- หน้าแรก
- ธาตุไม้กับดวงตาวิญญาณ ข้าจะใช้มันเหยียบโลกทั้งใบ
- บทที่ 25 พ่อมาเป็นลูกผมแทนไหม
บทที่ 25 พ่อมาเป็นลูกผมแทนไหม
บทที่ 25 พ่อมาเป็นลูกผมแทนไหม
บทที่ 25 พ่อมาเป็นลูกผมแทนไหม
"ลูกชาย ตื่นหรือยัง"
เสียงตะโกนอันห้าวหาญของเจียงเหล่ยดังขึ้น และก่อนที่เจียงผิงจะได้ทันเอ่ยปาก ประตูห้องก็ถูกถีบให้เปิดออกเสียก่อน
"พ่อครับ ผมโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ พ่อจะเข้าห้องผมช่วยเคาะประตูหน่อยไม่ได้หรือไง" เจียงผิงถึงกับพูดไม่ออก
หากเขากำลังทำกิจกรรมส่วนตัวที่น่าตื่นเต้นอยู่แล้วถูกจับได้จะทำอย่างไร
"ตื่นแล้วนี่ พ่อก็แค่กังวลว่าลูกยังไม่ฟื้น พอลูกไม่ขานรับพ่อก็เลยเข้ามา ครั้งหน้าพ่อจะเคาะประตูแน่นอน" เจียงเหล่ยเกาศีรษะพลางก้าวฉับๆ เข้ามาที่ข้างเตียง
"รู้สึกอย่างไรบ้าง ดูท่าทางกระปรี้กระเปร่ามีพละกำลังดีนะ คงจะไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม"
เขาตบลงบนไหล่ซ้ายและแขนขวาของเจียงผิงเบาๆ
"โอ๊ย!" เจียงผิงทำหน้าเหยเก
"เจ็บสิดีไอ้หนู ลูกใช้พลังวิญญาณมากเกินไปจนหมดเกลี้ยง ส่งผลให้เซลล์ทุกส่วนในร่างกายอยู่ในสภาวะขาดพลังงาน เรื่องนี้ลูกก็น่าจะได้เรียนในวิชาทฤษฎีที่โรงเรียนมาแล้วไม่ใช่หรือ"
"ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะครับ..."
เจียงผิงจำได้ลางๆ ว่ามีเรื่องเช่นนี้อยู่จริง
พลังวิญญาณส่วนใหญ่ของผู้มีพลังพิเศษจะถูกเก็บกักไว้ในร่างกาย และมีส่วนน้อยที่แทรกซึมอยู่ในเซลล์ทุกส่วนทั่วร่าง
สิ่งนี้ช่วยให้พละกำลังทางกายภาพของผู้มีพลังพิเศษเหนือกว่าคนทั่วไปอย่างมาก และช่วยรักษาการทำงานของระบบสรีระให้เป็นปกติ
ทว่าเมื่อพลังวิญญาณเหือดแห้ง เซลล์ในร่างกายจะทำการรีดเค้นพลังงานออกมาจนหมดโดยอัตโนมัติ ทำให้เซลล์ที่ขาดพลังงานตกอยู่ในสภาวะอ่อนแอ
ผลข้างเคียงก็คือสิ่งที่เจียงผิงกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ เขารู้สึกเหนื่อยล้าและปวดเมื่อยไปทั้งตัว ราวกับถูกชายฉกรรจ์นับสิบคนรุมซ้อมมาอย่างทารุณ
"อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ลูกทำได้ดีมาก การที่สามารถยืนหยัดต่อสู้กับคลื่นสัตว์อสูรได้นานขนาดนั้นนับว่าน่าชมเชย สมแล้วที่เป็นลูกชายของพ่อ!" เจียงเหล่ยตบไหล่เจียงผิงอย่างแรงอีกครั้ง แววตาที่ลึกซึ้งคู่นั้นฉายแววความภาคภูมิใจออกมา
"พ่อได้ยินมาจากคนในโรงเรียนของลูกว่า ลูกสามารถพัฒนาพลังพิเศษธาตุไม้ในรูปแบบใหม่ขึ้นมาได้สำเร็จ ไม่ยึดติดอยู่กับระบบเดิมๆ นับว่าดีมาก"
เมื่อครั้งที่เจียงเหล่ยรู้ว่าเจียงผิงมีพลังพิเศษธาตุไม้และระบบเนตรวิญญาณ แม้ภายนอกเขาจะไม่ได้แสดงความผิดหวังต่อตัวลูกชาย แต่ในใจลึกๆ เขาก็ยังรู้สึกเสียดายกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
ทว่าในตอนนี้ เจียงผิงได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ใช่ขยะระดับดับเบิลเอส!
เจียงเหล่ยรู้สึกตื้นตันใจอย่างยิ่ง
"ผมบอกพ่อแล้วไงว่าผมจะพิสูจน์ตัวเองให้ได้!"
