- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 780 : รอดตายหวุดหวิด
ตอนที่ 780 : รอดตายหวุดหวิด
ตอนที่ 780 : รอดตายหวุดหวิด
ตอนที่ 780 : รอดตายหวุดหวิด
“เร็วเข้าสิ!!!”
เสี่ยวเฟยและพี่ฉินไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นขนาดนี้มาก่อน กระจกที่กำลังจะแตกบานนั้นเปรียบเสมือนเส้นตายของพวกเขา หากมันแตกออก ทั้งคู่ก็จะตกอยู่ในนรกที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดทันที!
ซุนเฮ่าไห่รู้ดีว่าสถานการณ์คับขัน เขาจึงรีบใช้ทั้งมือและเท้าปีนป่ายด้วยความเร็วที่รวดเร็วที่สุดในชีวิตเพื่อมุ่งหน้าไปทางเหยาเหล่ย!
ผ่านไปแล้ว!
ต่อมาเสี่ยวเฟยก็ปีนมาถึงกระจกที่แตกร้าวบานนั้น เขารู้สึกว่าหัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้นไปจังหวะหนึ่ง แต่เขาก็ไม่มีเวลามาสนใจพวกซอมบี้ที่กำลังคำรามลั่นอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาขยับมือเท้าอย่างคล่องแคล่วและรีบไต่ออกไปทันที!
ผ่านไปได้อีกคน!
สุดท้ายก็มาถึงตาของพี่ฉิน พี่ใหญ่ของกลุ่มเขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะมาถึงหน้าต่างที่กำลังจะแตกบานนั้น ความกังวลในใจก็แทบจะพุ่งทะลุหัวออกมา เขาได้แต่หวังว่าในอนาคตเขาจะไม่ต้องมาเผชิญกับภาพเหตุการณ์ที่น่ากลัวแบบนี้อีก มือเท้าของฉัน ขยับเร็วๆ เข้า!
เขาใช้มือทั้งสองข้างเกาะขอบหน้าต่างไว้แน่น ปลายเท้าก็ถีบส่วนที่ยื่นออกมาเล็กน้อยใต้หน้าต่างไว้ แล้วรีบพุ่งตัวไปทางเสี่ยวเฟยทันที กำลังจะผ่านไปได้แล้ว! เขาเริ่มผ่อนคลายลงเมื่อร่างกายข้ามพ้นหน้าต่างมาได้ และรู้สึกว่าอันตรายได้ผ่านพ้นไปกว่าครึ่งแล้ว
แต่ในตอนนั้นเอง! เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
โครม!!
หน้าต่างที่ถูกซอมบี้ไม่รู้กี่ตัวเบียดเสียดกันอย่างสุดชีวิตก็แตกออก ซอมบี้สองถึงสามตัวแรกที่อยู่หน้าสุดยังไม่ทันเข้าใจสถานการณ์มันก็ถูกเพื่อนข้างหลังผลักตกหน้าต่างร่วงลงสู่พื้นดินไป......
และที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือพี่ฉินที่เพิ่งจะเบี่ยงตัวพ้นหน้าต่างมาได้เพียงครึ่งตัว กลับถูกพวกซอมบี้ที่เบียดกันเข้ามาผลักจนหลุดออกไป!!
“อ๊ากกกก!!! ช่วย...... ช่วยด้วย!!”
เขาเหลือเพียงมือขวาที่ยังเกี่ยวขอบหน้าต่างไว้ได้ ส่วนร่างกายส่วนใหญ่นั้นก็ห้อยต่องแต่งอยู่ข้างนอก และดูเหมือนว่ากำลังจะหมดแรงและร่วงหล่นลงไปข้างล่างแล้ว!
แถมยังมีพวกซอมบี้ที่อยู่ห่างจากเขาไม่ถึงหนึ่งเมตร ซึ่งกำลังเบียดกันยื่นมือพยายามจะคว้าตัวเขาไว้อีก!
“พี่ฉินอดทนไว้!!”
เสี่ยวเฟยตกใจจนหนังหัวหดตัว เมื่อเห็นเพื่อนร่วมชะตากรรมที่เอาชีวิตรอดมาด้วยกันตลอดหนึ่งปีตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เขาก็รีบชะโงกตัวออกไปและยื่นมือพยายามจะคว้ามือของพี่ฉินไว้เพื่อดึงอีกฝ่ายกลับขึ้นมา
แต่ทว่ารอบข้างกลับมีซอมบี้หลายตัวกำลังยื่นกรงเล็บพุ่งเป้ามาที่เขาและพี่ฉิน! เข้าไปใกล้ไม่ได้เลย!
พี่ฉินที่ต้องรับน้ำหนักด้วยมือเพียงข้างเดียวก็มีใบหน้าแดงก่ำ ดูท่าทางเขาคงจะฝืนได้อีกไม่นาน หากไม่มีใครช่วย เขาก็จะต้องร่วงลงไปแน่ๆ แต่ซอมบี้ที่อยู่ข้างเสี่ยวเฟยก็ขวางทางไม่ให้เขาเข้าไปใกล้ได้ ในตอนนี้ต่อให้ชักมีดพร้าออกมาฟันพวกมันก็คงไม่ทันการแล้ว!
