- หน้าแรก
- เกมจิ๊กซอว์วันสิ้นโลกกับระบบคำใบ้สุดกวน
- บทที่ 431 รุ่นพี่ K กับรุ่นน้อง Q
บทที่ 431 รุ่นพี่ K กับรุ่นน้อง Q
บทที่ 431 รุ่นพี่ K กับรุ่นน้อง Q
การต่อสู้ที่ปูพื้นมาถึงสี่ชั่วโมง เตรียมการมาไม่รู้กี่เดือน แต่สุดท้ายกลับจบลงภายในเวลาไม่ถึงเจ็ดนาที
สมาชิกองค์กรผู้ปิดไพ่ มองดูซากศพของสัตว์ประหลาดที่กำลังเน่าเปื่อยพังทลายลงมาเรื่อยๆ มองดูถังจิ่งหิ้วร่างของชายหนุ่มผมทองที่เปื้อนไปด้วยเมือกเหนียวๆ เดินจากไป ความรู้สึกตื่นเต้นในใจยังคงคุกรุ่นอยู่ไม่จางหาย
จนกระทั่งถังจิ่งเดินลับสายตาไป เถ้าแก่จ้าวก็สั่งให้ทุกคนช่วยกันปกป้องสวี่หลิง และพาเธอไปหลบในที่ปลอดภัย ทุกคนถึงได้สติกลับมาจากความตกตะลึง
สัตว์ประหลาดที่ดูเหมือนจะสามารถทำลายล้างโลก และทำให้เมืองทั้งเมืองตกอยู่ในความสิ้นหวังตัวนั้น... ถูกปราบลงแล้ว
ถูกปราบลงด้วยวิธีการที่ทรงพลังและเด็ดขาดที่สุด
ส่วนในระยะไกลออกไปจากถนนพาร์กเกอร์ เสียงโห่ร้องยินดีก็ค่อยๆ ดังกึกก้องขึ้น ผู้คนที่เพิ่งรอดพ้นจากความตาย ต่างก็ลืมเลือนความหวาดกลัวไปจนหมดสิ้น และดื่มด่ำไปกับความดีใจอันยิ่งใหญ่
ไม่ใช่แค่ดีใจที่สัตว์ประหลาดถูกปราบลงเท่านั้น แต่ความดีใจที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น มาจากฮีโร่ที่ปราบสัตว์ประหลาดตัวนั้นต่างหาก
คาดเดาได้เลยว่า ฮีโร่คนนี้ จะต้องเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอย่างแน่นอน
สัตว์ประหลาดตัวนั้น ไม่เพียงแต่ไม่สามารถนำพาความหวาดกลัวมาให้ได้ แต่กลับนำพาความหวังอันยิ่งใหญ่ มาสู่โลกใบนี้แทนซะงั้น
...
...
