เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 360 การประสานงานสังหารระดับห้าครั้งแรก!

บทที่ 360 การประสานงานสังหารระดับห้าครั้งแรก!

บทที่ 360 การประสานงานสังหารระดับห้าครั้งแรก!


หลินวานชิงกุมดาบซวงอิ๋น ยืนอยู่ตรงขอบสนามรบโดยไม่ได้พุ่งเข้าไป

วิชาดาบของเธอเน้นไปที่การตั้งรับเพื่อสวนกลับ ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ใช้ความอ่อนสยบความแข็งแกร่ง

กุ่ยอี้ระดับสามตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง กรงเล็บเล็งตรงไปที่ลำคอของเธอ

เธอไม่ได้หลบ เพียงแค่เอี้ยวตัวเล็กน้อย คมดาบตวัดผ่านลำคอของกุ่ยอี้ตัวนั้นอย่างแผ่วเบาราวกับกำลังลูบไล้กลีบดอกไม้

กุ่ยอี้ตัวนั้นตาค้าง มือกุมลำคอ เลือดสีดำทะลักออกมาตามง่ามนิ้ว ก่อนจะค่อยๆ ล้มลง

เธอหันไปหากุ่ยอี้อีกตัว ปลายดาบจิ้มเข้าที่ข้อมือของมันจนใบมีดกระดูกหลุดกระเด็นไป จากนั้นก็สะบัดดาบแทงเข้าที่หน้าอกพร้อมกับบิดดาบเบาๆ กุ่ยอี้ตัวนั้นชักกระตุกสองสามครั้งแล้วแน่นิ่งไป

กุ่ยอี้ระดับหนึ่งและสองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเธอเลยแม้แต่น้อย ไม่นานก็ถูกฆ่าจนกระจัดกระจาย เลือดสีดำและซากศพเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น

ที่รอยแยกเริ่มมีกุ่ยอี้ระดับสามพุ่งออกมา กลิ่นอายพลังของพวกมันแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด

พวกมันมีความเร็วสูงขึ้น พละกำลังมากขึ้น และโจมตีดุร้ายกว่าเดิม

โม่โหย่วเสวี่ยกำลังฆ่าอย่างเมามัน กุ่ยอี้แมงมุมระดับสามตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่จากด้านข้าง ขาทั้งแปดของมันเหมือนใบมีดแปดเล่มกวัดแกว่งเข้าหาตัวเธอ

เธอปฏิกิริยาไวมาก เอี้ยวตัวหลบไปได้หกขา แต่ก็ยังถูกสองขาหลังเกี่ยวเข้าที่แขนเสื้อจนขาด เผยให้เห็นต้นแขนขาวเนียน

เธอก้มมองดูแวบหนึ่งแล้วขมวดคิ้วแน่น ตะโกนเสียงหลง “นี่มันชุดใหม่ของฉันนะ! แกมีปัญญาชดใช้ไหม!”

เธอจับมีดสั้นพุ่งเข้าใส่กุ่ยอี้แมงมุมตัวนั้น ความเร็วของเธอสูงจนมองด้วยตาเปล่าไม่ทัน เห็นเพียงแสงสีเงินวาววับกระพริบอยู่รอบตัวมัน

กุ่ยอี้แมงมุมถูกแทงจนเป็นรูพรุนไปทั้งตัว เลือดสีดำทะลักออกมาจากบาดแผล ขาทั้งแปดถูกตัดขาดไปหกขา ส่วนที่เหลืออีกสองขาก็ชักกระตุกไม่หยุด

สุดท้าย โม่โหย่วเสวี่ยก็แทงมีดเข้าที่หัวของมัน มันล้มตึงลงดินและแน่นิ่งไปในที่สุด

ซูชิงเสวี่ยยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็น เธอโบกไม้เท้าแผ่ไอเย็นเข้าแช่แข็งกุ่ยอี้ระดับสามกลุ่มหนึ่ง แต่พละกำลังของพวกมันแข็งแกร่งกว่าระดับหนึ่งและสองมาก จึงดิ้นหลุดจากพันธนาการน้ำแข็งได้อย่างรวดเร็วและพุ่งเข้าหาเธอ

เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย โบกไม้เท้าอีกครั้ง คราวนี้ไอเย็นหนาทึบและรุนแรงกว่าเดิม กุ่ยอี้เหล่านั้นถูกแช่แข็งอีกรอบด้วยน้ำแข็งที่หนากว่าเดิม คราวนี้พวกมันดิ้นไม่หลุดแล้ว

หลิงซวงพุ่งเข้าไปจัดการทีละตัวอย่างง่ายดาย

หลินวานชิงยังคงยืนคุมเชิงอยู่ขอบสนามรบ เธอไม่ได้พุ่งเข้าไปไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เธอกำลังมองหาโอกาส

ด้วยความสามารถและสไตล์การต่อสู้ของเธอ เหมาะที่จะรอลงมือกับตัวใหญ่ๆ มากกว่า

ในตอนนั้นเอง กุ่ยอี้ระดับสามตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่เธอจากทางด้านหลัง แสงดาบวาบผ่าน กุ่ยอี้ตัวนั้นยังไม่ทันถึงพื้นก็กลายเป็นหมอกสีดำสลายไป

เธอเก็บดาบ ท่าทางยังคงดูสงบนิ่งและเรียบง่าย

ที่รอยแยกมีกุ่ยอี้ระดับสี่มุดออกมา ทั่วร่างปกคลุมด้วยเปลือกแข็งสีดำสนิท รูปร่างคล้ายแมงป่อง หางของมันชูชันขึ้นสูง ปลายหางมีแสงสีม่วงวนเวียนอยู่ เห็นได้ชัดว่ามีพิษร้ายแรง

มันจ้องมองโม่โหย่วเสวี่ยด้วยจิตสังหาร

โม่โหย่วเสวี่ยจ้องมองกุ่ยอี้แมงป่องระดับสี่แล้วลอบกลืนน้ำลาย ปลายหางนั่นหนากว่าแขนของเธอเสียอีก ถ้าโดนทิ่มเข้าไปสักทีคงไม่สนุกแน่

เธอจึงตะโกนเรียกหลินวานชิงสุดเสียง “น้องวานชิง ตัวใหญ่นี่ฉันยกให้เธอ!”

หลินวานชิงกุมดาบซวงอิ๋น จ้องมองกุ่ยอี้แมงป่องด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เธอไม่ได้ถอย แต่กลับเดินหน้าเข้าหา

คมดาบสะท้อนแสงเย็นเยียบดูโดดเด่นภายใต้ท้องฟ้าสีแดงหม่น

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ถ่ายเทพลังจิตเข้าไปในตัวดาบ ดาบซวงอิ๋นเริ่มสั่นสะท้อน แสงบนใบดาบยิ่งมายยิ่งเจิดจ้า จนดูเหมือนท้องฟ้าทั้งผืนจะกลายเป็นสีเงินขาว

“ดาบเดียวเปิดประตูสวรรค์”

แสงดาบแหวกอากาศฟันเข้าที่ร่างของกุ่ยอี้แมงป่อง

เปลือกแข็งของมันแตกกระจาย เลือดสีดำพุ่งกระฉูด กุ่ยอี้แมงป่องแผดร้องอย่างโหยหวนก่อนจะล้มตึงและสลายกลายเป็นหมอกสีดำไป

โม่โหย่วเสวี่ยจ้องมองหมอกสีดำที่เลือนหายไปพลางอ้าปากค้างจนแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้ “น้องวานชิง ดาบนี้ของเธอโหดเกินไปแล้ว! ฟันเจ้านั่นได้แต่อย่ามาฟันฉันนะ!”

