- หน้าแรก
- สามก๊ก เปิดฉากก็แต่งงานกับไช่เหวินจี
- ตอนที่ 240 อ้วนถานล้อมป๋อไห่
ตอนที่ 240 อ้วนถานล้อมป๋อไห่
ตอนที่ 240 อ้วนถานล้อมป๋อไห่
“เหวินจวี่ไม่ต้องตื่นตระหนกไป ข้าได้รับการดูแลจากเหวินจวี่มานานแล้ว ในเมื่อเหวินจวี่มีภัย ข้าก็ยินดีไปยังค่ายอ้วนด้วยตัวคนเดียว เพื่อเกลี้ยกล่อมทัพอ้วนให้ถอยกลับ” เมี๋ยเหิงกล่าวยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
บนใบหน้าไม่มีความกังวลแม้แต่น้อย ราวกับว่าทัพอ้วนสามหมื่นคน เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลยแม้แต่นิด
ข่งหรงขมวดคิ้ว เอ่ยว่า “เจิ้งผิงเอ๋ย ทัพอ้วนดุร้าย จะถูกเจ้ากล่าวจนถอยได้อย่างไร? เพื่อความปลอดภัยของเจ้า ข้าตอบรับไม่ได้”
เมี๋ยเหิงกลอกตาไปมาแล้วกล่าวว่า “เหวินจวี่คิดมากไปแล้ว ข้ามองอ้วนถานดุจสุกรกับสุนัข เขาจะไม่ถอยทัพได้อย่างไร ข้าไปแล้ว!”
กล่าวจบ เมี๋ยเหิงก็ลุกขึ้นทันที เห็นชัดว่าเตรียมจะไปเกลี้ยกล่อมให้อ้วนถานถอยทัพ ข่งหรงตกใจสุดขีด นี่มันไปส่งหัวคนชัดๆ!
เขารีบส่งสัญญาณให้อู่อันกั๋ว รีบฉุดเมี๋ยเหิงกลับมา!
“พวกอันธพาล ปล่อยข้า! เหวินจวี่ดูแลพวกเจ้าอย่างดี บัดนี้ถึงคราวเป็นตาย พวกเจ้าไม่อาจช่วยเหวินจวี่ขับไล่ศัตรูได้ ยังจะละอายหรือไม่? ยังกล้าขวางข้าอีก? ยังไม่รีบปล่อยมือ!” เมี๋ยเหิงนิสัยเช่นนี้ จะทนให้อู่อันกั๋วมาขวางได้อย่างไร? เขาจึงระเบิดถ้อยคำทันที
ใบหน้าอู่อันกั๋วแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าอับอายมาก ทว่าเพราะเป็นคำสั่งของข่งหรง เขาจึงจับเมี๋ยเหิงไว้แน่นไม่ปล่อย
“พอแล้ว เจิ้งผิง เยี่ยนเหลียงบุนทิวมิใช่คนธรรมดาที่ใครจะต้านได้ เรื่องนี้โทษแม่ทัพอู่อันไม่ได้ อย่าซุกซน รีบนั่งลงก่อน” ข่งหรงมองไม่ไหวแล้ว รีบเอ่ยขึ้น
เมี๋ยเหิงสามารถด่าว่าคนทั้งหล้าได้ ยกเว้นข่งหรง นี่คือความจริง!
ได้ยินคำของข่งหรง เมี๋ยเหิงก็เชื่อฟังนั่งกลับลงไปจริงๆ กลายเป็นเด็กดีไปเลย!
“ซูจื้อ(ชื่อรองของหวังซิว), ฉางสวี่(ชื่อรองของซุนเช่า) พวกเจ้าสองคนมีวิธีรับมือหรือไม่?” ข่งหรงเอ่ยถามผู้มีปัญญาทั้งสองคนใต้บังคับบัญชา
หวังซิวขมวดคิ้วเงียบไม่พูด ชัดเจนว่าไม่มีวิธีที่ดี ซุนเช่ากลับยิ้มแล้วถามกลับว่า “ท่านเจ้า อ้วนเสี้ยวทำไมถึงยกทัพมาปราบป๋อไห่?”
ข่งหรงขมวดคิ้วกล่าวว่า “เจ้าหมายความว่า การที่ข้าออกหน้าให้โหวแห่งกว่านจวิ่น ทำให้ไปล่วงเกินอ้วนเสี้ยวหรือ?”
ซุนเช่าพยักหน้าแล้วยิ้มกล่าวว่า “หากโหวแห่งกว่านจวิ่นกลายเป็นกบฏแผ่นดินจริงๆ ผู้ใดจะได้ประโยชน์ เหตุผลนี้ท่านเจ้าควรเข้าใจนะขอรับ ท่านเจ้าออกหน้าให้โหวแห่งกว่านจวิ่น ทำลายข่าวลือของอ้วนเสี้ยว เขาจึงทั้งโกรธทั้งอับอาย เลยยกทัพมาปราบ”
“ปัง!”