ประเทศเหมยหนาน เมืองซานเชส
ในสายตาของหลายๆ คน ซานเชสซึ่งเป็นเมืองที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ ถือเป็นเมืองที่ดึงดูดคนหนุ่มสาว แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นเมืองที่สูบเลือดสูบเนื้อคนหนุ่มสาวด้วยเช่นกัน
ที่นี่คือศูนย์รวมบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก เหล่าอัจฉริยะจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก ต่างก็มารวมตัวกันที่นี่ เพื่อกุมบังเหียนเทคโนโลยีและความมั่งคั่งหลักของโลกใบนี้เอาไว้
ในตอนที่สัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ ปรากฏตัวขึ้นที่เมืองม่านเซ่อ เมืองหลวงของเกาะออร์โร ภายในตึกเมียร์เอ็มไพร์ ที่เมืองซานเชส ประเทศเหมยหนานอันห่างไกล ชายหนุ่มหญิงสาวสองคน ก็กำลังมองดูภาพเหตุการณ์นี้อยู่
"คู่ต่อสู้แข็งแกร่งมาก ดูไม่เหมือน... ตัวตนที่ควรจะปรากฏขึ้นในช่วงเริ่มต้นของวันสิ้นโลกเลยนะ" หญิงสาวที่มีรอยสักรูป Q โพดำบนข้อมือพูดขึ้น
ตึกเมียร์เอ็มไพร์แห่งนี้ มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในโลก
การแต่งตัวของ Q โพดำ ดูเปลี่ยนไปจากเดิมนิดหน่อย เธอตัดผมสั้น และสวมชุดสูทสีดำดูทะมัดทะแมง
ในสายตาคนทั่วไป เธอคือลูกน้องของผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งเหมยหนาน ที่คอยจัดการเรื่องจุกจิกทั่วไป แต่ความจริงแล้ว เธอคือคนออกคำสั่งตัวจริงต่างหาก
"ไอ้สวะที่ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ดีแต่ทำเรื่องเสียเปล่า! ไหนบอกว่าจะจุดชนวนความหวาดกลัวไงล่ะ คราวนี้คนพวกนั้นก็กลับมามีความศรัทธาอีกครั้งแล้วล่ะสิ เกรงว่าสิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่ คงจะได้ผลน้อยลง เพราะไอ้บ้าที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้คนนี้แน่ๆ"
แววตาของ Q โพดำ เต็มไปด้วยความดูแคลน
ชายหนุ่มผมสีม่วง แต่งตัวสไตล์พังก์ ที่อยู่ข้างๆ และกำลังวุ่นอยู่กับคอมพิวเตอร์ พูดขึ้นว่า :
"ความจริงฉันกลับคิดว่า จะไปโทษเขาทั้งหมดก็ไม่ได้นะ เผลอๆ พวกเราควรจะขอบคุณเขาด้วยซ้ำ"
เขาคือ Q ดอกจิก
"หมายความว่าไง? ต่อให้สงครามทางทะเลหลังจากนี้มนุษย์จะเป็นฝ่ายแพ้ แต่พอมีฮีโร่โผล่มา คนพวกนั้นก็คงไม่กลัวแล้วล่ะมั้ง? จะให้ขอบคุณมันเนี่ยนะ?"
"เธอก็รู้ว่าฉันหมายถึงอะไร Q โพแดงไม่ได้โง่นะ ถึงหมอนั่นจะน่ารำคาญ และหยิ่งยโสเกินไปหน่อยก็เถอะ พวกเราต่างก็รู้ดี ว่าไอ้หมอนั่นมันเป็นพวกแพ้ไม่เป็น พอแพ้ปุ๊บก็สติแตกปั๊บ"
"แต่ก็ต้องยอมรับนะ ว่าเขามีฝีมือจริงๆ"
"ลองคิดดูสิ ถ้าไม่มีไอ้คนที่โผล่มากลางคันนั่น ความหวาดกลัวที่เขาสร้างขึ้น ก็มากพอที่จะจุดไฟเผาเกาะออร์โรได้จริงๆ"