หลินวานชิงเก็บดาบเข้าฝัก ใบหน้าซีดลงเล็กน้อยและมีเหงื่อซึมตามหน้าผาก

พอได้ยินคำพูดของโม่โหย่วเสวี่ย มุมปากของเธอก็กระตุกเบาๆ

โม่โหย่วเสวี่ยนี่เล่นเน็ตจนเบลอหรือเปล่านะ? ทำไมถึงชอบพูดคำศัพท์แปลกๆ ออกมาเรื่อยเลย

เธอส่ายหน้ายิ้มอย่างอ่อนใจ ช่างเป็นตัวสร้างสีสันจริงๆ

ไม่นานนัก

ที่รอยแยกก็มีกุ่ยอี้ระดับห้าโผล่ออกมา รูปร่างคล้ายงูยักษ์ ความยาวกว่าสิบวา ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำสนิท มันอ้าปากกว้างหมายจะขย้ำพวกเธอ

โม่โหย่วเสวี่ยหน้าซีดเผือด “เฮ้ย?! นั่นมันระดับห้านี่นา! แย่แล้ว พวกเราสู้ไม่ไหวแน่!”

ซูชิงเสวี่ยเอ่ยเสียงเข้ม “อย่าลนลานสิ ระดับห้าใช่ว่าเราไม่เคยสู้ด้วยสักหน่อย!”

เธอโบกไม้เท้าแผ่ไอเย็นเข้าแช่แข็งส่วนหางของงูยักษ์ แต่มันมีพละกำลังมหาศาล เพียงพริบตาก็สลัดหลุดจากน้ำแข็งได้

หลิงซวงพุ่งเข้าไป ตวัดดาบยาวดาราฟันลงบนเกล็ดของงูยักษ์จนเกิดประกายไฟ ทว่ากลับทิ้งไว้เพียงรอยสีขาวจางๆ เท่านั้น แม้แต่ผิวก็ยังไม่ระคาย

เธอถูกหางของงูยักษ์ฟาดจนกระเด็นไปกระแทกพื้นและกระอักเลือดออกมา

หลินวานชิงกุมดาบซวงอิ๋นจ้องมองงูยักษ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้

ทว่าพลังจิตของเธอยังไม่ฟื้นคืนดี ไม่สามารถใช้ดาบที่สองได้ในตอนนี้

โม่โหย่วเสวี่ยเริ่มกระวนกระวาย เธอกระชับมีดสั้นและเคลื่อนที่รอบตัวงูยักษ์อย่างรวดเร็วเพื่อหาโอกาสโจมตี แต่เกล็ดของมันหนาเกินไป มีดของเธอเจาะไม่เข้าเลย

ซูชิงเสวี่ยตะโกนสั่งการ “บุกเข้าไปพร้อมกัน! โม่โหย่วเสวี่ย เธอคอยดึงความสนใจมันไว้! หลิงซวง เธอโจมตีจากด้านข้าง! วานชิง เธอหาจังหวะแทงที่ตาของมัน! ส่วนฉันจะคอยควบคุมมันเอง!”

ทั้งสี่คนลงมือพร้อมกัน โม่โหย่วเสวี่ยเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วอยู่ตรงหน้างูยักษ์เพื่อล่อหลอก มันพยายามจะกัดเธอ แต่ด้วยความเร็วที่เหนือชั้นทำให้มันกัดไม่โดนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

หลิงซวงพุ่งเข้าใส่จากด้านข้าง ตวัดดาบฟันลงบนเกล็ดของมัน แม้จะทำได้เพียงทิ้งรอยขาวไว้แต่ก็ช่วยดึงสมาธิของมันได้ดี

ซูชิงเสวี่ยโบกไม้เท้าใช้ไอเย็นแช่แข็งส่วนหางของมัน แม้จะถูกสลัดหลุดได้ในเวลาอันสั้น แต่ทุกครั้งก็สามารถขัดจังหวะการโจมตีของมันได้เสมอ

หลินวานชิงกุมดาบซวงอิ๋น จ้องเขม็งไปที่ดวงตาของงูยักษ์ ในขณะที่มันกำลังไล่ตามโม่โหย่วเสวี่ยจนพะวักพะวน

“ฉันจัดการเอง!”

