู่ข้างหลังกู้ชิงหว่านกำลังชักแขนกลับอย่างใจเย็น ในมือของเขามีอาวุธรูปร่างหน้าตาคล้ายปืนพก... แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว คนที่ไม่รู้จักย่อมคิดว่าเป็นปืนพกธรรมดา
"เจ้าบังอาจโจมตีข้าเชียวหรือ?"
หลี่ขุยตัวสั่นด้วยความโกรธ เมื่อเห็นอาวุธในมือลู่หยวน ความแค้นก็พุ่งพล่าน เขาชี้หน้าลู่หยวนพลางกัดฟันกรอด "เจ้ารู้ตัวไหม... ว่ากำลังยั่วยุพวกเราอย่างซึ่งหน้า?"
"ยั่วยุรึ?" ลู่หยวนยักไหล่ทำท่าทางไม่ยี่หระ "เจ้าจะบอกว่ายั่วยุก็ยั่วยุสิ ข้าจะไปรู้ได้ไง? แหม... มีคนคิดจะข้ามหน้าข้ามตาท่านเจ้าสำนัก ตัดสินความเอาเองแบบนี้เลยเหรอ?"
"เจ้า!"
หลี่ขุยโกรธจัด มือหนึ่งกุมแผลที่แก้ม อีกมือชี้ไปที่ลู่หยวน ท่าทางราวกับอยากจะฉีกลู่หยวนเป็นพันชิ้น
ลู่หยวน: 'จุ๊ๆๆ คนประเภทนี้โกรธง่ายจริงๆ เลยนะ'
" 'เจ้า' อะไรกัน? เจ้ามารังแกฝ่าบาทของข้าก่อน แถมยังไร้มารยาทต่อท่านเจ้าสำนัก คนอย่างเจ้าไม่ควรโดนทำโทษหรือไง?"
"นี่มันเรื่องภายในสำนักดาบอายะหลัน เกี่ยวอะไรกับคนนอกอย่างเจ้า?"
"ถูก ถูก ถูกต้องที่สุด" ลู่หยวนเอ่ยด้วยสีหน้าดูแคลน "เจ้าจะพูดยังไงก็ถูก แต่ตอนนี้เรากำลังร่วมมือกับสำนักดาบอายะหลันอยู่นะ เจ้าคอยขัดแข้งขัดขาพวกเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า แบบนี้ไม่เท่ากับว่าเจ้าเป็นสายลับจากที่อื่นหรอกหรือ?"
"ข้าเข้าใจแล้ว ท่านเจ้าสำนัก ข้าขอเสนอให้ลงโทษขั้นเด็ดขาด ไม่สิ... ยิงทิ้งตรงนี้เลยดีกว่า"
พูดจบ ลู่หยวนก็ยกอาวุธขึ้นเตรียมจะเหนี่ยวไก
หลี่ขุยที่เคยอหังการเมื่อครู่กลับฝ่อลงทันที ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เขาเพิ่งได้สัมผัสอานุภาพของอาวุธนั่นไป ต่อให้เขาตั้งสมาธิระวังแค่ไหนก็ยากจะหลบพ้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความแม่นยำของลู่หยวน เขารู้สึกได้ว่าอาวุธชิ้นนี้ไม่ธรรมดา... ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง
หลี่ขุย: 'ข้าไม่อยากลองดีกับเจ้านั่นอีกรอบแล้ว'
"ข้า... ข้าขอโทษ"
ในที่สุดหลี่ขุยก็ยอมก้มหัวที่แสนทระนงลงมา จะบอกว่าทระนงก็คงไม่ถูกนัก เรียกว่าถูกบังคับจะดีกว่า เขาไม่นึกเลยว่าผู้บำเพ็ญเพียรผู้สูงส่งอย่างเขาจะต้องมายอมก้มหัวขอขมาต่อมนุษย์เดินดินตรงหน้า ช่างเป็นความอัปยศของเหล่าเซียนจริงๆ
เห็นดังนั้น ผู้บำเพ็ญคนอื่นๆ ต่างก็แสดงสีหน้าเหยียดหยาม พวกเขาไม่ได้คิดจะก้าวออกมาช่วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะยอมทนรับความอัปยศนี้ หลังจากเข้าสู่สมรภูมิแล้ว อย่าว่าแต่ลู่หยวนเลย แม้แต่ท่านเจ้าสำนักก็คงไม่อาจล่วงรู้สถานการณ์ของพวกเขาได้ทั้งหมด
ถึงตอนนั้น...