"สำหรับมนุษย์แล้ว สัตว์ประหลาดตัวนั้น มันเกินขีดจำกัดที่พวกนั้นจะรับมือไหวแล้ว"
Q ดอกจิก พูดต่อ :
"เพื่อที่จะได้รับคำชมจากพ่อ เขายอมถึงขนาดยัดตัวเองเข้าไปในสัตว์ประหลาดที่น่าขยะแขยงนั่น ต้องยอมรับเลยนะ ว่าการได้เห็นสัตว์ประหลาดที่น่าเกลียดน่ากลัวขนาดนั้น มันสามารถปลุกเร้าความหวาดกลัว ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจคนเราออกมาได้จริงๆ เรื่องพวกนี้ เธอจะมาปฏิเสธไม่ได้หรอกนะ"
Q โพดำไม่ได้ตอบกลับ สำหรับเธอแล้ว Q โพแดงก็แค่เข้ามาทำลายจังหวะของเธอเท่านั้นแหละ
ถึงแม้สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้ ก็คือคนที่จู่ๆ ก็โผล่มาคนนั้นก็ตามที
"ความพ่ายแพ้ของ Q โพแดง ช่วยเตือนสติพวกเราเรื่องหนึ่ง โลกใบนี้ยังมีศัตรูที่แข็งแกร่งอยู่อีกคน" Q ดอกจิก ชี้ให้เห็นถึงปัญหาหลัก
Q โพดำเองก็ต้องยอมรับ ว่าไอ้คนที่จู่ๆ ก็โผล่มาคนนั้น มันแข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อจริงๆ
"เป็นไปได้สูงมาก ว่าหมอนั่นจะมาจากในหมอกดำ พวกเราไม่รู้ตัวเลยสักนิดด้วยซ้ำ ว่าเขามีตัวตนอยู่ ตัวตนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะ Q โพแดงชิงลงมือก่อน แล้วล่อเขาออกมาล่ะก็ คนที่ต้องกลายเป็นตัวตลก ก็คงจะเป็นพวกเรานั่นแหละ ดังนั้นในแง่หนึ่ง พวกเราก็ต้องขอบคุณ Q โพแดงนะ"
Q ดอกจิก เป็นคนที่ค่อนข้างมองโลกตามความเป็นจริง
เขาไม่เหมือน Q โพดำ และ Q โพแดง ที่เป็นพวกทำอะไรหวังผลเร็ว ถึงแม้คะแนนจากการทดสอบต่างๆ ของเขา จะสูสีกับ Q โพแดง และ Q โพดำ แต่ Q ดอกจิก ก็ยินดีที่จะใช้เวลาในการคิดให้มากขึ้น
ในมุมมองของ Q ดอกจิก แผนการของ Q โพแดง ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย
การปรากฏตัวของสัตว์ประหลาดตัวนี้ ถือเป็นจุดกำเนิดความหวาดกลัวที่รุนแรง ไม่แพ้ความพ่ายแพ้ของมนุษย์ต่อเรือสำราญลำนั้นเลย
แต่มันผิดตรงที่... เขารีบร้อนอยากจะพิสูจน์ตัวเองมากเกินไป เลยไม่ได้ใช้เหยื่อล่อให้มากพอเพื่อล่อศัตรูออกมา แต่กลับหงายไพ่ตายออกมาดื้อๆ เลย
และสุดท้าย ไพ่ตายใบนั้น ก็โดนคนอื่นทับซะมิดเลย
"ภารกิจในตอนนี้ คือการตามหาไอ้คนที่โผล่มากลางคันนั่นให้เจอ แล้วหาวิธีกำจัดมันซะ"
"ฝีมือระดับนั้น คงจัดการไม่ง่ายหรอกนะ" Q โพดำพูดขึ้น
"ก็จัดการไม่ง่ายจริงๆ นั่นแหละ แต่ศัตรูอยู่ในที่สว่าง ส่วนพวกเราอยู่ในที่มืด หาตัวเขาให้เจอก่อนก็พอ ถ้าเป็นศัตรูที่รับมือยากเกินไป พวกเราค่อยติดต่อไปทางพ่อ ให้เขาช่วยพวกเราจัดการก็ได้"
พอ Q ดอกจิก พูดประโยคนี้จบ Q โพดำก็รีบแย้งขึ้นมาทันที :
"จะไปรบกวนพ่อกะอีแค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ได้ยังไง..."