เธอหาจังหวะที่เหมาะสมได้แล้วจึงพุ่งเข้าไปแทงดาบเข้าที่ดวงตาซ้ายของงูยักษ์อย่างแม่นยำ

งูยักษ์แผดร้องอย่างโหยหวนสุดเสียง มันสะบัดร่างกายอย่างบ้าคลั่งจนหลินวานชิงถูกเหวี่ยงกระเด็นไปกลิ้งกับพื้นหลายตลบและกระอักเลือดออกมา แต่ดาบของเธอยังคงปักคาอยู่ที่ดวงตาของมัน

ซูชิงเสวี่ยโบกไม้เท้าทันที ไอเย็นแช่แข็งส่วนหัวของงูยักษ์ไว้ มันพยายามดิ้นรนแต่คราวนี้ชั้นน้ำแข็งหนามากจนไม่สามารถหลุดออกมาได้โดยง่าย

หลิงซวงพุ่งเข้าไปซ้ำ ตวัดดาบฟันเข้าที่ดวงตาขวาของงูยักษ์จนบอดสนิท

งูยักษ์ตาบอดสนิททั้งสองข้าง มันดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งแต่ก็เปล่าประโยชน์

โม่โหย่วเสวี่ยกระชับมีดสั้น กระโดดขึ้นไปบนหัวของงูยักษ์แล้วแทงมีดเข้าที่กะโหลกของมันอย่างแรง

ร่างกายของงูยักษ์ชะงักกึก ก่อนจะล้มตึงลงกระแทกพื้นและสลายกลายเป็นหมอกสีดำไป

ทั้งสี่คนนั่งแผ่หลากับพื้น หายใจหอบถี่ ทั่วร่างเต็มไปด้วยเลือด ทั้งของกุ่ยอี้และของตัวเอง แต่ที่มุมปากของทุกคนกลับประดับด้วยรอยยิ้ม

กุ่ยอี้ระดับห้า ถูกพวกเธอร่วมมือกันสังหารได้สำเร็จ

หลินโจวลงจากรถมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เขายืนอยู่ข้างหลังพวกเธอ จ้องมองหมอกสีดำที่เลือนหายไปพลางยกยิ้มที่มุมปาก เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ทำได้ไม่เลว”

โม่โหย่วเสวี่ยหันไปมองเขาแล้วฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว “แน่นอนอยู่แล้ว! ไม่ดูซะบ้างว่าพวกเราเป็นใคร!”

หลินโจวไม่ได้ตอบกลับ เขาเพียงแค่จ้องมองไปยังรอยแยกบนท้องฟ้าด้วยแววตาเคร่งเครียด

ระลอกแรกจบลงชั่วคราวแล้ว

แต่เขารู้ดีว่า ยิ่งเวลาผ่านไป กุ่ยอี้ที่จะปรากฏออกมาจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

เขากระชับดาบกลืนวิญญาณในมือแล้วเอ่ยเรียบๆ “กลับไปพักผ่อน เตรียมตัวรับระลอกถัดไป”

พวกโม่โหย่วเสวี่ยพยักหน้า พยุงตัวลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปยังป้อมปราการสงคราม

เบื้องหลังของพวกเขา รอยแยกยังคงหมุนวนอย่างช้าๆ แสงสีแดงหม่นสาดส่องลงมาทาบทับร่างของพวกเธอ ทำให้เงาทอดยาวออกไปไกล...

……

(จบบท)

แจ้งนักอ่านทุกท่านครับ ตอนนี้ผมแปลถึงบทที่360 ต้นฉบับตอนนี้อัพถึงบทที่372 (13/5/69) ผมจะแปลแล้วอัพเดทให้ทุก5บทนะครับ

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านครับ ^^

จบบทที่ บทที่ 360 การประสานงานสังหารระดับห้าครั้งแรก!

คัดลอกลิงก์แล้ว