เหล่าเซียนที่ไม่พอใจต่างพากันแสยะยิ้มอย่างมุ่งร้าย พวกเขาต่างตั้งตารอคอยที่จะได้สะสางบัญชีแค้นในสนามรบ
"ข้าไม่ยอมรับ"
ลู่หยวนส่ายหน้าพลางทำท่ารังเกียจ หลี่ขุยกัดฟันจนกรามแทบแตก เขาโกรธจนควันออกหู เขาเคยเจอคนหน้าด้านมาเยอะ แต่ไม่เคยเจอใครหน้าด้านเท่าเจ้าเด็กนี่มาก่อน! นาทีนี้เขาลิืมไปเสียสนิทว่าใครเป็นคนเริ่มหาเรื่องก่อน
หลี่ขุยท่าทางเหมือนระเบิดที่พร้อมจะปะทุ ลู่หยวนเห็นแล้วก็ได้แต่หัวเราะหึๆ ในลำคอ
"แล้วเจ้าต้องการอะไร?"
"อย่าเสียมารยาท!"
ซูหลี่เยียนตวาดดุเสียงดัง นางกวาดสายตาเย็นชาจ้องมองหลี่ขุย เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่ขุยก็รีบก้มหน้าลงทันที ไม่ว่าเขาจะเก่งมาจากไหน เขาก็ยังยำเกรงซูหลี่เยียนอยู่ดี
"เจ้าต้องขอพระราชทานอภัยโทษจากฝ่าบาทก่อน"
"จากนั้นก็ขอโทษท่านเจ้าสำนักของเจ้าซะ"
หลี่ขุย: "..." ซูหลี่เยียน: "???" (ทำไมต้องขอโทษข้าด้วยล่ะ?)
"เจ้าเสียมารยาทต่อฝ่าบาทและท่านเจ้าสำนัก ไปที่ไหนเจ้าก็ต้องโดนทำโทษทั้งนั้นแหละ โชคดีนะที่ฝ่าบาทกับท่านเจ้าสำนักยังใจดี ถ้าเป็นข้าล่ะก็ เจ้าคงโดนถลกหนังไปแล้ว"
"เจ้า!" ฟันกรามของหลี่ขุยบดกันจนเกิดเสียงดัง "กริ๊ก" เขาอยากจะคว้าอาวุธขึ้นมาเสียบลู่หยวนใจจะขาด
ลู่หยวนสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของหลี่ขุยทันที เขาจึงยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้พลางเปรยขึ้นว่า "เฮ้อ~ มีคนมาถ่วงเวลาอยู่นานโขแบบนี้ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป แผนการคงล่มไม่เป็นท่าแน่ๆ"
หลี่ขุย: "???"
"ข้าขออภัย... ฝ่าบาท" "ข้าขออภัยครับท่านเจ้าสำนัก"
เมื่อได้ยินคำขอโทษ ลู่หยวนก็รู้จังหวะถอยทันที "แบบนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย"
หลี่ขุยได้แต่ยืนกำหมัดแน่น เขาโกรธจนอยากจะทะลวงร่างลู่หยวนให้เป็นรู! สั่งสอนมันให้เข็ด! แต่เขาทำไม่ได้... ถ้าเขาลงมือตอนนี้ ลู่หยวนจะหาเรื่องจับผิดเขาได้ทันที
'ข้าจะไปคิดบัญชีกับเจ้าในสนามรบแทน!' หลี่ขุยสาปแช่งลู่หยวนและกู้ชิงหว่านอยู่ในใจ