"พอเถอะน่า พลังของ Q โพแดง ไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอเลยนะ ถึงสภาพจิตใจเขาอาจจะไม่ค่อยดี แต่ความสามารถเขาก็มีอยู่จริง การที่เขาถูกศัตรูบดขยี้อย่างราบคาบแบบนั้น เธอควรจะเผชิญหน้ากับปัญหานี้อย่างจริงจังได้แล้ว ส่วนเรื่องความหวาดกลัวของมนุษย์... ฉันจะจัดการเอง ผ่านแผน 'เครื่องจักรจุติ'"
Q โพดำก็สงบสติอารมณ์ลงได้ ในตอนนี้ ไม่ใช่เวลามาอวดเก่งจริงๆ นั่นแหละ
ด้วยความที่เกลียดขี้หน้า Q โพแดงเป็นทุนเดิม ในตอนแรกเธอเลยไม่ได้ตระหนักถึงความแข็งแกร่งของศัตรู แต่ตอนนี้เธอได้สติแล้ว
"การปรากฏตัวของฮีโร่ ทำให้มนุษย์มีความหวังขึ้นมาก็จริง แต่ถ้าเทคโนโลยีหันหลังให้กับมนุษย์ล่ะก็ ความหวังนั้นก็จะถูกดับมอดลงไปเอง Q โพแดงล้มเหลวก็จริง แต่ฉันจะไม่มีวันล้มเหลว"
สีหน้าของ Q ดอกจิก ดูมั่นใจเต็มเปี่ยม
ในโลกของข้อมูลข่าวสาร เขาคือพระเจ้าที่อยู่เหนือมนุษยชาติมานานหลายปี
บางทีในโลกใบนี้ อาจจะมีคนที่สามารถกดขี่พวกระดับ Q ได้ด้วยกำลัง แต่พวกนั้นจะไปคิดได้ยังไง ว่าตัวเขาเอง ก็จะสามารถทำลายความมั่นใจของมนุษยชาติ ลงได้ในโลกของข้อมูลข่าวสารเหมือนกัน?
...
...
หมู่บ้านจัดสรรนอกวิทยาลัยเซิ่งเซียง เกาะออร์โร หลังจากที่สัตว์ประหลาดในเมืองม่านเซ่อถูกกำจัดไป ก็ผ่านมาแล้วสิบเอ็ดชั่วโมง
บนอินเทอร์เน็ต มีแต่คนพูดถึงเรื่องที่ผู้กอบกู้โลกปราบสัตว์ประหลาดล้างโลก รายการทีวีต่างๆ ในเกาะออร์โร ก็พากันรายงานข่าวเรื่องนี้กันอย่างครึกโครม
ช่องการเงินเกาะออร์โร :
"เกาะออร์โรอันยิ่งใหญ่ จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง! มาร่วมส่งเสียงโห่ร้องยินดีให้กับฮีโร่ของพวกเรากันเถอะครับ!"
พิธีกรรายการช่องการเงิน ตอนนี้ตื่นเต้นสุดๆ เขาสามารถกลับมาพูดเรื่องวิธีรวยลัดแบบไร้สาระพวกนั้นได้อีกครั้งแล้ว แถมยังเตรียมตัวจะพูดถึงหัวข้อที่ว่า ฮีโร่จุติลงมาแล้ว สถานการณ์การจ้างงานของมนุษย์ในอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป ด้วยซ้ำ
ช่องวิทยาศาสตร์และการสำรวจเกาะออร์โร :
"จากสถานการณ์ปัจจุบัน ดูเหมือนว่านี่จะเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่นะครับ พวกเราต่างก็รู้กันดี ว่าทั่วทุกมุมโลก ล้วนมีมนุษย์ที่กำลังกลายพันธุ์ พวกเขาได้รับพลังอันแข็งแกร่งมา และตัวที่พวกเราเจอในครั้งนี้ ก็น่าจะเป็นแค่หนึ่งในนั้น เผลอๆ อาจจะเป็นตัวที่ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ด้วยซ้ำ"
นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง พูดเรื่องพวกนี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย พอรายการจบ เขาก็เดินอาดๆ ออกไปอย่างสบายใจ
ทั้งชีวิตเขาเคยพูดเรื่องไร้สาระมาก็เยอะ แต่เรื่องที่พูดในรายการเมื่อกี้ คือเรื่องที่ไร้สาระที่สุดในชีวิตเขาเลย
"ผู้กอบกู้โลกครับ โปรดยกโทษให้ที่ผมลบหลู่ท่านด้วยเถอะครับ ก็ทางรายการเขาจ่ายให้เยอะนี่นา ไปตายซะเถอะไอ้ตัวที่ไม่ค่อยเก่งน่ะ ฮีโร่ลำแสงนั่นแหละเก่งที่สุดในโลก!" พอท่องประโยคพวกนี้ซ้ำไปซ้ำมา ในใจของนักวิทยาศาสตร์ก็รู้สึกดีขึ้นเยอะ
ช่องบันเทิงเกาะออร์โร :
"มาร่วมกันสวดมนต์อธิษฐานกันเถอะค่ะ พระบิดาคุ้มครองออร์โร! มาร่วมกันใช้เสียงเพลง อัญเชิญฮีโร่กลับมาอีกครั้งกันเถอะค่ะ! อัญเชิญฮีโร่ลำแสง!"