ในขณะที่เขากำลังลนลานจนทำอะไรไม่ถูก แม้แต่ซุนเฮ่าไห่และเสี่ยวอวิ๋นต่างก็คิดว่าครั้งนี้พี่ฉินคงไม่รอดแน่ จู่ๆ เสียงปืนก็ดังขึ้นหลายนัด!
“ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!!!!!”
เหยาเหล่ยยื่นมือขวาออกมา กระสุนห้านัดถูกยิงออกไปติดต่อกัน และทุกนัดก็พุ่งเข้าเป้าที่หัวของพวกซอมบี้ที่ชะโงกหน้าออกมาพอดี!
ตายคาที่ทันที!
“รีบช่วยคนเร็วเข้า!!!”
เหยาเหล่ยเก็บปืนพกแล้วตะโกนลั่นเพื่อเรียกสติของทุกคนที่กำลังอึ้งอยู่
ซอมบี้ทั้ง 5 ตัวที่ถูกยิงตายล้มลงไปอุดตรงหน้าต่างพอดี และช่วยขวางทางพวกซอมบี้ข้างหลังไว้ได้ชั่วคราว!
ในตอนนั้นเองเสี่ยวเฟยถึงได้สติและรีบชะโงกตัวไปคว้าข้อมือพี่ฉินไว้แล้วออกแรงดึงอย่างสุดกำลัง เมื่อมีแรงเสริมเข้ามา พี่ฉินก็พอจะหายใจได้ทั่วท้อง
“ฮึบ!” เขาเหวี่ยงตัวหนึ่งครั้งและใช้มือซ้ายคว้าขอบหน้าต่างข้างล่างไว้ได้อีกครั้ง! จากนั้นก็รีบไต่ออกห่างจากหน้าต่างที่แตกกระจายบานนั้นทันที
รอดแล้ว!
พี่ฉินและเสี่ยวเฟยหอบหายใจอย่างหนัก พวกเขารู้สึกราวกับได้ชีวิตใหม่หลังจากรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
คุณเหยาคนนี้ถึงกับมีปืนด้วย!! แถมฝีมือการยิงปืนของเธอยังแม่นยำขนาดนี้เลย!!!?
ทั้ง 4 คนอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเหยาเหล่ยที่เก็บปืนพกและเริ่มปีนต่อ ทุกคนต่างก็รู้สึกทึ่งกับการกระทำของเธอเมื่อครู่ ช่างดุดันเหลือเกิน! ยิงรัวไม่กี่นัดก็จัดการซอมบี้ที่กองอยู่หน้าต่างจนกลายเป็นกำแพงศพและช่วยชีวิตพี่ฉินไว้ได้แล้ว
เสี่ยวเฟยเองก็มีปืน แต่เขารู้ตัวดีว่าต่อให้เข้าใกล้ซอมบี้ในระยะสามถึงห้าเมตรเขาก็ยังไม่มั่นใจว่าจะยิงโดนหัวของพวกมันทุกนัดหรือไม่ แต่คุณเหยาเมื่อกี้ที่อยู่ห่างออกไปตั้ง 10-20 เมตรกลับยิงเข้าเป้าได้อย่างรวดเร็วทุกนัด ฝีมือการยิงปืนของเธอนี่จะดีเกินไปแล้วไหม! เธอมาจากไหนกันแน่!?
แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีเวลามาชื่นชมเธอ ความคิดเหล่านี้ปรากฏขึ้นในหัวเพียงไม่ถึง 2 วินาทีก็ต้องถูกสลัดทิ้งไป เพราะตอนนี้การหนีเอาชีวิตรอดสำคัญที่สุด
ในตอนนี้เองเสี่ยวอวิ๋นที่อยู่หน้าสุดก็มาถึงปลายขอบหน้าต่างแล้ว และมาถึงจุดที่มีสายไฟแล้ว
เธอมองดูเหยาเหล่ยที่อยู่ข้างหลัง แล้วพยักหน้าให้พี่ชายและพี่ฉินที่อยู่ทางนั้นหนึ่งครั้ง ก่อนจะคว้าสายไฟที่ไร้กระแสไฟฟ้ามานานแล้วและตัดสินใจโหนตัวลงไปทันที
ฟิ้ว—
เธอสไลด์ตามสายไฟจนไปหยุดอยู่ที่ป้ายโฆษณาที่สูงจากพื้นเพียง 3-4 เมตร ก่อนจะเงยหน้ามองเพื่อนคนอื่นๆ ที่กำลังตามมาด้วยความยินดี ทำสำเร็จแล้ว!
