- หน้าแรก
- ข้านี่แหละศิษย์สายงานที่แกร่งที่สุด
- บทที่ 350 - ป้ายภารกิจ
บทที่ 350 - ป้ายภารกิจ
บทที่ 350 - ป้ายภารกิจ
บทที่ 350 - ป้ายภารกิจ
เมื่อก้าวเข้าสู่ลานกว้าง โม่ชวนถึงได้ตระหนักว่า ภายในนี้แตกต่างจากที่เห็นภายนอกโดยสิ้นเชิง ภายนอกดูเหมือนจะเป็นเพียงเรือนพักเล็กๆ ที่มีประตูบานเดียว แต่เมื่อเข้ามาด้านใน กลับพบว่ามันโอ่อ่าอลังการ ใช้คำว่า 'หรูหราหมาเห่า' ก็คงไม่เกินจริง
ยิ่งไปกว่านั้น พลังปราณฟ้าดินภายในลานนี้ หนาแน่นกว่าภายนอกไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า โม่ชวนเดาได้ทันทีว่า ภายในเรือนพักแห่งนี้ต้องมีการวางค่ายกลรวมปราณอันทรงพลังเอาไว้แน่ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถสัมผัสถึงพลังปราณที่เข้มข้นขนาดนี้ได้
และถึงแม้เรือนพักจะดูเรียบง่าย แต่กลับถูกจัดสรรไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
หญิงสาวนางนั้นโบกมือเป็นสัญญาณ ผู้ฝึกตนหญิงทั้งสิบคนก็เดินเข้ามาในลาน ดูท่าทางคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี พวกนางนำสุรานวี่เอ๋อร์หงระดับสุดยอดไปวางไว้บนโต๊ะอย่างชำนาญ
หญิงสาวหันมามองโม่ชวน สายตาสื่อความหมายอย่างชัดเจน ว่าถึงเวลาจ่ายเงินแล้ว
โม่ชวนเอ่ยขึ้น "รอเดี๋ยวนะ"
เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปด้านใน ปิดประตูห้องลง แล้วดึงตัวซานทูจึออกมาจากขวดหยกขาวทันที
ซานทูจึเพิ่งจะขยับปากเตรียมจะโวยวาย โม่ชวนก็รีบเอามือตะปบปากมันไว้ "เบาๆ หน่อย ข้ามีเรื่องจะปรึกษากับแก ซานทูจึ อยากจะยกระดับความแข็งแกร่งของตัวเองบ้างไหม?"
หัวของซานทูจึสั่นงกๆ เหมือนกลองป๋องแป๋ง รีบพยักหน้ารัวๆ
โม่ชวนเริ่มหว่านล้อม "แกตามพี่มาตั้งนาน ตอนนี้ก็อยู่ขอบเขตจู้จีขั้นปลายแล้ว พี่มีวิธีที่จะช่วยให้แกก้าวข้ามขั้น กลายเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตจินตันได้ในพริบตา อย่างน้อยก็ต้องเก่งเท่ากับพี่ตอนนี้ เผลอๆ อาจจะเก่งกว่าพี่เสียด้วยซ้ำ"
ตาของซานทูจึเบิกกว้างกลมดิ๊ก ซาบซึ้งจนน้ำตาแทบจะไหลออกมา นึกว่าโม่ชวนเกิดมโนธรรมสำนึกขึ้นมาแล้วจริงๆ
แต่ในใจก็แอบคลางแคลงใจอยู่บ้าง เรื่องดีๆ แบบนี้ ทำไมถึงมาตกถึงท้องมันได้? ทว่าสุดท้าย มันก็เลือกที่จะเชื่อใจลูกพี่ พยักหน้าตอบรับอย่างแข็งขัน
โม่ชวนเอ่ยต่อ "ซานทูจึ เอาหินวิญญาณระดับสุดยอดมาให้พี่สักสองแสนก้อนสิ"
ซานทูจึได้ยินดังนั้น ก็รู้ทันทีว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากล รีบส่ายหัวปฏิเสธ "ข้าไม่อยากเลื่อนขั้นเป็นจินตันแล้ว ข้าว่าตอนนี้ก็ดีอยู่แล้วนะ"
โม่ชวนพุ่งเข้าไปบีบคอมันแน่น "ตอนนี้พี่พาแกมาอยู่ดินแดนสวีแล้วนะ ที่นี่ถ้าไม่มีเงินติดตัวเลย จะเอาชีวิตรอดได้ยังไง? วางใจเถอะน่า รอให้พี่ตั้งหลักได้เมื่อไหร่ พี่หามาใช้คืนแกแน่นอน พี่เคยเอาเปรียบแกที่ไหนล่ะ?"