นักร้องสาวคนหนึ่ง ตื่นเต้นสุดๆ ตอนแรกรึกว่ายุคแห่งการลิปซิงค์หลอกเอาเงินแฟนคลับ จะไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว แต่ตอนนี้มันกลับมาแล้ว! สรรเสริญฮีโร่! สรรเสริญผู้กอบกู้โลก!
ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบของใครบางคน ที่ใช้วิธีการเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ในการโค่นล้มสัตว์ประหลาด ราวกับมีลูกศรแสงนับไม่ถ้วนพุ่งทะลุร่างศัตรู... ถังจิ่งก็เลยได้รับฉายาว่า "ฮีโร่ลำแสง" ไปโดยปริยาย
ฮีโร่ลำแสงคนนี้ กำลังนั่งอยู่บนโซฟา มองดูสวี่หลิงที่ดูอิดโรยอยู่
เมื่อไม่นานมานี้ สวี่หลิงเพิ่งจะใช้วิธีเชื่อมต่อจิตสำนึก ตามที่ไป๋อู้บอก
โดยเนื้อแท้แล้ว มันไม่ใช่การเข้าไปในโลกเบื้องหลังของอีกฝ่ายหรอก เพราะถ้าไม่มีคำเสริมกลายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องมารองรับ ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก
แต่การอาศัยพลังจิตที่แข็งแกร่ง และเทคนิคขั้นสูง ก็สามารถทำให้เกิดการสะกดจิตในช่วงเวลาสั้นๆ ได้
ในการสะกดจิตครั้งนี้ ไป๋หย่วนสามารถทำให้เป้าหมาย เข้าไปอยู่ในโลกที่ถูกสร้างขึ้น จากคำพูดของนักสะกดจิตได้
การทำแบบนี้ กินพลังจิตของสวี่หลิงไปเยอะมาก จนถึงขั้นมีเลือดกำเดาไหลออกมาเลยทีเดียว
แต่ถังจิ่งก็รู้ ว่าอาจารย์ต้องการจะสอบสวน Q โพแดง และบนตัว Q โพแดง ก็มีความลับซ่อนอยู่เยอะมาก
เขาก็ทำได้แค่ปวดใจและอดทนรอต่อไป
จนกระทั่ง Q โพแดง เข้าสู่สภาวะถูกสะกดจิต ไป๋อู้ถึงได้โบกมือไล่ ให้ถังจิ่งกับสวี่หลิงออกไปรอข้างนอก
นอกบ้าน สัมผัสได้ถึงเสียงโห่ร้องยินดีของเหล่านักศึกษาที่อยู่ไกลๆ สวี่หลิงก็พูดขึ้นว่า :
"สรุปก็คือ คนที่มอบพลังให้กับนายก่อนหน้านี้ ก็คืออาจารย์ของนาย? ก็คือคนที่อยู่ในบ้านคนนั้นงั้นเหรอ?"