"ฮ่าๆ ทำได้ดีมาก! เย็นนี้ลูกอยากกินอะไรล่ะ พ่อจะเข้าครัวโชว์ฝีมือให้เอง"
"ไม่เป็นไรครับ พ่อครับ...ผมอยากรู้ว่าเพื่อนร่วมชั้นของผมเป็นอย่างไรบ้าง" แม้ตัวเองจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่เจียงผิงยังคงเป็นห่วงสถานการณ์ของเหยียนเยว่ จ้าวเม่ย และเว่ยหลิน
"ลูกคงหมายถึงเพื่อนร่วมทีมสามคนนั้นใช่ไหม พวกเขาปลอดภัยดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง พ่อว่าลูกนั่นแหละที่เจ็บหนักที่สุด นอนซมอยู่บนเตียงมาสองวันเต็มแล้วนะ"
"นานขนาดนั้นเลยหรือครับ"
เจียงผิงคิดว่าตนเองเพียงแค่หลับไปชั่วครู่ ไม่นึกเลยว่าจะหลับไปถึงสองวัน
มิน่าเล่าถึงได้ปวดหลังไปหมด
"ส่วนภาพรวมสถานการณ์นั้นถือว่าสูญเสียอย่างหนัก นักเรียนห้องพิเศษสามเหลือรอดชีวิตมาได้ไม่ถึงยี่สิบคน สมาชิกหน่วยบริหารทั้งสี่คนรวมถึงอาจารย์ที่ดูแลพวกเราล้วนเสียชีวิตในหน้าที่ทั้งหมด" น้ำเสียงของเจียงเหล่ยแฝงไปด้วยความหนักอึ้ง
เมื่อตอนที่พวกเขาไปถึง คนเหล่านั้นได้พลีชีพในสนามรบไปเสียแล้ว พวกเขาจึงทำได้เพียงช่วยชีวิตเจียงผิงและเพื่อนกลุ่มนี้ออกมา
หากช้ากว่านั้นเพียงก้าวเดียว พวกเขาอาจจะช่วยเจียงผิงไว้ไม่ทัน
เมื่อได้ยินข่าวนี้ เจียงผิงรู้สึกสะท้อนใจอยู่ไม่น้อย
เพื่อนร่วมชั้นที่เคยหัวเราะและหยอกล้อกับเขาเมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงอาจารย์ที่เข้มงวดซึ่งคอยพร่ำสอนเขา ทุกคนกลับจากไปในชั่วพริบตา
เจียงผิงไม่ได้เศร้าโศกเสียใจจนเกินเหตุ เขาเพียงแค่รู้สึกว่า...ความจริงมันช่างโหดร้ายนัก
ก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยได้สัมผัสกับความดุร้ายของสัตว์อสูรด้วยตาตนเองมาก่อน
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า เหตุใดมนุษยชาติถึงถูกสัตว์อสูรบีบบังคับให้ต้องถอยร่นมาตั้งรับอยู่ภายใต้กำแพงเมือง
คลื่นสัตว์อสูรที่น่าหวาดหวั่นเช่นนั้น คนธรรมดาย่อมไม่อาจต้านทานได้เลย
อาจารย์ในหน่วยบริหารเหล่านั้นล้วนเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับสาม แต่พวกเขากลับไม่สามารถหนีรอดจากกลุ่มสัตว์อสูรที่เป็นเพียงระดับสองได้ด้วยซ้ำ หากต้องเผชิญกับสัตว์อสูรระดับสี่หรือระดับห้า...คงเป็นเรื่องที่ยากจะจินตนาการ
"จริงด้วยครับพ่อ พ่อพอจะรู้ไหมว่าพวกคนที่ต้องการฆ่าพวกเราคือใคร แล้วทำไมพวกเขาถึงโจมตีเรา"
เมื่อเทียบกับฝูงสัตว์อสูรแล้ว เจียงผิงสงสัยในตัวตนของคนไม่กี่คนที่ปรากฏตัวออกมาในช่วงท้ายบนหลังอินทรีเพลิงมากกว่า
เพราะคนพวกนั้นพยายามจะฆ่าเขาและเหยียนเยว่จริงๆ!