คนที่เหลือต่างก็ดีใจ และทยอยกันมาที่สายไฟเพื่อสไลด์ลงไปทีละคน
เรื่องหลังจากนี้ก็ง่ายขึ้นมากแล้ว คนที่รอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้ก็ย่อมไม่กลัวความสูงเพียงแค่นี้แล้ว เพราะเมื่อเทียบกับการถูกซอมบี้มารุมทึ้งตรงหน้า การโหนสายไฟลงจากตึกจึงกลายเป็นเหมือนกิจกรรมสันทนาการไปเลย
“ตุ้บ” เหยาเหล่ยมาถึงป้ายโฆษณาแล้วกระโดดลงสู่พื้นดินเป็นคนแรก จากนั้นเธอก็ค่อยๆ รับเสี่ยวอวิ๋นลงมา ส่วนเสี่ยวเฟยและคนอื่นๆ ก็ค่อยๆ ตามออกมาทีละคน!
เมื่อได้สูดอากาศข้างนอกเข้าไป พวกเขาก็มีความรู้สึกราวกับได้เกิดใหม่จริงๆ
คงมีแต่สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าตอนที่พวกซอมบี้ถูกปลุกให้ตื่นจากเสียงเฮลิคอปเตอร์เมื่อกี้ ในใจของพวกเขาสิ้นหวังขนาดไหน! การต้องเผชิญกับการไล่ล่าของฝูงซอมบี้นับพันในพื้นที่ปิดแบบนั้น ไม่มีใครกล้าพูดว่าตัวเองจะรอดชีวิตออกมาได้ ทุกคนต่างก็เตรียมใจที่จะตายอยู่ในนั้นไปแล้ว
ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายทั้ง 5 คนจะสามารถหนีออกมาข้างนอกได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บเลยสักนิด
“พวกเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ! อยู่ที่นี่นานไม่ได้ เดี๋ยวพวกซอมบี้ข้างในก็คงจะตามออกมาแล้ว!”
“ใช่แล้ว! ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!”
พี่ฉินที่หายเหนื่อยแล้วก็รีบเร่งทุกคนทันที วันนี้เขาเฉียดตายมาหลายครั้งจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว เขาจึงไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว
เสี่ยวอวิ๋นเองก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังมุ่งหน้าออกมาข้างนอกเธอจึงรีบส่งสัญญาณเตือน บนพื้นดินนอกห้างยังมีซอมบี้อีกสองถึงสามตัวที่กระโดดลงมาจากหน้าต่างก่อนหน้านี้จนแขนขาหัก แต่เพราะหัวยังไม่ถูกทำลายพวกมันจึงยังไม่ตายและยังพยายามไล่ตามพวกเขาอยู่ ส่วนซอมบี้ที่อยู่ลึกเข้าไปในห้างพวกมันก็ย่อมต้องพยายามไล่ตามพวกเขาต่อ
คนอื่นๆ ไม่มีใครคัดค้าน พวกเขาต่างรีบกระชับกระเป๋าเป้ที่บรรจุเสบียงที่หามาได้จนเต็มหลังแล้วรีบวิ่งไปตามเส้นทางหนีที่วางแผนไว้ทันที
4 โมงเย็น บริเวณชานเมืองหย่งหัว ที่นี่มีจักรยานหลายคันถูกจอดทิ้งไว้ที่ด้านนอกอาคารหลังหนึ่งและบนนั้นก็มีร่องรอยการใช้งานอย่างชัดเจนอยู่
ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ในวันสิ้นโลก ต่อให้จะหารถที่ยังสตาร์ทติดเจอ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานขนาดนี้เชื้อเพลิงก็หาได้ยากมากแล้ว ดังนั้นผู้รอดชีวิตจำนวนมากจึงเปลี่ยนมาใช้วิธีเดินเท้าหรือใช้จักรยานในการเดินทางแทน เพราะมันไม่ใช้เชื้อเพลิงและเสียงเบากว่ามาก
ภายในอาคารก็มีเงาร่าง 5 คน พวกเขาก็คือพวกเหยาเหล่ยที่หนีตายออกมาจากห้างสรรพสินค้านั่นเอง!
หลังจากออกมาไกลจากห้างพอสมควรแล้ว พวกซอมบี้ที่ไล่ตามมาก็ถูกแสงแดดแผดเผาจนต้องยอมแพ้และเลิกไล่ตามพวกเขาไป
นี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ถึงกล้าออกมาเสี่ยงตอนกลางวัน
“ขอบคุณทุกคนมากครับที่มาช่วยกัน!! พวกเราได้เสบียงกลับมาเยอะมากจริงๆ!! ภัยหนาวครั้งนี้พวกเราน่าจะผ่านพ้นไปได้อย่างแน่นอน!!”
ใบหน้าของเสี่ยวเฟยไม่มีความตึงเครียดเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป แต่กลับถูกแทนที่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น!
เมื่อหลุดพ้นจากอันตรายแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็จะได้เพลิดเพลินกับความสุขจากการเก็บเกี่ยวเสบียงได้เสียที!