"ใช่ ขอโทษนะ... ฉันไม่ได้เก่งกาจอย่างที่เธอคิดหรอก" ถังจิ่งก้มหน้าลง
สวี่หลิงยิ้มอย่างมีความสุข :
"แต่ก็เพราะนาย เขาถึงได้ปรากฏตัวออกมาไม่ใช่เหรอ แถมพอนายได้รับพลังของนายกลับมา นายก็สามารถดึงฉันออกมาได้แล้วนี่นา... ตอนนั้นถึงฉันจะสติเลือนลาง แต่ฉันก็สัมผัสได้นะ ว่าถังจิ่ง... นายพยายามจะช่วยฉันจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นถังจิ่งคนไหน ขอแค่เป็นถังจิ่ง ฉันก็ชอบหมดแหละ"
การรุกหนักของเด็กสาว ทำเอาถังจิ่งถึงกับตั้งรับไม่ทัน ถังจิ่งอยากจะบอกเหลือเกิน ว่าคนที่ช่วยเธอออกมา ก็ไม่ใช่เขาเหมือนกัน
แต่ในวินาทีนี้ เขาก็เข้าใจแล้วล่ะ ว่าถึงแม้จะเป็นการยืมพลังของคนอื่นมา แต่สิ่งที่สวี่หลิงต้องการ ก็คือความจริงใจนั้นต่างหาก
"เกี่ยวกับ Q โพแดง เธอพอนึกอะไรออกบ้างไหม?"
"นึกไม่ออกเลย... แต่เขาต้องเป็นคนที่เก่งมากๆ แน่ๆ"
ถังจิ่งเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ดูจากหน้าไพ่แล้ว Q โพแดง ถือเป็นไพ่ใบใหญ่มากเลยทีเดียว
ถึงแม้เขาจะถูกอาจารย์จัดการซะอยู่หมัด ดูอ่อนหัดสุดๆ ไปเลยก็เถอะ... แต่นั่นก็น่าจะเป็นเพราะอาจารย์เก่งเกินไป ไม่ใช่เพราะคู่ต่อสู้อ่อนแอกว่าหรอก
"ดูเหมือนว่า ความลับเกี่ยวกับตัวเธอ คงต้องหวังพึ่งให้อาจารย์ เค้นข้อมูลออกมาให้ได้ซะแล้วล่ะ"
ถังจิ่งกับสวี่หลิง มองเข้าไปในบ้านพร้อมกัน ก่อนหน้านี้ ถังจิ่งพา Q โพแดงที่หมดสติออกมา ส่วนเถ้าแก่จ้าว ก็ให้คนพาสวี่หลิงมาส่งที่คฤหาสน์แห่งนี้ เพื่อมาสมทบกับถังจิ่ง
ส่วนไป๋อู้ ก็ตามหาคฤหาสน์ของถังจิ่งจนเจอ ซึ่งสำหรับไป๋อู้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย ถึงแม้สาวกจะยังไม่ครอบงำข้อมูลของเมืองม่านเซ่อ แต่ไป๋อู้กับถังจิ่ง ก็มีความทรงจำร่วมกันอยู่
ถังจิ่งก็เพิ่งจะเข้าใจ ว่าทำไมก่อนหน้านี้ถึงใช้เทพจุติ หาอาจารย์ไม่เจอ ที่แท้อาจารย์ก็ออกมาที่โลกนอกหมอกดำแล้วจริงๆ
ศิษย์อาจารย์คู่นี้ ก็ได้มาพบกันในโลกแห่งความเป็นจริงสักที
ภายในคฤหาสน์ ไป๋อู้ยกมือขึ้น
ในมือของเขา มีเข็มอยู่หนึ่งเล่ม
ไม่นาน ถังจิ่งกับสวี่หลิง ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด ของ Q โพแดงดังลั่นออกมา
แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้เข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น แค่รู้สึกว่าอาจารย์ตอนที่ลงเข็มเนี่ย แอบดูน่ากลัวนิดๆ แฮะ
แต่คนที่สัมผัสได้ถึงความน่ากลัวนั้นจริงๆ ก็คือ Q โพแดงต่างหากล่ะ เขาเคยโดนทรมานแบบนี้ซะที่ไหนล่ะ?