ข่งหรงทั้งทุบมือลงอย่างแรงบนโต๊ะแล้วตวาดว่า “อ้วนเบิ่นชูมีสี่ชั่วคนสามตระกูลขุนนาง จะเลวทรามไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้หรือ? ข้าละอายที่จะอยู่ร่วมกับเขา!”
ซุนเช่าส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ข่งหรงไม่เหมาะจะเป็นเจ้าแคว้นจริงๆ บัดนี้ยุคจลาจลมาถึงแล้ว คนอย่างข่งหรง หากอยากเอาชีวิตรอด ก็มีแต่ต้องไปพึ่งเจ้าแคว้นที่มีกำลังแข็งแกร่ง จะคิดชิงความเป็นใหญ่เหนือใต้หล้า? ช่างเป็นเรื่องตลกสิ้นดี!
อย่างไรก็ดี ในฐานะเสี่ยนกงเฉ่าแห่งป๋อไห่ ซุนเช่ายังคงกล่าวว่า “ท่านเจ้า การแย่งชิงแผ่นดิน ย่อมใช้ได้ทุกวิถีทาง อันที่จริงสิ่งที่อ้วนเสี้ยวทำนั้นก็ไม่อาจตำหนิได้ เพียงแต่เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะโหวแห่งกว่านจวิ่น เหตุใดท่านเจ้าไม่ส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากโหวแห่งกว่านจวิ่นเล่า?”
ดวงตาข่งหรงพลันสว่างขึ้น กำลังจะตอบรับ
หวังซิวที่อยู่ข้างๆ กลับเอ่ยขึ้นกะทันหันว่า “ไม่ได้!”
“เพราะเหตุใด?” ข่งหรงไม่เข้าใจอย่างยิ่ง ในสายตาของเขา ซุนเช่าเสนอแผนการที่ดีออกมาแล้วนี่นา!
หวังซิวประสานมือกล่าวว่า “ท่านเจ้า คำของฉางสวี่ได้เตือนสติข้าน้อยแล้ว กองทัพเราควรขอความช่วยเหลือจริง เพียงแต่ไม่ใช่จากโหวแห่งกว่านจวิ่น”
“เพราะเหตุใดกัน?” ข่งหรงยิ่งไม่เข้าใจ ในสายตาของเขา ตนเพราะช่วยหยางหลิงจึงถูกอ้วนเสี้ยวยกทัพมาปราบ การไปขอความช่วยเหลือจากหยางหลิงไม่ใช่เรื่องสมควรตามเหตุผลหรือ? เหตุใดหวังซิวจึงคัดค้าน?
หวังซิวกล่าวยิ้มๆ ว่า “ประการแรก โหวแห่งกว่านจวิ่นเพิ่งสู้รบใหญ่กับชนเผ่าเซียนเป่ยมา ย่อมสูญเสียหนัก แต่ อ้วนเสี้ยวกลับเก็บแรงไว้เต็มที่ กำลังแข็งแกร่ง ตอนนี้โหวแห่งกว่านจวิ่นก็ไม่แน่ว่าจะเป็นคู่มือของอ้วนเสี้ยว
ประการที่สอง ตอนนี้เข้าฤดูหนาวแล้ว อวี๋โจวอยู่ชายแดนไกล ณ เวลานี้คงเป็นดินแดนน้ำแข็งหิมะไปหมด ต่อให้โหวแห่งกว่านจวิ่นได้รับหนังสือขอความช่วยเหลือ ก็คงไม่อาจยกทัพมาได้
ประการสุดท้าย อวี๋โจวห่างจากป๋อไห่ไกลมาก และระหว่างกลางคือดินแดนของอ้วนเสี้ยว หนังสือขอความช่วยเหลือของกองทัพเรา ส่งถึงคฤหาสน์โหวแห่งกว่านจวิ่นได้ยาก ต่อให้ส่งถึง เกรงว่าคงสายไปแล้ว”
ข่งหรงพลันเข้าใจแจ่มแจ้ง ซุนเช่าก็พยักหน้า เขายอมรับว่าตนคิดไม่รอบคอบพอจริงๆ
ข่งหรงรีบถามว่า “ตามความเห็นของซูจื้อ ควรไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใด?”
หวังซิวยิ้มกล่าวว่า “เล่าปี่ จางเหมียว จ้าวเหมา และเถาเชียน”
“มากถึงเพียงนี้?” ข่งหรงขมวดคิ้ว
หวังซิวพยักหน้าแล้วยิ้มกล่าวว่า “ท่านเจ้า คนทั้งสี่นี้อยู่ไม่ไกลจากป๋อไห่ หากป๋อไห่ถูกอ้วนเสี้ยวตีแตก พวกเขาก็ยากจะรักษาตัวได้ ข้าน้อยคาดว่า หากพวกเขาได้รับจดหมายขอความช่วยเหลือจากท่านเจ้า ก็มีโอกาสสูงที่จะยกทัพมา โดยเฉพาะเถาเชียน เขาก็ยืนอยู่ข้างโหวแห่งกว่านจวิ่นเช่นเดียวกับท่านเจ้า หากอ้วนเสี้ยวกำจัดท่านเจ้าแล้ว จะยอมปล่อยเถาเชียนไปได้อย่างไร?”