ซานทูจึยังไม่ค่อยจะเชื่อใจเท่าไหร่นัก รู้สึกเหมือนโม่ชวนกำลังจะหลอกต้มมันอีกแล้ว ทุกครั้งที่เอาของไป เคยเอามาคืนซะที่ไหน?
แต่พอลองคิดดูดีๆ เหมือนว่าทุกครั้งที่ได้ของวิเศษมา ลูกพี่ก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากมัน แถมยังยกให้มันหมดเลยนี่นา
ตัวมันสั่นงันงก "นั่นมันหินวิญญาณระดับสุดยอดตั้งสองแสนก้อนเชียวนะ!"
พูดจบ ซานทูจึก็ช้อนตาใสแป๋วขึ้นมองโม่ชวน "ลูกพี่ ท่านทำให้ข้าเลื่อนขั้นเป็นจินตันได้จริงๆ หรือ?"
โม่ชวนตบหน้าอกดังปั้ก "พี่เคยหลอกแกหรือไง?"
ซานทูจึจำใจยอมควักหินวิญญาณระดับสุดยอดสองแสนก้อนส่งให้โม่ชวนอย่างเสียไม่ได้
โม่ชวนเปิดประตูห้อง เดินไปหาหญิงสาว โยนหินวิญญาณระดับสุดยอดหนึ่งแสนก้อนส่งให้นาง แล้วหยิบหินวิญญาณระดับสุดยอดอีกสองพันก้อนยื่นตามไป "สองพันก้อนนี้ คือค่าใช้จ่ายที่เฒ่าไร้ยางอายไปหาความสำราญที่นั่น อีกสองวันข้าจะไม่ไปจ่ายแล้วนะ ตอนนี้ก็ขอชำระบิลรวบยอดไปเลยก็แล้วกัน"
หญิงสาวนึกไม่ถึงเลยว่าโม่ชวนจะสามารถควักหินวิญญาณระดับสุดยอดจำนวนมหาศาลปานนี้ออกมาได้ง่ายๆ แต่พอลองคิดดูอีกที ที่นี่เป็นถึงที่พักของบุคคลระดับสูง ก็คงมีหินวิญญาณระดับสุดยอดเก็บซ่อนไว้ไม่น้อย ถึงหยิบมาใช้ได้สบายๆ
แต่พอได้ยินโม่ชวนบอกว่าจะจ่ายค่าตัวให้เฒ่าไร้ยางอายแค่สองพันก้อน นางก็เบ้ปาก ปรายตามองโม่ชวนด้วยสายตาเหยียดหยาม "สองพันก้อนไม่พอหรอกนะ"
โม่ชวนชะงัก "แล้วต้องใช้เท่าไหร่ล่ะ?"