ในตอนนี้ ถึงแม้ Q โพแดง จะเบิกตากว้าง แต่ในความทรงจำของเขา เขากำลังเดินอยู่ในโลกที่ถูกสร้างขึ้นจากคำพูดของไป๋หย่วนต่างหาก
แน่นอนว่าไป๋หย่วนไม่สามารถถามคำถามได้โดยตรง ทุกอย่างต้องผ่านทางไป๋อู้ทั้งหมด
ถึงแม้ในสายตาของไป๋อู้ เขาจะแค่เอาเข็มจิ้มคนที่ถูกสะกดจิตอย่างหนักซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ในสายตาของคนที่ถูกสะกดจิต เขากำลังอยู่ในห้องที่มืดสลัวห้องหนึ่ง
แสงไฟสลัวๆ ไม่เพียงพอที่จะส่องสว่างให้เห็นทั่วทั้งห้อง ไป๋หย่วน หรือจะเรียกว่าไป๋อู้ กำลังยืนอยู่ในมุมมืด มองดู Q โพแดง ที่กำลังร่อแร่ใกล้ตาย
"แก... แกเป็นใคร? แกจะทำอะไรฉัน?"
"ฉันคือพ่อของแก... เอ๊ย เพื่อนเก่าของพ่อแกต่างหากล่ะ" คนในมุมมืดพูดขึ้น Q โพแดงมองหน้าเขาไม่ชัดเลย
รู้แค่ว่าน้ำเสียงของเขาดูอบอุ่นมาก จนทำให้คนฟังรู้สึกผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัว
"เพื่อน... ของพ่อเหรอ? ไม่... พ่อไม่มีเพื่อน... พ่อมีแค่พวกเรา... ฉันคือลูกที่ยอดเยี่ยมที่สุดของพ่อ... ฉันคือ Q โพแดง..."
"ใช่แล้วล่ะ เธอยอดเยี่ยมมากเลยล่ะ ถึงแม้จะทำให้ฉันรู้สึกเสียดายนิดหน่อยก็เถอะ เพราะ Q โพแดง ที่ฉันเคยรู้จัก เป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักมากเลยนะ แต่ต่อมาเธอก็ออกจากฟาร์มไป อืม... เธอไม่ได้โชคดีเหมือนแกหรอกนะ เธอออกจากฟาร์มไปด้วยวิธีอื่น แต่ฉันเดาว่า แกคงไม่รู้หรอกใช่ไหม ว่าคำว่าออกจากฟาร์มด้วยวิธีอื่น มันหมายความว่ายังไง?"
สติของ Q โพแดง เริ่มฟื้นคืนมานิดหน่อย :
"แก... เคยไปที่ดินแดนสวรรค์เหรอ?"
"ก็เคยไปอยู่พักนึงนะ แต่รู้สึกว่าคนข้างในนั้นไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ฉันก็เลยออกมา อ้อ แล้วก็บังเอิญกล่อมไอ้คนหน้าตาขี้เหร่คนนึง ให้ออกมาด้วยกันได้ด้วยล่ะ"
"เป็นไปไม่ได้... ตลอดเจ็ดร้อยปีที่ผ่านมา คนที่ได้ออกจากดินแดนสวรรค์ ล้วนเป็นคนที่พ่อจัดเตรียมไว้ให้ทั้งนั้น ไม่มีใครออกไปเองได้หรอก คนที่ออกไปเองได้... มีแค่... มีแค่พวก K เท่านั้น..."