"ตัวตนของพวกมันยังไม่แน่ชัดนัก แต่ที่ยืนยันได้คือพวกมันถูกขับไล่ออกจากสถาบัน" เจียงเหล่ยเองก็กำลังสืบหาตัวตนของพวกมันอยู่ แต่ในตอนนั้นเขาลงมืออย่างเฉียบขาดและสังหารพวกมันทั้งหมดโดยไม่เหลือผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว
"เป็นคนที่ถูกขับไล่ออกจากสถาบันของเราหรือครับ"
"ก็ไม่เชิงเสียทีเดียว อาจจะเป็นคนที่ถูกขับไล่มาจากสถาบันอื่นก็ได้ คนเหล่านี้มักจะก่ออาชญากรรมร้ายแรงจนถูกขับออกจากเมืองของมนุษย์ กลายเป็นคนเร่ร่อน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่พวกมันจะร่วมมือกับสัตว์อสูรเพื่อกลับมาแก้แค้นพวกเรา" เจียงเหล่ยกล่าวหลังจากนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง
"ถ้าอย่างนั้น คลื่นสัตว์อสูรครั้งนี้ก็เป็นฝีมือเบื้องหลังของพวกมันด้วยใช่ไหมครับ"
เจียงเหล่ยส่ายศีรษะ "เป็นไปได้ แต่ก็ยังไม่สามารถฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์"
พูดจบเขาก็ลูบศีรษะเจียงผิงพลางกล่าวต่อ "เรื่องพวกนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่ลูกต้องเก็บมาคิดในตอนนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางสถาบันในการสืบสวนเถอะ"
"ครับ"
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เจียงผิงจะรับรู้ได้จริงๆ
"อ้อ พ่อครับ ที่บ้านเรายังมีแกนอสูรเหลืออยู่บ้างไหม"
เจียงผิงพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบเรียกเจียงเหล่ยที่กำลังจะเดินออกจากห้องไป
"แกนอสูรหรือ มีสิ แล้วลูกจะเอาไปทำอะไร"
"มันมีประโยชน์ครับ ผมจำเป็นต้องใช้จริงๆ พ่อแบ่งให้ผมหน่อยได้ไหม" เจียงผิงเอ่ยด้วยความกระตือรือร้น
เมื่อเห็นท่าทางของเขา เจียงเหล่ยก็เริ่มระแวดระวังขึ้นมาทันทีและกล่าวว่า "ลูกคงไม่ได้คิดจะดูดซับพลังจากแกนอสูรเพื่อเพิ่มระดับพลังหรอกนะ พ่อจะบอกให้ว่านั่นมันอันตรายมาก ลูกห้ามทำเด็ดขาด!"
แม้แต่ตัวเขาที่เป็นผู้มีพลังพิเศษระดับห้า ยังไม่กล้าเสี่ยงดูดซับพลังจากแกนอสูรโดยตรง นับประสาอะไรกับเจียงผิง
"เปล่าครับพ่อ พ่อวางใจเถอะ ผมไม่ทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้นแน่นอน"
แกนอสูรสามารถถูกดูดซับโดยมนุษย์เพื่อเพิ่มระดับพลังได้จริง แต่โอกาสที่จะประสบความสำเร็จนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
เจียงผิงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปเสี่ยงขนาดนั้น
"ลูกดูไม่ใช่คนใจร้อนวู่วาม ถ้าอย่างนั้นบอกพ่อมาว่าลูกต้องการแกนอสูรระดับไหน และต้องการจำนวนเท่าไหร่"
"ยิ่งระดับสูงก็ยิ่งดีครับ พ่อมีเท่าไหร่ผมเอาหมดเลย!" เจียงผิงเอ่ยปากขออย่างหน้าตาเฉย
เจียงเหล่ยเบิกตากว้างทันที "ลูกคิดว่าบ้านเราเปิดธนาคารหรือไง ถึงนึกจะเอาเท่าไหร่ก็ได้น่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นผมขอแค่ แกนอสูรระดับสอง 100 ชิ้น ระดับสาม 100 ชิ้น ระดับสี่ 100 ชิ้น และระดับห้าอีกสัก 100 ชิ้นก็ได้ครับ"
เจียงผิงยอมถอยก้าวหนึ่งเพื่อข้อเสนอที่ดูเป็นรองลงมา
"ลูกรัก" เจียงเหล่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางจ้องหน้าเจียงผิง
"พ่อเป็นพ่อของลูกนะ ไม่ใช่เต่าในบ่อน้ำอธิษฐานที่ไหน พ่อมาเป็นลูกแล้วลูกมาเป็นพ่อแทนไหมล่ะ แล้วลูกก็เอาแกนอสูรทั้งหมดนี้มาให้พ่อแทน"
"พ่อครับ ตระกูลเจียงของเราเป็นตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไหวไห่ แถมพ่อยังเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับห้า พ่อจะไม่แกนอสูรแค่เท่านี้จริงๆ หรือครับ"
"ไม่มี! ลูกคิดว่าแกนอสูรเป็นขนมหวานหรือไง ที่จะหยิบออกมาเมื่อไหร่ก็ได้น่ะ พ่อมีแค่ระดับสอง 10 ชิ้น และระดับสามอีก 3 ชิ้นเท่านั้น จะเอาหรือไม่เอา"
"เอาครับ เอาแน่นอน!" เจียงผิงตอบตกลงอย่างรวดเร็ว