หญิงสาวยกแขนขึ้นกอดอก "ผู้อาวุโสท่านนั้น เรียกหญิงรับใช้ไปตั้งสิบคนเชียวนะเจ้าคะ ค่าตัวคนละหนึ่งพันหินวิญญาณระดับสุดยอด สิบคนก็ปาเข้าไปหนึ่งหมื่นแล้ว"
โม่ชวนนึกในใจ แค่นี้ก็ไม่ได้มากมายอะไรนี่นา
หญิงสาวกล่าวต่อ "แต่ผู้อาวุโสไปทีไร ก็สั่งสุรานวี่เอ๋อร์หงระดับสุดยอดมาดื่มเพียบเลยนะเจ้าคะ ข้าว่าแค่สองแสนยังถือว่าน้อยไปเลยด้วยซ้ำ"
โม่ชวนโบกมือปัด "ส่วนที่เหลือ เจ้าก็ไปเก็บกับตานั่นเอาเองก็แล้วกัน ข้ามีให้แค่สองพันก้อนนี่แหละ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเจ้าก็กลับไปซะ"
เขาเอ่ยปากไล่แขก หญิงสาวมองหน้าเขา ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ในเมื่อโม่ชวนจ่ายค่าสุรานวี่เอ๋อร์หงครบถ้วนแล้ว ขืนอยู่ต่อก็คงเสียเวลาเปล่า จึงพาผู้ฝึกตนหญิงทั้งสิบคนเดินจากไป
โม่ชวนหันไปมองเย่เว่ยยาง "วันหลังพวกเราก็หาซื้อเรือนพักแบบนี้สักหลังสิ เอาที่มันใหญ่กว่านี้หน่อย จะได้ใช้เป็นที่บำเพ็ญเพียร ขาดเหลืออะไรก็ค่อยออกไปหาซื้อข้างนอกเอา"
เย่เว่ยยางก็รู้สึกถูกใจที่นี่เช่นกัน นางพยักหน้ารับ
จังหวะนั้นเอง ซานทูจึก็ร้อนรนโวยวายขึ้นมา "ลูกพี่ ลูกพี่! รีบช่วยยกระดับพลังให้ข้าทีเถอะ ข้าอยากเป็นจินตันแล้ว!"
โม่ชวนยกยิ้มมุมปาก ยื่นสุรานวี่เอ๋อร์หงไปให้มันป้านหนึ่ง "ดื่มนี่ซะ พี่รับรองว่าแกจะได้เป็นผู้ฝึกตนขอบเขตจินตันสมใจอยากแน่"
ซานทูจึรับมาด้วยความสงสัย เปิดจุกป้านดมกลิ่นดู กลิ่นหอมของสุราก็โชยเตะจมูก มันช้อนตามองโม่ชวนอย่างแคลงใจ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเชื่อใจลูกพี่ เงยหน้ากระดกสุราลงคออึกใหญ่
วินาทีต่อมา เปลวเพลิงก็ลุกโชนท่วมร่างซานทูจึ มันถึงกับหลุดปากตะโกนออกมา "เหล้าดีนี่หว่า!"
แล้วก็เป็นไปตามคาด ระดับพลังของมันพุ่งพรวดทะลุขีดจำกัด ก้าวเข้าสู่ขอบเขตจินตันขั้นต้นได้อย่างง่ายดาย
ซานทูจึดีใจจนเนื้อเต้น "พี่! ตอนนี้ข้าก็เป็นขอบเขตจินตันแล้วนะเว้ย!"
โม่ชวนเก็บสุรานวี่เอ๋อร์หงระดับสุดยอดบนโต๊ะจนหมดเกลี้ยง แล้วจูงมือเย่เว่ยยางเดินเข้าไปในเรือนด้านหลัง ไม่สนใจซานทูจึอีกเลย
ซานทูจึมองดูขนปีกสีแดงเพลิงของตัวเอง สลับกับมองแผ่นหลังของโม่ชวน พลางพึมพำกับตัวเอง "ต้องอิจฉาข้าแน่ๆ! เห็นข้าเก่งขึ้นก็เลยอิจฉาล่ะสิ!"
ยิ่งคิดก็ยิ่งดีใจ กระพือปีกบินวนไปมารอบลานกว้างอย่างเริงร่า
ทว่าเพียงครู่เดียว เสียงโวยวายด้วยความโกรธเกรี้ยวของซานทูจึก็ดังลั่น "ลูกพี่! ท่านหลอกข้าอีกแล้ว! นี่มันก็แค่ยกระดับพลังข้าเป็นจินตันชั่วคราวเท่านั้น ตอนนี้ข้ากลับมาเป็นจู้จีขั้นปลายเหมือนเดิมแล้วเนี่ย!"