พอพูดถึงพวก K น้ำเสียงของ Q โพแดงก็แสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน :
"พวกมัน... พวกมันก็แค่พวกทรยศ! เป็นแค่พวกสวะ!"
"จิ๊ๆ พูดแบบนี้ฉันก็เจ็บแย่สิ เพราะฉันนี่แหละคือพวกทรยศ แล้วก็พวกสวะที่แกพูดถึงไงล่ะ"
พอ Q โพแดงเข้าใจความหมายของประโยคนี้ จิตใจของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง :
"แกพูดว่าอะไรนะ?"
"ฉันกำลังจะบอกว่า ความจริงแล้วฉันก็คิดว่า K เป็นพวกสวะเหมือนกัน แต่ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อไพ่โจ๊กเกอร์ตกไปอยู่ในมือของคนที่แกเรียกว่าพ่อกับแม่ไปแล้ว ฉันก็เลยต้องยอมลดตัว ไปเป็น K แก่ๆ คู่กับไอ้คนหน้าตาขี้เหร่นั่นไงล่ะ"
ในความมืด น้ำเสียงของไป๋หย่วน ดูไร้หนทางเลือกสุดๆ
Q โพแดง ทั้งตกใจทั้งโกรธ
หมอนี่คือ K งั้นเหรอ? เขากำลังดูถูก K อยู่ใช่ไหม? หรือว่ากำลังคุยโวโอ้อวดกันแน่?
Q โพแดงคิดว่าอีกฝ่ายกำลังดูถูก K แต่เขาไม่รู้เลย ว่าคนที่อยู่ในมุมมืด ที่อ้างตัวว่าเป็น K คนนี้ รู้สึกมาตลอดว่า ตัวอักษร K มันเป็นการลดทอนคุณค่าความสามารถของเขา
แต่ไป๋หย่วนก็ชินแล้วล่ะ เพื่อให้เข้าขากับมนุษย์หน้ากาก เพื่อให้เกมนี้มันสนุกขึ้น เขาก็ยินดีที่จะเป็น K
เพราะในสายตาของเขา ทั้ง 10 โพดำ และมนุษย์หน้ากาก ไม่ควรจะถูกจำกัดความสามารถไว้แค่ตัวอักษร K พวกเขาต่างก็มีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นเยอะ
"แกโกหก! แกโกหก!"
"ใจเย็นๆ น่า ขอถามหน่อยสิ แกมาจากฟาร์มหมายเลขอะไรล่ะ?
Q โพแดงรับไม่ได้หรอก ที่อีกฝ่ายบอกว่าตัวเองเป็น K นี่หมายความว่า... K ที่เขาอยากจะก้าวข้ามมาตลอด ก็คือคนที่เพิ่งจะบดขยี้เขาจนราบคาบเมื่อกี้งั้นเหรอ?
"คำว่า K มันไม่ได้มีความหมายในแง่ดีอะไรหรอกนะ แกไม่ต้องเกร็งไปหรอก ฉันบอกก่อนละกัน ฉันมาจากหมายเลขเจ็ด แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ อย่างน้อยฉันก็ไม่ใช่พี่น้องของแกหรอก ไม่งั้นลำดับญาติมันคงวุ่นวายไปหมด"
ในความมืด ไป๋หย่วนค่อยๆ พูดประโยค ที่ในสายตาของ Q โพแดง ถือเป็นการลบหลู่ขั้นร้ายแรงออกมา อย่างไม่รีบร้อน :
"สำหรับคนที่แกเอาแต่พร่ำเพ้อเรียกหาว่าพ่อ ฉันกับ K แก่หน้าตาขี้เหร่นั่น มักจะเรียกเขาว่าคุณจิ่งน่ะ แน่นอนว่านี่คือสรรพนามที่ใช้เรียกต่อหน้านะ แต่ลับหลังน่ะ เรียกกันตามใจชอบกว่านี้เยอะเลยล่ะ"
(จบบท)