“มีเหตุผล ข้าจะรีบเขียนจดหมายถึงพวกเขาแยกกัน แม่ทัพอู่อัน รบกวนท่านช่วยส่งคนไป”
“ขอรับ!” อู่อันกั๋วประสานมือรับคำ!
ดังนั้น ข่งหรงจึงรับคำแนะนำของหวังซิว ส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากทั้งสี่คนแยกกัน เพียงแต่จางเหมียวไม่กล้าล่วงเกินอ้วนเสี้ยว จึงไม่ยินยอมยกทัพ ส่วนจ้าวเหมา ยิ่งหวาดกลัวอ้วนเสี้ยว จึงปฏิเสธคำขอของข่งหรงอย่างเด็ดขาด
มีเพียงเถาเชียนกับเล่าปี่ ที่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบตอบรับจะยกทัพมา
เล่าปี่มีกำลังไม่แข็งแกร่งนัก ทว่าเขาก็รีบระดมทหารได้หนึ่งหมื่นนาย ตั้งเตียวหุยเป็นแม่ทัพใหญ่ ยกทัพมุ่งสู่ป๋อไห่ ทิ้งบางส่วนไว้ป้องกันฐานทัพของตน
มณฑลสวีมีไพร่พลและเสบียงอุดมสมบูรณ์ เถาเชียนยิ่งถึงกับนำทัพสามหมื่นด้วยตนเอง ตั้งโจวเปาและจางไคเป็นแม่ทัพใหญ่ แล้วยกทัพสู่ป๋อไห่
เวลานี้อ้วนถานฮึกเหิมองอาจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขานำทัพออกรบ มีเยี่ยนเหลียงบุนทิวช่วยเหลือ อ้วนถานจึงรุกคืบดังพายุทะลวง ยิงฝ่าไปตลอดทาง ไม่นานก็ล้อมป๋อไห่ไว้แน่นหนา
“ข่งหรง เจ้าจงเห็นแก่ที่เป็นลูกหลานของขงจื๊อ รีบเปิดเมืองยอมจำนนเสีย ข้าอาจไว้ชีวิตเจ้าได้ มิฉะนั้น หากตีเมืองแตกเมื่อใด แม้แต่ไก่และสุนัขก็จะไม่เหลือ!” อ้วนถานอยู่ใต้กำแพงเมืองป๋อไห่ อวดอำนาจบารมี ท่าทางหยิ่งผยองลำพองตน ทำให้ข่งหรงโกรธจนแทบตาย
เขาเป็นถึงบัณฑิตใหญ่ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นลูกหลานของขงจื๊อ ต่อให้อ้วนเสี้ยวเห็นเขา ก็ต้องให้ความเคารพ หากโจมตีป๋อไห่แตกจริง อ้วนเสี้ยวก็ไม่กล้าฆ่าเขา
บัดนี้ เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่ง กลับเอาชีวิตเขามาข่มขู่ ข่งหรงต่อให้มีความอดกลั้นดีเพียงใด ก็ยังเดือดดาล
“อ้วนถาน เจ้ายังอายุน้อยนัก แต่กลับโหดเหี้ยมอำมหิตถึงเพียงนี้ นี่หรือคือเหล่าลูกหลานตระกูลอ้วนผู้มีสี่ชั่วคนสามขุนนาง? การกระทำเช่นนี้ ไม่เท่ากับทำให้บรรพบุรุษของเจ้าขายหน้าหรือ?” ข่งหรงตวาด
ทุกคนล้วนเป็นผู้มีอารยธรรม อ้วนถานเอาแต่ข่มขู่ว่าจะไม่เหลือแม้แต่ไก่และสุนัขสักตัว จึงทำให้ข่งหรงเดือดจัดทันที
อ้วนถานถลึงตา กล่าวดูแคลนว่า “ไอ้เฒ่า ใกล้ถึงวันตายแล้วยังกล้าเทศนาที่นี่อีก ในเมื่อไม่ยอมเปิดเมือง ก็อย่าโทษที่ข้าไม่เกรงใจแล้ว โจมตี!”
“ตึงๆๆ…”
เมื่อคำสั่งของอ้วนถานถูกส่งออกไป ทัพอ้วนก็เริ่มโจมตีเมือง กลองศึกดังสนั่น ทหารทัพอ้วนเป็นแถวๆ แบกบันไดพาดกำแพง ผลักรถโจมตีเมือง และยกโล่ มุ่งเข้าชนกำแพงเมืองป๋อไห่!
อู่อันกั๋วกับจงเป่า รีบจัดระเบียบกองทหารป๋อไห่ แล้วเริ่มโต้กลับ
“ฟิ้วๆๆ…”
ลูกธนูหนึ่งระลอกยิงออกไป ก็ล้มทัพอ้วนลงไปเป็นแถบ
(จบตอน)