โม่ชวนทำหูทวนลม เขากำลังคิดคำนวณแผนการในอนาคต คงต้องรอให้อีกสองวันให้หลัง ตาเฒ่านั่นกลับมาก่อน ค่อยพูดคุยกันให้รู้เรื่อง ตัดขาดความสัมพันธ์กันให้เด็ดขาดไปเลย
เขารู้ตัวดีว่า การไปเกลือกกลั้วกับคนระดับนั้น มันไม่ต่างอะไรกับการเอามือไปล้วงคอเสือ ไม่รู้ว่าจะโดนจับไปขายทิ้งตอนไหน
แต่ตอนนี้เขาก็ยังหนีไปไหนไม่ได้ การต้องดีลกับคนระดับบิ๊กๆ แบบนี้ มันต้องมีมารยาทกันบ้าง ขืนหนีหายไปดื้อๆ มีหวังได้สร้างความฉิบหายครั้งใหญ่แน่
ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น โม่ชวนและเย่เว่ยยางก็หันไปมองข้างนอกพร้อมกัน เสียงระฆังดังกังวานก้องมาจากถนนใหญ่
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทั้งสองจึงพาซานทูจึเดินออกไปดู
เวลานี้บนท้องถนน ผู้ฝึกตนหลายคนกำลังเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เสียงระฆังดังมา
โม่ชวนเดินตามฝูงชนไปจนถึงจุดหมาย ก็พบกับป้ายศิลาขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า บนป้ายสลักรายชื่อผู้คนเอาไว้มากมาย เขากวาดสายตามองผ่านๆ ชื่อแรกที่ปรากฏอยู่บนสุดคือ "หลลงซู"
โม่ชวนไม่รู้ว่าสิ่งนี้มีไว้ทำอะไร จึงรีบหันไปถามผู้ฝึกตนที่ยืนอยู่ข้างๆ
ผู้ฝึกตนคนนั้นปรายตามองเขาแวบหนึ่ง แต่ก็ปิดปากเงียบ
โม่ชวนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติเป็นอย่างดี ล้วงหินวิญญาณระดับสุดยอดสองก้อนโยนให้ชายคนนั้นทันที
ผู้ฝึกตนชายผู้นั้นก็มีระดับพลังเพียงจินตันขั้นต้นเช่นเดียวกับโม่ชวน เมื่อเห็นว่าโม่ชวนรู้มารยาท ก็คิดว่าบอกให้รู้สักหน่อยคงไม่เสียหายอะไร ดูจากท่าทาง เจ้านี่คงเพิ่งจะมาถึงที่นี่แน่ๆ
ชายหนุ่มอธิบายให้โม่ชวนฟัง "ที่นี่คือป้ายภารกิจของเมืองเทียนหยาง"
เขาพยักพเยิดหน้าไปทางด้านหน้า เพราะฝูงชนเบียดเสียดกันแน่น โม่ชวนจึงมองไม่เห็นสถานการณ์ด้านในสุด
"ทุกครั้งที่เสียงระฆังดังขึ้น ก็หมายความว่าเมืองเทียนหยางกำลังจะประกาศภารกิจ ยิ่งภารกิจยากเท่าไหร่ หากทำสำเร็จได้ดี ก็จะไม่เพียงแต่ได้รับแต้มรางวัลเท่านั้น แต่ยังมีโอกาส..." เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ชี้มือขึ้นไปยังยอดเขาที่สูงที่สุด "ได้ไปที่นั่นด้วย"
โม่ชวนนึกถึงคำพูดของเฒ่าไร้ยางอายขึ้นมาได้ ยอดเขาที่สูงที่สุดนั่น คือที่พำนักของยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองเทียนหยาง ลั่วอวี่ชวน ยอดฝีมือขอบเขตเหอถี่
ชายหนุ่มชี้ไปยังชื่อ "หลงซู" ที่อยู่บนสุดของป้ายศิลาอีกครั้ง "เห็นคนที่ได้อันดับหนึ่งนั่นไหม? เขาได้ขึ้นไปบำเพ็ญเพียรบนยอดเขานั่นแล้ว ขอเพียงรักษาอันดับหนึ่งไว้ได้ตลอด ก็จะมีโอกาสได้รับการชี้แนะจากยอดฝีมือขอบเขตเหอถี่ ถึงตอนนั้น ความแข็งแกร่งก็จะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน"
(จบแล้ว)